NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.153 - 05 ชีวิตนักเรียนอันวุ่นวาย


ก็แหละ ชีวิตนักเรียนของฉันก็ได้เริ่มต้นขึ้นด้วยการต่อปากต่อคำกับโอรสในท่านอาร์ชดยุคเล็กน้อย แต่นอกเหนือไปจากนั้นมันก็ดูจะไม่ได้แปลกใหม่หรือมีอะไรเป็นพิเศษ
 
เพราะว่ามันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของฉันเลย ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม
 
ออสการ์และคลอเดียยังส่งทหารส่งสารมาพร้อมกับเอกสารทางการเมืองให้ฉันดูแลเป็นครั้งคราว ฉันยืนยันรายงานและมอบคำแนะนำในการดำเนินงานชลประทาน, ตรวจสอบสถิติการผลิตอาหารในอาณาเขต และคำนวณปริมาณอาหารที่พวกเราจำเป็นต้องนำเข้า...... และด้วยเหตุผลบางอย่าง ทางป้อมยุกก์เฟน่าก็ยังส่งรายงานข่าวกรองเกี่ยวกับรินดาร์ลมาให้ฉันพิจารณาด้วย
 
เจ้ารายงานข่าวกรองนี้ คือสิ่งที่สมควรให้ผู้บัญชาการทางทหารระดับสูงและผู้บัญชาการในชัยภูมิสำคัญ บุคคลทั่วไปไม่สามารถอ่านได้นอกไปจากได้รับอนุญาตจากสภาขุนนาง
 
........ฉันกำลังได้รับการยกเว้นการมีส่วนร่วมในการรบเพราะว่าต้องเข้าโรงเรียน แล้วทำไมวีกราฟถึงส่งรายละเอียดงานราชการลับและข้อ​เสนอแผนการรบสำหรับการปะทะกันในอนาคตมาให้ฉันกันนะ ? อ่า บางทีคงจะเป็นเพียงความเอาใจใส่ของเขา เพราะฉันได้ร่วมออกรบด้วยกันกับเขาและน้องชายของเขา รวมไปถึงพวกเราทั้งสามยังร่วมมือกันวางแผนการที่จัดแสดง ณ ที่ราบสูงริท็อกซ์ด้วยล่ะมั้ง ไม่สิ หรือมันอาจจะหมายถึงว่าเขาอยากให้ฉันได้รับข้อมูลมากเท่าที่จะเป็นไปได้ ในกรณีที่จำต้องกลับไปยังแนวหน้าด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม
 
เป็นเพราะงานทั้งหมดที่ข้องเกี่ยวกับอาณาเขตของฉันและสถานการณ์สงครามในปัจจุบัน มันจึงเป็นการยากสำหรับฉันที่จะจดจ่อกับการเรียน
 
สำหรับการเข้าห้องเรียนทั้งหมดในทุก ๆ วันและการจัดการกับการบ้าน — มันก็ง่ายดายไปทั้งหมด เมื่อฉันมีร่างแยก.....
 
"ฮึ่ย วันนี้เจ้าเอริคดึงผมข้าและเหยียบชายเสื้อคลุมด้วย ที่นี่มันควรจะเป็นสถาบันการศึกษาอันทรงเกียรติไม่ใช่รึไงกัน ? เอ้อ แล้วก็อาจารย์ได้แจกภาพรวมของเนื้อหาในการบรรยายมา มีอะไรรึเปล่า ?"
 
"ว่ามาซิ"
 
ราโทก้าที่เพิ่งกลับมาจากชั้นเรียนกล่าวถามฉันอย่างงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ฉันก็เพียงตอบกลับอย่างรัดกุม
 
......ฉันหมายถึงว่า การดึงผม และเหยียบชายเสื้อคลุมเนี่ยนะ เขาเป็นเด็กอยู่รึยังไงกัน อายุตั้งสิบสามปีแล้ว...... ไม่สิ สิบสามปีก็ยังเด็กจริง ๆ นี่นะ
 
"เนื้อหาการบรรยายวันนี้มีอะไรบ้าง ?"
 
"เอ ? ก็เกี่ยวกับระบอบกฎหมายของอาร์โทลัสน่ะ อ่า เปรียบเทียบกฎหมายของอาร์โทลัสกับอัร์คเซียซึ่งมีความแตกต่างกัน แม้ว่าใช้ประมวลศักดิ์สิทธิ์เป็นพื้นฐานเช่นเดียวกันทั้งคู่ แต่เราก็มาอภิปรายกันว่าทำไมถึงแตกต่าง, คำนวณอิทธิพล และพยากรณ์ว่าอะไรจะเกิดถ้าพวกเรารับเอากฎหมายบางส่วนของพวกเขามา ประมาณนั้น"
 
"เปรียบเทียบกฎหมายรึ ? ใช้แบบเรียนเล่มไหน ?"
 
"ชื่อ 'ข้อสังเกตบนความแตกต่างของกฎหมายในนิกายต่าง ๆ' เป็นหนังสือจากศาสนจักร"
 
"อ๋อ ข้าเคยอ่านแล้ว ไม่มีปัญหา เจ้าอ่านไปเถอะ"
 
"ตกลง" ราโทก้าพยักหน้า และกลับไปทำหน้าที่อีกครั้ง
 
ฉันรู้ดีว่ามันน่าเป็นห่วงที่ให้ใครบางคนเข้าเรียนและทำการบ้านทั้งหมดแทน แต่ฉันก็เคยให้การศึกษาและการฝึกกับราโทก้ามาก่อนแล้ว ดังนั้นเขาจึงรับมือมันได้ ถ้าฉันต้องทำสิ่งเหล่านั้นเพิ่มเติมจากปริมาณงานตามปกติ มันคงจะกลายเป็นจำนวนที่ไม่สมเหตุสมผลแล้ว
 
ก็นะ ใช่ว่าฉันให้ราโทก้าทำแบบนี้แทนตลอด ฉันเองยังคงเข้าเรียนด้วยตัวเองตราบที่มีเวลา นั่นก็ช่วยไม่ได้ล่ะน่า .....อ่า นั่นคือสิ่งที่ฉันพร่ำบอกกับตัวเอง
 
ยังไงก็ตามแต่ ฉันเหลือบมองรูปลักษณ์ของเขาอีกครั้ง แม้ว่าแต่ก่อน ฉันเคยคิดว่าเครื่องหน้าของเขารวมถึงสีผิวดูคล้ายกับฉัน แต่จวบจนปัจจุบัน พวกเราทั้งคู่มีใบหน้าที่เหมือนกันมากยิ่งขึ้นไปอีกจนถึงจุดที่บางทีคลอเดียก็จำสลับกันแล้ว
 
เมื่อเปรียบเทียบทีละด้านดูแล้ว ใบหน้าของราโทก้าดูจะสมหญิงบ้าง และเพราะว่าเขาอยู่ข้างฉันมายาวนาน เขาก็สามารถเลียนแบบสีหน้าและอากัปกิริยาของฉันได้อย่างถูกต้องโดยปราศจากข้อกังขา นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันให้เขาเข้าเรียนแทน.......
 
"......อะไร ?"
 
ราโทก้าสังเกตเห็นว่าฉันเมืองมอง นี่ได้วิชาประสาทสัมผัสเฉียบแหลมมาจากคลอเดียหรือไงกันนะ
 
ฉันตอบไปว่าไม่มีอะไร ก่อนจะถอนสายตากลับมา
 
 
 
 
 
เป็นเวลาหนึ่งเดือนมาแล้วหลังจากที่เข้าโรงเรียน และฉันยังไม่ค้นพบบุคคลที่ตามหา เพราะว่าพวกเรายังคงอยู่ในหลักสูตรปรับพื้นฐาน และก็ติดแหง็กในห้องเรียนแทบจะตลอดเวลา นั่นก็ช่วยไม่ได้ที่ฉันจะไม่ได้ไปไหนมาไหน มันควรจะเป็นเรื่องง่ายดายในการค้นหาคนที่เป็นไปตามรูปลักษณะ แต่ทุกครั้งที่ฉันเข้าชั้นเรียนก็ต้องผจญกับพระโฉมลักษณ์ของเจ้าชายรัชทายาทที่โดดเด่นแยงตาซึ่งค่อนข้างน่ารำคาญเสียนี่
 
วันนี้พอฉันตัดสินใจเข้าชั้นเรียนอีกครั้ง ก็เหมือนเช่นทุกทีที่สายตาของฉันจะพร่างพรายไปด้วยพระเศียรตระการตาด้วยพระเกศาสีบลอนด์เปล่งประกายระยับเมื่อต้องแสงอาทิตย์จากหน้าต่าง ไม่ว่าจะมีพระราชประสงค์หรือไม่ แต่พระรูปโฉมโนมพรรณนี้ก็จับสายตาทุกคู่ไว้ทั้งหมด บางทีถ้าฉันมองบ่อย ๆ ก็อาจจะคุ้นชินและมีภูมิต้านทานกว่านี้ก็ได้มั้ง ?
 
ฉันทักทายพระองค์พอเป็นพิธีและนั่งลงในที่นั่งว่าง ฉันไม่อยากจะถูกเชิญให้ไปนั่งร่วมวงกับกลุ่มของเจ้าชายในเวลาที่มีนักเรียนมากมายและที่นั่งเต็มไปแล้ว มันจะยุ่งยาก จินตนาการได้เลยว่ามันจะอลหม่านสักแค่ไหนสำหรับเหล่านักเรียนขุนนางคนอื่น ๆ หากเรื่องนั้นเกิดขึ้น
 
ทุกวิชาต่างถูกไชเข้าไปในสมองโดยนางมาร์แชนแล้ว ดังนั้นเหตุผลแท้จริงเพียงหนึ่งสำหรับฉันที่เข้าชั้นเรียนนี้ ก็เพื่อจะมีโอกาสพูดคุยกับเจ้าชายรัชทายาทและค้นหาว่าพระองค์มีพระราชประสงค์ใดกันแน่ ความคิดนี้ยังคงวนเวียนไปมาภายในหัว
 
.....ฉันเข้าใจได้ว่าทำไมเอิร์กนาดหรือคนอื่น ๆ เอาใจใส่ฉัน เพราะฉันเป็นผู้ที่สามารถให้การช่วยเหลือในสงครามได้ นอกจากนั้นพวกเขาก็ยังมอบนามตระกูลให้แก่ฉัน แม้ว่าพวกเราจะไม่ได้เกี่ยวพันทางสายเลือด แต่พวกเราก็สนิทราวกับเป็นญาติกันจริง ๆ ฉันสามารถเข้าใจได้ดีว่าทำไมตระกูลเทเรเซียถึงเฝ้าจับตามองฉันไว้ ก็เป็นเพราะว่าฉันคือผู้ที่ท่านเอิร์ลเทเรเซียอุ้มชูมา
 
แม้กระนั้น กับเจ้าชายรัชทายาทแล้ว ฉันไม่รู้พระเจตนารมณ์ของพระองค์ที่มุ่งมาเลย หลังจบการศึกษาจากโรงเรียนขุนนาง ฉันก็ต้องกลับอาณาเขตของตัวเอง ขณะที่พระองค์เป็นใครสักคนที่ในอนาคตสามารถขับเคลื่อนราชอาณาจักรได้ทั้งหมดจากพระราชวัง ไฉนพระองค์ถึงพยายามที่จะข้องเกี่ยวกับขุนนางชายแดนที่มีฐานันดรเพียงลำดับเอิร์ลผู้น้อยกันเล่า ?
 
การที่ต้องรับมือกับขุนนางคนอื่น ๆ กว่าสามปี ไม่ใช่สิ่งที่น่าอภิรมย์สักนิด ฉันเพียงอยากอยู่ตามลำพัง แต่ก็ไม่ต้องการให้ส่งผลกระทบใดต่ออาณาเขต...... เพราะว่าฉันไม่สามารถปฏิเสธเจ้าชายรัชทายาทได้ ดังนั้นก็ต้องรับมือกับเหล่าขุนนางที่นี่ให้ดีที่สุดด้วยความสามารถอันต่ำต้อยของฉัน และอยู่อย่างเงียบ ๆ ให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้
 
กรึ่ก ฉันฝืนออกแรงมือขณะขบคิด จากนั้นก็ได้ยินเสียงแตกหักดังคามือ
 
"......."
 
ให้ตายสิ ปากกาหัก
 
อ่า ฉันรู้อยู่แล้วว่าปากกาของฉันมันออกจะเก่าและใกล้สิ้นอายุขัย แต่ว่าก็ยังใช้เพราะว่ามันยังใช้งานได้ ใช่ว่าฉันมีพลังยอดมนุษย์อย่างคลอเดียเสียเมื่อไหร่
 
แต่ตอนนี้ ปัญหาก็คือฉันไม่มีปากกาสำรอง แม้จะเป็นตัวเองที่ทำมันหัก แต่ฉันก็ไม่คิดว่ามันจะแตกง่ายดายแบบนี้ และก็ได้แต่จ้องมองซากปากกาในมือตัวเอง
 
......แล้วจะทำยังไงกับคาบเรียนนี้กันล่ะ ? ลองพยายามเขียนด้วยส่วนที่เหลืออยู่ ? ฉันยังต้องเอาเนื้อหาในห้องเรียนไปแลกเปลี่ยนกับราโทก้า ดังนั้นฉันจึงจำเป็นต้องจดบันทึกการบรรยายของอาจารย์ไว้ให้เขา
 
"ขอโทษที่เสียมารยาทครับ ท่านเคาน์เตสคาลเดีย"
 
ใครคนหนึ่งเรียกฉันเสียงเบาจากด้านข้าง จึงละสายตาจากปากกาในที่สุด เมื่อฉันได้เห็นว่าเขาเป็นใคร เสียงประหลาดใจเล็ก ๆ ก็เล็ดรอดออกมา เด็กชายผู้ที่กำลังพูดกับฉัน คือคนที่ฉันตามหามาตลอด
 
เขาดูราวกับเป็นร่างสำเนาของท่านมาร์เกรฟโมลตันที่อ่อนเยาว์กว่า — แต่ทั้งแบบนั้น เขากลับดูไม่สะดุดตาด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง — ลูกรักที่ประคบประหงมของท่านมาร์เกรฟโมลตันนั่งอยู่ถัดไปจากฉัน
 
"นี่ครับ ใช้นี่เถอะ"
 
ด้วยเรือนผมสีเงินเป็นเอกลักษณ์ ทำไมฉันถึงไม่เคยสังเกตเห็นเขามาก่อนนะ ขณะที่ฉันชะงักงันไปด้วยความประหลาดใจกับสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้ เขาก็ยื่นปากกาขนนกมียี่ห้อด้ามใหม่ให้กับฉัน
 
"— ขอบคุณ ท่านช่วยได้มากทีเดียว"
 
แม้ว่าฉันจะคิดมองหาและทักทายเขามาตลอด แต่ตอนนี้บุคคลที่หาไม่พบก็มานั่งอยู่ข้าง ๆ ฉันแล้ว และฉันก็ยังคงไม่อาจขจัดความตกใจที่ว่าเขาอยู่ที่นี่ในห้องเดียวกันตลอดเวลาได้เลย ความคิดของฉันกลวงเปล่าและได้แต่ตอบสนองอย่างโง่งมกับปากกาที่เขาให้ยืม
 
.....ไม่ว่าจะเป็นสีผมหรือใบหน้าของเขา ทำไมการมีอยู่ของเขาถึงไม่เคยปรากฏและดึงดูดสายตาทันทีทันใดอย่างพ่อของเขาหรือเจ้าชายรัชทายาทเลยนะ ?



NEKOPOST.NET