[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 14 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.14 - 14 ตราชู​แห่งบาป


ในวันที่สองของการเฉลิมฉลองวันเกิดของฉัน นักบวชจากวิหารจะเป็นผู้ดำเนินพิธีให้ศีลรับพร ขณะที่รถม้าลากธรรมดาของพวกเขามาถึงในตอนเช้า มันก็เหมือนกับเมื่อวานนี้ แผนการของวันนี้อยู่นอกสถานที่
 
"นี่คือ.... ท่านฟาริส....."
 
ทันทีที่เขาเห็นนักบวชลงมาจากรถม้า ท่านเอิร์ลเทเรเซียก็พูดขึ้นอย่างมีพิรุธ ฟาริส ? นักบวชที่จะมาในวันนี้สมควรจะเป็นคนที่ชื่อ อัลเมเนส นี่นา ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าก็คืออาการตกใจของท่านเอิร์ลเทเรเซียเมื่อได้เห็นท่านฟาริส และท่านเอิร์ลก้มศีรษะของเขาอย่างนอบน้อม เขาคงจะเป็นท่านนักบวชชั้นสูงล่ะมั้ง
 
ก่อนที่ท่านนักบวชจะคำนับกลับ ดวงตาของเราก็ได้สบกันชั่วขณะหนึ่ง นัยน์ตาของท่านนักบวชนั้นดำมืดอย่างบริสุทธิ์จนทำให้ฉันขนลุกเกรียวไปทั้งตัว
 
ท่านนักบวชแต่งอาภรณ์ด้วยเสื้อคลุมนักบวชและผ้าคลุมหน้าสีขาว ผ้าพาดบ่าสีดำ ดาบและคทาที่สูงกว่าตัวของเขาในมือทั้งสองข้าง ทั้งอายุและเพศนั้นยากที่จะคาดเดา
 
หัวของคทานั้นประดับด้วยตราสัญลักษณ์สามเหลี่ยมที่สื่อถึงตราดุลพาห[1] และรัดเกล้าที่ยึดผ้าคลุมหน้าของเขาไว้ประดับประดาจนดูราวกับเป็นตาที่สามบนหน้าผาก ตราดุลพาหนั้นย่อมหมายถึงการตัดสินกรรมดีและกรรมชั่วของมนุษย์ ส่วนดวงตานั้นคือสัญลักษณ์ที่ว่าศาสนาเซียนั้นสามารถมองเห็นทุกบาปของผู้ใดก็ตาม และดาบนั้นคือประกาศิตและบทลงทัณฑ์ที่องค์เทพมิโซรัวประทานให้
 
"ซิกมุนด์ นานมากทีเดียวแล้วนะ"
 
น้ำเสียงที่ต่ำเกินกว่าจะเป็นเสียงผู้หญิง แต่ก็สูงเกินกว่าจะเป็นผู้ชาย เพศยังคงเป็นสิ่งยากที่จะแยกแยะได้อยู่ดี คามิลรับผ้าคลุมบ่าของพวกเขามาท่าทางเลียนแบบที่พวกเด็กรับใช้สมควรทำ แม้ว่าฉันจะมองเห็นโครงไหล่ของนักบวช แต่ก็อย่างที่คาดคิดฉันยังไม่สามารถระบุเพศของเขาได้เลย
 
"เกิดอะไรขึ้นกับท่านอัลเมเนสงั้นหรือครับ ?"
 
"ในช่วงนี้ของปี เขาจะง่วนอยู่กับการไปทำพิธีแรกนาในเทศกาลฤดูใบไม้ผลิหลากหลายแห่ง เนื่องมาจากความอ่อนล้าสะสมของเขา วันนี้ข้าจึงมาทำหน้าที่แทน"
 
ผิวพรรณและใบหน้าของเขายังคงดูอ่อนเยาว์อย่างวัยแรกรุ่น ทว่าน้ำเสียงและทัศนคติกลับดูราวเป็นคนชรา นั่นจึงเป็นสาเหตุถึงความรู้สึกที่ไม่สอดคล้องกันเลยสักนิด
 
ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์อย่างเงียบงัน ท่านนักบวชนาม ฟาริส หลับตาทั้งคู่ของเขาตั้งแต่ที่ลงมาจากรถม้าลาก และทักทายกับท่านเอิร์ลโดยที่ไม่ได้สนใจฉันสักนิด เมื่อท่านเอิร์ลอนุญาตให้ปล่อยผ่าน ฉันจึงสงสัยว่านักบวชท่านนี้สูงศักดิ์ขนาดไหนกันนะ
 
มันมีความแตกต่างระหว่างนักบวช, ผู้ทรงศีล และเหล่าสาธุคุณอื่น ๆ คือนักบวชจะได้รับยศจากองค์กษัตริย์และพวกเขาจะต้องทำพิธีต่าง ๆ ของทั้งพระราชวังและวิหาร เพราะว่าท่านเอิร์ลได้เมินเฉยกับความจริงที่ว่าท่านนักบวชไม่ได้แนะนำตัวกับฉัน ผู้เป็นไวส์เคาน์เตส ท่านนักบวชผู้นี้คงจะต้องเป็นนักบวชระดับพระสังฆราช​หรือมุขนายก........ เปรียบเทียบกับบรรดาศักดิ์ของขุนนาง ก็นับว่าไม่ต่ำกว่าเอิร์ลอาวุโสเชียวล่ะ ฉันประหลาดใจว่าทำไมบุคคลสำคัญเช่นนี้จึงมาแทนที่คนในคณะนักบวชกันนะ
 
"พิธีจะเริ่มขึ้นเมื่อใด ?"
 
"ตามกำหนดการคือเที่ยงวันครับ"
 
ท่านฟาริสเดินก้าวขายาว ๆ อย่างรวดเร็ว มันน่าประทับใจนักว่าท่านนักบวชสามารถเดินแบบนั้นด้วยชายเสื้อคลุมที่ยาวแบบนั้นได้อย่างไรกัน แถมการเดินอย่างเร็วแต่ไม่ได้ดูหยาบคายด้วยซิ เพราะว่าฉันยังเด็กจึงไม่เข้าใจเรื่องนี้ ในขณะที่คนอื่น ๆ ต่างก็ไม่ได้สนใจเรื่องพรรค์นี้แล้ว
 
"จนกว่าจะถึงตอนนั้น จะเป็นอะไรไหมหากข้าจะแวะชมสวนสักหน่อย ?"
 
".....แน่นอนครับ"
 
ท่านเอิร์ลเทเรเซียจ้องมองมายังฉัน เขาคงจะต้องการให้ฉันกลับไปที่คฤหาสน์ก่อน ถ้าท่านนักบวชต้องการจะชมสวน ก็คงจะมีความหมายว่าพวกเขามีเรื่องอะไรบางอย่างที่ต้องการคุยกัน นอกเหนือจากนั้น เพราะว่าท่านเอิร์ลคงจะต้องใช้เวลาเตรียมการอีกจนกว่าจะเสร็จ มันก็คงจะดีกว่าถ้ามีใครสักคนช่วยนำทางนักบวช
 
ด้วยสถานะของเขา คามิลจึงไม่อาจจะกล่าวอะไรได้สักคำในเวลานั้น และพวกเราก็มองทั้งสองจากไปยังสวน
 
 
 
 
 
ในคฤหาสน์โกลเด้นฮิลส์ ไม่มีห้องสวดมนต์ ตามปกติแล้วมันควรจะเป็นสิ่งที่พบเจอได้ในที่พักอาศัยของผู้ครอบครองดินแดน ทว่า..... มันมีการบันทึกไว้สั้น ๆ ไร้รายละเอียดว่าผู้นำตระกูลคาลเดียหลายชั่วอายุก่อนได้ทำลายมันทิ้งไป ฉันประหลาดว่าทำไมเราถึงยังไม่เคยถูกคว่ำบาตรจากศาสนจักรกันนะ
 
เพราะว่าไม่มีเงินมากพอจะที่ก่อสร้างโบสถ์ใหม่ พิธีการในครั้งนี้จึงถูกจัดในโบสถ์เล็ก ๆ ในพื้นที่ภายใต้การควบคุม
 
เหล่าคนรับใช้ในคฤหาสน์ต่างก็ต้องมาทำความสะอาดที่นี่ด้วย โบสถ์จึงดูดีและเป็นระเบียบเรียบร้อย ภายในชวนให้นึกถึงหอสวดมนต์ในโลกก่อนของฉัน..... คิดว่านะ มันออกจะไปในแนวตะวันตกและดูน่าเลื่อมใส นั่นคือสิ่งที่ฉันรู้
 
แม้ว่าฉันจะระลึกถึงหอสวดมนต์ขึ้นมาได้ แต่ฉันก็จำรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับมันไม่ได้หรอก หลังจากที่ใช้ชีวิตกว่าหกปีในโลกและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ความทรงจำในอดีตชาติของฉันมันก็เริ่มจะเลือนลางไปแล้ว
 
ที่ส่วนในสุดของโบสถ์คือแท่นบูชา แท่นบูชานั้นประดับด้วยดาบเล่มโตและตราดุลพาหเช่นกัน และตราสัญลักษณ์ของศาสนจักรอาร์เซีย ตาที่สาม ถูกวาดบนแผ่นกระเบื้องที่ผนัง
 
สำหรับฉันที่แทบจะไม่ได้ข้องเกี่ยวกับศาสนาทั้งในชาติก่อนและชาตินี้ มันก็ช่วยไม่ได้ที่ฉันจะรู้สึกว่ามันช่างแปลกประหลาด หรือทางทีก็คงจะเป็นเพราะแสงที่สาดส่องเข้ามาจากกระจกสีฟ้าครามมันเจิดจ้าเกินไปสำหรับฉัน
 
ชุดเสื้อคลุมสีขาวของฉันที่ถูกยืมมา มันถูกตัดเย็บขึ้นมาสำหรับพิธีการนี้โดยเฉพาะจึงไม่มีของประดับตกแต่งและไม่หรูหรานัก ส่วนความยาวของกระโปรงและผ้าคลุมหน้านั้นยาวเพียงพอที่จะลากพื้นทีเดียว ฉันต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในการเดินไปยังแท่นบูชา ที่นั่นท่านนักบวชฟาริสกำลังรอฉันอยู่ พร้อมคทาและดาบในมือทั้งสองข้าง
 
สำหรับพิธีการนี้มีผู้เข้าร่วมงานน้อยมากเนื่องจากส่วนใหญ่ไม่ทราบรายละเอียด มันมีเพียงแค่ท่านนักบวชเป็นประธานในพิธี, ผู้ที่ได้รับพร, ผู้คุ้มครองสำหรับผู้เยาว์ และบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกครอบครัวเป็น "พยาน" ทั้งหมดจะต้องได้รับการพิจารณาว่าจำเป็นสำหรับนิมิตหมายที่ดีของพิธี
 
เพราะว่ามันมีการพิจารณาถึงความจำเป็นของผู้ที่เข้าพิธีจะต้องเข้าชำระบาปของตนก่อน เพื่อที่จะได้รับพระพรจากพระเจ้า พิธีนี้จึงได้รวมพิธีกรรมในการตัดสินบาปของผู้ที่ได้รับพร นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพิธีนี้จึงค่อนข้างเป็นความลับมากเมื่อเทียบกับพิธีอื่น ๆ
 
ศาสนจักรแห่งอัร์คเซีย คือศาสนจักรอาร์เซีย อันเป็นนิกายหนึ่งของศาสนาเซีย เมื่อกว่าพันปีที่แล้ว ท่านนักบุญ เซ็นต์อะฮาร์ได้สถาปนาราชอาณาจักรอาร์เซียอันศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงก่อตั้งศาสนาเซียนิกายใหญ่คือ นิกายอาร์เซีย และเพราะว่าเซ็นต์อะฮาร์เป็นผู้สืบสันดานของอัครทูต เซีย ฟีม่า สตรีศักดิ์สิทธิ์ ก็ดูเหมือนว่าพวกเขามักจะเรียกตัวเองว่าเป็นนิกายดั้งเดิม
 
ความคล้ายคลึงกันระหว่างบรรดานิกายเซียทั้งหลายนั้น ก็คือแนวคิดเรื่องบาป การลงทัณฑ์ และกฏหมาย ในทุกนิกายเซียจะมีคำศักดิ์สิทธิ์ที่อัครทูต เซีย ฟีม่า ได้ทิ้งไว้เบื้องหลัง ซึ่งเรียกว่า "ประมวลศักดิ์สิทธิ์" ซึ่งได้รับการปฏิบัติราวกับเป็นพระคัมภีร์ของศาสนา หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยประมวลกฏหมายขั้นสูงที่ถูกใช้ในปัจจุบัน ความสงบสุขและปลอดภัยในสังคม และการใช้ชีวิตอย่างมีเหตุผลและตรรกะ นั่นคือสิ่งที่ศาสนาเซียได้ให้ความสำคัญ
 
นักบวชแตะที่เท้า ไหล่ และหน้าผากของฉัน
 
"และบัดนี้ ข้าจะเริ่มต้นพิธีให้พรแก่บุตรีแห่งคาลเดีย เอลิซ่า จงเงยหน้าขึ้นและรับรู้ถึงบาปของเจ้า"
 
ฉันเงยหน้าขึ้นหันตรงไปยังทิศทางของท่านฟาริส ที่ถาดของตราชูบนแท่นบูชา ด้านซ้ายคือบาปที่ได้ก่อ และด้านขวาคือสิ่งซึ่งแสดงถึงคุณธรรม มันเป็นประเพณีสำหรับขุนนางที่มีอาณาเขตของตัวเองที่จะต้องนำ "ประมวลศักดิ์สิทธิ์" วางที่ด้านซ้าย และธัญพืชที่ด้านขวา
 
.......นั่นเป็นเหตุว่าทำไมเมื่อฉันได้มองเห็นสิ่งที่อยู่ในตราชู ลมหายใจก็หยุดไปเฮือกหนึ่ง
 
บนกระดาษหนังในถาดซ้าย คือกิ่งก้านขนาดเล็กของเฮมล็อกพิษ และที่ด้านบนของมัดข้าวสาลีสีทองในถาดด้านขวา ก็มีกิ่งขนาดเล็กของเฮมล็อกด้วยเหตุผลบางอย่าง ดอกไม้เหี่ยวแห้งดอกเล็ก แม้ว่ามันจะถูกซ่อนไว้ในเงา แต่มันอยู่ที่นั่นจริง ๆ
 
หัวใจของฉันเต้นระรัวจนปวดร้าว สำลักหายใจติดขัด ความรู้สึกตระหนกตกใจฟาดเข้าใส่ภายในหัวของฉัน
 
"ตราชู​เอียงไปทางขวา สิ่งนี้ได้ชดเชยในบาปที่เจ้าได้ก่อ การที่ต้องเผชิญหน้ากับบาปของเจ้า นั่นคือบทลงโทษของตัวเจ้าเอง"
 
สมองของฉันรู้สึกอื้ออึงไปทั้งหมด และเสียงของท่านฟาริสก็ก้องกังวาลอยู่รอบ ๆ กายฉัน ท่านเอิร์ลเทเรเซียแตะที่หลังของฉันเบา ๆ ขณะที่ฉันยังคงจ้องมองตราชูนั่นอย่างงงงัน และในที่สุดฉันก็สามารถกลับมาหายใจได้อีกครั้งหลังจากลมหายใจจุกที่ลำคอ
 
ก้านเล็กของเฮมล็อกพิษถูกวางไว้บนจานทั้งสองฝั่ง สีเขียวสดของมันดึงดูดสายตาของฉัน
 
รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ? เหตุใดถึงรู้ได้ล่ะ ? เป็นท่านเอิร์ลเทเรเซียที่รับรู้งั้นหรือ ? หรือว่าเป็นท่านนักบวชฟาริสที่รู้อะไรบางอย่าง ?
 
ความจริงที่ว่ามีใครบอกคนได้ล่วงรู้อาชญากรรมร้ายแรงที่ฉันได้ก่อ ร่างกายของฉันก็สั่นสะท้าน หัวใจของฉันราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นยะเยือก มือและเท้าของฉันเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง ในขณะที่หัวของฉันก็ยังคงชากึก
 
"อย่าได้ลืมบาปของตัวเจ้าเอง — เอาล่ะ ต่อไป เจ้าจะได้รับการประทานพรจากองค์เทวามิโซรัว"

 


[1] ดุลพาห (ดุน-พา-หะ)​ -​ ​ดุลหรือตาชั่งอันเป็นเครื่องหมายที่วัดหาความสมดุล ความเป็นธรรม ความเที่ยงธรรม และความเสมอภาคไม่เอนเอียงฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด



NEKOPOST.NET