[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 150 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.150 - 02 สู่โรงเรียนขุนนาง


โรงเรียนขุนนาง
 
สถานที่ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ลูกหลานขุนนางรุ่นเยาว์จะต้องเข้าศึกษาเมื่ออายุย่างเข้าสิบสามจนถึงสิบห้าปี มันคือสถาบันการศึกษาทั่วไปเพียงหนึ่งเดียวในประเทศ และส่วนใหญ่เน้นการสอนเนื้อหาของประมวลศักดิ์สิทธิ์และกฎหมายภายในประเทศ รวมไปถึงเศรษฐกิจ, ประวัติศาสตร์, ภูมิศาสตร์, จริยศาสตร์, มารยาททางสังคม และภาษาต่างประเทศ — เป็นวิชาการพื้นฐานทั้งหมดของสถาบัน และก็ยังมีกระทั่งวิชาเอกในบางรายวิชาและการดำเนินงานทางวิจัยที่นี่
 
แม้ว่าจะเป็นสถานศึกษา แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ลูกหลานขุนนางจะได้รับการศึกษาบางส่วนจากที่บ้านมาก่อนอยู่แล้ว ดูเหมือนว่าโรงเรียนแห่งนี้จะถูกก่อตั้งขึ้นโดยศาสนจักร เพื่อให้การศึกษาเรื่องประมวลศักดิ์สิทธิ์และประวัติศาสตร์ของประเทศตัวเอง รวมถึงการพัฒนาประเทศ
 
สำหรับสาเหตุที่ว่าทำไมลูกหลานขุนนางทุกคนจะต้องอยู่อาศัยในหอพักที่นี่เป็นเวลาสามปี — จุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ในหมู่ขุนนางวัยเดียวกันที่จะเป็นมิตรสหาย เมื่อพวกเขามีอำนาจในอนาคต
 
นอกเหนือไปจากช่วงวันหยุดฤดูหนาวแล้ว การจะออกนอกสถานที่จำเป็นต้องมีใบอนุมัติมาจากผู้นำตระกูล และเหล่าขุนนางที่ไม่ใช่นักวิจัย, อาจารย์ หรือนักเรียนจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาภายในโรงเรียน
 
ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ โรงเรียนขุนนางจึงครอบครองที่ดินกว้างขวางในซีกตะวันตกของเมืองหลวง จนแทบจะเป็นเมืองขนาดเล็กและได้รับขนานชื่อเล่นในสังคมว่า "เมืองหลวงแห่งที่สอง"
 
 
 
 
 
ในวันปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ ฉันไปโรงเรียนขุนนางร่วมกับราโทก้า, อัสรัน, เรกะ, ทีร่า และสตรีที่มีนามว่า คอร์เนเลีย ไฮเดมานน์
 
นางคอร์เนเลีย ไฮเดมานน์ เป็นผู้ที่ทำงานให้กับตระกูลเทเรเซียในเมืองหลวงในฐานะหัวหน้าผู้ดูแลบ้าน และนางทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองของฉันแทนท่านเอิร์ล เทเรเซีย ในการพาฉันมายังโรงเรียน บางทีคงเป็นท่านเอิร์ลเทเรเซียหรือไม่ก็ตระกูลเทเรเซียที่ต้องการสังเกตการณ์ฉันและดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง
 
พวกเรากำลังไปโรงเรียนด้วยจำนวนข้ารับใช้และสัมภาระน้อยนิด เพราะว่าฉันได้ขายบ้านพักขนาดเล็กในเมืองหลวงของตัวเองไปแล้ว และข้าวของก็ถูกนำไปไว้ที่หอพักเรียบร้อย ฉันได้โยกย้ายข้ารับใช้ของบ้านพักเดิมไปที่หอพัก และขายเครื่องเรือนที่ไม่จำเป็นทิ้งไป
 
"ท่านเอลิซ่า โรงเรียนขุนนางนี่เป็นยังไงเหรอ ?"
 
ภายในรถม้าเช่าเพื่อไปโรงเรียนขุนนาง เรกะตื่นเต้นที่จะได้เห็นโรงเรียนขุนนางตั้งแต่เริ่มต้น แต่เขาคงจะเหนื่อยแล้วเมื่อได้เห็นรั้วโรงเรียนที่ยาวไม่สิ้นสุด จึงถามคำถามกับฉัน
 
ขณะที่ความรู้ทางภาษาอัร์คเซียของเขายังคงแย่ แต่ในเวลาไม่กี่ปีเขาก็เรียนรู้มากขึ้นและค่อนข้างพูดคุยได้แล้ว มันแตกต่างไปจากไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ที่เขาเงียบมาก
 
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าผู้ที่ถูกส่งมาจากตระกูลชั้นสูงในเมืองหลวงจะมีความเห็นแตกต่างเกี่ยวกับคำถามของเขา
 
"อย่าพูดจากับเจ้านายด้วยอากัปกิริยาไม่ระมัดระวังแบบนั้นนะ"
 
ก่อนที่ฉันจะตอบเขา น้ำเสียงเย็นของนางไฮเดมานน์ก็ตำหนิเรกะอย่างเข้มงวด มันปุบปับมากจนเรกะ, ทีร่า และอัสรันมองไปยังนางด้วยสีหน้าประหลาดใจ กระทั่งราโทก้าที่มีประสบการณ์ในเหตุการณ์สาธารณะต่าง ๆ ในฐานะหญิงรับใช้ก็ยังมีสีหน้าไม่พอใจ ฉันสับสนชั่วขณะหนึ่งว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้ ก่อนที่ฉันจะกล่าว
 
"......ไฮเดมานน์ ข้าไม่มีข้อจำกัดใด ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาจะถามข้าเป็นส่วนตัว"
 
"เช่นนั้นก็กรุณาเปลี่ยนแปลงด้วยเถอะเจ้าค่ะ ข้ารับใช้ที่มีท่าทีกันเองต่อเจ้านายของตนจะทำให้ชื่อเสียงของท่านมัวหมอง บ่าวควรตระหนักถึงสถานะของตัวเองและประพฤติตัวให้ถูกต้องเหมาะสมเจ้าค่ะ"
 
ฉันรู้เรื่องนั้นอยู่แล้ว มันมีความแตกต่างใหญ่หลวงบางประการของขุนนางในเมืองหลวงถึงการปฏิบัติตัวของเหล่าข้ารับใช้ เมื่อเปรียบเทียบกับขุนนางที่มีอาณาเขตเป็นของตัวเอง ที่เมืองหลวงการติดต่อพูดคุยกับข้ารับใช้นั้นน้อยมาก และเหล่าข้ารับใช้ก็ห้ามจ้องมองตาของขุนนางโดยตรง ทั้งหมดคือการรักษาศักดิ์ศรีที่เรียกว่าขุนนางของพวกเขา
 
จริง ๆ แล้วสำหรับท่านเอิร์ลเทเรเซียเองก็เช่นกัน เมื่อใดก็ตามที่เขาอยู่ที่เมืองหลวง เขาจะมีขุนนางผู้น้อยคนอื่น ๆ ติดตามไปด้วยและทำธุระปะปังให้ สำหรับตระกูลที่มีสถานะสูงส่งอย่างเทเรเซีย ดูเหมือนว่าผู้ติดตามของพวกเขาจะเป็นขุนนางระดับล่างอย่างไวส์เคานท์หรือบารอน
 
เนื่องจากเหล่าขุนนางเองไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าโรงเรียน ข้ารับใช้ส่วนใหญ่จึงมักมาจากตระกูลขุนนางระดับล่าง ส่วนมากแล้วเป็นญาติห่าง ๆ จากตระกูลขุนนางที่ไร้อำนาจพอจะเป็นขุนนางด้วยตัวเอง........ ลูกหลานขุนนางจากตระกูลชั้นเอิร์ลหรือสูงกว่านั้นจึงมีข้ารับใช้และผู้ติดตามแบบนั้น
 
แม้ว่าฉันจะไม่ชอบใจในเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ฉันก็เป็นเคาน์เตสผู้น้อย ตามหลักการแล้วฉันควรจะรับตัวบุตรสาวจากตระกูลขุนนางอื่นมารับใช้ หรืออะไรเลา ๆ นั้น แต่เพราะว่าฉันเป็นไวส์เคาน์เตสมาก่อนจนกระทั่งครึ่งปีก่อน จึงไม่มีสัมพันธ์ในเรื่องนี้นัก นอกจากนั้น ฉันคิดว่ามันจะง่ายกว่าที่จะให้คนที่รู้จักดีมาติดตาม นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันนำทีร่าและที่เหลือมาด้วย
 
อย่างน้อยที่สุด ฉันก็อยากได้ข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์พอที่จะรู้และช่วยเหลือฉันเรื่องความลับของราโทก้าที่เป็นร่างแยกของฉัน ดังนั้นเพื่อนสมัยเด็กจากพลเมืองใหม่จึงเป็นสิ่งจำเป็น ทีร่า, เรกะ และอัสรันจึงกลายเป็นหญิงรับใช้, บ่าวรับใช้ และผู้อารักขา
 
"ถ้าเช่นนั้นให้ข้าได้บอกเจ้าสักหน่อย ก่อนที่พวกเขาจะมาเป็นข้ารับใช้ของข้า พวกเขามีสถานะเป็นผู้ช่วยของข้า .....อา ที่ข้าได้นำพวกเขามาเป็นข้ารับใช้ก็เป็นเพราะพวกเขามีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งต่อคาลเดีย"
 
ฉันพูดห้วนกับนางไฮเดมานน์ว่าฉันไว้ใจพวกเขา ฉันรับภาระนำข้ารับใช้ที่ไม่ต้องเฝ้าระวังตัวไว้ย่อมดีกว่า มันจะน่ารำคาญ ถ้าฉันต้องฝืนว่าจ้างคนที่ไม่รู้จักมาเพียงเพื่อความเหมาะสมเช่นขุนนางคนอื่น
 
ดูเหมือนว่านางไฮเดมานน์ที่ทำงานให้ตระกูลเทเรเซียในเมืองหลวงจะไม่มีความเข้าใจในระบบผู้ช่วย​ที่มักใช้ในหมู่ลอร์ดผู้ครองดินแดน ทั้งหมดที่หล่อน​ทำก็คือการหุบปากเงียบหลังตะแบงว่า "เช่นนั้น ก็อย่าได้กล่าวว่าข้ามิได้ตักเตือนท่านก็แล้วกัน​เจ้าค่ะ" และมันก็ง่ายที่บอกเลยว่าเธอขุ่นเคืองนักล่ะ
 
"ท่านเคาน์เตส พวกเรามาถึงทางเข้าหลักของโรงเรียนขุนนางแล้วขอรับ"
 
ด้วยบรรยากาศที่หนักหน่วงในรถม้า สารถีก็แจ้งถึงการมาถึงแล้วกับพวกเรา รถม้าชะลอตัวลง และหยุดนิ่งสนิท นางไฮเดมานน์ออกจากรถม้าโดยปราศจากคำพูดจาใด และใบหน้าของนางหงิกงออย่างไม่สบอารมณ์นัก
 
"คุณผู้หญิงไฮเดมานน์ กรุณา​ช่วยเหลือ​เรกะดูแลเรื่อง​การชำระเงินค่าเช่ารถม้าด้วยเถิด สำหรับครั้งแรก นี่จึงเป็นสิ่งสร้างความโล่งใจแก่พวกเรา​แล้วที่มีผู้ใหญ่ติดตามมาด้วย"
 
ราโทก้าเข้ามาคลี่คลายบรรยากาศภายในรถในที่สุด
 
......บางทีฉันคงจะต้องให้รางวัลเป็นผลไม้ที่เขาชอบในภายหลัง เพราะเขาช่วยรับมือบุคคลยุ่งยากให้ในวันแรกของการเข้าเรียน เดี๋ยว​นะ นี่ฉันจะโอ๋เขาเกินไปไหมเนี่ย ?
 
 
 
 
 
เมื่อออกมาจากรถม้า ประตูรั้วโรงเรียนเบื้องหน้าก็ครอบงำวิสัยทัศน์ของฉันทั้งหมด บนทางเดินที่ปูด้วยอิฐ คือซุ้มประตูโค้งที่ตกแต่งอย่างงดงาม แลเห็นอาคารเรียนสีขาวอยู่เบื้องหลัง รวมไปถึงท้องฟ้าใสกระจ่างเบื้องบน สภาพอากาศสวยงามเหมาะสำหรับวันปฐมนิเทศ
 
มันเป็นทิวทัศน์อันเจริญตาอย่างแท้จริง แม้ไม่ได้ระยิบระยับอย่างพระราชวัง แต่กล่าวได้เลยว่าโรงเรียนขุนนางมีความสง่าผ่าเผยและสดชื่นเหมาะสมกับสถาบันการศึกษาที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และขนบประเพณีอันยาวนาน
 
.......อย่างไรก็ตาม ทิวทัศน์อันอัศจรรย์นี้ก็ถูกทำลายลงด้วยชื่อและโลโก้ของเกมจีบหนุ่มในความทรงจำที่เข้ามาบดบังทัศนียภาพเบื้องหลัง​นี้
 
คิดดูแล้ว นี่ฉันมัวทำอะไรอยู่เนี่ย ฉันส่ายศีรษะ รู้สึกผิดหวังกับตัวเองเล็กน้อย ถึงฉันจะไม่ได้ยุ่งวุ่นวายมากนักในช่วงที่ผ่านมา..... แต่ก็ลืมมันเสียสนิทเพราะว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องใด ๆ กับการรบ ฉันเพิ่งจะจำขึ้นมาได้อีกครั้งตอนที่อยู่ที่นี่เอง
 
ถึงแม้ว่ากันตามตรงแล้ว ฉันก็ไม่ได้สนใจนักหรอก ถ้าจะลืมมันไป มันก็แค่ความทรงจำที่ไม่น่าพิศมัยที่ไม่เป็นประโยชน์ใด ๆ ต่อฉันแม้แต่น้อย
 
— โรงเรียนนี้ คือเวทีหลักของเกมจีบหนุ่ม
 
จะว่ายังไงดีล่ะ
 
พอฉันนึกถึงเรื่องที่วางยาพิษครอบครัวตัวเองก็หัวเราะขื่น ในเวลานั้น ฉันหวาดกลัวต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองอย่างในเกมมาก และก็ยังรู้สึกได้ถึงความข้นคลั่กของความเกลียดชังและหวาดผวา
 
แล้วในตอนนี้เล่า ? มองไปในสถานที่อันคุ้นตา ทั้งที่ยังไม่เคยมาที่นี่มาก่อน ค่อย ๆ หวนนึกถึงความทรงจำเท่าที่ระลึกได้
 
แม้จะจำบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับชาติก่อนของเด็กหญิงได้ แต่รายละเอียดของเกมจีบหนุ่มกลับไม่ปรากฏมากนัก และไม่คิดว่ามันจะเป็นประโยชน์ด้วย
 
.......ก็นะ มันก็คงจะฟื้นคืนขึ้นมาเอง ถ้าฉันได้เห็นสิ่งที่คุ้นตา ดังนั้นก็ไม่ต้องพยายามตะบี้ตะบันนักหรอก
 
นอกจากนั้น ที่นี่ก็เป็นโลกที่ผู้คนก็มีชีวิตจริง ๆ ไม่ใช่เกม
 
มันจึงไร้ความหมายโดยสิ้นเชิงในการพยายามคิดจำกัดสถานการณ์ ถึงแม้การล่วงรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างในอนาคตจะเป็นประโยชน์ได้ก็ตามที
 

 

 
T/N: ภาคโรงเรียนแล้ว ! แต่แอบกระซิบไว้ก่อนว่า เนื้อหาของเกมจีบหนุ่ม(ยังใช่อยู่เหรอ ?)จะเริ่มตอนช่วงปี2ค่ะ



NEKOPOST.NET