[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 131 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.131 - 60 อพยพหนีภัย


ฉันกัดฟันแน่นและจับหอกที่เสียบมือซ้ายของฉันด้วยมือขวา
 
ฉันหายใจได้ลำบากด้วยแรงกระทบกระเทือนทั้งหมดที่ร่างกายได้รับ ฉันยังได้ยินเสียงหัวเราะขัดหู ขณะที่นิ้วมือข้างซ้ายเริ่มกระตุกอย่างรุนแรง
 
อย่างน้อย คมหอกก็ไม่ได้ทะลวงกระดูกส่วนไหน เป็นเคราะห์ดี หากกระดูกหักแล้วล่ะก็ ฉันคงจะไร้พละกำลังและรู้สึกคลื่นเหียนมากกว่านี้แน่
 
ฉันพยายามดึงหอกออก ทว่าฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อและมันก็ยากที่จะจับให้ถนัดมือ เพราะเปลวเพลิงลุกลามเข้าใกล้แล้ว ความร้อนรนและกระวนกระวายก็แผ่ซ่านไปทั่วทั้งกาย หากฉันไม่รีบล่ะก็ คงจะถูกเผาทั้งเป็นแน่นอน..... นอกจากนี้ก็ยังมีผู้คนอีกหลายคนที่ล้มอยู่รายรอบฉัน
 
ฉันยังเห็นสัญญาณชีวิตของนักบวชที่อยู่บนพื้นใกล้กัน ท่านไวส์เคานท์ร็อกเชียก็คงจะยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่มันสายไปแล้วสำหรับคนอื่น ๆ คมดาบของใครสักคนที่เสือกแทงทะลุหัวใจของท่านนักบวชผู้พิพากษา เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะสิ้นลมอย่างแน่นนอน และผู้รักษาการณ์คนอื่น ๆ ต่างก็ตายแล้วทั้งหมด
 
อย่างน้อย ฉันก็ต้องทำให้แน่ใจว่านักบวชผู้นี้จะมีชีวิตอยู่ หากเขารอด เขาก็จะสามารถส่งท่านไวส์เคานท์โอเกร็นเข้ารับโทษทัณฑ์ได้ ...... อ่า แต่ก่อนหน้านั้น ฉันจะต้องแก้สถานการณ์ของตัวเองอย่างเร่งด่วนให้ได้เสียก่อนนะ
 
ทว่า ฉันไม่มีกำลังที่จะถอนหอกเหล็กหนักนี้ด้วยมือเพียงข้างเดียวและพละกำลังของเด็กได้เลย
 
ฉันเดือดพล่านไปด้วยความร้อนใจ พอคิดถึงความเป็นไปได้ที่ฝูงมอธเพลิงจะเข้าใกล้ที่นี่ในทุกชั่วขณะ ความหนาวเหน็บก็เสียดแทงไปถึงกระดูกไขสันหลัง ฉันจะต้องใจเย็นลงกว่านี้และกำหนดลมหายใจ แต่ตรงกันข้าม ฉันกลับร้อนรนไปทั้งหมด
 
.......กลิ่นเบาบางของเนื้อไหม้ รื้อฟื้นอดีตอันไม่น่าจดจำ และนำมาซึ่งความสะอิดสะเอียน ทั้งที่ในตอนนี้ฉันไม่ต้องการเพิ่มเหตุผลอื่นใดนอกเหนือไปจากความร้อนและความเจ็บปวดที่ทำให้เหงื่อแตกไปมากกว่านี้แล้ว
 
เย็นไว้...... เย็นไว้ซิ ตัวข้า หรือบางทีฉันอาจต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ใช้หอกเฉือนเนื้อตัวเองออกไป ถึงแม้ว่าจะต้องเสียนิ้วไปก็ตาม ? อย่างเลวร้ายที่สุด ฉันก็คงจะไม่สามารถใช้การนิ้วกลาง, นิ้วนาง และนิ้วก้อยได้อีกตราบจนชั่วชีวิต แต่มันก็ยังคงดีกว่าความตายจากการถูกแผดเผาทั้งเป็นที่นี่ ถึงอย่างไรมือซ้ายก็ไม่ใช่มือข้างที่ถนัดของฉันอยู่แล้ว
 
"—— เอลิซ่า !"
 
ขณะที่ฉันคิดว่าจะสละนิ้วบางนิ้วออกไป โชคดีจริง ๆ ที่ได้ยินเสียงตะโกนเรียกดังมาจากฟากฟ้า
 
ฉันไม่คาดคิดว่าจะได้ยินเสียงนี้ ฉันแทบจะตะโกนเรียกเขาด้วยนามที่แท้จริง แต่ฉันก็ยั้งตัวเองไว้ ไม่ต้องการโต้เถียงเรื่องอื่นกับเขาอีก
 
"......เอลิส ทางนี้ !"
 
วูบ ฝูงมอธเพลิงแตกรัง ขณะที่ราชีออคร่อนลง เด็กชายเรือนผมสีดำและนัยน์ตาสีชาดเหมือนกับฉันอย่างน่าทึ่งรีบลงมาข้างกาย
 
เขามองหอกที่ตรึงมือของฉันไว้และทำหน้าเหยเก จากนั้นก็จับหอกไว้ทั้งสองมือและดึงมันขึ้นจากพื้น
 
หยาดเลือดไหลย้อยลงพื้นเสียงเปาะแปะ ความเจ็บแปลบอย่างรุนแรงและทึบทื่อ ทำเอาข้อมือของฉันสั่น
 
ฉันฉีกเสื้อคลุมของตัวเองออกด้วยปากและมือขวา ให้ราโทก้าช่วยมัดเศษผ้ารอบมือของฉันเพื่อหยุดเลือด จากนั้นให้ราโทก้าแบกร่างของนักบวชไว้บนหลังของราชีออค ทั้งให้ราชีออคคาบท่านไวส์เคานท์ร็อกเชียไว้ที่ปากเบา ๆ ทันทีที่พวกเราทั้งหมดขึ้นขี่หลังของมัน ราชีออคก็ทะยานขึ้นสู่อากาศ
 
ฉันได้ยินเสียงสายลมที่พัดผ่านกาย แม้ว่าพวกเราจะบินตรงเข้าใจกลางฝูงมอธเพลิงจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีพวกมันสักตัวที่เข้าใกล้พวกเราได้ คงจะเป็นความจริงที่ว่าราชีออคสามารถควบคุมสายลมได้ด้วยเวทมนตร์
 
ย่านกลางเมืองแห่งนครหลวงลุกลามไปด้วยความเลวร้ายอย่างแท้จริง กลุ่มฝูงชนทั่วทุกที่ต่างพยายามหนีผ่านตรอกซอกซอยอันคับแคบจากฝูงมอธเพลิง เปลวไฟและควันดำลอยคลุ้งทั่วแห่งหน กอปรกับเสียงกรีดร้องอย่างสิ้นหวังและโกรธเกรี้ยวที่ดังอย่างต่อเนื่อง
 
"เจ้า เจ้ามาที่นี่ได้ยังไง ?"
 
"ราชีออคน่ะซิ .....อยู่ ๆ ก็ให้ข้าขี่หลังมันแล้วก็บินออกมาจากที่พำนักของเจ้า"
 
อย่างนี้นี่เอง ฉันพยักหน้า
 
ราโทก้าไม่รู้จริง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นราชีออคที่ตัดสินใจเคลื่อนไหวด้วยตัวของมันเอง
 
ฉันอยากจะให้เป็นเธโอหรือกุนเธอร์แทนที่จะเป็นราโทก้ามากกว่านะ แต่เรื่องก็คงจะเป็นราชีออคสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นและมันก็หาใครสักคนที่อยู่ใกล้ที่สุด แล้วพาเขามาหาฉันในทันที ดังนั้นฉันก็ไม่สามารถตำหนิได้ล่ะนะ
 
ฉันรู้สึกโล่งอกและลูบลำคอของราชีออคด้วยปลายนิ้ว
 
"เฮ้ย อย่าขยับมือข้างที่เจ็บซิ"
 
"เลือดหยุดไหลแล้วล่ะ ไม่เป็นไร มันไม่แย่นักหรอกที่ข้าจะขยับมือเล็กน้อยน่ะ"
 
มือซ้ายที่ถูกมัดแน่นเลือดหยุดไหลในที่สุด ฉันข่มความเจ็บปวดไว้ และชี้นำราชีออคให้ร่อนลงใกล้กับคลองส่งน้ำ
 
เพราะมอธเพลิงนั่นอ่อนแอต่อน้ำ พวกมันจึงไม่เข้าใกล้ที่นี่ มีสามัญชนที่หนีตายจากมอธเพลิงยืนอยู่ในน้ำ ตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว
 
"ราโทก้า ดูแลคนบาดเจ็บที่เรานำมาด้วย อย่าให้พวกเขาตายล่ะ โดยเฉพาะนักบวชคนนี้"
 
ฉันรีบสั่งการราโทก้าทันที และฉีกเสื้อคลุมที่หลงเหลือซึ่งรบกวนการเคลื่อนไหวของฉันออก จากนั้นก็วางมันไว้บนแขนของราโทก้าบอกให้เขาใช้มันต่างผ้าพันแผล "เอ๋" นั่นคือทั้งหมดที่ราโทก้าตอบกลับ ขณะที่ฉันส่งเขาลงบนพื้นสูงพร้อมกับชายที่หมดสติสองคน
 
"อย่าออกไปจากคลองส่งน้ำนี้ล่ะ พวกมอธเพลิงมันจะไม่มาใกล้ที่นี่"
 
"แล้วเจ้าจะไปไหน บาดเจ็บอยู่แบบนั้น !"
 
"ท่านไวส์เคานท์โอเกร็นหลบหนีไปพร้อมกับเฟเรีย ร็อกเชีย ข้าจะไล่ตามพวกเขาไป"
 
"ว่าไงนะ !?" ฉันทิ้งเสียงตะโกนของราโทก้าไว้เบื้องหลัง พร้อมกับสั่งราชีออคให้โผบินขึ้นอีกครั้ง เป็นอีกคราที่ฉันสัมผัสถึงการแผดคำรามของสายลม พร้อม ๆ กับรู้สึกว่าอวัยวะภายในยกตัวขึ้นมา



NEKOPOST.NET