[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 138 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.138 - 67 การประชุมสามอาณาเขตแห่งยุกก์เฟน่า


เหตุอัคคีภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในย่านสามัญชนของเมืองหลวงกว่าสองวันดับลงในที่สุดด้วยสายฝน
 
ตัวเลขของผู้คนที่ล้มตายประมาณการได้ราว 700-800 คน บรรดานักบวชและขุนนางที่เมืองหลวงต่างพยายามอย่างยิ่งในการช่วยเหลือราษฎร
 
ในเวลาเดียวกัน ขุนนางผู้โชคร้ายบางคนที่ถูกลูกหลงจากภัยนี้ — ท่านไวส์เคานท์ร็อกเชีย, ท่านไวส์เคานท์โอเกร็น และท่านไวส์เคาน์เตสคาลเดีย ซึ่งกำลังมีการพิจารณาคดีในวิหารใกล้กับย่านสามัญชน เรื่องนี้ได้กลายเป็นที่สับสนอลหม่านให้กับสภาขุนนาง
 
ตามคำให้การของนักบวชที่รอดชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้และการลอบสังหารของชายที่ไม่อาจระบุตัวตนได้ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับท่านไวส์เคานท์โอเกร็น รายงานข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการผลิตยาเสพติดอันผิดกฎหมาย, การลับลอบซื้อขาย ตลอดจนการหนีภาษีของท่านไวส์เคานท์ร็อกเชียและโอเกร็นถูกส่งให้กับสภาขุนนางผ่านศาสนจักร
 
ด้วยข้อเท็จจริงเหล่านี้ได้นำไปสู่การสืบสวนแบบไม่เปิดเผยขนาดใหญ่โดยศาสนจักร เพื่อขุดรากถอนโคนเหล่าขุนนางที่ละเมิดกฎหมาย ในหมู่พวกที่ถูกจับกุมหลัก ๆ คือขุนนางจากภาคเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ในภูมิภาคเอวิโทนิส เรื่องนี้ได้ส่งผลให้เกิดความโกลาหลอย่างใหญ่หลวง เพราะเอวิโทนิสคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ข้องเกี่ยวกับท่านศาสดา เซีย ฟีม่า ดังนั้นมันจึงเป็นปัญหาที่ค้นพบว่าชนชั้นปกครองบางคนของที่นั่นมีการคบคิดทุจริต
 
ด้วยเรื่องเหล่านี้ในฐานะผู้บันดาล ท่านอธิการิณีฟาริสแห่งอารามชานัคได้ใช้อำนาจของตัวเองให้มีการสอบสวนศาสนสาขาในภูมิภาคเอวิโทนิสทั้งหมด
 
นับเป็นข่าวร้ายแรงของศาสนจักรที่ควรเป็นผู้อภิบาลกฎหมายกลับถูกค้นพบว่ากระทำการอัน​ทุจริต ประมาณครึ่งหนึ่งของโบสถ์ในภูมิภาคเอวิโทนิสถูกประกาศคว่ำบาตรจากศาสนจักรแห่งอัร์คเซีย และในเวลาเดียวกันได้มีคำพิพากษาคดีความในนามของศาลตุลาการชั้นสูงให้ถอดถอนอำนาจทั้งหมด ผู้คนจำนวนมากได้สูญเสียสถานะทางสังคมไปในคราเดียว
 
 
 
 
 
"ถ้าอย่างนั้น ผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังม่านก็คือ ท่านมาร์ควิสนอร์ดเทิร์มและนิกายอัลเฟน่าตะวันตกนี้ ?"
 
"ถูกต้องแล้วค่ะ"
 
หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ศพของท่านมาร์ควิสนอร์ดสเทิร์ม ผู้นำของขุนนางทางตอนเหนือก็ถูกค้นพบ นี่เป็นข้อมูลที่ถูกปกปิดจากสาธารณะ พิธีศพของเขาถูกจัดอย่างลับ ๆ และเหล่าขุนนางก็รู้แต่เพียงว่าผู้ที่รับสืบทอดต่อเป็นขุนนางที่มีบรรดาศักดิ์ระดับล่างด้วยเหตุผลบางอย่างเท่านั้น
 
มันมีข่าวลือว่าเขาไม่อาจทนต่อหลักฐานที่เสียเปรียบอันชี้ชัดมายังตัวเองได้ ดังนั้นเขาจึงกระทำอัตวินิบาตกรรม แต่ความจริงก็ไม่เป็นที่แน่ชัด ผู้นำคนใหม่ของตระกูลนอร์ดสเทิร์มคือบุตรชายคนโตของเขาและกล่าวได้ว่าเป็นบุตรชายเพียงคนเดียว ชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีทองเหมือนกับบิดา ขณะที่เมลคีออร์หายตัวไปในเหตุการณ์ครั้งนั้นและไม่ถูกค้นพบอีกเลย
 
".......ทั้งหมดนั่นมันเรื่องจริงแน่เหรอ ? ที่ว่าเจ้าพบสาวกของนิกายอัลเฟน่าตะวันตกที่แทรกซึมเข้ามาในอัร์คเซีย ไม่เพียงเท่านั้น คู่ต่อสู้ของเจ้ายังมีความสามารถแปลกประหลาดอย่างการควบคุมสัตว์อสูร ?"
 
"ผู้ที่สังหารนางคือ ออสการ์ เทเรเซีย อัศวินของท่านเอิร์ลเทเรเซียผู้คุ้มครองของข้า ศพทั้งหมดที่เราได้ต่อสู้กันนั้นถูกเก็บไปโดยท่านอธิการิณีฟาริสแห่งอารามชานัค หนึ่งในศพนั้นตายจากการถูกดราโกนิสกัด ท่านสามารถยืนยันได้ด้วยตัวเองจากท่านอธิการิณี สำหรับความสามารถของนางนั้นไม่มีหลักฐานทางกายภาพของมัน ตอนนี้ศาสนจักรกำลังชันสูตรศพเหล่านั้นอยู่ค่ะ"
 
ท่านมาร์เกรฟกีนาสที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฉันลูบเคราสีน้ำตาลหนาของตัวเอง ขณะเขากล่าวถามฉันด้วยความสนเท่ห์ในน้ำเสียง เอิร์กนาดนั่งบนเก้าอี้ข้างฉันพยักหน้าครางอือ เหมือนว่าเขาจะใคร่ครวญในประเด็นนี้
 
"เอาเถิดครับ ได้เห็นสภาพร่างกายของท่านไวส์เคาน์เตสคาลเดียแล้ว ข้าคิดว่าก็ไม่ต้องสงสัยคำพูดในเรื่องนี้เลย รวมไปถึงปีกของดราโกนิสของนาง ข้าก็เชื่อในสิ่งที่เล่ามาแล้ว การประชุมของอาณาเขตแห่งภูมิภาคยุกก์เฟน่านี้คือโอกาสดีสำหรับพวกเราทั้งหมดที่จะปลดระวางความขัดแย้งภายในของพวกเราและผนึกกำลังร่วมกัน ดังนั้นข้าคิดว่าการเน้นย้ำถ้อยคำว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่นั้น มิได้สลักสำคัญใด ๆ เลย"
 
เอิร์กนาดมาที่นี่ในฐานะตัวแทนจากราชอาณาเขตยุกก์เฟน่า..... ไม่สิ หรือฉันควรจะพูดได้ว่าในฐานะตัวแทนที่สนับสนุนฉันต่อหน้าท่านมาร์เกรฟกีนาสมากกว่านะ
 
หลังจากอุบัติการณ์ครั้งใหญ่ที่เมืองหลวง มันก็มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นภายในประเทศ หนึ่งในตัวอย่างแรกก็คือทายาทแห่งราชอาณาเขตยุกก์เฟน่า บุตรชายคนที่สองของท่านเอิร์ลไอน์สบาร์ค วีกราฟ ได้ก้าวขึ้นมาในเวทีการเมือง
 
สำหรับราชอาณาเขตที่การปกครองมักจะใช้การแต่งตั้งแทนที่จะสืบทอด นี่ได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ในบทสนทนา แต่ก็ต้องขอบคุณการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของสถานการณ์ภายในประเทศ มันจึงถูกกลบฝังไปด้วยประเด็นอื่น ๆ
 
ด้วยสิ่งทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้น มันก็มีข้อมูลบางส่วนที่ศาสนจักรและสภาขุนนางจงใจปกปิดข้อมูล ตัวตนของดิเฟริส, การมีส่วนร่วมและต่อสู้กับหล่อนของฉัน, สาเหตุของพฤติการณ์อันผิดปกติของมอธเพลิง, ข้อมูลทั่วไปส่วนใหญ่เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของฉันไม่เป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
 
ฉันไม่รู้เจตนาของพวกเขา ทว่าท่านเอิร์ลเทเรเซียและฉันก็ตัดสินใจปกปิดการมีส่วนร่วมของพวกเราไว้ ยกเว้นเพียงอย่างเดียว คือในการประชุมอาณาเขตแห่งยุกก์เฟน่านี้ ก็อย่างที่เอิร์กนาดได้ว่าไป นี่มันเป็นเวลาที่ต้องร่วมมือกัน ดังนั้นพวกเราก็ควรจะแลกเปลี่ยนข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องกับการป้องกันแนวชายแดนตราบเท่าที่จะเป็นไปได้
 
ดังนั้นฉันจึงเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถที่ไม่แน่ชัดในการควบคุมสัตว์อสูรและกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่แทรกซึมมาในอัร์คเซีย รวมไปถึงเรื่องที่เธอก่อ เพราะที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่ควรปกปิดข้อมูลพวกนี้
 
ท่านมาร์เกรฟกีนาสเหลือบมองผ้าพันแผลที่พันรอบกายฉัน
 
ฉันแทบจะไม่ได้นอนและขี่ราชีออคตลอดคืน เพื่อมาให้ทันการประชุมนี้ แต่ตามคำของแพทย์บอกว่าฉันต้องนอนพักกว่าแรมเดือนถึงจะฟื้นตัว
 
ฉันได้ฝืนกดไหล่ที่เคลื่อนกลับเข้าที่ด้วยตัวเองและรูโบ๋ที่เจาะทะลุมือซ้ายอันตีตราถึงการต่อสู้ในสภาพเป็นไปไม่ได้สุด ๆ มันก็เป็นไปได้ที่จะฟื้นตัวกลับไปเป็นแบบเดิม แต่ก็จำเป็นต้องใช้เวลาและความอดทน
 
"...........ความโกลาหลทั้งหมดมาจากโบสถ์นิกายอัลเฟน่าตะวันตกจากเดนเซล ความหมายก็คือ นี่เป็นความสูญเสียอย่างแท้จริงของพวกเรา นางประสบความสำเร็จในการสร้างความวินาศสันตะโรในอัร์คเซีย ร่วมกับการสูญเสียตำแหน่งขุนนางไปมากมาย อีกทั้งจำนวนของอัศวินหลวงที่ลดลงอย่างมาก นางประสบความสำเร็จในการสร้างความอ่อนกำลังและประสิทธิภาพในการสู้รบของชาติเราแล้ว"
 
ท่านมาร์เกรฟกีนาสถอนหายใจ และมองขึ้นฟ้า เขามองออกไปนอกหน้าต่างทางทิศตะวันออกและใบหน้าเหี่ยวย่นก็แสดงสีหน้าขมขื่น
 
"โชคดีเพียงหนึ่งเดียวในหมู่สิ่งเคราะห์ร้ายเหล่านี้ คือบิดาของข้าได้ตัดสินใจปฏิรูปโครงสร้างการบัญชาการที่ยุกก์เฟน่าใหม่ก่อนที่จะเกิดเรื่องขึ้น ระบบบัญชาการที่ยุกก์เฟน่าตอนนี้จึงไม่อยู่ภายใต้ความโกลาหลนัก พี่ชายของข้าที่เคยเป็นนักยุทธศาสตร์ วีกราฟ อยู่ในตำแหน่งที่สามารถสั่งการได้ทั้งอัศวินและกองทัพ ที่หากสูญเสียไพร่พลไปก็ยังคงจัดโครงสร้างคำสั่งใหม่ได้อย่างรวดเร็ว"
 
อาณาเขตของท่านเอิร์ลไอน์สบาร์คที่โดยหลักการแล้วเป็นอาณาเขตทางภาคเหนือ และด้วยตำแหน่งของเขา ก็มีข่าวลือโจษจันกันว่าบางทีท่านเอิร์ลไอน์สบาร์คอาจได้รับการปูนบำเหน็จเป็นมาร์ควิสในเดือนนี้ และดินแดนที่ถูกยึดจากเหล่าขุนนางทางภาคเหนือที่ทุจริตก็จะถูกพระราชทานให้แก่เขา
 
กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือตระกูลไอน์สบาร์คจะรับบทบาทเป็นขุนนางทางภาคเหนือแทนที่ ด้วยตระกูลไอน์สบาร์คเป็นตัวแทนของตระกูลขุนนางชั้นสูงแห่งอัร์คเซีย แต่ตระกูลทางการทหารนั้นไม่เคยได้รับพระราชทานดินแดนมาก่อน ด้วยเหตุนั้นการวางตำแหน่งของพวกเขาที่เป็นสมาชิกอาวุโสแห่งสภาขุนนางให้ไปที่ภาคเหนือ จึงเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
 
"ข้าเชื่อว่าอายุตอนนี้ของท่านเอิร์ลไอน์สบาร์คก็สูงกว่าค่าเฉลี่ยของพวกทหารแล้ว — ข้าได้ยินมาว่าอาการบาดเจ็บของเขาที่ได้รับเมื่อไม่กี่ปีก่อน ส่งผลต่อกำลังวังชาของเขามากเทียว ตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้างหรือ.......?"
 
เขาหมายถึงความสูญเสียจากการสงครามการป้องกันป้อมยุกก์เฟน่าเมื่อสามปีก่อนที่ไม่อาจลืมเลือน สงครามที่ซึ่งท่านเอิร์ลไอน์สบาร์คไม่ได้กระทั่งกวัดอาวุธของตัวเอง
 
"ก็ใช่ว่าเขาจะได้แต่นอนเฉย ๆ เท่านั้นหรอกครับ ดังนั้นก็ไม่ได้แย่เสียทีเดียว พี่ชายคนโตของข้าก็พยายามอย่างสุดความสามารถในการเป็นตัวแทนจัดการกิจการของอาณาเขตแทนที่เขาอยู่แล้ว"
 
"อ้อ เป็นเช่นนี้"
 
ตั้งแต่ที่บุตรชายคนที่สอง วีกราฟ ได้กลายเป็นผู้รับช่วงต่อและเข้าร่วมทางการเมือง บุตรชายคนโต โวลมาร์ ก็ลาออกจากตำแหน่งผู้บังคับกองร้อยทหารม้าแห่งป้อมปราการยุกก์เฟน่าเพื่อดูแลอาณาเขตของบิดา
 
เพราะว่าในตอนนี้ขุนนางผู้มีความเหมาะสมคนอื่น ๆ แทบไม่หลงเหลือ และสภาขุนนางก็วุ่นวายอยู่กับการจัดการกับควันหลงหลังเหตุการณ์มอธเพลิงนั้น อัศวินแห่งไอน์สบาร์คทั้งสองจึงต้องเข้ามาเติมเต็มรูโหว่ที่ขาดหายไป
 
"......ข้าอยากจะเสนอให้นับแต่นี้ไป พวกเราร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลในเชิงรุกร่วมกัน มันมีข้อมูลจำนวนมากที่อาณาเขตกีนาสของข้ายากเกินกว่าจะกรองพวกมันได้ทั้งหมด ดังนั้นข้าคิดว่ามันคงจะดีหากอาณาเขตของพวกท่านทั้งสองจะช่วยเหลือข้า"
 
หลังจากที่พวกเราจบการเจรจาเรื่องกิจการภายในประเทศ ท่านมาร์เกรฟกีนาสก็เสนอด้วยตัวเขาเองว่าพวกเราควรจะแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เอิร์กนาดและฉันตกลงโดยปราศจากความลังเล
 
ด้วยประการฉะนี้ การประชุมของอาณาเขตแห่งภูมิภาคยุกก์เฟน่าครั้งแรกก็ประสบความสำเร็จในการกระชับมิตรของพวกเรา และเราก็ยังได้ตัดสินใจว่าจะมีการร่วมหารือกันอีกครั้งในอนาคต



NEKOPOST.NET