[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 124 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.124 - 53 การซักถาม


"เอาล่ะ...... ท่านจะเล่าที่มาที่ไปให้พวกข้าฟังได้หรือไม่คะ ?"
 
ในห้องรับแขกขนาดเล็กในที่พำนักของฉัน ขุนนางรุ่นเยาว์ทั้งสองที่พวกเราจับตัวมาได้ ฉัน คลอเดีย และผู้ที่รับหน้าที่รวบรวมข้อมูลให้ฉันทั้งหมด ออสการ์ นี่เป็นสถานการณ์การสัมภาษณ์ที่กดดันนักล่ะ
 
หนุ่มสาวทั้งสองตัวแข็งทื่อราวกับว่าพวกเราขู่เข็ญเขาหรืออะไรแบบนั้น ใบหน้าของเฟเรียเป็นสีเถ้ากระดูก ......อ่า ถึงฉันจะเรียกพวกเขาว่าเป็นรุ่นเยาว์ แต่อันที่จริงฉันก็เด็กกว่าพวกเขาเสียอีก
 
"โดยไร้ผู้ติดตาม พวกท่านทั้งสองกำลังจะไปที่ใดกัน ? นอกจากนั้น เลดี้เฟเรีย ท่านเองก็มีคู่หมั้นหมาย ท่านไม่ควรจะเที่ยวเตร่กับชายหนุ่มบนถนนเลยนะคะ แล้วพวกท่านได้รับคำอนุญาตจากโรงเรียนขุนนางหรือไม่ ? ข้าต้องการแจ้งให้กับทางโรงเรียนทราบเพื่อที่ข้าจะให้การคุ้มครองพวกท่านได้ ได้โปรดมอบใบอนุญาตแก่ข้าด้วยเถิดค่ะ"
 
ฉันยื่นมือออกไปอย่างขอการรับมอบ นั่นทำให้บุตรชายคนเล็กของท่านเอิร์ลเฟรเช่ ผู้ที่ขบริมฝีปากตลอดมา เงยศีรษะขึ้นและเหลือบมองมายังฉันในที่สุด
 
"ทำไมพวกเราจะต้องแสดงใบอนุญาตของเราให้กับเจ้าด้วย ? เจ้าบอกว่าจะคุ้มครองพวกเรา ทั้งที่เจ้ายังเป็นแค่เด็กที่ยังไม่ได้เข้าเรียนเสียด้วยซ้ำ ผู้นำของบ้านนี้อยู่ที่ใดกัน อย่างน้อยที่สุดข้าก็ต้องการพูดคุยกับผู้ที่มีตำแหน่งอยู่เหนือกว่าเจ้า"
 
โอ๊ะ
 
คิดดูแล้ว ต่อให้เฟเรียรู้จักว่าฉันเป็นใคร แต่ว่าฉันก็ยังไม่ได้แนะนำตัวอย่างเป็นทางการกับเด็กชายคนนี้เลยนี่นะ
 
"ต้องขออภัยด้วยค่ะ กับการแนะนำตัวที่ล่าช้า ข้ามีนามว่า เอลิซ่า คาลเดีย ข้าเป็นลอร์ดแห่งคาลเดียจากภูมิภาคยุกก์เฟน่าคนปัจจุบัน บิดาของเลดี้เฟเรีย ท่านไวส์เคานท์ร็อกเชียมีกิจธุระบางอย่างกับข้า ดังนั้นข้าจึงพอจะรู้จักกับเลดี้เฟเรียอยู่เล็กน้อยแล้ว"
 
"ไม่จริงน่า เจ้าเป็นเจ้าบ้านน่ะหรือ ?"
 
ฉันพยักหน้ายืนยัน และปากของบุตรเฟรเช่ก็อ้ากว้างด้วยความพิศวง จากนั้นก็ก้มหน้าลงอีกครั้งด้วยสีหน้าหวาดผวา เฮ้ ไหนคำอนุญาตของพวกเจ้าล่ะ
 
"........เลดี้เฟเรีย"
 
ช่วยไม่ได้ กลับไปที่เฟเรียแล้วกัน เธอกัดริมฝีปากเช่นกัน แม้ว่าเธอจะเปิดปากพูดในขณะที่ตัวสั่นเทา
 
"ขะ ข้าจะไปเคหาสน์ของตระกูลโอเกร็นที่เป็นคู่หมั้นของข้า เรื่องนี้มันออกจะเป็นการส่วนตัวน่ะค่ะ ดังนั้น .......เอ่อ ท่านผู้นี้คือท่านคอร์เนล เฟรเช่ สหายเก่าของข้า และเขาก็ได้ให้การช่วยเหลือในการนำข้าไปยังเคหาสน์โอเกร็นค่ะ"
 
ฉันเพิกเฉยกับคำที่เธอแนะนำตัวคอร์เนล เฟรเช่ให้
 
โอเกร็น ? นี่มันเป็นชื่อที่ฉันไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากปากเฟเรียเลยสักนิด ดังนั้นฉันจึงเอียงศีรษะ
 
"เป็นการส่วนตัว อ่า นั่นคือสาเหตุที่ท่านแอบออกมาจากโรงเรียน ?"
 
"......ค่ะ"
 
เธอคงจะรู้ตัวแล้วว่าไม่สามารถปิดความลับได้อีกแล้ว ว่าเธอออกมาจากโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาตและพยักหน้า
 
"ข้าไม่รู้รายละเอียดนัก แต่ว่ามันเกี่ยวกับการหมั้นหมายของข้า คู่หมั้นของข้าคือบุตรชายของตระกูลโอเกร็น"
 
"เรื่องนั้นข้าทราบ ตั้งแต่ต้นที่ข้าต้องทำความรู้จักกับท่านก็เป็นเพราะ...... ตระกูลโอเกร็นได้ร้องขอข้าให้ทำให้แน่ใจว่าการหมั้นหมายกับท่านจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี"
 
ฉันไม่รู้ว่าท่านไวส์เคานท์โอเกร็นคิดอะไรกับสถานการณ์ตอนนี้ ดังนั้นฉันจึงระบายความหงุดหงิดออกไปพลางบอกเธอถึงวัตถุประสงค์ ในเมื่อเธอได้บอกกับฉันตรง ๆ เรื่องโอเกร็นที่เก็บเงียบมาตลอดก่อนหน้านี้ ฉันก็ไม่ต้องการปิดบังภารกิจที่ได้รับจากศาสนจักรต่อเธออีกแล้ว
 
"เอ๋......?"
 
"ท่านไวส์เคานท์โอเกร็นได้นำเรื่องนี้ไปยื่นต่อศาสนจักร และวานขอให้ข้ามาโน้มน้าวท่านเรื่องการหมั้นหมาย เพราะดูคล้ายว่าท่านจะไม่ได้สนใจนัก ก็นะ ไม่ว่าจะเป็นเขาหรือว่าบิดาของท่านต่างก็ดูน่าสงสัยทั้งคู่ และข้าก็ตั้งใจว่าจะสังเกตการณ์สถานการณ์นี้ต่อไปอีกสักเล็กน้อย"
 
"นั่นมัน......."
 
เฟเรียยกมือปิดปากอย่างไม่อยากจะเชื่อ บางทีคงด้วยปฏิกิริยาไร้สติ เธอจึงดึงแขนเสื้อของคอร์เนล เฟรเช่ไว้อย่างอ่อนแรง
 
"......เดี๋ยวก่อนครับ ท่านลอร์ดคาลเดีย ข้าคิดว่าท่านคงจะเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเฟเรียและตัวข้า"
 
นี่เขาได้กำลังมาจากปลายนิ้วของเฟเรียหรือยังไงกันนะ คอร์เนล เฟรเช่ที่ไหล่ลู่มาตลอด ก็แทรกเข้ามาด้วยเสียงเบา
 
มันยากที่จะฟังเขาได้อย่างชัดเจน ช่วยไม่ได้ที่ฉันจะขมวดหัวคิ้ว และฉันก็เสียเวลากับความผวาของเขา บ้านฉันไม่ใช่สภาขุนนางที่สิ่งเพียงเล็กน้อยก็สามารถใช้ขู่หรือสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนได้นะ
 
.......นอกจากนั้น ฉันคิดว่าการกลัวเด็กที่อายุน้อยกว่าเขาถึงห้าปีเนี่ย น่าเวทนาเสียจริง ฉันหวังว่าเขาจะอกผายไหล่ผึ่งได้มากกว่านี้นะ
 
"เข้าใจผิดอย่างนั่นหรือ ? เช่นนั้น อะไรที่ทำให้ท่านหลบหนีออกมาจากโรงเรียนพร้อมกับเด็กสาวที่มีคู่หมั้นหมายแล้วกันล่ะ ?"
 
"ไม่ใช่นะ ! แต่ต้นแล้ว การหมั้นของเฟเรีย...... ไม่ควรกล่าวโทษเฟเรียเลย ทั้งคู่ ไม่สิ หมอนั่นต่างหากล่ะที่ต้องการล้มเลิกการหมั้นหมายของตัวเอง !"
 
ทันใดนั้นเขาแผดเสียงดัง
 
จากเสียงเบาบางกลายเป็นการตะโกนอย่างฉุนเฉียวด้วยอารมณ์ที่ไม่เสถียร ไหวมั้ยเนี่ย ฉันอดไม่ได้ที่จะเริ่มเป็นกังวลขึ้นมา
 
 
 
 
 
ตามคำของคอร์เนล เฟรเช่ที่บอกเล่าแก่ฉัน
 
เดิมทีคอร์เนลเป็นเพื่อนสมัยเด็กของเฟเรียและคู่หมั้นของเธอ กอสต้า โอเกร็น พวกเขาเติบโตมาด้วยกัน เป็นเพื่อนบ้านในย่านขุนนาง ทั้งสามมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ จนกระทั่งเข้าโรงเรียน
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อกอสต้า โอเกร็นกลายเป็นนักเรียนปีที่สาม และคอร์เนลและเฟเรียเป็นนักเรียนปีสอง ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็ค่อยเปลี่ยนแปลงไป เหตุผลก็เพราะว่ากอสตาชอบพอกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เฟเรีย เมื่อกอสต้าเริ่มที่ใช้เวลากับผู้หญิงคนนั้น มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คอร์เนลและเฟเรียจะอยู่ร่วมกันบ่อยมากยิ่งขึ้น และหลังจากนั้นความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็พัฒนาไปอย่างที่ฉันคิด
 
ในช่วงเวลาที่กอสต้าใกล้จบการศึกษา ทั้งสามได้พูดคุยกันถึงอนาคต กอสต้าบอกว่าเขาตกลงที่จะยกเลิกการหมั้นหมายกับเฟเรีย และต้องการหมั้นกับเด็กสาวที่เขาชอบแทน เขาสาบานว่าเขาจะกลับไปที่อาณาเขตโอเกร็นเพื่อเกลี้ยกล่อมบิดา ท่านไวส์เคานท์โอเกร็น หลังจากจบการศึกษา
 
"หลังจากที่เขากลับไปยังอาณาเขตโอเกร็น พวกเราก็ได้แลกจดหมายกันสามครั้ง แต่ดูเหมือนกว่าการเกลี้ยกล่อมกับพ่อของเขาจะเป็นไปได้ไม่ดีนัก อย่างไรก็ดี ครั้งนี้ท่านไวส์เคานท์โอเกร็นได้เรียกตัวพวกเราให้ไปยังเคหาสน์ของเขา เขาว่าหลังจากที่ถูกโน้มน้าวจากบุตรชายของตัวเองมามาก เขาก็จะลองตัดสินใจอีกครั้งหลังจากได้รับฟังจากพวกเราทั้งสามโดยตรง"
 
ฉันรับฟังอย่างเงียบ ๆ กับเรื่องยาวทั้งหมดจากคอร์เนล เฟรเช่ ที่พยายามอธิบายทุกอย่างให้กระจ่างอย่างหมดสภาพแก่ฉัน เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เคยชี้แจงอะไรชัดเจนขนาดนี้แก่ผู้อื่นมาก่อน
 
........จะให้ฉันพูดว่าอะไรดีล่ะ
 
ว่ามันน่าประหลาดใจหรือน่าสนใจน่ะหรือ ฉันรู้สึกว่าถูกเขาและเฟเรียจ้องมองมาด้วยสีหน้าจริงจัง
 
"มันเป็นที่รู้กันดีในโรงเรียนว่าเฟเรียและกอสต้าต่างก็เป็นเพื่อนที่ดีรวมถึงเป็นคู่หมั้นกัน นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเราไม่สามารถขออนุญาตออกมาข้างนอกและให้ข่าวลือแพร่สะพัดในโรงเรียนได้ มันจะสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของทั้งสองตระกูล......."
 
เมื่อพูดพบบุตรชายคนเล็กของท่านเอิร์ลเฟรเช่ก็ก้มมองพื้นอีกครั้ง นี่เขาพยายามทำเจียมเนื้อเจียมตัว เพื่อขอความเห็นใจจากฉันหรือไงกัน
 
— มันไม่มีช่องว่างให้น่าเห็นใจสักนิด ดังนั้นฉันจึงแสร้งทำเป็นไม่เห็น
 
ฉันไม่รู้ว่าจะกล่าวว่าอย่างไร และจบลงด้วยการเหลือบมองไปทางออสการ์
 
สีหน้าของเขาแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าปวดเศียรเวียนเกล้ากับสถานการณ์นี้นักล่ะ
 
ฉันเองก็อยากจะแสดงสีหน้าเปิดเผยแบบนั้นออกมาได้บ้างนะ



NEKOPOST.NET