[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 144 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.144 - 00-2 อีกด้านของประวัติศาสตร์ • บทปลาย


ฉันมาถึงเบื้องหน้าของทหารข้าศึกในบัดดล
 
ด้วยการจับง้าวหัวขวานแบบหลังมือ ซัดกำลังทั้งหมดฟาดทะลวงกำแพงหอกของข้าศึก
 
ห่าพิรุณโลหิตโปรยปราย ในฐานะที่เป็นแนวหน้า ฉันจึงโชกไปด้วยเลือด และนายทหารคนอื่น ๆ ที่ติดตามมาก็ชุ่มไปด้วยสีแดงฉาน
 
ตามคำที่เอิร์กนาดได้สอนไว้ มันจะสมบูรณ์แบบมาก ถ้าหากเราชโลมเลือด ก็เหมือนอย่างที่พ่อบุญธรรมบอก ภาพลักษณ์อันโดดเด่นจากการอาบเลือดของฉัน ทำให้เหล่าทหารศัตรูเผ่นป่าราบทันที
 
จากคำสอนนั้น ปล่อยตัวตามแรงเหวี่ยงตัวของราชีออค พร้อมกับบั่นหัวม้าของศัตรู เสียงกรีดร้องแห่งโทสะคล้ายจะเบ่งออกมาก้นบึ้งของปอดแผดดังมาจากสารถีที่เคยอยู่บนม้าที่ล้มตาย
 
ฉันมองเห็นเงาของทหารที่ถือปืนซึ่งซ่อนอยู่หลังกองทัพทหารม้าหนัก ฉันตั้งท่าง้าวหัวขวาน และรับรู้ได้ถึงน้ำหนักบนคมง้าวในไม่กี่วินาทีต่อมา
 
ห้าศพ ส่วนพวกที่เล็ดลอดไปก็คงถูกกวาดล้างโดยทหารที่ติดตามฉันมาแล้ว ฉันยังคงได้ยินเสียงระเบิดจากดินปืนปะทุจากข้างหลัง ครั้งนี้มันไม่เหมือนกับเป็นเสียงลั่นไก แต่น่าจะเป็นปืนลั่นเสียมากกว่า ฉันยังได้ยินเสียงที่คล้ายกับอาวุธระเบิด ตามมาด้วยการกระแทกของวัตถุหนัก ๆ ที่ตกลงพื้น อาวุธของพวกเขาเกิดระเบิดกลางครันหรือไงกันนะ
 
ขอให้ทหารของฉันไม่อยู่ตรงจุดนั้นเถอะ
 
อย่างไรก็ตาม กระบวนทัพที่แน่นหนาก็มีจุดอ่อนที่การโจมตีจากด้านข้าง กองทัพทหารม้าของพวกมันคงต้องจัดเพื่อคุ้มกันหน่วยนั่น แต่พวกมันลำดับความสำคัญในโอบล้อมของกองทัพอัร์คเซียที่มีขนาดใหญ่นี้อย่างไรกันนะ น่าสงสัย หน่วยอาวุธที่อยู่ส่วนท้ายของปีกขวาและซ้ายของกระบวนทัพแทนที่ ฝั่งรินดาร์ลคงจะใส่ทุกสิ่งทุกอย่างลงไปเพื่อปกป้องหน่วยอาวุธปืนของตัวเอง แต่คงจะไม่ได้คำนวณถึงการเคลื่อนไหวของกองทัพของฉัน เพราะว่าพวกเราควรจะเป็นเพียงแค่กองทัพพลาธิการสนับสนุนเท่านั้น
 
"ออกอาละวาดกัน ราชีออค !!"
 
ฉันหันง้าวหัวขวานต้านทานพวกทหารที่เข้ามาหมายจะหยุดยั้ง ราชีออคตอบสนองเสียงปลุกใจของฉันด้วยการกู่ร้อง เสียงคำรามลั่นของสัตว์อสูรกินเนื้อมีอำนาจต่อสัญชาตญาณอันก่อให้ผู้คนต่างถดถอยกลับไปด้วยความหวั่นเกรง
 
พร้อมกับพายุสายลม ดราโกนิสของฉันก็ปะทะเข้ากับกำแพงมนุษย์ คมหอกใดที่พุ่งมาก็เบี่ยงออกหรือไม่ก็หักทันที เมื่อต้องเกล็ดของมัน กำแพงมนุษย์และฝูงม้าเบื้องหน้าพวกเราโค่นล้มอย่างง่ายดาย
 
อ๊าาาก ทหารข้าศึกทั้งหมดแผดเสียงลั่น เสียงเกือกม้าหนักที่ติดตามฉันแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องของความตาย เกราะโลหะถูกปล่อยทิ้งไว้ให้ผิดรูป และเสียงชุ่มฉ่ำกร้วมกร้ามดังเข้าโสตประสาทแหลมคมของพวกมัน
 
"ถอนกำลัง ! ไปรวมกับกองทัพหลัก !"
 
ฉันยืนยันด้วยการชำเลืองมองเบื้องหลัง หน่วยอาวุธปืนถูกบดขยี้เรียบร้อยแล้ว กระบวนทัพของข้าศึกอยู่ในสภาวะสับสน กระบวนทัพที่แน่นหนาของพวกมันไม่ได้อนุมานถึงการโจมตีจากด้านข้างไว้ กลายเป็นความโกลากลด้วยการโจมตีที่น่าสังเวชเกินคณนา
 
ฉันชูง้าวหัวขวานขึ้นบนฟ้าและเอียงไปข้างขวา หลังได้เห็นสัญญาณของฉัน เธโอเมอร์ก็สั่งการให้ทหารของพวกเราที่อยู่ข้างหลังถอนกำลังเช่นเดียวกัน กองทัพทหารม้าเบาอันยอดเยี่ยมของฉันที่ประกอบด้วยนักรบชิรูเป็นหลักก็ขับเคลื่อนม้าของพวกเขาในทันทีและเริ่มห้อตะบึงตรงไปทางขวาพร้อมกัน
 
เมื่อฉันผ่านพื้นที่ต่อสู้ที่ขยายมาถึงปีกซ้าย คลอเดียก็มาข้างหน้า
 
"ตรงไปเลยค่ะ ! ตอนนี้พวกเราตีโอบล้อมกองทัพของข้าศึกที่เหลือได้แล้ว !"
 
"ดี ลุยเลย !!"
 
ถ้าเธอบอกว่านี่เป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้องแล้ว ฉันก็จะทำตามคำแนะนำของเธอ สำหรับเหล่าทหารที่ติดตามฉัน ออสการ์เร่งสั่งการอย่างว่องไวให้กับแต่ละกลุ่มย่อย
 
ทหารของอัร์คเซียที่ยังคงต่อสู้ก็สามารถโล่งใจไปหนึ่งเปลาะ ส่วนทหารรินดาร์ลก็ถูกขับไล่ออกไปราวกับฝูงแกะที่ถูกไล่ต้อน
 
นี่ฉันล้อมไว้ได้สักเท่าไหร่กันนะ ? .......นับหยาบ ๆ ก็คงสักสองหรือสามร้อยนาย ? มันเป็นไปได้เหรอที่จะสร้างวงล้อมอันแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ด้วยพลทหารจำนวนเท่ากันนี้ ? ประเมินจากที่ว่าฉันยังต้องใช้ทหารม้าเบาประสมไปด้วย และฉันก็ยังคงเป็นเพียงแค่ผู้บัญชาการระดับล่างเท่านั้น
 
"ฆ่ามัน อย่าหลงเหลือให้เป็นกระทั่งเชลยศึกที่ไร้ค่า !"
 
เสียงโอดโอยขอชีวิตดังจากเหล่าศัตรู ทหารของฉันมองข้ามพวกมัน พลางตีวงล้อมจากข้างนอกด้วยหอกของพวกเขา และปลิดชีพพวกมันด้วยตำแหน่งที่ได้เปรียบกว่า
 
ทหารที่ถูกล้อมวงในกระบวนทัพแตกพ่ายไร้ที่พึ่งพา พวกมันที่อยู่ในนั้นไม่มีทางที่จะโจมตีอย่างมีประสิทธิภาพได้เลย และถูกบดขยี้ด้วยทหารของฉันจากด้านนอก เหล่าโยธาข้าศึกที่อยู่ขอบนอกต่างถูกผลักดันเข้าไปและรวมกลุ่มกับบรรดาสหายร่วมรบของตน หมดหนทางรอดหนี ขณะที่การสั่งการของพวกมันตกอยู่ในความงุ่มง่ามยุ่งเหยิง
 
"นี่มันเป็นการสังหารฝ่ายเดียวด้วยความได้เปรียบของทหารม้า ! ชาวอัร์คเซียช่างโหดร้ายป่าเถื่อนยิ่ง ! พวกเจ้าหลงลืมหลักวีรคติแห่งอัศวินหรือมนุษยธรรมไปแล้วหรือกระไร !!?"
 
ตอนที่ฉันสังหารม้าลง ชายร่างล่ำสันที่ตกจากหลังม้าก็ตวาดใส่ เขากลิ้งตัวมาเบื้องหน้า สังเกตเห็นราชีออคและจ้องมองตรงมายังฉันที่ขี่มัน ฉันเห็นความประหลาดใจในดวงตาของเขา ตามมาด้วยส่วนผสมของความเกลียดชังและเหยียดหยาม
 
"ลงมาจากม้าของเจ้าแล้วสู้กันอย่างยุติธรรมซะ !! ไอ้ขี้ขลาด เจ้าเด็กอ่อนหัด !! ถ้าเจ้ายังมีเกียรติในฐานะอัศวิน มาดวลกับข้าที่นี่ ตอนนี้ซ—"
 
ชายที่เห่าใส่ฉันทำสีหน้าพิลึกกึกกือ
 
จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าดาบที่ฉันปาใส่นั้นแทงทะลุลำคอของตัวเอง น้ำพุโลหิตพวยพุ่งแทนคำตะโกนของเขาแล้ว จากนั้นก็ทรุดตัวลงกับพื้นและหยุดพล่ามไปตลอดกาล
 
"......ความขี้ขลาดมีในสนามรบด้วยรึ ที่นี่มีเพียงแค่ความตายเท่านั้นแหละ"
 
ฉันสบถพลางกระโดดลงจากราชีออค เดินเข้าไปใกล้ศพของชายคนนั้น และดึงดาบของตัวเองออกมา
 
ตอนที่ฉันสังเกตเห็นเสื้อคลุมของเขาที่เจิดจรัสด้วยสีทองของตราสัญลักษณ์อัศวินระดับสูง ฉันก็ผ่อนลมหายใจ ฉันเป็นลอร์ด ไม่ใช่อัศวิน ไม่เหมือนไอ้หมอนี่ ฉันไม่มีจิตวิญญาณแห่งอัศวินตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว และแต่แรก มันก็ไม่มีทางที่ฉันจะรู้ได้หรอกว่าไอ้งั่งที่ตะโกนให้เด็กมาดวลกับตัวเองจะเป็นอัศวิน
 
ฉันถอนดาบของตัวเองออก และใช้ง้าวหัวขวานบั่นหัวของเขาแทน
 
เพราะว่าดูเหมือนว่าหมอนี่จะเป็นอัศวินยศสูง อย่างน้อยก็คงเป็นประโยชน์ที่จะเอาหัวของเขาไปด้วย ถึงอย่างไรฉันอยู่ในแนวหน้าของสงคราม มันไม่มีผลพลอยได้อะไรเลยนอกไปจากเงินรางวัล
 
 
 
 
 
ฉันห่อหัวของเขาด้วยเสื้อคลุมของเขาเองและโยนให้ทหารของฉันเก็บมันไว้ไปแลกรางวัล —— แต่ในเวลานั้น ฉันไม่ได้ล่วงรู้เลยว่าเรื่องมันจะกลายเป็นแบบนี้



NEKOPOST.NET