[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 130 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.130 - 59 ผจญเพลิง


เรื่องเล่าของท่านไวส์เคานท์ร็อกเชียและท่านไวส์เคานท์โอเกร็นต่างก็เต็มไปด้วยคำพูดเกินจริงและโกหกพกลม ด้วยภวตัณหาอันน่ารังเกียจเพื่อผลกำไรในทางใดก็ตามตราบเท่าที่จะเป็นไปได้ ตั้งแต่ต้นก็เป็นพวกเขาทั้งคู่ที่ได้ผลิตสารเสพติดนี้ร่วมกัน และในตอนนี้ก็ได้ถูกเปิดโปงแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็พยายามที่จะทำให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะล่มจม
 
การลักลอบผลิตและจำหน่ายขี้ผึ้งเสพติด การหลบเลี่ยงภาษี ......คือสิ่งที่อยู่ใต้ก้นหล่มที่ฉันได้ขุดคุ้ยขึ้นมาได้ ถึงความจริงแท้ของความขัดแย้งในการหมั้นหมายของบุตรธิดาของพวกเขาเองที่บังหน้า
 
เรื่องชวนหัวเหล่านี้จะดำเนินต่อไปอีกนานแค่ไหนกันนะ
 
จากหลักฐานทั้งหมดที่ท่านเอิร์ลเทเรเซียช่วยรวบรวมให้ถึงการกระทำอันขัดต่อกฎหมาย ฉันได้ปรับเปลี่ยนหลักฐานอันจะเป็นประโยชน์ต่อท่านไวส์เคานท์ร็อกเชีย และจะยื่นเสนอต่อท่านผู้พิพากษาทันทีเมื่อพวกเขาต่อปากต่อคำกันเสร็จ
 
ความจริงที่ยังคงอยู่ว่าท่านไวส์เคานท์ร็อกเชียเป็นหนี้จำนวนมหาศาล แต่บุคคลที่ถือกุญแจสำคัญในการต่ออนาคตของท่านไวส์เคานท์ร็อกเชียก็คือท่านเอิร์ลเฟรเช่ สำหรับจำนวนเงินกว่า 20 ล้านอาร์ค นั่นเป็นเพียงจำนวนขี้ประติ๋วสำหรับเขา ท่านเอิร์ลเฟรเช่จะได้รับที่ดินอุดมสมบูรณ์อันกว้างไพศาลในภูมิภาคกรีนฟิลด์และกิจการการเลี้ยงผึ้งอย่างครอบคลุม นั่นต่างก็เป็นผลดีสำหรับทุกฝ่ายที่ท่านเอิร์ลเฟรเช่ได้ยินยอมตามแผนการของคอร์เนล บุตรชายคนเล็กเพื่อปลดหนี้สินให้กับท่านไวส์เคานท์ร็อกเชีย
 
สิ่งมิชอบด้วยกฎหมายของตระกูลโอเกร็นที่มั่นใจได้เลยว่าเกี่ยวข้องกับตระกูลหลักที่อยู่เบื้องหลังพวกเขา นอร์ดสเทิร์ม ท่านเอิร์ลเทเรเซียต้องการค้นหาจุดเชื่อมโยงในสักแห่งที่จะลากตัวท่านมาร์ควิสนอร์ดสเทิร์มออกมาต่อหน้าสภาขุนนางได้ ดังนั้นครั้งนี้ฉันจึงรับบทบาทเป็นตัวหมากของท่านเอิร์ลเทเรเซียเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์สุดท้ายในความคิดของฉัน
 
.....ดูเหมือนว่าปัญหาระหว่างโอเกร็นและร็อกเชียจะดำเนินมาใกล้จะปิดฉากลงแล้ว
 
ฉันเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ และรู้สึกอึดอัดอย่างไม่ได้คาดการณ์ไว้ในโสตประสาท
 
"มีอะไรหรือ ?"
 
คงเป็นเพราะการเคลื่อนไหวฉุกละหุก ท่านนักบวชผู้พิพากษาที่เยือกเย็นและสงบขณะรับฟังการพิพาทของไวส์เคานท์ทั้งสองจึงเอ่ยขึ้น ทุกสายตาของผู้ที่อยู่ในห้องจับจ้องความสนใจมายังฉัน ฉันได้ยินเสียงร้องสูงมาจากที่ห่างไกล ความดังมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้แก้วหูของฉันสั่นเล็กน้อย
 
".....ข้าคิดว่ามีความโกลาหลบางอย่างเกิดขึ้นที่ข้างนอกค่ะ"
 
"หือ ?"
 
หนึ่งในนักบวชรีบส่งสัญญาณให้ผู้รักษาการณ์ที่ยืนอยู่หน้าประตูในห้องเปิดประตูออก
 
ทันใดนั้น พวกเราทั้งหมดก็ได้ยินเสียงความอลหม่านบางอย่างชัดแจ้ง รวมถึงเสียงประหลาดในอากาศที่คล้ายกับเสียงกรอบแกรบของใบไม้
 
เวลาเดียวกัน ผู้รักษาการณ์จากข้างนอกก็เร่งรีบเข้ามาภายในอย่างตื่นตูม ตะโกน "ไฟไหม้ ! เกิดไฟไหม้ใกล้ ๆ นี้ขอรับ ! รีบอพยพไปที่ปลอดภัยโดยด่วนเลย !"
 
ทุกคนลุกขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน ถ้ามันเป็นเพียงเหตุเพลิงไหม้ธรรมดา แล้วอีกเสียงประหลาดที่พวกเราได้ยินเล่า ?
 
"นี่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน การพิพากษาคดีในวันนี้ขอจบแต่เพียงเท่านี้ ทุกท่านโปรดตามข้ามา"
 
หนึ่งในคณะนักบวชที่หน้าขาวซีดแทบเป็นเถ้ากระดูกนำทาง ขณะที่ผู้รักษาการณ์ช่วยนำพาไวส์เคานท์ทั้งสอง เพราะว่าเฟเรียยังคงสติหลุดลอยกับสิ่งที่เกิดขึ้น ฉันจึงดึงแขนของเธอไว้ พร้อมให้สัญญาณมือกับออสการ์ให้เขานำพยานเอกสารต่อต้านท่านไวส์เคานท์โอเกร็นออกไปและพวกเราก็แยกทางกัน ก็หวังว่าพวกเราจะมาพบกันหลังจากนี้ได้ล่ะนะ เขาคงจะไม่ได้ไปไหนไกลนัก
 
......แต่กระนั้น ไอ้ความวุ่นวายนี้มันช่างประจวบเหมาะ​อะไรแบบนี้ หวังว่ามันจะไม่ส่งผลในแง่ลบต่อประเด็นการแก้ปัญหานี้นะ
 
ด้วยการสาวเท้าอย่างรีบเร่ง ฉันออกมาจากวิหารในที่สุด สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้านั้นยากเกินจะเชื่ออย่างน่าใจหาย
 
ท้องฟ้าสีแดงเข้ม แม้จะเป็นเวลาพลบค่ำแล้ว แต่มวลอากาศกลับร้อนระอุแผดเผา จากทิศทางที่ตั้งของย่านสามัญชน เขม่าควันสีดำล่องลอยให้เห็นที่นั่นที่นี่ ประกายไฟลุกไหม้แปลบปลาบพบเห็นได้ทั่วไปในอากาศ
 
"นี่มัน.....มอธเพลิง ? ไม่มีทางน่ะ จำนวนมหาศาลขนาดนี้ ?"
 
ท่านไวส์เคานท์ร็อกเชียออกความเห็นอย่างตะลึงงัน ฉันมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความรู้สึกเดียวกัน
 
ผืนนภาสีแดงฉาน .....มอธเพลิงจำนวนนับไม่ถ้วนโบยบินวนไปเวียนมาประหนึ่งเริงระบำบนฟากฟ้า
 
ด้วยเสียงหึ่งแปลกประหลาด บ้านเรือนใดก็ตามที่เหล่ามอธเพลิงถาโถมเข้าใส่ดุจเกลียวคลื่น เปลวเพลิงระลอกใหม่ก็ปะทุโชติช่วงชัชวาล เสียงกรีดร้องอึงอลก้องกาหลไปทั่วทุกแห่ง ทุกคนต่างพูดไม่ออก​กับสถานการณ์อันพิลึกพิลั่น​นี้
 
"นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกัน ?"
 
"อพยพออกจากที่นี่ ..... บริเวณนี้อันตรายแล้ว"
 
มันเกิดขึ้นในตอนที่เหล่านักบวชหันมองไปรอบ ๆ ฉับพลันนั้นการจู่โจมอย่างหนักหน่วงก็ฟาดเข้าใส่ฉัน ร่างของฉันปะทะเข้ากับกำแพง ด้วยความตื่นตัวจากแรงกระทบกระเทือน ฉันจึงหายใจไม่ออกชั่วขณะหนึ่ง และทรุดฮวบกับพื้นทั้งพิงกำแพงไว้ ขณะที่ไม่สามารถดึงเรี่ยวแรงของตัวเองออกมาได้เลย
 
"ทุกคนอย่าขยับ ! ห้ามเคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งนั้น !!"
 
ผู้ที่บังคับกดตัวฉันลงบนแผ่นหลัง คือท่านไวน์เคานท์โอเกร็นที่แหกปากเสียงดังกว่าก่อนหน้านี้และฟังดูคลุ้มคลั่ง ฉันพยายามหันศีรษะไปรอบ ๆ เห็นชายไม่คุ้นหน้าสองคนในชุดดำดึงดาบของตัวเองออกมาจากร่างของผู้รักษาการณ์ที่ถูกลอบโจมตี
 
เสียงกรี๊ดของเฟเรียเสียดแทงในอากาศ ฉันเห็นท่านไวส์เคานท์ร็อกเชียล้มลงกับพื้นโดยปราศจากกระทั่งการเปล่งเสียง
 
"นี่มันอะไรกัน !!"
 
นั่นคือคำพูดสุดท้ายของท่านนักบวชผู้พิพากษา ก่อนที่เสียงพึ่บพั่บของมอธเพลิงเข้าจู่โจม และลบล้างการดำรงอยู่ของเขาในทันที
 
ภายในอุทยานของมหาวิหารคุกรุ่นไปด้วยควันไฟ ขณะเปลวเพลิงเริ่มลุกลามมาที่นี่ กลืนกินชุดทูนิคของผู้รักษาการณ์ที่ไร้วิญญาณบนพื้น ฉันได้แต่มองเปลวไฟโลมเลียโหมสะพัดด้วยความพิศวงอันว่างเปล่า
 
"วิเศษ พวกเจ้าจะถูกเผาทั้งเป็นที่นี่กันทั้งหมด !"
 
เสียงแผดร้องลิงโลดใจของท่านไวส์เคานท์โอเกร็นขณะที่ยังคงเหยียบย่ำแผ่นหลังของฉัน และชั่วอึดใจนั้นฉันรู้สึกเยียบเย็นที่หลังฝ่ามือซ้าย—
 
"อะ อ๊าาาาาาา———ก !!"
 
เหงื่อกาฬแตกพลั่กทั่วทั้งสรรพางค์ ความเจ็บปวดทรมานและเสียงกรีดร้องตามสัญชาตญาณ มือซ้ายของฉันร้อนผ่าวสาหัสสากรรจ์ ท่านไวส์เคานท์โอเกร็นดึงหอกออกมาจากหนึ่งในซากศพของผู้รักษาการณ์และเสียบทะลุมือซ้ายของฉันตรึงไว้กับพื้นดิน
 
เสียงหัวเราะบ้าคลั่งของท่านไวส์เคานท์ซึ่งวิ่งจากไป กลบเสียงของเฟเรียที่พยายามปัดป้องและถูกรวบตัวไว้ด้วยหนึ่งในชายชุดดำที่บุกรุกมา เสียงเปลวไฟ, เสียงกรีดร้อง และเสียงหึ่งของมอธเพลิง รอบกายฉันไม่หลงเหลือสิ่งใด นอกไปจากเสียงน่าสยดสยองที่แม้แต่ความเจ็บปวดบนมือซ้ายก็ไม่อาจเทียบเคียง



NEKOPOST.NET