[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 133 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.133 - 62 พี่น้องหรือลุงหลาน ?


เคร้ง หอกที่ฉันถือไถลหลุดออกจากฝ่ามือ กระทบพื้นหินส่งเสียงดัง ดึงฉันกลับมาสู่ภาวะปกติและรีบจับหอกให้มั่นอีกครั้ง
 
พ่อ หรือชายที่หน้าตาคล้ายกับพ่อของฉันอย่างไม่ผิดเพี้ยนกลิ้งร่างของท่านไวส์เคานท์โอเกร็นด้วยเท้าของเขาอย่างไม่ใยดี พร้อมขยับเข้าใกล้ฉันอย่างเชื่องช้า
 
— ท่านไวส์เคานท์ เสียงวัตถุบางอย่างที่ตกลงในบ่อน้ำพุก่อนหน้านี้คงจะเป็นเขานั่นเอง ตัวเปียกโชก และฉันยังเห็นน้ำสีแดงคล้ำซึมซาบออกมา
 
สมองของฉันยังไม่สามารถประมวลผล​เกี่ยวกับสถานการณ์ในตอนนี้ได้สักกระผีก​ มือขวาของท่านไวส์เคานท์โอเกร็นเหยียดขึ้นอย่างอ่อนแรงและจับชายกางเกงของชายนัยน์ตาสีเลือดผู้นั้นไว้
 
"ทะ ทำไม นอร์.....ดสเทิร์.......ทำ เช่นนี้...... กับข้า !"
 
เสียงหืดหาดยากจะจับความ เสียงหยดน้ำผล็อยหล่น เขาคงขวัญกระเจิงจากแรงปะทะที่ได้รับ มีข้อมูลมากมายที่ไม่อาจประมวลผลให้เข้าใจได้เลย..... แทนที่จะทำแบบนั้นมันก็คงจะดีกว่าที่จะหยุดคิดถึงมันทั้งหมด
 
เมื่อตะกี้ ท่านไวส์เคานท์โอเกร็นเรียกชายคนนี้ว่าอะไรนะ ?
 
นอร์ดสเทิร์มอย่างนั้นหรือ ?
 
"เมลคีออร์ หนูน้อยคนนั้นเองหรือ​ ? เจ้าทั้งสองดูคล้ายกันจริงเทียว​"
 
เสียงหัวเราะซิกซี้ของผู้หญิงที่ฉันไม่รู้​จัก​ดังแทรกเข้ามา หญิงที่ยืนอยู่ข้างหลังชายนัยน์ตาสีเลือดก้าวขยับตัวมาข้างหน้า พร้อมกับขยี้ศีรษะของท่านไวส์เคานท์โอเกร็นโดยไม่ยี่หระ​ ท่านไวส์เคานท์ส่งเสียงคร่ำครวญ ก่อนจะกลายเป็น​ความ​เงียบงัน
 
หล่อนเป็นสตรี​ร่างสูงสวมเสื้อคลุมนักเดินทาง
 
ฉันไม่สามารถบอกสีนัยน์ตาของหล่อน​ได้เลยเพราะใบหน้าส่วนใหญ่ล้วนถูกปกปิด ทว่ากลับเปิดเผยผิวสีแทนเนียนละมุนที่หน้าท้องและต้นขา เธอไม่ได้เป็นคนอัร์คเซียแน่นอน
 
"........พวกเจ้าเป็นใคร ?"
 
เมื่อฉันถามถึงตัวตนของพวกเขา ทั้งสองมองหน้ากัน จากนั้นก็หัวเราะออกมาในทันใด
 
"ฟังให้ดีนะจ๊ะ หนูน้อย ท่านผู้นี้คือท่านมาร์ควิสเมลคีออร์ นอร์ดสเทิร์ม เขามีบรรดาศักดิ์ที่สูงส่งกว่าเจ้านัก ไม่คิดหรือว่าเจ้าควรจะแสดงท่าทีนอบน้อมให้มากกว่านี้น่ะ ?"
 
ด้วยเสียงหัวเราะน่ารำคาญของเธอที่ดังตลอดเวลาการแนะนำตัวพรรคพวก เสียงสูงแหลมฟังดูราวกับเธอกำลังขับร้อง
 
— ตลกน่ะ มาร์ควิสนอร์ดสเทิร์ม..... งั้นเรอะ ? ชายคนนี้ที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีสายสัมพันธ์บางอย่างกับฉันในสักทางคือ นอร์ดสเทิร์ม ?
 
เพียงความจริงที่ว่าชื่อสกุลของเขาคือ นอร์ดสเทิร์ม นั่นก็ทำให้ตกใจเพียงพอแล้ว แต่นี่เขายังมีบรรดาศักดิ์ขุนนางที่สูงถึงระดับมาร์ควิส ความสับสนและประหลาดใจหมุนควงอยู่ภายในหัวของฉัน
 
อย่างแรกเลย ไม่มีเครือญาติคนไหนนอกเหนือไปจากฉันที่รอดชีวิต — เป็นไปไม่ได้​น่ะ พลาดไปหนึ่งอย่างนั้นหรือ ?
 
ฉันมองไปยังชายคนนั้นอีกครั้ง จับหอกด้วยมือขวาแน่น
 
ชายคนนี้ดูละม้ายกับพ่อของฉันราวกับเป็นภาพถ่าย แต่ก็ยังคงมีส่วนที่แตกต่างอย่างชัดเจน คืออายุ
 
ฉันบอกได้ว่าคนคนนี้อ่อนเยาว์กว่าพ่อในความทรงจำเล็กน้อย ฉันคิดว่าเขาน่าจะโตกว่าฉันสักสิบห้าปี อายุของเขาไม่น่าจะเกินกว่าฉันยี่สิบปีหรอกนะ
 
"อย่ามองข้าแบบนั้นสิ เอลิซ่า พวกเรา—ที่มีสายเลือดเดียวกันก็ได้พบปะกันในที่สุด ไม่คิดแบบนั้นหรือ ? น้องข้า หรือบางทีข้าอาจจะต้องเรียกว่าหลานข้า ?"
 
ฉันขนลุกชันไปทั้งสรรพางค์
 
เขารู้เรื่องอะไรกัน........
 
ความรู้สึกคลื่นเหียนเข้มข้นตีรวนขึ้นมาบนอกและรวมตัวขึ้นจุกที่ลำคอ เสมือนว่าภายในของฉันส่ายไหวและมันก็เป็นการยากที่จะรักษาสมดุลของตัวเอง ดังนั้นฉันจึงต้องรั้งร่างกายไว้ด้วยหอก
 
แต่กระนั้นฉันก็ไม่สามารถทนต่อความสะอิดสะเอียดและพะอืดพะอมได้อีกแล้ว ฉันโน้มตัวและขับขย้อนออกมา ไม่ใช่เพียงแค่ครั้งเดียว ฉันยังสำรอกออกมาอีกหลายหนจนกระทั่งท้องกลวงเปล่าและปวดเกร็งท้อง
 
"อพิโธ่ ดูเหมือนข้าจะโดนรังเกียจจนเจ้าถึงกับสำรอกเลยงั้นสิ ช่างน่าเศร้ายิ่งนัก ทั้งที่ข้าปรารถนาจะได้พบเจ้ามาตลอด ตั้งแต่ที่เจ้าเป็นผู้ที่บิดาของข้าให้ความสนใจหนักหนานักล่ะ"
 
น้ำเสียงของเขาทั้งตื่นเต้นและสนุกสนาน เพียงแค่สิ่งนั้นมันก็ยิ่งเพิ่มพูนความพะอืดพะอมให้กับฉัน หลายสิ่งกลับเข้ามาวนเวียนในหัวของฉัน เสียงแห่งความบ้าคลั่งของพ่อถูกบังคับให้ดังก้องขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
 
ก่อนที่ฉันจะรู้สึกตัว ราชีออคก็คลานมาข้างกาย และส่งเสียงเห่าไปยังทั้งสองคนเหมือนจะข่มขู่ ทันใดนั้นสายลมหอบหนึ่งก็พัดเพจนทั้งคู่สูญเสียการทรงตัว
 
หมวกคลุมที่ปกปิดใบหน้าของผู้หญิงถูกปัดเป่า และฉันก็ได้เห็นใบหน้าของหล่อนอย่างชัดเจนแล้ว เรือนหน้าที่ดูผิดแผกบ่งบอกว่าเป็นใครสักคนที่มาจากประเทศตะวันออก และที่ด้านซ้ายของใบหน้านั้นบิดเบี้ยวแปลกประหลาด
 
รอยสักเขียนสีลวดลายที่ดูซับซ้อนถูกวาดบนใบหน้าครึ่งขวาของเธอเป็นสัญลักษณ์กางเขนบางอย่าง และมันก็ถูกเขียนซ้ำกระจัดกระจายไปทั่วทั้งแขนและขาของเธอ
 
"โอ้ วิเศษ​ เจ้ามีสัตว์เลี้ยงหายากด้วยนี่นา หนูน้อย น่าอิจฉาจัง~"
 
น้ำเสียงร่าเริงของผู้หญิงราวกับจะเสียดแทงเข้าไปในแก้วรู ฉันบังคับตัวเองให้กลืนความรู้สึกคลื่นเหียนลง หุบปากแน่น และจ้องตรงไปยังผู้หญิงคนนั้น พอเธอสังเกตเห็นท่าทีของฉัน เธอก็ฉีกรอยยิ้มน่าขนลุกอีกครั้ง
 
"น่าอิจฉาเหลือเกิน เจ้าน่าจะให้ข้ายืมสักหน่อยนะ ข้าอยากจะเล่นกับมันบ้างน่ะ~"
 
ผู้หญิงคนนี้ยกสองมือเปล่ารุดตัวเข้ามายังราชีออคในทันใด
 
จากนั้น กระทั่งฉันเองก็ไม่อยากเชื่อสายตา — รอยสักสีม่วงพิษบนร่างกายของเธอเริ่มจะเรืองแสงออกมา
 
"เจ้าอาจจะอยากเล่น แต่ว่าพวกเราต้องรีบไปกันแล้ว ดิเฟริส"
 
"ข้ารู้ เมลคีออร์ ขอแค่นิดเดียว ขอให้ข้าได้เล่นสนุกนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้น จนกว่าหัวใจของยัยหนูจะแหลกสลาย"
 
สัญญาณแห่งความบ้าคลั่งในดวงตาของหล่อนจับจ้องมายังฉัน รอยยิ้มบิดเบี้ยวไม่น่าไว้วางใจ
 
เธอคิดจะทำอะไร ? ฉันเพิ่มระดับการระมัดระวังตัวเองและเตรียมหอกไว้มั่น
 
ชายคนนั้นเรียกเธอว่า "ดิเฟริส" นั่นหมายความว่า คือแม่นี่ที่เป็นผู้ก่อการร้ายจากศาสนจักรต่างแดนที่แทรกซึมเข้ามาในอัร์คเซียเป็นเวลาช้านานแล้ว
 
"มาเถอะ มาเล่นกับสัตว์เลี้ยงของเจ้ากันดีกว่า !!"
 
ในเวลาเดียวกันกับที่ยัยคนนั้นคุยโวด้วยเสียงน่ารำคาญ
 
กรร ราชีออคที่อยู่ข้างกายฉันกู่ร้องออกมาและทรุดฮวบลง ณ ตรงนั้น



NEKOPOST.NET