[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 142 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.142 - 71 หิมะกับหมาป่ามังกร


ก็เหมือนเช่นปกติในช่วงเวลานี้ของปี หิมะหนาปกคลุมภายนอกตั้งแต่เมื่อวานนี้ ผลึกแสงโปรยปรายอย่างเงียบงัน เพิ่มความหนาให้กับหิมะบนผืนดิน
 
ตอนที่ฉันมาถึงห้องอาหารเพื่อทานมื้อเช้า คลอเดียก็กำลังพูดคุยกับท่านเอิร์ลเทเรเซีย, เบลเวย์ และนางมาร์แชน เรื่องอะไรบางอย่าง และเธอก็ทักทายฉันอย่างกระปรี้กระเปร่า "อรุณสวัสดิ์ค่ะ !" เมื่อสังเกตเห็นฉัน ฉันกล่าวทักทายทุกคนทั้งหมด ก่อนจะนั่งที่เก้าอี้หลังสั่งให้โบริสวาฟที่อยู่ในห้องครัวนำอาหารมา
 
คงจะเป็นเรื่องบังเอิญ ออสการ์และนางฮอร์เทนเซียก็เข้ามาในเวลาเดียวกันพอดี ตามมาด้วยเอลีสที่อาการดีขึ้นเมื่อเร็ว ๆ มานี้และหญิงรับใช้ของเธอ มายา
 
ห้องอาหารในคฤหาสน์โกลเด้นฮิลส์ของฉันถูกเติมเต็ม การที่มีผู้คนมารวมตัวกันที่นี่ในเวลาเดียวกันแบบนี้มันเป็นครั้งแรกเลยรึเปล่านะ ?
 
"ทุกคนในคฤหาสน์ที่มีสถานะทางสังคมต่างกัน ได้อยู่พร้อมหน้าในห้องอาหารนี้ หายากจริง ๆ" ฉันได้ยินท่านเอิร์ลเทเรเซียเปรยกับตัวเองถึงเรื่องพิเศษนี้
 
".......ผู้คนต่างถิ่นกำเนิดได้มาอาศัยร่วมกันในคฤหาสน์จวบจนตอนนี้ พอนึกย้อนดูแล้ว ข้าคิดว่านี่มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจจริง ๆ นะครับ"
 
ออสการ์ที่เป็นคนใหม่สุดของที่นี่ให้ความเห็น ฉันเองก็เห็นด้วยกับเขาในใจ
 
ท่านเอิร์ลเทเรเซีย, เบลเวย์, นางมาร์แชน, คลอเดีย, เอลีส, นางฮอร์เทนเซีย และออสการ์
 
ก่อนที่ฉันจะรู้ตัว จำนวนผู้ที่อาศัยที่นี่ก็เพิ่มขึ้นมากกว่าจำนวนสมาชิกครอบครัวของฉันที่ถูกฆ่าด้วยยาพิษก่อนหน้านี้แล้ว
 
......พอคิดแบบนี้แล้ว มันก็มอบความรู้สึกอันล้ำลึกขึ้นมา
 
ท่านเอิร์ลเทเรเซียและเอลีสจะจากคฤหาสน์แห่งนี้ไปในฤดูใบไม้ผลิครั้งหน้า รวมถึงนางฮอร์เทนเซียเองก็คงจะลาจากเมื่อฉันอายุเข้าวัยรุ่นและมีสถานะเสมือนผู้ใหญ่แล้ว หน้าที่ของหล่อนในฐานะแม่นมของฉันก็จะจบลง
 
บางทีแนวคิดที่เรียกกันว่า ครอบครัว แต่เดิมมันก็คงจะเริ่มต้นมาจากการที่สมาชิกแต่ละคนค่อยทยอยแยกย้ายจากถิ่นฐานออกไปทีละคนสองคนล่ะมั้ง
 
ไม่สิ ไม่ใช่ทุกครอบครัวที่จะเป็นแบบนั้นหรอก ในฐานะที่เป็นใครสักคนซึ่งมีความทรงจำจากโลกก่อน และใครสักคนที่มีประสบการณ์ในการสังหารครอบครัวของตัวเอง ฉันรู้เรื่องนี้ดียิ่งกว่าใคร
 
 
 
 
 
หิมะโปรยปรายในแสงสลัว ราชีออคเกลือกกลิ้งบนหิมะอย่างคึกคัก
 
ปุยหิมะเมื่อเช้านี้ทั้งนุ่มและง่ายในการเดินไปรอบ ๆ เสื้อคลุมขนสัตว์ ชุดฤดูหนาวของฉันก็ยังคงน่ารำคาญ มันหนักแม้แต่การยกเข่าของตัวเองขึ้นก็ยังลำบาก พอชายของมันปัดกับหิมะก็ดูดซับน้ำขึ้นมาและทำให้หนักยิ่งกว่าเดิม
 
อย่างที่คิด ฉันไม่สามารถอภิรมย์กับฤดูหนาวได้เลยจริง ๆ
 
บางทีมันคงจะเป็นสัญญาณของการเติบโตของฉัน ฉันรู้สึกว่ามันไม่ได้ยากนักในการเดินทั้งชุดหนัก ๆ อย่างที่ควรจะเป็น แต่ฉันก็ไม่ชอบสัมผัสการเคลื่อนไหวที่ช้าลงอยู่ดี ฉันฝังใบหน้าส่วนใหญ่ของตัวเองในผ้าพันคอ และตามหลังราชีออคไปโดยปราศจากคำพูด ขณะที่มันกลิ้งไปมาในหิมะ
 
พวกเราลงจากเนินเขา และไถผ่านหิมะที่ปกคลุมท้องทุ่งไปยังหมู่บ้านคลาเรีย ยังคงมีแสงสว่างในหมู่บ้าน ทว่าทุกแห่งนั้นเงียบสงัดจนแทบจะยินเสียงเข็มตกได้
 
มันก็เป็นแบบนี้ในช่วงกลางฤดูหนาว ประตูและหน้าต่างทุกบ้านงับสนิท พวกเขาจะโยนไม้ฟืนเข้าเตาผิง และทุกคนในครอบครัวจะนั่งอยู่รอบ ๆ เตาผิงร่วมกันอย่างเงียบสงบ และไม่ใช่พลังงานใดที่เปล่าประโยชน์ พวกเขาอาจจะไม่ได้หลับ แต่ก็เป็นอะไรคล้าย ๆ กับการจำศีล
 
ฉันมองรอบ ๆ ที่เต็มไปด้วยความสงบสุขอย่างเงียบงันสักพักหนึ่ง อุ่นมือตัวเองด้วยขวดแก้วที่ใส่ชาดำร้อนไว้ ราชีออคผุดขึ้นลงในจัตุรัสของหมู่บ้านที่ไม่มีรอยเท้าของผู้ใดเลยนอกจากของมันเอง
 
ฉันได้ไปเยี่ยมบ้านของผู้ใหญ่บ้าน และถามถึงเรื่องอะไรก็ตามที่เขากังวลหรือสร้างปัญหาก่อนหน้านี้ ผู้ใหญ่บ้านส่ายศีรษะและตอบกลับว่าไม่มีอะไรเลย ดังนั้นฉันจึงบอกกับเขาว่าจะกลับมาตรวจตราอีกครั้งในครั้งหน้าที่หิมะอ่อนกำลังลงแบบตอนนี้
 
ฉันขี่หลังราชีออคและตรงไปหมู่บ้านถัดไป มองทิวทัศน์ของหิมะที่ปกคลุมบนต้นไม้ที่เคลื่อนผ่านฉันไปอย่างเงียบ ๆ ด้วยความเร็วซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับมนุษย์
 
อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นสิ่งธรรมดาสำหรับหมาป่ามังกร กระทั่งว่ามีมนุษย์ขี่หลังของมันอยู่
 
ตุบ ตุบ ฉันตบไล้ไหล่ข้างขวาที่ว่างเปล่าของราชีออคซึ่งไร้ปีก โน้มตัวลงกับแผ่นหลังของมัน และแม้ว่าฉันจะยังคิดว่าอากาศเย็น แต่ปีกที่คงเหลืออยู่ของมันก็กางออกและบังลมให้
 
ฉันไม่รู้ว่ามันทำงานอย่างไร แต่ดูเหมือนว่าดราโกนิสจะควบคุมเวทย์วายุด้วยการใช้ปีกเป็นต้นกำเนิด นี่เป็นสิ่งที่ออสการ์รู้อยู่ก่อนแล้ว และเขาก็ได้สอนกับฉันไว้ก่อนการต่อสู้ของฉันและดิเฟริส นั่นคือเป็นเหตุที่ฉันวางแผนได้ว่าจะให้ราชีออคใช้เวทมนตร์ของตัวเองด้วยปีกที่คงเหลืออยู่สร้างสายลมกรรโชกขึ้นมาอย่างไร
 
วัตถุดิบบางอย่างที่ได้จากร่างกายของอสูรเวทย์นั้นจะยังคงมีเวทมนตร์ตกผลึกอยู่ อย่างเกล็ดของมอธเพลิงที่ใช้เป็นแหล่งกำเนิดแสงได้ แน่นอนว่ามันไม่ได้คงอยู่ตลอดไป ก็เหมือนกับแบตเตอรี่ที่จะหมดพลังงานลงในสักวันหนึ่ง
 
ปีกของราชีออคที่ถูกตัดไม่อาจกักเก็บพลังควบคุมสายลมได้อีก แต่มันก็ถูกเก็บรักษาในคลังหลังจากได้รับการใช้กรรมวิธีทางเคมีในการกันเน่าเสียแล้ว ดูเหมือนว่าเนื้อเยื่อบาง ๆ ที่มีน้ำหนักเบาและทนทานของปีกดราโกนิสจะถูกพิจารณาให้รวมเข้ากับชุดเกราะส่วนตัวของฉันในอนาคต เมื่อร่างกายของฉันโตเป็นผู้ใหญ่
 
ฉันจะใช้ปีกของหมาป่ามังกรที่ถูกตัดออกของฉันให้เกิดประโยชน์ตราบเท่าที่จะเป็นไปได้ ฉันรู้สึกว่ามีหนี้พันธะต่อมัน นี่จึงเป็นสิ่งที่อย่างน้อยที่สุดที่ฉันจะทำได้
 
"ราชีออค........"
 
ขอโทษและขอบคุณนะ ทั้งสองอารมณ์นี้ไม่ได้ถูกส่งออกไปจากลำคอของฉัน ฉันจบลงด้วยการไม่ได้กล่าวอะไรออกไปอีก หางยาวที่คล้ายงูของราชีออคเคลื่อนไหวไปมาแตะไหล่ซ้ายที่แทบไม่ได้ขยับมากนักในวันนี้ ถึงพวกเราจะเป็นมนุษย์และหมาป่ามังกร แต่พวกเราก็เข้าใจซึ่งกันและกันมากยิ่งกว่าผู้ใด
 
ข้ายินดีจริง ๆ ที่เจ้าอยู่กับข้า
 
ข้าดีใจจริง ๆ ที่มันไม่จบลงด้วยการสังหารเจ้า
 
ฉันยังจำได้ถึงวันวานที่คล้ายกับช่วงเวลานี้ เมื่อครั้งที่ฉันเดินเล่นข้างนอกท่ามกลางหิมะ และมันทำให้ฉันสะเทือนใจ เมื่อคะนึงถึงผู้ที่เคยอยู่ข้างกายในวันนั้น ซึ่งบัดนี้ไม่มีอีกแล้ว
 
ทุก ๆ ครั้งที่มันผุดขึ้นมา ประหนึ่งว่าเนื้อเยื่อภายในถูกฝานออกทีละน้อย มันเป็นความคิดอันน่าหวาดหวั่นอันห่มคลุมกายไว้
 
สำหรับฉันที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นดีใจเพียงเพราะว่ายังมีชีวิตอยู่ และซาบซึ้งใจที่ไม่ได้ฆ่าราชีออค การถอนหายใจอย่างเย้ยหยันตัวเองก็เล็ดลอดออกมา
 
กลายเป็นแบบนี้ได้ยังไงกันนะ ? โลกใบนี้ที่ควรจะเป็นเกมจีบหนุ่ม ........แต่ในตอนนี้ฉันกลับคิดกระทั่งว่าชีวิตที่มืดมนนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดา มันกลายเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไรกัน ?
 
อารมณ์อันน่าสลดทั้งหมดเหล่านี้ได้หมุนวนอยู่ภายในอก เสมือนเป็นผลึกหิมะที่ไม่ละลาย
 
ฉันซบใบหน้าตัวเองบนแผ่นหลังของราชีออค สูดลมหายใจลึกและยาว จากนั้นก็ถอนมันออกมาจนกระทั่งปอดว่างเปล่า

 

 
 
End of Act 2
"Assemblage"
 

 

(จากผู้เขียน : ภาควัยเด็กจบลงแต่เพียงเท่านี้)



NEKOPOST.NET