[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 146 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.146 - 00-4 การประเมินผลอันเป็นทั้งบวกหรือลบ


กองทัพส่วนพระองค์ภายใต้พระราชบัญชาโดยตรงได้เข้าร่วมสงครามเช่นเดียวกัน และอยู่ในขอบเขตแนวการสู้รบบนที่ราบเกรตเพลนส์แห่งยุกก์เฟน่าที่ขยายตัวออกมา
 
แม้จะเป็นที่ชัดเจนว่าฝั่งรินดาร์ลประสบความปราชัยครั้งใหญ่ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะปฏิเสธคำขอให้ยอมจำนนของอัร์คเซีย
 
ชัดเจนว่าอัร์คเซียจับตัวทหารรินดาร์ลได้กว่า 600 นายในการสู้รบครั้งล่าสุด จำนวนผู้เสียชีวิตประมาณคร่าว ๆ ก็ราว 4,000 นาย
 
แม้จะสูญเสีย และละทิ้งเชลยศึกให้ต้องโทษประหาร แต่พวกเขายังคงส่งกองทัพจำนวนมากมายังพวกเราอีกครั้ง ....... ฉันไม่รู้ว่ารินดาร์ล หรือควรจะเจาะจงไปว่า ดยุคแห่งเดนเซลกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เรื่องนี้มันก็มีชนวนเหตุที่พวกเขาประกาศสงครามกับเราด้วย "ประท้วงการเลือกปฏิบัติอย่างอยุติธรรมต่อสายเลือดขุนนางรินดาร์ล" เพราะการขับไล่เจ้าชายที่หนึ่ง เจ้าชายอัลเบิร์ต และทำให้ทรงสูญเสียโอกาสในการเข้าโรงเรียน
 
อัร์คเซียก็ยังคงเป็นอัร์คเซีย แม้ว่าพวกเขาจะสามารถยื่นเสนอพระนามเจ้าชายอัลเบิร์ตให้เป็นนักเรียนที่โรงเรียนขุนนาง และหลีกเลี่ยงการนองเลือดของพลเรือนได้ แต่อัร์คเซียก็ไม่ทำเช่นนั้น
 
ฉันไม่อาจแสดงความไม่พึงพอใจต่อองค์กษัตริย์ได้สักนิด ตั้งแต่ที่พระองค์ทรงส่งกองทัพหลวงมายังแนวหน้า และตั้งแต่ที่สหภาพรินดาร์ลได้สถาปนาเป็นประเทศใหม่แล้ว บางทีพวกเขาคงไม่ต้องการถอยกลับ เพื่อประโยชน์ของชื่อเสียงเรียงนามของพวกเขาเองล่ะมั้ง นั่นคือสิ่งที่ฉันคิด
 
......แม้ว่าฉันจะอยู่ที่แนวหน้า คิดอะไรก็ได้ตามต้องการ แต่ก็ไม่มีสิ่งใดที่จะทำได้เลย
 
ด้วยเหตุของการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของสถานการณ์ จากตำแหน่งกองทัพของฉัน ท่ามกลางการสู้รบโดยไม่สามารถติดต่อกับพันธมิตรของของพวกเราเองได้ การโจมตีที่ฉันได้วางแผนการไว้ทำให้ทหารจำนวนสามสิบนายของฉันบาดเจ็บ และหกนายเสียชีวิต แม้ฉันจะรู้ดีถึงความสูญเสียที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในสงคราม .........แต่ฉันก็ยังเกลียดตัวเองจับใจกับความตายของพวกเขา
 
หมู่ทหารผู้วายชนม์ พวกเขาคือผู้ที่เคยนอนร่วมชายคาในช่วงการฝึกที่ค่ายทหารของฉันในอดีต
 
"เช่นนั้น ท่านเคาน์เตสคาลเดียและกองทัพ รวมถึงอัศวินจะรับหน้าที่ป้องกันทิศเหนือของป้อมปราการยุกก์เฟน่า ที่มุมของที่ราบสูงแบนดิเชียซึ่งเรียกว่า ที่ราบสูงริท็อกซ์"
 
การประชุมสภาขุนนางอันยาวนานสิ้นสุดลง เมื่อท่านสมุหกลาโหมแห่งกองทัพหลวงของอัร์คเซีย ท่านมาร์ควิสโรเลนท์เซอร์มอบหมายคำสั่งใหม่ให้กับฉัน มันไม่มีทางที่ฉันจะยินดีกับเรื่องนี้ได้เลย ถึงแม้จะไม่มีตัวเลือกอื่น นอกไปจากการยอมรับมันเท่านั้นก็เถอะ
 
"......รับทราบค่ะ"
 
ตั้งแต่ที่ฉันได้รับการเลื่อนฐานันดรที่ไม่ได้ต้องการ กองทัพคาลเดียของฉัน.....  ไม่ซิ กองทัพเคาน์เตสคาลเดียจึงถูกจัดวางกำลังกรีธาทัพเป็นแนวหน้า แม้ว่ากองทัพทหารม้าเบาของฉันควรจะรับบทบาทเป็นกองพลาธิการและหน่วยสนับสนุนข้างหลังมากกว่าก็ตาม
 
เอิร์กนาดได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่เสียงเบา บอกกับฉันเรื่องที่ราบสูงริท็อกซ์ซึ่งเป็นที่ราบสูงเล็ก ๆ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของที่ราบสูงแบนดิเชีย มันมีภูมิประเทศที่ป้องกันได้อย่างง่ายดาย กระทั่งจำนวนทหารเพียงน้อยนิด
 
ถ้าเขาว่าแบบนั้นก็คงเป็นความจริง มันเป็นเรื่องดีที่ญาติห่าง ๆ ของคลอเดียดูจะเป็นคนมีเหตุมีผลในการมอบหมายคำสั่งทางการทหารให้กับฉัน ก็นะ พวกเขาก็คงจะเป็นคนมีเหตุผลมากกว่าที่ฉันได้จินตนาการไว้ เช่นอัศวินไม่กี่คนที่ฉันรู้จัก
 
........เพราะว่าฉันได้รับคำสั่งการมา มันก็ช่วยไม่ได้ ฉันต้องใช้โอกาสนี้ในการจัดโครงสร้างคำสั่งของกองทัพใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น
 
ฉันไม่อาจปล่อยให้การจัดการอย่างการส่งกำลังบำรุงถูกละเลยไป ในตอนที่ฉันไปแนวหน้าได้
 
ทหารผู้ส่งสารส่วนตัวร่วมกับการเป็นนักยุทธศาสตร์ของฉันคือ ออสการ์และหน่วยของเขา กุนเธอร์จะบัญชาการหน่วยทหารราบเพียงหนึ่งเดียว และเอกิลนำกองทัพทหารม้าหนักที่พวกเราได้ฝึกซ้อมกันตั้งแต่ถูกเรียกตัวมาทำสงคราม
 
เธโอเมอร์นำหน่วยทหารม้าเบาที่ประกอบด้วยนักรบชิรูเป็นหลัก ขณะที่คลอเดียนำหน่วยที่มีทหารจำนวนน้อย หน่วยทหารม้าเบาที่เป็นทหารในอาณาเขตของฉัน หน่วยของคลอเดียจะเป็นกองกำลังจู่โจมเคลื่อนที่ภายใต้การบัญชาการจากฉันโดยตรง
 
มันอาจจะประหลาดที่กองทัพหลักภายใต้การบัญชาการจากฉันเป็นกองกำลังจู่โจมเคลื่อนที่ แต่ก็เป็นเพราะว่าฉันขี่ราชีออคที่เคลื่อนไหวไปมาได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด มันก็ช่วยไม่ได้ นอกจากนี้ ฉันก็ไม่ได้ช่ำชองในการกลยุทธ์ทางสงคราม ดังนั้นออสการ์ที่มีประสบการณ์จากการเป็นอัศวินแห่งยุกก์เฟน่าจึงเป็นผู้นำที่ไว้วางใจได้มากกว่าในการสั่งการทหารราบ
 
"งานของท่านมิใช่การต่อสู้ แต่เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรการป้องกัน ได้คิดอันใดบ้างแล้วหรือไม่ เลดี้คาลเดีย ?"
 
ถัดจากความประทับใจในความมีเหตุมีผลของท่านมาร์ควิสโรเลนท์เซอร์ ขุนนางสมณะก็แทรกเสียงเข้ามาในความคิดของฉันด้วยทัศนคติอันดูถูก เขาเน้นย้ำคำว่า "เลดี้" ซึ่งเป็นการหยามเกียรติต่อฉันที่แต่งเครื่องแบบอัศวินนักล่ะ
 
แม้ฉันจะคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ความโชคดีที่ได้รับการเลื่อนขั้นฐานันดร และก็เพราะว่าอาณาเขตของฉันเป็นที่รู้กันดีถึงกิตติศัพท์อันฉาวโฉ่ การเลื่อนขั้นนี้จึงสร้างความขุ่นเคืองให้กับเหล่าขุนนางชั้นสูงบางคน
 
แม้ว่าท่านมาร์ควิสนอร์ดเทิร์มจะล่วงลับไปแล้ว แต่กระทั่งตอนนี้ขุนนางทางภาคเหนือก็ยังคงพูดเรื่องน่ารำคาญนินทาลับหลัง อย่างการที่ฉันกวาดล้างข้าศึกเป็นหลักฐานถึงความอำมหิตของพ่อที่ยังคงอยู่เลือดของฉันบ้างล่ะ หรือฉันเป็นเด็กปิศาจที่ยินดีกับการอาบชโลมเลือดบ้างล่ะ
 
เอาเถอะ จะพูดอะไรก็ว่าไป ถึงอย่างไรฉันก็จะไม่ได้พบพวกเขามากนักอยู่แล้วตอนที่เข้าโรงเรียน พวกเขาก็คงอยากจะพูดว่ามันไร้สาระแค่ไหนกับคำตอบเรื่องมาตรการป้องกันของฉัน เป็นความอ่อนแอของพวกอิเรื่อยเฉื่อยแฉะที่ไม่มีอำนาจพอจะทำอะไรฉันได้ ว่ากันตามตรงแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้รู้อะไรเลยด้วยซ้ำว่าพ่อของฉันนั้นอำมหิตอย่างไร ตรงกันข้ามกับความโกรธที่ปั่นป่วนในมวลท้อง ความคิดของฉันกลับยกระดับจิตใจสูงขึ้นแทน
 
ทันใดนั้น ความคิดดี ๆ ก็ผุดแวบเข้ามา ความคิดที่ว่าจะบั่นทอนขวัญกำลังใจของไพร่พลข้าศึกได้อย่างไร ฉับพลันนั้น ฉันระลึกถึงเรื่องราวชวนหัวของเจ้าชาย ผู้ได้รับพระสมัญญานามถึงความโหดเหี้ยมในฐานะ จอมเสียบ[1] ก็เหมือนเช่นทุกที เศษเสี้ยวความทรงจำนี้ได้ผุดขึ้นมาในหัวด้วยตัวมันเอง
 
"สำหรับเรื่องนั้น ข้าใคร่ทราบว่าจักสามารถส่งตัวนักโทษทั้งหมดที่มีหมายกำหนดประหารไว้อยู่แล้ว ให้กับข้าได้หรือไม่คะ ?"
 
"......พวกนักโทษ ? ท่านวางแผนจะทำอะไร ?"
 
ฉันชำเลืองมองไปรอบ ๆ และเหล่าขุนนางทั้งหมดก็ดูจะสะดุ้งโหยง ขุนนางที่พูดกับฉันรีบกล่าว "เรื่องนี้คงต้องคุยกับท่านสมุหกลาโหมแล้ว" ก่อนจะหันกลับไปนั่งที่ตัวเองอย่างรวดเร็วเท่าที่จะทำได้
 
ปฏิกิริยาอะไรกันล่ะนั่น ?
 
ก็เพื่อให้สอดคล้องกับความคาดหวังของเหล่าขุนนาง ปราศจากการสูญเสียทหารสักนายเดียว — ฉันอุตส่าห์คิดกุศโลบาย​ที่จะบดขยี้ขวัญกำลังใจของกองทัพเดนเซลให้ราบคาบ อันจะนำไปสู่ความปราชัยอย่างน่าอเนจอนาจของพวกมันในกำมือเรา
 
"เจ้าทำหน้าตาน่ากลัวไปแล้ว"
 
เอิร์กนาดที่อยู่ข้างฉันหัวเราะคิกพร้อมกับพูดแบบนั้น
 
"......อย่างนั้น​หรือ ?"
 
"ข้าเข้าใจดีถึงความจงเกลียดจงชังของเจ้าที่มีต่อเดนเซล — รับตัวพวกเชลยศึกไป แล้วครานี้จงล้างผลาญพวกมันเสียให้ราพณาสูร"
 
คำแนะนำของเอิร์กนาดมักไร้ความปรานี มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่การกระทำของฉันบนสนามรบจะเป็นการเอาเยี่ยงอย่าง​เขา
 
ความประทับใจแรกที่มอบให้กับผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากนะ ถึงแม้จะไม่ได้หมายถึงแง่นี้ก็เถอะ

 

 

 

[1] หมายถึงเจ้าชายแห่งวาลาเคีย วลาดที่ 3 ซึ่งได้รับสมัญญาหลังสิ้นพระชนม์ว่า "วลาดนักเสียบ" (Vlad the Impaler) พระประวัติความโหดเหี้ยมต่อศัตรูของพระองค์ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดตัวละครในนวนิยายที่เป็นที่รู้จักกันดีในนาม "ผีดูดเลือด เคานท์แดรกคูลา" [wiki]



NEKOPOST.NET