[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 127 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.127 - 56 กับดัก


กริ๊ก ลั่นเสียงแผ่วเบา ฉันลอบขยับไปที่ประตูและเปิดออกอย่างแทบไม่อาจสังเกตเห็นได้ จากช่องว่างเล็ก ๆ ฉันมองเห็นชายที่ไม่รู้จัก ผู้ที่ไม่ใช่หนึ่งในข้ารับใช้ของฉัน กำลังระแวดระวังกับสิ่งรอบตัว
 
โดยปราศจากเสียงดัง ฉันจิกเล็บลงบนผลไม้ในมือ กลิ่นของผลไม้หอมขจรกำจาย ทำให้รอบกายมีกลิ่นที่หอมหวาน
 
.......แม้จะเป็นฤดูร้อน แต่ฉันก็ซ่อนตัวเองไว้ในตู้เล็ก ๆ ร้อนชะมัด ฉันไม่ได้อยากจะเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ นอกจากนั้นมันก็อบด้วย
 
แต่นี่ไม่ใช่เล่นซ่อนแอบหรอกนะ
 
ที่ข้างนอกของตู้ ฉันยังคงได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้บุกรุกทำลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ ต้องขอบคุณประสาทการฟังอันเฉียบแหลมที่ได้รับจากพ่อ ฉันจึงได้ยินกระทั่งตอนที่เขาเปิดและปิดประตู
 
ฉันกัดเนื้อของผลไม้ที่ฉีกเปลือกด้วยเล็บ น้ำหวานพวยพุ่งออกมา ฉันคายเนื้อลงบนฝ่ามือ เหนียวชะมัด กลิ่นของผลไม้ฟุ้งกระจายไปทั่ว
 
จากนั้นก็คลานออกมาจากตู้ในที่สุด
 
ห้องรับแขกขนาดเล็กในบ้านยังคงเงียบสงบโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากตอนที่ฉันเข้าไปหลบเข้าไปในตู้เลย
 
.....นอกไปจากหน้าต่างที่ถูกเปิดออก ไม่มีเครื่องเรือนชิ้นไหนที่ขยับเขยื้อน
 
ฉันมองไปยังบันได เพราะว่าฉันได้ปล่อยคนที่เชื่อใจได้ไว้แล้ว ดังนั้นก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ต่อให้ได้ยินเสียงโหวกเหวก ฉันก็ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ
 
คิดได้ดังนั้นแล้ว ฉันก็เริ่มกินผลไม้ในมือ รสหวานของมันเหมือนกับลูกพีชจากโลกเก่า และมันก็ช่วยคลายความกระหายน้ำของฉัน
 
 
 
 
 
— ฉันคิดว่าได้ยินเสียงขรมดังก้องชั่วขณะหนึ่ง พร้อมกับเสียงกรีดร้องราวกับมาจากสัตว์อสูร หลังจากที่อาการปวดหัวบรรเทาลง ฉันก็ลุกขึ้นจากโซฟา
 
ในที่สุดก็มาสักที ฉันไม่รู้ว่าผู้บุกรุกนั้นเป็นคนประเภทไหน แต่ดูแล้วคงจะเป็นพวกรอบคอบ แม้ว่าที่พำนักของฉันจะเล็กนัก แต่เขาก็ยังคงใช้เวลาในการสำรวจห้องแต่ละห้องกว่าชั่วโมง
 
ฉันเพิ่งจะกินผลไม้ทั้งหมดเสร็จ เช็ดน้ำหวานบนมือออก
 
กระทั่งออกจากห้องรับแขกแล้ว ภายในที่พักของฉันก็ยังคงเงียบสงัด ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมีข้ารับใช้อยู่ก็ตาม แต่ในเวลากลางวันพวกเขามักจะออกไปซื้อของและทำธุระอื่น ๆ ดังนั้นบ้านจึงโล่งโจ้งกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวันนี้ "ฉัน" ออกไปประชุมสภาขุนนาง เหล่าข้ารับใช้จึงให้ความสำคัญกับธุระส่วนตัวข้างนอกมากกว่า
 
ฉันเดินทอดน่องขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง ห้องรับรองเหนือห้องรับแขกที่ประตูเปิดแง้มไว้ มันเป็นห้องที่ฉันให้เฟเรียพักมาตั้งแต่สามวันที่แล้ว
 
ฉันเดินเข้าไปในห้อง ถ้วยชาดำที่ให้เฟเรียแตกกระจายบนพื้น ส่วนเฟเรียตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวที่ปลายสุดของเตียง ขณะที่ผู้บุกรุกไม่ส่งเสียงใดเลยด้วยถูกจับกดลงโดยชายทั้งสองและหมาป่ามังกร
 
"......เฮ้ เจ้าทำถ้วยชาแตกนี่ บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าทำลายข้าวของ"
 
"ไม่ใช่ข้านะ หมอนี่ต่างหากเล่า"
 
กุนเธอร์ออกความเห็นสุดท้ายพร้อมกับเหยียบลงบนชายผู้บุกรุกด้วยน้ำหนักตัวทั้งหมด ชายที่ถูกตรึงไว้กับพื้นอ้าปากพะงาบคงจะเจ็บสาหัส เสียงหายใจฮืดฮาดเล็ดรอดออกมาจากลำคอ และน้ำลายแตกฟอง เห็นได้ชัดเจนเลยว่าเขาหายใจไม่ออกน่ะ
 
ด้วยวิธีการนี้ ความคิดและการกระทำของเขาจึงทำได้อย่างจำกัด และเขาก็ไม่สามารถฆ่าตัวตายได้ด้วย มันคงจะเจ็บมากนักล่ะที่หายใจไม่ออกน่ะ ต่อให้เขาอยากจะตาย แต่ร่างกายก็ไร้เรี่ยวแรงเพียงพอให้ทำแบบนั้นแล้ว
 
"อย่าเอาถึงตายล่ะ จับเปลื้องแล้วมัดไว้ อุดปากด้วยจะได้ฆ่าตัวตายไม่ได้"
 
"รับทราบ"
 
ผู้ที่ตอบฉันคราวนี้คือเธโอ ผู้ที่เคยชินกับวิธีการจับกุมของฉันเป็นอย่างดีตั้งแต่ที่เขาช่วยฉันจับกลุ่มโจรในครั้งนั้น
 
ในที่สุด ราชีออคที่บดขยี้ผู้บุกรุกด้วยน้ำหนักตัวของมันก็มองมายังฉันอย่างภาคภูมิใจและส่งเสียงเห่า หางของมันส่ายไปซ้ายทีขวาทีบนพื้น แต่เพราะว่าหางของดราโกนิสมีลักษณะคล้ายกับงู ดังนั้นมันจึงไม่ได้ปัดฝุ่นผงขึ้นมา ราชีออคเป็นหนึ่งในผู้ที่ดมกลิ่นผลไม้ของฉันเป็นสัญญาณว่ามีผู้บุกรุก ดังนั้นมันจึงส่งสัญญาณต่อให้กุนเธอร์และคนอื่นให้เฝ้าระวัง ดราโกนิสเป็นสิ่งมีชีวิตที่เฉลียวฉลาดจริง ๆ
 
เพราะว่าเธโอและกุนเธอร์เพิ่งมาที่นี่ พวกเขาจึงไม่รู้จักข้ารับใช้ทั้งหมด และพวกเขาก็อาจจะจับผิดตัวได้ เพื่อรับมือกับเรื่องนี้ ฉันจึงตัดสินใจใช้กลิ่นของผลไม้เป็นสัญญาณให้ราชีออค ราชีออคสามารถจับกลิ่นได้กระทั่งจากชั้นสอง ดังนั้นมันจึงสามารถแจ้งเตือนพวกเขาให้จับกุมผู้บุกรุกได้
 
"ข้าคิดว่าต่อจากนี้คงเป็นสิ่งที่ไม่น่ามองนัก เลดี้เฟเรีย ท่านจะช่วยปิดผ้าม่านได้หรือไม่คะ ?"
 
เมื่อฉันถามเฟเรียที่ยังคงหน้าซีดและสั่นเทา ไหล่ของเธอก็กระตุก เพราะว่าฉันไม่ได้บอกเธอมาก่อนถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการโจมตีระยะประชิด จึงดูเหมือนว่าเธออยู่ในการตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก ทั้งหมดนี้ก็เพื่อไม่ให้เธอต้องเดือดร้อนไปด้วย และสีหน้าของเธอก็ย่ำแย่พอ ๆ กับชายที่อยู่บนพื้นแล้ว
 
จากนั้น เธอก็กล่าวถามฉันเสียงเบา "ค่ะ เอ่อ..... ข้าออกไปจากห้องนี้ไม่ได้เหรอ"
 
"ท่านควรจะอยู่ใกล้พวกเราไว้จะดีกว่า เพราะว่าสถานการณ์ในตอนนี้ ข้าเป็นกังวลที่จะให้ท่านอยู่เพียงลำพัง ข้าจะปิดม่านด้วยตัวเองก็แล้วกันค่ะ สิ่งที่จะปรากฏต่อจากนี้มิใช่สิ่งที่สตรีซึ่งยังไม่ได้แต่งงานสมควรมอง"
 
โดยไม่คำนึงถึงเฟเรียที่ดูเหมือนจะยังมีบางสิ่งที่ต้องการจะเอ่ย ฉันปิดผ้าม่านด้วยตัวเอง หลังจากนั้น เธโอก็ทำการแก้ผ้าของผู้บุกรุกอย่างไร้ปราณี
 
เสียงร้องเล็ก ๆ ดังออกมาจากในเตียง ก็นะ มันก็เป็นธรรมดาสำหรับกุลธิดาอย่างเฟเรีย ทำเป็นไม่ได้ยิน น่าจะดีกว่านะ
 
ขณะที่เธโอมัดตัวชายคนนั้นแน่นเท่าที่จะทำได้ ราชีออคก็ยังคงทิ้งตัวลงบนผู้บุกรุก ทำให้เขาหายใจลำบากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าดวงตาของเขาจะหรุบรู่และมีสีหน้าเหม่อลอยแล้ว แต่ฉันก็ยังเห็นความสับสนและความตื่นตกใจในนั้นขณะที่จ้องมองมายังฉัน
 
คงจะเป็นเพราะว่าเขาได้เห็น "ฉัน" อยู่กับท่านเอิร์ลเทเรเซียและอัศวินทั้งสองซึ่งให้การคุ้มครองที่สภาขุนนาง
 
เด็กที่มีเรือนผมสีดำและนัยน์ตาสีชาด นั่นคงเป็นข้อมูลที่ผู้บุกรุกคนนี้ได้มาเป็นแน่แท้
 
......อ้า แต่เด็กที่เขาเห็นคนนั้นก็ย่อมจะเป็นตัวปลอมอยู่แล้ว ตัวจริงของฉันอยู่ที่นี่ และไม่ได้ออกไปจากที่พักส่วนตัวสักก้าวเดียว
 
เหยื่อที่ติดกับดัก นี่มันเป็นกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จสุด ๆ มันเป็นโอกาสอันดีสำหรับพวกเขาที่จะได้กระทำการอะไรบางอย่างกับเฟเรีย ในตอนที่ลอร์ดและข้ารับใช้ทั้งหมดจากไป .....แต่น่าเสียดายนะ
 
"นายท่าน ดูนี่ หมอนี่มีตราปักบนเสื้อด้วย"
 
เธโอโยนเสื้อของผู้บุกรุกให้กับฉัน ฉันยืนยันได้ว่ามันเป็นตราของตระกูลโอเกร็นปักบนซับใน และพยักหน้าให้กับกุนเธอร์และเธโอ
 
"ไม่ต้องสงสัยเลย เอาล่ะ พอมัดเขาเสร็จแล้ว ก็โยนไปไว้ในห้องเสบียงสำหรับฤดูหนาว ที่เหลือก็ปล่อยให้บุตรชายเฟรเช่เคลื่อนไหวต่อ"
 
"— เขาจะไหวเรอะ ? ปล่อยให้จัดการเองน่ะ"
 
" 'เอลิส' จะรับไม้ต่อเอง เธอมีงานที่ต้องทำอยู่แล้ว"
 
"พวกเจ้าคืนดีกันแล้วเรอะ ? ไอ้การไม่กินเส้นอันยาวนานมากว่าสองปีน่ะ"
 
"อา — เพื่อเป็นการไถ่โทษ ข้าเลยอนุญาตให้เธอตบข้าได้ครั้งนึง ก็แค่นั้นเอง"
 
ฉันหันแก้มซ้ายที่บวมเป้งให้กับเธโอและกุนเธอร์ดู พวกเขาก็สบถออกมาโดยพร้อมเพรียงด้วยความอัศจรรย์ใจ "พับผ่า ไอ้เด็กเวรพวกนี้ตบหน้าคืนดีกันว่ะเฮ้ย !" นั่นคือคำพูดของกุนเธอร์
 

 

End of Act 2, Part 3



NEKOPOST.NET