NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.137 - 66 ปีกแห่งวายุ


ฉันล้างเนื้อล้างตัวจากโคลนด้วยน้ำที่ยังหลงเหลือในบ่อน้ำพุที่แตก จากนั้นออสการ์ก็อุ้มตัวฉัน เราทั้งคู่ขึ้นขี่ราชีออคที่ตอนนี้มีเพียงแค่ปีกเดียว
 
ราชีออคและฉันต่างก็ถึงขีดกำลังแล้ว แต่กระนั้น พวกมันก็ได้ลักพาตัวเฟเรียไป รวมถึง — ยัยนั่น ดิเฟริส ฉันปรารถนาจะสังหารหล่อนทิ้งเสียยิ่งกว่าผู้ใด ในความโกลาหลวันนี้ฉันยังคงมีโอกาสนั้นอยู่
 
ความสามารถของแม่นั่นอันตรายเกินไป ฉันไม่อาจยินยอมให้หลุดรอดไปได้ และรวมถึงความจริงที่ว่าหล่อนต้องการฆ่าฉันนั่นก็ด้วย
 
"ได้โปรดอย่าฝืนตัวเองแบบนี้อีกนะครับ !"
 
"ข้ารู้ ข้าผิดไปแล้ว การต่อสู้ที่เหลือปล่อยให้กับท่านแล้วกัน ออสการ์"
 
"ใครก็ตามแต่ที่ยังปล่อยให้ท่านซึ่งบาดเจ็บขนาดนี้ไปสู้อีก ก็คงไร้หัวใจแล้วล่ะครับ"
 
จากนั้นออสการ์ก็พูดต่อ
 
"ท่านคือผู้บัญชาการ มิใช่อัศวิน และข้าคืออัศวิน มิใช่ข้าราชการพลเรือน นั่นมันคือสิ่งที่ควรเป็นตั้งแต่ต้น ......ต้องขอประทานอภัยในความล่าช้าของข้าด้วยจริง ๆ ครับ"
 
 
 
 
 
ออสการ์คุ้นชินกับการขี่ดราโกนิสเกินกว่าที่ฉันคาด พวกเราจึงสามารถผลักดันขีดจำกัดของตัวเองออกมาได้ และการติดตามดิเฟริสกับเฟเรียก็ไม่ได้ยากเย็นนัก
 
กลุ่มเมฆสีดำของฝูงมอธเพลิงจับกลุ่มกันอยู่เหนือใจกลางย่านสามัญชน แม้เปลวเพลิงลุกลามไปทั่วแห่งหน แต่กลุ่มเมฆสีดำนั้นยังคงรวมตัวกันอยู่เหนือนคร หรือพวกมันคิดจะหลบหนีไปภายใต้ฟ้าฝน ? ยิ่งกว่ากลุ่มเมฆสีดำนั้นแล้ว ท้องฟ้าตอนนี้ก็กลายเป็นสีดำมืดจากเขม่าควัน
 
"ถ้าฝนเริ่มตก กลิ่นของพวกมันจะโดนลบโดยเม็ดฝน แล้วราชีออคจะไม่สามารถติดตามพวกมันได้อีก....."
 
"งั้นเราต้องถึงตัวพวกนั้นให้ได้ก่อน !"
 
ราวกับจะตอบสนองกับน้ำเสียงเร่งเร้าของออสการ์ เท้าของราชีออคก็เริ่มถีบหลังคาของสิ่งปลูกสร้างเพื่อเพิ่มความเร็ว แม้ว่ามันจะสูญเสียปีกไปข้างหนึ่ง แต่ความว่องไวก็ยังคงน่าทึ่ง ขณะที่มันกระโดดฝ่าอากาศไป ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ ฉันนึกขอบคุณท่านเอิร์ลเทเรเซียที่ทำให้ฉันได้พบกับดราโกนิสที่วิเศษเช่นนี้
 
ราชีออคคำรามเสียงต่ำ ฉันจึงเห็นดาดฟ้าเจ้าปัญหานั่นแล้ว ฝูงมอธเพลิงหนาแน่นขนาดมหึมาส่งเสียงอื้ออึงอยู่บนนั้น ดิเฟริสยืนอยู่ในลานกว้างของโบสถ์ และดูราวกับว่าหล่อนกำลังร่ายรำขณะควบคุมเหล่ามอธเพลิง รอยสักสีม่วงพิษวาดลวดลายในอากาศอีกครั้ง และมอธเพลิงก็ขยับเคลื่อนกายราวกับหุ่นที่ถูกชักใยจากน้ำมือเธอ
 
เป็นภาพมหัศจรรย์พันลึกที่ไม่อาจประหลาดไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว ฉันสลัดอาการปวดระบมของร่างกายที่แล่นกลับขึ้นมายังมือซ้ายของฉัน ถัดจากดิเฟริสที่ร่ายรำ ฉันมองเห็นเฟเรียนั่งนิ่งอยู่กับพื้น ฉันตีลำคอราชีออคเบา ๆ
 
"ไป !"
 
ด้วยเสียงของฉันที่บอกเป็นนัย มันก็กระโจนตัวตรงไปยังดิเฟริสที่อยู่บนหลังคาของอาคารสามชั้น สำหรับอสูรเวทย์ที่มีถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติคือหน้าผาเคี้ยวคดและปกคลุมไปด้วยหิมะอย่างเทือกเขาเอม็อนนอร์ สิ่งนี้ไม่เป็นปัญหาเลย
 
เธอคงจะสังเกตเห็นพวกเราที่พุ่งทะยานไปยังเธอ ดิเฟริสพลันเปลี่ยนสีหน้าและถอยหลังกลับไปจากจุดที่ยืนอยู่ ฉันใช้โอกาสนี้เคลื่อนไหวต่อไปพร้อมกับออสการ์และราชีออค
 
ราชีออคคาบตัวเฟเรียด้วยปากของมัน และรีบผละตัวออกไป ออสการ์วาดดาบของเขาและทะยานตรงไปยังดิเฟริส ขณะที่ฉันไถลตัวไปยังเบื้องหลังของรูปปั้นหนึ่งของโบสถ์ ฉันระงับอาการไออันเกิดจากร่างกายที่อ่อนแรง
 
"ยังจะมากันได้อีกนะ ฮึ เจ้านี่มันน่ารำคาญจริง !!"
 
ชิ้ง เสียงแหลมคมดังแหวกอากาศ หลังจากดิเฟริสเบนตัวหลบจากดาบของออสการ์ที่หมายพุ่งเข้าหัวใจเธอด้วยมีดเล่มใหญ่ พวกเขาแลกเปลี่ยนการโจมตีด้วยอาวุธของตัวเองอย่างต่อเนื่อง และออสการ์ตอนนี้ก็ทำได้เพียงปัดป้องกัน หยุดมีดสั้นสองคมของเธอด้วยดาบมือเดียวเล่มยาว
 
จู่ ๆ เสียงอื้ออึงอย่างน่าตระหนกของมอธเพลิงก็ดังขึ้น และครั้งนี้พวกมันไล่ล่าออสการ์
 
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นความสามารถในการต่อสู้ของเขา แม้จะดูไม่เลว แต่การเคลื่อนไหวของเขาก็ไม่ได้ยืดหยุ่น เขาไม่ได้เป็นสัตว์ประหลาดอย่างคลอเดีย ทักษะกระบวนดาบของเขานั้นมันเป็นไปตามขนบมากเกินไป
 
แม้กระนั้น ก็เหมือนจะเป็นอะไรที่บอกได้ถึงความเถรตรงโดยธรรมชาติของตัวเขา ทักษะของเขานั้นธรรมดามาก แต่โดยเนื้อแท้คือความมั่นคงและความน่าเชื่อถือ
 
"เอาล่ะ ถ้าเจ้าไม่อยากจะกลายเป็นเชื้อเพลิงของเปลวไฟในวันนี้ ก็จงร่ายรำให้แก่ข้าตราบเท่าที่จะทำได้เสียเถอะ !!"
 
เสียงแหลมสูงอันบ้าระห่ำของเธอดังลั่น ก่อนที่จะถูกกลบไปอย่างสมบูรณ์ด้วยเสียงอึงอลอึกทึกของเหล่ามอธเพลิงจำนวนนับไม่ถ้วน
 
ขณะที่ออสการ์มีความสามารถในการเป็นนักรบมาก แต่ก็ยังคงมีขีดจำกัดที่จะทำได้เพียงลำพัง ด้วยมอธเพลิงทั่วทุกหัวระแหงในอากาศโบยบินอย่างผิดธรรมชาตินั้น ค่อย ๆ ทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงตัวของดิเฟริสได้อีก
 
"อ๊ะฮ่าฮ่าฮ่า เอาซิ่ เอาซี่ เต้นระบำให้กับข้าอีก !!"
 
การร่ายรำของเธอเร่งเร้ายิ่งขึ้น รวมถึงจำนวนของมอธที่บินอยู่ใกล้บริเวณโดยรอบก็เพิ่มจำนวนมากกว่าเดิม
 
ครั้งนี้มันไม่มีแหล่งกำเนิดน้ำใกล้ ๆ ที่พวกเราจะใช้การและปัดเป่าพวกมันไปได้เลย ดิเฟริสดูจะใช้ทุกสิ่งอย่างสุดความสามารถแล้ว และส่งเกลียวคลื่นสีแดงของมอธเพลิงถั่งโถมไปยังออสการ์
 
ความกระวนกระวายใจซึบซาบบนสีหน้าของออสการ์ เขารีบตัดเครื่องแบบอัศวินที่เริ่มคุควันไฟออกและเหล่ามอธเพลิงจำนวนนับไม่ถ้วนก็ยังคงพยายามเข้าใกล้ตัว
 
ฉันกลั้นหายใจ ขณะที่ยังหลบซ่อนในเงารูปปั้นและสอดส่ายสายตามองทุกสิ่งที่อุบัติ ราวกับว่ากำลังดูภาพยนตร์ ขณะที่ออสการ์ยังคงเต้นรำกับความตายด้วยบรรดามอธเพลิงที่พยายามเข่นฆ่าเขา
 
บทบาทของฉันคือการจับตามองทุกอย่าง ดูว่าอะไรที่ออสการ์ไม่สามารถทำได้ อย่างที่เขาบอกไว้ ฉันไม่ใช่อัศวิน แต่เขาเป็น
 
ฉันลบเลือนการกระทำและอารมณ์ที่ไม่จำเป็นทั้งหมดออกและทำให้ความคิดตัวเองเยือกเย็นเข้าไว้ —
 
"ไปด้านขวาของเจ้า ออสการ์ ! โจมตีจุดบอดของนางซะ !!"
 
— อย่างที่ฉันคาดไว้ เวทมนตร์ของดิเฟริสนั้นขึ้นอยู่กับการมองเห็นของเธอ เพราะว่าฉันได้บาดตาข้างซ้ายของเธอไว้ก่อนหน้านี้ มันก็ดูคล้ายจะส่งผลกระทบกับการมองเห็นของหล่อนค่อนข้างมาก ถึงฉันจะไม่แน่ใจว่ามันร้ายแรงพอที่จะบอดเลยหรือไม่ แต่เมื่อฉันสังเกตการณ์อย่างสงบและเยือกเย็นดูแล้ว มันก็ปรากฏว่าเหล่ากลุ่มมอธเพลิงที่อยู่ทางด้านซ้ายของเธอนั้นมันมีการเคลื่อนไหวที่ขาดความแม่นยำไป
 
ฉันคิดว่าการเต้นระบำโดดเด่นของเธอนั้นคือสิ่งที่เข้าใจผิด ถึงแม้ตอนที่เธอควบคุมราชีออค หรือสั่งการคำสั่งใหม่ให้กับมอธเพลิง เธอก็ยังต้องมีเป้าหมายอยู่ในสายตา ความสามารถในการใช้อำนาจบางส่วนและการมองคำสั่งการง่าย ๆ ขณะปล่อยให้เป้าหมายยังคงอยู่ในระบบอัตโนมัติ หรือการควบคุมท่าทีการเคลื่อนไหวของเป้าหมายด้วยตัวเอง มันก็ดูเหมือนว่าเวทมนตร์ของเธอจะสามารถทำได้ทั้งสองทาง
 
ดิเฟริสท่าทางตื่นตระหนกในฉับพลัน และถูกล่อลวงด้วยเสียงของฉัน เธอเบนสายตาออกจากออสการ์ แล้วหล่อนหันหลังตัวเองให้ออสการ์ จ้องมองมายังฉันที่ยังคงซ่อนตัวอยู่หลังรูปปั้น
 
เธอใช้นิ้วชี้ไปยังท้องฟ้าที่อยู่เหนือฉัน เหล่ามอธเพลิงปะทุไฟสีแดงในบริเวณทั้งหมดต่างพุ่งทะยานมายังฉันทันที
 
"จงมอดไหม้ไปซะ นังเด็กเวร !!!"
 
วิสัยทัศน์ของฉันถูกย้อมด้วยสีม่วงดำ
 
ฉันกลั้นหายใจ ร่างกายตึงขึงและตื่นตัวจนแทบจะสูญสิ้นพลังงานไปทั้งหมด
 
— เป็นเจ้าต่างหากล่ะที่จะตายที่นี่ ดิเฟริส !!
 
ขณะที่กำแพงของมอธเพลิงซัดมายังฉัน ปีกของหมาป่ามังกรก็กางออกและปัดเป่าพวกมันออกไปด้วยพละกำลังทั้งหมด วูบ เสียงของสายลมแรง ฉันเองก็ยังแทบจะถูกพัดเพไปด้วยจนต้องเกาะรูปปั้นแน่น
 
กระแสลมแรงฉับพลัน ผลักเหล่ามอธเพลิงที่ไร้น้ำหนักทั้งหมดย้อนกลับไปยังที่ที่พวกมันจากมา
 
เสียงโอดครวญของความสิ้นหวังจากดิเฟริสประสมกับเสียงเหล่านั้นทั้งหมด และ — ทันใดนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องสุดท้ายของความตาย
 
ณ ใจกลางของลานกว้างที่ซึ่งเหล่ามอธเพลิงบินกระจัดกระจายไปทั่ว ดาบของออสการ์เสียบทะลวงอกของหล่อน
 
เมื่อเขาชักดาบของตัวเองออก ร่างผิวสีของเธอก็ทรุดฮวบกับพื้น เธอยังคงชักกระตุกเล็กน้อย และเลือดสีแดงสดก็ไหลนองออกมาอย่างรวดเร็ว
 
เหล่ามอธเพลิงที่โบยบินอย่างสับสน ราวกับถูกกระตุ้นจากเลือดของเธอ พวกมันก็ค่อย ๆ โหมเข้าไปรวมตัวกันที่ดิเฟริสในขณะที่เธอจวนเจียนจะตาย
 
แล้วหล่อนก็หยุดส่งเสียงใด ๆ ในที่สุด
 
กลิ่นของเนื้อที่ถูกเผาไหม้เริ่มจุดอาการคลื่นไส้จากความทรงจำอันไม่น่าจดจำขึ้นมาอีกครั้ง
 
— ทว่า ฉันชนะแล้ว ฉันประสบความสำเร็จในการสังหารหล่อนแล้ว
 
มันคือ ชัยชนะ



NEKOPOST.NET