NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.154 - 06 การทักทายสองแบบ


"ท่านสนิทกับพ่อ ? ล้อเล่นน่า จริง ๆ เหรอ ?"
 
"แน่นอน ข้าคุ้นเคยกับบิดาท่านดี ข้ายังเคยกระทั่งส่งของขวัญวันเกิดให้ท่านมาก่อนเลย"
 
ขณะที่เดินด้วยกันในโถงทางเดินสว่างไสวที่ตรงไปยังห้องอาหารของโรงเรียน ฉันสนทนากับบุคคลที่ค้นพบในที่สุดหลังเวลาอันยาวนาน บุตรชายของท่านมาร์เกรฟโมลตัน เซเฟอร์ โมลตัน
 
เขามีเรือนผมสีเงินสลวย และนัยน์ตาสีเขียวมรกตลึกล้ำคล้ายกับพ่อของเขา — เห็นแบบนี้แล้ว ฉันก็ยังงุนงงอยู่ดีว่าพลาดไปได้ยังไงกัน บางทีคงจะเป็นเพราะเจ้าชายรัชทายาทที่ทรงโดดเด่นเกินไป ทำให้พลาดไปล่ะมั้ง
 
".......อ๊ะ หรือจะหมายถึงขนมอบพวกนั้น ?"
 
"นั่นเลย ท่านความจำดีนี่"
 
"ทุก ๆ ปี เวลามันถูกส่งมา พ่อจะดีใจมาก ทำอย่างกับว่ามาจากหนึ่งในสหายสนิทของเขา ข้ายังคิดมาตลอดว่าคงจะมาจากขุนนางที่เมืองหลวง........"
 
"ที่อาณาเขตของข้าไม่มีผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่โดดเด่นนัก ดังนั้นข้าจึงซื้อขนมจากเมืองหลวงและส่งไปให้น่ะ"
 
"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง" เซเฟอร์ยิ้มนิด ๆ ตอบกลับ
 
เปรียบเทียบสีหน้าของเขากับพ่อแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว รอยยิ้มสุภาพของเขาทำให้ดูเป็นคนที่เข้าถึงได้ง่าย ดูเหมือนว่าขณะที่พวกเขามีหน้าตาคล้ายคลึงกัน แต่ลักษณะบุคลิกภาพแตกต่างกันหลายส่วน
 
เมื่อพวกเราเดินมาใกล้ถึงโถงอาหารขนาดใหญ่ จำนวนนักเรียนในทางเดินก็เพิ่มขึ้น แม้เซเฟอร์ดูจะไม่ได้ใส่ใจ แต่สำหรับเขา การถูกเห็นว่าอยู่กับฉันที่ชื่อเสียงไม่ดี ฉันก็รู้สึกได้ถึงสายตาสอดรู้สอดเห็นและน่ารังเกียจของทุกคน
 
".....อ้า คิดดูแล้ว ต้องขออภัยด้วย แต่ข้ามีบางอย่างต้องไปทำที่ห้องสมุดก่อนมื้อกลางวันน่ะ แล้วพบกันใหม่"
 
ขณะที่พวกเราหันเลี้ยวที่มุม ฉันก็ใช้โอกาสนี้ขอตัว ถ้าพวกเราถูกเห็นว่าเข้าโถงอาหารด้วยกัน มันจะดึงดูดความสนใจมาก
 
ตระกูลโมลตันไม่ได้มีอิทธิพลหรือกิตติศัพท์เป็นพิเศษนักในเมืองหลวง อาณาเขตโมลตันมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ห่างไกลจากเมืองหลวงมาก และท่านมาร์เกรฟโมลตันก็ใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการอยู่ที่นี่
 
แม้กระนั้น อาณาเขตโมลตันก็เป็นหนึ่งในผู้ผลิตอัญมณีรายใหญ่ ต้องขอบคุณเหมืองรัตนชาติที่กว้างขวาง พวกเขาจึงได้รับเงินจากการซื้อขายสินค้าที่เมืองหลวง ฉันแน่ใจว่าถ้าเป็นไปได้ พวกเขาก็ต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาใด ๆ ก็ตามภายในเมืองหลวง
 
แม้ว่าเหล่าพ่อค้าวาณิชที่นี่จะรู้ดีว่าท่านมาร์เกรฟโมลตันเป็นคนอย่างไร แต่ในโรงเรียนที่เป็นสภาพแวดล้อมปิด มันก็ยากสำหรับฉันที่จะคำนวณอิทธิพลในแง่ลบของตัวเองที่จะส่งผลต่อเซเฟอร์
 
"งั้นเหรอ ? อะ ไม่ซิ...... อื้อ ถ้างั้น แล้วเจอกันครับ ท่านเคาน์เตสคาลเด...... เอ้อ ไอน์สบาร์ค"
 
เซเฟอร์เอียงศีรษะเล็กน้อยพลางกล่าวอำลา ฉันแน่ใจว่านักเรียนคนอื่นสังเกตเห็น ฉันยอมรับมันและโบกมือลาเขา
 
"เรียกข้าว่า คาลเดีย เถอะ โมลตัน หาไม่แล้วก็ง่ายที่จะสับสนกับท่านเอิร์ลแห่งไอน์สบาร์ค"
 
"อ้า นั่นสินะ อา...... งั้นเรียกข้าว่า เซเฟอร์ เถอะ โมลตันฟังดูเป็นพ่อข้าไปน่ะ"
 
"ตามนั้น"
 
เขาพยักหน้าพร้อมกับจากไป ดูเหมือนทั้งพ่อและตัวเขาต่างก็มีสำนวนการพูดจาที่คล้ายคลึงกัน แม้ว่าเขาจะกันเองเช่นเดียวกับพ่อของเขา แต่ก็ให้ความรู้สึกที่แปลกไป สรุปว่าบรรยากาศของพวกเขาคล้าย ๆ กัน หรือว่าฉันเพียงแค่รู้สึกคิดถึงบทสนทนาอันอบอุ่นแบบนี้ของพวกเขากันนะ ?
 
"— เฮ้ย"
 
ฉันยินเสียงดังมาจากด้านหลัง และปฏิกิริยาตอบโต้กลับด้วยดึงเสื้อคลุมไม่ให้เกะกะ พร้อมหันขวับ ฉันยังกระโดดถอยหลังไปสองก้าว และฟาดไปยังมือที่ยื่นจะมายังผมของฉัน
 
เสียงครวญอย่างเจ็บปวดจากเจ้าของมือ เพราะฉันไม่เห็นว่าเขาเข้ามา บางทีเขาคงจะคิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะโจมตีเสียล่ะมัง
 
"........โทษทีที่หยาบคายค่ะ ท่านบารอนโดวาดายน์ ข้าเพียงตื่นตกใจไปหน่อย — เป็นความเคยชินจากสมรภูมิน่ะ"
 
ฉันแทบจะชักดาบออกมาแล้ว และกล่าวกับเอริคเกี่ยวกับความเคยชินของฉันเองด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง ด้วยความสัตย์ หากฉันไม่ควบคุมปฏิกิริยาของตัวเองไว้อีกเพียงนิด ก็คงจะผ่าร่างเขาเป็นครึ่งหนึ่งไปแล้ว การตอบสนองในการซุ่มโจมตี กุนเธอร์ได้สลักฝังลึกเข้ากระดูกดำของฉันแล้ว
 
ถึงอย่างไร ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่เคยอยู่ในสนามรบ อย่างน้อยเอริคก็ควรจะคำนึงถึงเรื่องนี้ แม้จะอยาก แต่ฉันไม่สามารถฆ่าคนในตระกูลท่านอาร์ชดยุคได้หรอกนะ
 
"แล้ว ท่านต้องการอะไรจากข้างั้นหรือ ?"
 
"........เจ้าจะไปไหน นี่มันเป็นเวลามื้อเที่ยงไม่ใช่รึไง ? เจ้าวางแผนอะไรถึงเดินไปในทิศทางตรงกันข้ามกับโถงอาหารที่ทุกคนอยู่กัน ? คิดจะหั่นข้ารับใช้ของใครสักคนเป็นชิ้น ๆ งั้นเรอะ ?"
 
ฉันเอียงศีรษะตัวเองให้กับน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเป็นปรปักษ์และถากถาง หมายความว่ายังไงเนี่ย มาบอกว่าฉันวางแผนจะไปหั่นข้ารับใช้ใครสักคนให้เป็นชิ้น ๆ เนี่ยนะ ? มันเป็นความคิดเห็นที่ไม่ได้คาดคิด ดังนั้นฉันจึงไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็นมุขตลกร้ายที่เป็นส่วนหนึ่งของการทักทาย หรือว่าเขาคิดจริงจังว่าฉันวางแผนแบบนั้นจริง ๆ กันแน่
 
"ข้าจะไปห้องสมุด ข้าคิดว่าจะลองไปดูเผื่อว่าเขาจะมีหนังสือที่เกี่ยวกับการชลประทานค่ะ"
 
".......ชลประทาน ? อะไรล่ะนั่น ?"
 
"มันมีที่ดินที่ยังไร้การพัฒนาจำนวนมากในอาณาเขตของข้า การป้องกันน้ำหลากและการดำเนินงานก่อสร้างลำคลองใกล้กับแม่น้ำ รวมถึงทะเลสาบ เพื่อให้ผู้คนสามารถอยู่อาศัยได้ นั่นแหละคือการชลประทาน"
 
"หืม เจ้าไม่ขยันไปหน่อย​เรอะ"
 
แม้ฉันจะตอบคำถามของเขา แต่เอริคก็ยังคงค่อนแคะอย่างหงุดหงิด มันน่ารำคาญที่ต้องรับมือด้วย ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจผละตัว แต่เขาก็หยุดฉันไว้อีกครั้ง
 
"ข้ายังพูดกับเจ้าไม่จบ !"
 
".......มีอะไรอีกหรือคะ ?"
 
"อัลเฟรดอาจดูคาดหวังเจ้าไว้สูง แต่เกรซและข้ายังไม่ไว้ใจเจ้าหรอก ! พึงตระหนักฐานันดรของตัวเองไว้และอย่ามาใกล้ชิดอัลเฟรดให้มากนัก เจ้ามันก็แค่เอิร์ลชั้นล่างเท่านั้น !"
 
รู้จุดยืนของตัวเอง เห นั่นมันไม่ใช่บทที่จะมาพูดกับฉันหรอกมั้ง
 
ฉันรู้ดียิ่งกว่าใครถึงความไม่ไว้วางใจและเกลียดชังของเหล่าขุนนางทั้งหลายที่มุ่งมา ฉันสิที่ควรจะเป็นคนขุ่นเคืองถึงการกระทำที่ไม่อาจคาดเดาได้ของเจ้าชายรัชทายาทที่มีต่อฉันน่ะ
 
"มาตรว่าใต้ฝ่าละอองพระบาทจะมีพระราชดำริลึกล้ำเพียงไร ตัวข้าซึ่งมีฐานันดรเพียงชั้นเอิร์ลผู้น้อยก็มิอาจล่วงรู้ อย่างไรก็ดี ใต้ฝ่าละอองพระบาทก็ทรงมีพระปรีชาญาณ ทรงเป็นผู้มีพระบุญญาธิการอันประเสริฐยิ่ง ก็หวังว่าพระองค์จะทรงล่วงรู้ฟ้าสูง​แผ่นดิน​ต่ำ หลังจากทรงใช้เวลาศึกษาในโรงเรียนแห่งนี้เฉกเช่นเดียวกัน"
 
"หา ? นั่นเจ้าหมายความว่าไง ?"
 
ขณะที่เอริคเอียงคออย่างสับสน ฉันเพียงแค่กล่าว "ขออภัยด้วย แต่ข้าต้องไปที่ห้องสมุดแล้วค่ะ" และปล่อยเขาทิ้งไว้แบบนั้น
 
หมายความว่ายังไงน่ะเหรอ ? ก็หมายความว่าฉันรู้ซึ้งเป็นอย่างดีถึงความแตกต่างของสถานะระหว่างเจ้าชายรัชทายาทและตัวฉันเองน่ะสิ
 
เฮ้อ...... เพื่อให้มีระยะห่างระหว่างเจ้าชายรัชทายาทและตัวฉันเอง ฉันอาจจะต้องหาทางขอกลับคาลเดียในบางครั้งแล้วมั้ง ? ถึงอย่างไรฉันก็เป็นผู้นำของบ้าน ก็สามารถมอบคำยินยอมอนุญาตให้ตัวเองได้ทุกเมื่อที่ต้องการอยู่แล้วนี่นะ
 

 

T/N: ขออนุญาตแจกแจง กันการสับสนเล็กน้อย ปัจจุบันเอลิซ่ามีบรรดาศักดิ์ยศ "เอิร์ลผู้น้อย" ซึ่งสำหรับผู้หญิงจะเรียกว่า "เคาน์เตส"
ในส่วนของการแปล ผู้แปลจะเลือกใช้ "เอิร์ล" หากเป็นการกล่าวถึงตำแหน่งลำดับชั้นยศโดยรวม 
แต่หากเป็นการเรียกตัวเอลิซ่าเอง จึงใช้ "เคาน์เตส" ค่ะ

อนึ่ง ในฉบับแปลอังกฤษ ใช้ ท่านเอิร์ลเอลิซ่า เลย แต่ผู้แปลคิดว่ามันผิดบริบทจึงใช้ตามข้างต้น
ส่วนในฉบับญี่ปุ่น ผู้เขียนมีบทความว่าชื่อบรรดาศักดิ์ในอัร์คเซียไม่มีแบ่งแยกเพศแบบยุโรปหรือสหราชอาณาจักร (รวมถึงมีชื่อตำแหน่งเฉพาะเป็นภาษาอัร์คเซียที่ผู้เขียนสร้างใหม่เองเลย แต่...แปลแบบใช้ระบบยุโรปไปดีกว่าน่า(...) [ว่าด้วยภาษาอัร์คเซีย เผื่อใครสนใจ https://ncode.syosetu.com/n3599da/])



NEKOPOST.NET