[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 151 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.151 - 03 ความทรงจำที่ไร้ค่า


"เฮ้ย ดูสิ..... นั่นไง ท่านเคาน์เตสคาลเดีย ผมสีดำและนัยน์ตาสีดั่งเลือด ไม่ผิดแน่"
 
"อ๋า เคาน์เตสกระหายโลหิตผู้โหด​เหี้ยมที่เลื่องลือสินะ......."
 
ในความวุ่นวายภายในห้องโถง ฉันได้ยินบางเสียงที่พูดถึงฉัน เพราะว่าฉันมียศเป็นเคาน์เตสซึ่งมีฐานันดรสูงสุดในหมู่นักเรียนรองจากมกุฎราชกุมาร ฉันจึงเป็นที่ดึงดูดความสนใจอันน่ารำคาญจำนวนมาก
 
มีขุนนางข้าหลวงมากมายในเมืองหลวง เมื่อเทียบกับขุนนางที่มีที่ดินศักดินา เห็นได้ชัดเจนใน "เมืองหลวงแห่งที่สอง" ว่าชื่อเสียของฉันลือกระฉ่อนจากพ่อแม่ถึงลูกหลานแล้ว
 
ขณะสังเกตถึงการคานอำนาจที่แตกต่างไปจากสภาขุนนางอย่างมีเลศนัย ฉันเยื้องย่างไปรอบ ๆ ห้องโถงมองหาใครสักคนที่น่าจะคุ้นเคย
 
งานเลี้ยงยามค่ำเพื่อต้อนรับนักเรียนใหม่จะจัดขึ้นในคืนนี้ และฉันคิดว่าคงต้องไปเข้าร่วมด้วย แต่ด้วยการเลื่อนตำแหน่งขุนนางก่อนหน้านี้ ฉันก็ไม่อยากจะดึงดูดความสนใจที่ไม่จำเป็นนัก และนอกเหนือจากนั้น การถูกทุกคนจ้องมองมา ไม่ว่าพวกเขาจะพูดอะไร ว่าตามตรงแล้วล้วนแต่ให้ความรู้สึกไม่ดีทั้งนั้น
 
ถึงฉันวางแผนว่าจะกลับไปหลังจากได้พบใครสักคนที่จำแนกได้ว่ามาจากเกมจีบหนุ่ม แต่ฉันก็ไม่พบคนแบบนั้นเลยสักคนเดียว........ ถึงอย่างไรฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดกับคนคนนั้น นอกเหนือไปจากการทักทายเบื้องต้นอยู่แล้วนี่นะ ถ้างั้นกลับเลยก็ได้ล่ะมั้ง ? ขณะที่ฉันคร้านจะเป็นที่สนใจในห้องโถง ใครบางคนก็แตะไหล่ของฉัน
 
"ไง ท่านเคาน์เตสคาลเดีย...... ไม่สิ ไอน์สบาร์ค ขอแสดงความยินดีกับการเลื่อนตำแหน่งขุนนางด้วยนะ"
 
เมื่อฉันเหลียวกลับไปก็พบกับเด็กชายรูปงามอย่างน่าประหลาด พร้อมเรือนผมสีบลอนด์และนัยน์ตาสีฟ้า ฉันระงับความตระหนกของตัวเองไว้
 
"องค์มกุฎราชกุมาร......"
 
ผู้แย้มพระสรวลนุ่มนวลคือ เจ้าชายรัชทายาทของประเทศแห่งนี้ เจ้าชายอัลเฟรด ด้วยพระโอษฐ์​แย้มยิ้ม​แจ่มจรัส พระองค์ทรง​ยื่นพระหัตถ์​มายังฉัน
 
ฉันแตะพระหัตถ์​ และหลังช่วงเวลาแห่ง​ความสับสน ฉันก็จุมพิตหลังพระหัตถ์​เล็กน้อย เพราะว่าพวกเราไม่เคยแนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการมาก่อน นอกจากนี้นี่ก็ยังเป็นพระราชปฏิสันถารครั้งแรก จึงออกจะสุภาพเป็นทางการเสียหน่อย แต่ตัดสินจากสีพระพักตร์​แล้ว บางทีพระองค์​คงทรงประสงค์ให้ฉันสัมผัสพระหัตถ์​มากกว่าแฮะ
 
ฉันเคยเห็นพระองค์​ไม่กี่ครั้งมาก่อนหน้านี้ตอนที่ไปพระราชวัง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบ​ใกล้ชิดและเห็นพระพักตร์​ชัดเจน บัดนั้นเอง ฉันก็ระลึกได้ว่าพระองค์​คือหนึ่งในตัวละครหลักของเกมจีบหนุ่ม ทั้งยังเป็นตัวแทนนักเรียนใหม่ที่ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เปิดพิธีหลังจากนี้ ตอนที่ฉันได้เห็นพระองค์​ตรง ๆ ความทรงจำที่พร่ามัวเกี่ยวกับเกมจีบหนุ่มพลันกระจ่างขึ้นมา คล้ายกับตอนที่มาถึงที่หน้าประตูโรงเรียน
 
ฉันจำได้ว่าเจ้าชายรัชทายาททรงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตัวละครหลักอื่น ๆ และเมื่อมองไปยังผู้คนที่อยู่ถัดจากพระองค์​ อย่างที่คาดไว้ ฉันก็ถูกถาโถม​ด้วยหลากหลายใบหน้าที่คุ้นเคย
 
น่าพิศวง ฉันลืมชื่อของพวกเขาไปแล้ว แต่กลับจำข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับพวกเขาจากรายชื่อตัวละครได้
 
ตามความทรงจำที่คลุมเครือ เหล่าชายที่อยู่ถัดจากพระองค์​ต่างเป็นโอรสในท่านอาร์ชดยุค และหลานชายของท่านสมุหกลาโหมแห่งกองทัพหลวงของอัร์คเซีย พวกเขาต่างเป็นผู้ที่จะดำรงตำแหน่งสำคัญต่ออนาคตของประเทศนี้
 
พวกเขาคือเสาหลักในการสนับสนุนองค์มกุฎราชกุมาร.........ไม่น่าประหลาดใจเลย หากโรงเรียนนี้จะถูกโจมตีจากแผนร้ายสักอย่างในอนาคต ดูเหมือนว่ามีบุคคลสำคัญมากมายเหลือเกินที่ได้มารวมตัวกันที่นี่ในฐานะน้องใหม่เช่นเดียวกับฉัน
 
ฉันนึกถึงหญิงที่รุกรานราชอาณาจักรของพวกเรา และก่ออัคคีภัยใหญ่โตในย่านสามัญชน แต่ฉันก็เก็บความทรงจำที่ไม่น่าพิศมัยนั่นไว้กับตัวเอง
 
เอาเถอะ คงเป็นเพราะตำแหน่งที่สูงของฉัน ทำให้เจ้าชายรัชทายาทต้องทรงลำบากมีพระราชปฏิสันถารด้วย สถานะทางสังคมในโรงเรียนแห่งนี้ แหงล่ะว่ามีลูกหลานขุนนางมากมายที่มาจากตระกูลขุนนางสูงศักดิ์กว่าฉัน แต่ตามบทกฎหมายของประเทศนี้ นักเรียนส่วนใหญ่ล้วนยังไม่ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นของตนเอง พวกเขาก็ยังถูกปฏิบัติเช่นขุนนางไร้บรรดาศักดิ์ ก็คงจะมีนักเรียนจำนวนหนึ่งล่ะที่สืบทอดตำแหน่งบารอนหรือไวส์เคานท์ แต่ดูเหมือนว่าฉันจะเป็นเพียงผู้เดียวที่มีฐานันดรชั้น​เอิร์ล
 
"......ข้าพระองค์ยินดียิ่ง เป็นเกียรติแก่ข้าพระองค์ที่ได้รับกระแสพระราชดำรัสแสดงความยินดีจากใต้ฝ่าละอองพระบาท พระเจ้า​ข้า"
 
"อื้อ เราก็ยินดีเช่นกันที่ได้ยินว่าพวกเราอยู่ชั้นเรียนเดียวกัน เราอยู่ในความดูแลของท่านแล้ว"
 
ฉันพยายามเค้นเสียงคำราชาศัพท์ที่เหมาะสมตามมารยาทออกไปในที่สุด และเจ้าชายก็แย้มพระสรวลกลับมาอย่างสง่างาม
 
อ้า นี่มัน..... ด้วยพระสิริโฉมนี้ ก็เข้าใจได้เลยว่าทำไมถึงมีผู้คนมากมายที่ถูกพระองค์ดึงดูด
 
พระโฉมยงเป็นหนึ่งในคุณลักษณะของพระองค์
 
ขณะที่เจ้าชายลำดับที่หนึ่ง เจ้าชายอัลเบิร์ตเป็นที่รู้กันถึงพระอัจฉริยภาพ แต่ก็มีการประเมินเกี่ยวกับพระรูปโฉมของพระองค์ว่าเป็นไปตามเกณฑ์เฉลี่ยเท่านั้น สำหรับเจ้าชายลำดับที่สองหรือมกุฎราชกุมารอัลเฟรดที่อยู่เบื้องหน้าฉันตอนนี้ มีพระโฉมยงที่ไม่มีผู้ใดทัดเทียบกับความสง่างามได้เลย ถึงขนาดที่ฉันนึกกังขาสายตาของตัวเอง
 
ความจริงที่ว่าพระองค์​อย​ู่ชั้นเรียนเดียวกัน มันก็เป็นไปตามเนื้อหาของเกม และไม่เหมือนกับเจ้าชายลำดับที่หนึ่ง — สายพระโลหิตที่ไม่ด่างพร้อยอันมาจากสายพระโลหิตของราชวงศ์อัร์คเซียเพียงหนึ่งเท่านั้น
 
"นี่ ถ้าเป็นไปได้ท่านไม่ต้องเคร่งครัดขนาดนั้นหรอก ท่านมิใช่ข้าราชบริพารของเรา หากแต่เป็นขุนนางในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท และนอกจากนั้น ที่นี่ก็เป็นแค่โรงเรียน เราแค่อยากเป็นสหายกับท่าน มิได้หรือ ?"
 
ขณะที่ฉันง่วนกับการคิดอย่างเงียบงัน และหลุดออกจากสถานการณ์ทางสังคมที่ฉันไม่เข้าใจเลยหลังจากใช้เวลาในสนามรบมากเกินไป พระสุรเสียงของเจ้าชายรัชทายาทก็ดึงสติฉันกลับมาอีกครั้ง บางทีสาเหตุที่พระองค์​ดูไม่พอพระทัยนัก คงเป็นเพราะฉันจุมพิตหลังพระหัตถ์ที่เป็นทางการเกินไปกระมัง
 
......ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจะตกลงอยู่หรอก มันคงจะง่ายกว่าที่จะพูดจาด้วย แต่ก็ใช่ว่าพระองค์เป็นแค่ตัวละคร​ในเกมเสีย​เมื่อไหร่​ ฉันไม่คิดเป็นเพื่อนกับใครสักคนด้วยเหตุผลงี่เง่าแบบนั้นจริง ๆ หรอกนะ
 
"เดชะพระอาญามิพ้นเกล้า ที่ข้าพระองค์กล่าววาจาตามธรรมเนียมปฏิบัติเช่นนี้ ใต้ฝ่าละอองพระบาททรงเป็นองค์ราชาธิบดีแห่งรัชสมัยหน้า ข้าพระองค์มิบังควรล่วงเกิน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม"
 
"แต่ว่าท่านจะกล่าววาจาเป็นทางการแบบนี้ตลอดสามปีหรือไร ? เราคิดว่านั่นรังแต่จะเหนื่อยเปล่ากันเสียทั้งหมด ปล่อยวางเรื่องตำแหน่งนั่นไปเถิด เราคิดว่าพวกเราทั้งคู่คงมีการคบหาสมาคมกันมากขึ้นทีเดียวนะ"
 
........ไม่ มันไม่ควรจะเป็นอะไรแบบนั้นสิ เจ้าชายรัชทายาทนี่ตรัสอะไรอยู่เนี่ย
 
แม้ว่าฉันจะมีบรรดาศักดิ์ขุนนางสูงสุดอันดับสองถัดจากมกุฎราชกุมารในโรงเรียน แต่เมื่อออกจากสถานศึกษานี้ไป ฉันก็เป็นเพียงแค่เคาน์เตสเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ฉันยังเพิ่งจะได้รับตำแหน่งด้วยซ้ำ ต่างจากตำแหน่งที่สูงกว่าอย่างมาร์ควิสหรือมาร์เกรฟ สถานะทางสังคมของฉันไม่ได้อำนวยให้ใกล้ชิดกับเจ้าชายรัชทายาทสักนิด
 
มันน่าจะมีลูกหลานดยุครุ่นเดียวกันนี่นา ฉันว่าคงจะดีกว่าถ้าพระองค์​เสด็จ​ไปหาพวกนั้นแทนนะ ในสังคมของขุนนาง มันก็มีเรื่องไร้สาระอย่างความไม่ลงรอยกันระหว่างสถานะที่ไม่คู่ควร จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังต้องรับมือกับผลพวงที่น่ารำคาญจากการได้รับพระราชทานเหรียญอิสริยาภรณ์อยู่เลย
 
แม้ฉันจะคิดแบบนี้ แต่ด้วยสถานะทางสังคมที่ต่ำต้อยกว่ามกุฎราชกุมารมาก นั่นก็ช่วยไม่ได้ ฉันไม่สามารถปฏิเสธพระราชดำรัสโดยตรงของพระองค์ได้หรอก
 
"......รับสนองพระราชประสงค์ พระเจ้าข้า​"
 
ท้ายที่สุดเมื่อฉันถูกบังคับให้เห็นชอบกับพระองค์​ เจ้าชายรัชทายาทก็แย้มสรวลงดงามอีกครั้ง ได้โปรดหยุดสักทีเถอะ ตาฉันพร่าแทบจะบอดแล้ว
 
"ขอบใจมาก ท่านเคาน์เตส อีกอย่างหนึ่งที่เราอยากรู้ ท่านบอกเราได้หรือไม่ว่าเหตุใดจึงแต่งชุดเด็กผู้ชายกันเล่า ?"
 
"ตามกฎระเบียบของโรงเรียน นักเรียนที่มีตำแหน่งบรรดาศักดิ์จะต้องแต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบทางการทหารอย่างเป็นทางการค่ะ"
 
"เราก็รู้เรื่องนั้น แต่ว่า.........."
 
ฉันแน่ใจว่ามันก็เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเจ้าชายรัชทายาทที่จะสับสนกับสิ่งที่ฉันสวม ก็อย่างทุกที ฉันแต่งกายด้วยชุดพิธีการสำหรับผู้ชาย
 
โรงเรียนขุนนางแห่งนี้ไม่มีเครื่องแบบนักเรียน และลูกหลานขุนนางส่วนมากก็แต่งชุดส่วนตัวตามใจชอบ​ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง มันเป็นเรื่องปกติที่พวกหล่อนส่วนมากจะสวมชุดกระโปรงและเครื่องประดับ เพื่อให้เป็นที่จับตามองของเหล่าขุนนางอื่น ๆ ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ยังไร้การหมั้นหมายจะพยายามหาคู่ครอง​ที่โรงเรียนขุนนางแห่งนี้อย่างเต็มที่แหละนะ
 
แต่ก็อย่างที่เจ้าชายรัชทายาททรงฉลองพระองค์ด้วยชุดภาคีอัศวิน​ ฉันเองในตอนนี้ก็แต่งชุดเครื่องแบบทหารของกองทัพคาลเดีย เพราะว่ามันมีกฎที่ว่าขุนนางที่มีบรรดาศักดิ์จะต้องแต่งชุดทหารเข้าโรงเรียน กฎนี้ก็เพื่อส่งเสริมให้สถานะโดดเด่นแตกต่างไปจากนักเรียนทั่วไป
 
"......กฎนั่นรวมไปถึงนักเรียนหญิงด้วยงั้นหรือ ?"
 
"ข้าเป็นตัวอย่างแรกของนักเรียนหญิงที่มีบรรดาศักดิ์นับตั้งแต่ที่โรงเรียนนี้เคยมีมาก่อน ดังนั้นจึงรวมถึงข้าด้วยเช่นกันค่ะ"
 
สาเหตุที่ฉันมักแต่งกายแบบนี้มันก็ยังคงเหมือนกับแต่ก่อนนั่นแหละ เพราะว่าไม่เคยมีลอร์ดผู้หญิงที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเช่นฉันมาก่อน มันจึงขาดกฎระเบียบทางการสำหรับเครื่องแบบของเด็กผู้หญิง นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันมักแต่งเครื่องแบบอัศวินหรือเครื่องแบบทหาร ไม่ว่าเมื่อใดก็ตามที่เข้าร่วมทางสังคมอย่างงานเลี้ยงยามค่ำ ไม่เคยเปลี่ยนเลย
 
"ชุดเหล่านี้ใช้ในทางปฏิบัติได้มากกว่าชุดกระโปรง และข้าก็นิยมที่จะแต่งแบบนี้เช่นกัน ดีเสียอีกที่มิต้องสิ้นเปลืองไปกับสิ่งไร้ความจำเป็นเช่นเครื่องประดับ พระองค์อย่าทรงเป็นกังวลเรื่องเครื่องแบบของข้าเลยค่ะ"
 
"......เอ่อ ......งั้นเหรอ เช่นนั้นก็ดีแล้วล่ะ ถ้าท่านชอบ"
 
เจ้าชายรัชทายาททรงดูจะสับสนยิ่งกว่าเดิม พลางผงกพระเศียร



NEKOPOST.NET