[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 152 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.152 - 04 สมดุลระหว่างรอยแยกและประสาน


"จริงสิ ใช่แล้ว เราจะแนะนำสหายให้กับท่านเป็นอย่างไร ?"
 
"ค่ะ เป็นเกียรติของข้าที่ได้พบกับพวกเขาแล้ว"
 
"ทุกคน ให้ข้าได้แนะนำหล่อนกับพวกเจ้า นี่คือท่านเคาน์เตสผู้น้อยเอลิซ่า คาลเดีย ไอน์สบาร์ค ท่านเอลิซ่า พวกเขาคือโอรสในท่านอาร์ชดยุคโดวาดายน์ ไวส์เคานท์เกรซ และบารอนเอริค ส่วนเขาคือบารอนซีกฮาร์ทจากตระกูลท่านมาร์ควิสโรเลนท์เซอร์"
 
"อย่างที่พระองค์ทรงตรัส ข้ามีนามว่า เอลิซ่า คาลเดีย ไอน์สบาร์คค่ะ"
 
การเรียงแถวหน้ากระดานของเหล่าชายหนุ่มรูปงามเบื้องหน้าฉันมันช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจ อย่างที่คาดไว้จากเหล่าตัวละครในเกมจีบหนุ่ม มันเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาทั้งหมดจะมาจากตระกูลขุนนางที่ทรงอำนาจด้วยประวัติอันยาวนาน ฉันรู้สึกว่าใบหน้าของพวกเขาดูอ่อนเยาว์กว่าที่จดจำได้ แต่ก็คงจะเป็นเพราะว่าฉันได้พบกับพวกเขาก่อนที่เกมจะเริ่มขึ้น
 
"อือ ท่านนี่เอง ตอนที่ข้าได้ยินเรื่องความสำเร็จทางการทหาร ข้าแปลกใจนักล่ะที่ได้ยินชื่อผู้หญิงน่ะ"
 
"นั่นซี่ แทนที่จะเป็นเครื่องแบบอัศวิน ใส่กระโปรงจะไม่เหมาะกว่าเรอะ ?"
 
ทุกคนที่อยู่รอบ ๆ พวกเราดูจะประหลาดใจกับการรวมตัวของพวกเรา และเงี่ยหูฟังพลางพูดคุยเกี่ยวกับพวกเรา
 
เด็กชายที่ถูกแนะนำตัวแก่ฉันที่ชื่อเกรซและเอริคหัวร่อคิกอย่างไม่อาจกลั้น ขณะกล่าวอย่างไร้ความยำเกรงโดยปราศจากการแนะนำตัวเองอย่างสุภาพ โอรสในท่านอาร์ชดยุคโดวาดายน์เป็นพระญาติของเจ้าชายรัชทายาท พวกเขาต่างก็มีสายพระโลหิตเชื้อพระวงศ์ในตัว
 
พวกเขาทั้งคู่ดูจะไม่ได้สืบทอดภาพพจน์เช่นพระบิดาสักนิด และทั้งสองก็มีหน้าตาที่คล้ายคลึงกันราวกับฝาแฝด ถ้าเพียงฉันไม่ได้รู้ว่าพวกเขาต่างมารดากันอยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองมีเรือนผมยาวปะบ่าสีแดงมัดไว้ที่ข้างหลัง เหมาะสมกับนัยน์ตาสีทองอร่าม ในเกมพวกเขาก็ดูจะเป็นแบบนี้เหมือนกัน
 
ฉันสาบานได้เลยว่าในเกมทั้งคู่เป็นตัวละครคุณภาพ แต่นี่ฉันจำอะไรผิดไปรึเปล่าเนี่ย ? ในที่สาธารณะ หลังการตรัสแนะนำของเจ้าชายรัชทายาท พวกเขากลับไม่แสดงความเคารพต่อฉันอย่างกับพวกหัวกลวงงั้นแหละ
 
"ท่านดูคล้ายกับบิดามากเลยนี่อย่างกับถอดแบบกันมา .....เรื่องที่เกิดในสงครามนั่นก็โชคดีจริง ๆ มั่นใจได้เลยว่ากองกำลังทหารของพวกเราได้รับการฝึกเป็นอย่างดี เพียงแต่มีจำนวนน้อยไปหน่อย การที่มีผู้บัญชาการระดับสูงในหน่วยจิ๊บจ้อยของข้าศึกนั่น สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย หากไม่อาศัยโชคลาภ"
 
แม้ฉันจะไม่ยินยอมให้สีหน้าของตัวเองขยับแม้แต่หนึ่งเซนติเมตร แต่ก็ไม่สามารถหลบเลี่ยงวาจาแค่นแคะอย่างร้ายกาจของพวกเขาได้เลย
 
"เหมือนกับบิดา เฮ้ ข้าเคยได้ยินเกี่ยวกับเขานะ ลอร์ดปิศาจผู้เสื่อมเสียที่ปู้ยี่ปู้ยำพลเมืองและล้างผลาญดินแดนของตัวเองใช่ไหมล่ะ ?"
 
บางทีเอริคคงสัมผัสได้ถึงวิธีการโจมตีจุดอ่อน เขายังเพิ่มข้อมูลอันร้ายกาจอย่างน่าหงุดหงิด ฉันปรายตามองไปยังผู้คนที่อยู่รอบตัวพวกเราซึ่งเงี่ยหูฟัง คล้ายกับจะลากฉันจมไปในบรรยากาศของความไม่สบอารมณ์และอัปมงคล เจ้าชายรัชทายาทและสมาชิกกลุ่มผู้ติดตามคนอื่นของเขา ซีกฮาร์ทผู้ที่ยังไม่กล่าวอะไรสักคำ ดูจะเป็นหนึ่งเดียวที่ครุ่นคิดว่าควรจะหยุดเอริคอย่างไร
 
"— อ้า ชายผู้นั้นเป็นที่น่าอับอายอย่างไม่ต้องสงสัย การกระทำอันหยาบช้าของเขา ทำให้อาณาเขตลำบากจริง ๆ แม้กระทั่งตอนนี้ การทำนุบำรุงก็ยังคงไม่เสร็จสิ้น ข้าได้แต่หวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่ามันคงจะฟื้นสภาพได้เร็วกว่านี้ หากเขาจะสิ้นหรือยับยั้งมันเสียตั้งแต่ห้าปีก่อนหน้านั้น"
 
"เพ้อเจ้อ ถ้าบิดาของเจ้าสิ้นตั้งแต่ห้าปีก่อนหน้านั้น เจ้าก็คงไม่ได้เกิดในโลกนี้แล้ว"
 
"หากเพียงแต่ข้าได้เกิดก่อนหน้านั้น ก็คงจะไม่มีปัญหาใด ๆ แล้วค่ะ"
 
ฉันโต้ตอบกับเขาอย่างใจเย็น เดาได้เลยว่าคำตอบของฉันเป็นการยั่วโมโห​ มือของเอริคสั่นกึกอย่างขุ่นเคือง ดูเหมือนว่าคำตอบของฉันจะเสียดแทงไปใต้ผิวหนังเขาแล้ว
 
— ด้วยเรื่องนี้ฉันคงจะสร้างระยะห่างได้เล็กน้อยแล้วสินะ ?
 
ฉันรู้ดีว่าเอริคไม่ได้เป็นทายาทโดยตรงอย่างเกรซหรือซีกฮาร์ท และความเลือดร้อนของเขาส่วนใหญ่ก็เป็นผลมาจากการที่พระมารดาของเขาเป็นเพียงพระชายารอง ต่อให้หลังจบพิธีการศึกษา เหล่าเด็กขุนนางชนชั้นสูงจะยังคงไปมาหาสู่กันอยู่ดังเดิม แต่เขาคงจะถูกเตะออกไป เขาก็แค่มาระบายใส่ฉัน วุ่นวายชะมัด เพราะว่าเอริคเป็นลูกนอกกฎหมาย บางทีเขาก็คงจะไม่มีงานอะไรรองรับในอนาคตอีกต่างหาก
 
"เอริค"
 
เอริคเหลือบมองฉันคล้ายกับเขากำลังจะระเบิด เกรซหยุดยั้งเขาด้วยฝ่ามือที่บีบไหล่ของเอริคแน่น พลางกระซิบอะไรบางอย่างและลากตัวเขาออกไป
 
ก็นะ แม้ว่าฉันจะมีฐานันดรสูง แต่เขาไม่มีความเคารพใด ๆ กับฉันสักนิด ฉันเองก็ไม่อยากจะมีความสัมพันธ์ที่เลวร้ายกับเกรซเช่นกัน เพราะบางทีฉันอาจจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับขุนนางสูงศักดิ์อย่างตระกูลอาร์ชดยุคในสภาขุนนางชั้นสูงในอนาคต มันก็ไม่มีสิ่งใดที่ฉันจะทำได้ จึงได้แต่ปล่อยพวกเขาไป
 
".......สหายของข้าหยาบคายต่อท่านแล้ว"
 
ซีกฮาร์ทก้มศีรษะของเขาลงต่อฉันอย่างงุ่มง่าม เขาเป็นหลานชายของท่านสมุหกลาโหม ท่านมาร์ควิสโรเลนท์เซอร์ เรือนผมสีดำและนัยน์ตาสีน้ำตาลแดงเรียวคม ใบหน้าที่ปราศจากความเกรงกลัวเหมือนกับปู่ของตัวเอง และเขายังดูจะมีความทะเยอทะยานอย่างที่คาดไว้สำหรับลูกหลานของตระกูลทางการทหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอัร์คเซีย เขายังสูงที่สุดในบรรดาเด็กชาย รวมไปถึงรูปร่างง่ายที่จะบอกได้เลยว่าเขาเป็นขุนนางทหาร
 
นามของฉันในฐานะไอน์สบาร์คเองก็เป็นที่รู้จักในฐานะขุนนางทหารเช่นกัน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเขาแล้ว ฉันรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นไอ้เปี๊ยกไปเลยทีเดียว ช่องว่างระหว่างพวกเรานี้คงจะเป็นเพราะเพศล่ะมั้ง ?
 
"อย่าได้ใส่ใจเลยค่ะ ข้าเองก็ดูจะทำร้ายความรู้สึกเขาเช่นกัน"
 
ขณะที่ฉันยักไหล่ ซีกฮาร์ททำท่าทางถอนหายใจอย่างโล่งอก แลเห็นความคล้ายคลึงกับคลอเดียในท่าทางของเขาได้เลย ซึ่งให้ความรู้สึกว่าพวกเขาเป็นญาติกันจริง ๆ
 
"สุขภาพของท่านมาร์ควิสโรเลนท์เซอร์เป็นเช่นไรบ้างคะ ? ในสนามรบ ท่านได้ดูแลข้าเป็นอย่างดีเทียว"
 
"เช่นนั้นท่านก็คงจะรู้จักปู่ของข้าดี ทั้งที่พวกเราอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน แต่นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น ก็ไม่ได้พบเจอเขาเลย ดูเหมือนว่าเขาจะยุ่งวุ่นวายตลอดเวลา"
 
"อ้า เช่นนั้นเขาก็คงจะกำลังจัดการกับพวกผลพวงจากสงครามครั้งล่าสุด มีทหารที่ได้รับบาดเจ็บมากมาย เหล่าเชลยศึกก็เช่นกัน ไม่เพียงแค่นั้น ข้าศึกยังประดิษฐ์อาวุธใหม่ได้อีก เพราะว่าสงครามยังไม่จบสิ้น เขาก็คงจะเตรียมการสำหรับการรบครั้งหน้าอยู่เป็นแน่"
 
กองทัพหลวงจะได้รับคำสั่งจากราชอาณาจักร ขณะที่กองทัพของอาณาเขตคือกองทัพส่วนตัว นั่นเป็นสาเหตุที่ในสงครามระหว่างประเทศ การโรมรันส่วนใหญ่จึงเป็นของกองทัพอัศวินหลวง เนื่องจากท่านมาร์ควิสโรเลนท์เซอร์เป็นผู้เอาจริงเอาจัง เขาก็คงจะเป็นผู้นำที่ง่วนกับการทำงานอย่างขมักเขม้น
 
ในเวลานี้เอิร์กนาดเองก็คงจะยุ่งไม่แพ้กัน
 
".......แล้วกองทัพคาลเดียล่ะ ทหารที่ได้รับบาดเจ็บเป็นอย่างไรกันบ้าง ?"
 
เจ้าชายรัชทายาทที่ทรงเงียบฟังพวกเราสักพักหนึ่งตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงบางเบา บางทีพระองค์คงจะรู้ดีถึงจำนวนของผู้ที่บาดเจ็บในกองทัพหลวง สีพระพักตร์จึงขึงขังขึ้นมา
 
มันไม่มีการต่อสู้ที่ใหญ่โตนักในสงคราม — ส่วนใหญ่จะเป็นกองกำลังเล็ก ๆ ที่ปะทะกัน และยิ่งไปกว่านั้นอัร์คเซียก็ไม่มีสงครามใหญ่โตใด ๆ มากว่า 600 ปี จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงเวลาดังกล่าว เติบโตพร้อมกับจำนวนของเด็ก ๆ
 
"โชคดี กองทัพของข้ากลับจากการศึกโดยแทบจะไม่บาดเจ็บใด ๆ ค่ะ กองทัพของข้าโดยหลักแล้วประกอบด้วยกองทัพทหารม้า .......มันออกจะแตกต่างไปจากกองทัพหลวงที่ส่วนใหญ่เป็นพลทหารราบเล็กน้อย"
 
"งั้นรึ เป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ ท่านชนะการศึกครั้งแรกโดยที่กองทัพแทบจะไร้การบาดเจ็บใด วิเศษ ไว้ใจได้จริง ๆ"
 
เจ้าชายรัชทายาทดูจะทรงพระสำราญพลางตรัสชมเชย แต่ฉันรู้สึกริมฝีปากกระตุกเล็กน้อยเป็นรอยยิ้ม
 
"ขอบพระคุณสำหรับคำชื่นชมค่ะ"
 
งั้นเหรอ ทรงไม่ทราบเรื่องสงครามครั้งแรกที่ฉันเข้าร่วมด้วยจริง ๆ สินะ



NEKOPOST.NET