[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 123 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.123 - 52 รวบตัว


ฉันบรรลุเป้าหมายในการจัดตั้งภาคีอัศวินแล้ว ทว่าก็ยังคงมีงานสำคัญหลายอย่างที่หลงเหลืออยู่
 
ฉันหมายถึงเรื่องการประชุมระหว่างดินแดนในภูมิภาคยุกก์เฟน่า อาณาเขตคาลเดีย, ยุกก์เฟน่าและกีนาส รวมไปถึงปัญหาการหมั้นหมายของเฟเรีย ร็อกเชีย
 
นอกจากนี้ก็ยังคงมีประเด็นอื่น ๆ ที่ต้องกังวล อย่างการเคลื่อนไหวของผู้หญิงที่มีชื่อว่า ดิเฟริส และองค์กรก่อการร้ายของเธอที่พวกโจรได้เล่าให้ฉันฟังในปีก่อนหน้านั้น และความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงกับขุนนางทางภาคเหนือ ขณะที่ท่านนักบวชฟาริสได้ให้ข้อมูลบางอย่างกับท่านเอิร์ลเทเรเซีย แต่ก็ยังคงไม่มีสิ่งใดคืบหน้า
 
วันนัดประชุมระหว่างสามอาณาเขตดินแดนแห่งภูมิภาคยุกก์เฟน่าได้ถูกกำหนดไว้แล้ว ดังนั้นมันก็เหลือแต่เรื่องเล็ก ๆ ที่จำต้องดูแลก่อนจะถึงวันนั้น นอกเหนือจากนั้นแล้วก็มีเพียงแค่การรอคอยให้เวลา​มาถึง
 
แต่กระนั้น การหมั้นหมายของเฟเรีย ร็อกเชีย ก็ยังเป็นปัญหาใหญ่
 
ตระกูลโอเกร็นเป็นตระกูลขุนนางทางภาคเหนือ และพวกเขาก็ใกล้ชิดกับนอร์ดสเทิร์ม ฉันมั่นใจว่าเป็นท่านมาร์ควิสนอร์ดสเทิร์มที่ให้ท่านไวส์เคานท์โอเกร็นร้องขอฉันด้วยวัตถุประสงค์บางอย่าง และฉันไม่ได้กระตือรือร้นในการทำภารกิจนี้ให้กับพวกเขาเลย
 
ไม่เพียงเท่านั้น ฉันยังคลางแคลงใจว่าพวกเขาอาจเป็นคนขายชาติ ข้อสงสัยนี้เป็นเพราะพวกเขาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับดิเฟริสที่พยายามแทรกซึมบ่อนทำลายอัร์คเซียในฐานะคนทรยศ แต่เพราะว่าดิเฟริสซ่อนตัวเองสักแห่งหนึ่งในภาคเหนือ และไม่มีหลักฐานถึงความเชื่อมโยงของเธอกับขุนนางทางภาคเหนือเลย
 
ว่ากันโดยส่วนตัวแล้ว ด้วยความเคลือบแคลงใจที่มีต่อพวกเขานี้ ทำให้ฉันไม่อยากช่วยเหลือพวกเขาในการผูกมัดด้วยการแต่งงานกับขุนนางจากภูมิภาคกรีนฟิลด์ที่อยู่ใกล้กับเมืองหลวงเท่าใดนัก
 
ฉันควรจะทำลายการหมั้นหมายนี้ หรือว่าผสานอย่างที่ฉันสมควรทำดีล่ะ ?
 
การถอนหมั้นก็เป็นปัญหาเช่นกัน ถ้าทำลายมันโดยปราศจากเหตุผลเพียงพอล่ะก็ มันย่อมส่งผลกระทบกับสถานะของฉันในฐานะขุนนาง รวมไปถึงจุดยืนของท่านเอิร์ลเทเรเซีย
 
ยุ่งยากชะมัด การหมั้นนี้เกี่ยวข้องกับโชคชะตาของตระกูลโอเกร็นและตระกูลร็อกเชีย อาณาเขตทั้งสองต่างก็พึ่งพาการแลกเปลี่ยนสินค้าด้วยกัน นั่นเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมมันช่างน่าขุ่นเคืองที่เฟเรียคิดเพียงแต่เรื่องของตัวเองแบบนี้
 
ดังนั้นแล้ว วันคืนก็ได้ผ่านพ้นไปในขณะที่ฉันรวบรวมข้อมูลจากอาณาเขตอื่น ๆ เพื่อหาวิธีการโต้ตอบกับปัญหานี้
 
— และถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจะลืมในสิ่งที่ค้นพบไปเสียเหลือเกิน
 
 
 
 
 
"หืม ? นั่นบุตรชายคนเล็กของท่านเอิร์ลเฟรเช่ไม่ใช่เหรอ ?"
 
ฤดูร้อนเกือบจะสิ้นสุดและ และฉันก็ใกล้จะกลับจากเมืองหลวงไปยังอาณาเขตของตัวเอง ตอนนี้ฉันอยู่ในระหว่างทางไปหาซื้อของฝากให้กับเอลิเซ่ที่ร้านค้าชั้นสูง คลอเดียออกความเห็นเสียงดังในทันทีขณะที่เธอมองออกไปข้างนอกจากหน้าต่างของรถม้า
 
".....เจ้ารู้จักกับท่านเอิร์ลเฟรเช่ด้วยรึ ?"
 
"เปล่าค่ะ ไม่เลย เพียงแต่บุตรชายคนโตของเขามีอายุเท่ากับข้า ดังนั้นข้าจึงเคยไปร่วมงานเลี้ยงยามค่ำ ณ ที่พำนักของท่านเอิร์ลเฟรเช่มาก่อนน่ะค่ะ"
 
ถึงงั้นฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจนักกับคำของคลอเดียที่ว่าจำบุตรชายของท่านเอิร์ลเฟรเช่ได้ ทั้งที่เคยพบแค่ครั้งเดียว สำหรับคนที่จำชื่อคนได้แย่มาก และต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะจำได้ว่าชื่อฉันได้ ......บางครั้ง ก้นบึ้งของหัวใจฉันก็เชื่อเหลือเกิน​ว่าการดำรงอยู่ของคลอเดียคือสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้เลยจริง ๆ
 
ฉันไม่มีความเชื่อมโยงกับท่านเอิร์ลเฟรเช่สักนิด อย่างน้อยก็อาจจะนับว่าฉันได้รับม้าและการฝึกม้าจากอาณาเขตรุกโทเฟิร์ดที่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคเฟรเช่ ก็นะ มันก็เป็นเวลาอันดีที่จะได้รู้จักขุนนางให้มากขึ้น และร่วมกันต่อต้านภัยคุกคามของเพื่อนบ้านเรา คิดดังนี้แล้ว ฉันก็ตัดสินใจสอดส่องออกไปข้างนอกหน้าต่างเพื่อดูว่าบุตรชายคนเล็กของท่านเอิร์ลเฟรเช่นั้นหน้าตาเป็นอย่างไร
 
เมื่อฉันมองไปทางเดียวกับคลอเดีย ที่ร้านค้าริมทาง ฉันมองเห็นเด็กชายที่ย่างเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ และเด็กสาวจูงมือกับเขาเดินไปด้วยความปิติยินดีบนใบหน้า ฉันสงสัยว่าเธอจะจับได้ว่าพวกเรามองหรือไม่ เพราะว่าเธอได้หันหน้ามาทางของพวกเรา
 
นั่นเป็นใบหน้าที่ฉันคุ้นเคยสุด ๆ 
 
เธอคือเฟเรีย ร็อกเชีย ผู้ที่ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อความทุกข์ทรมานของฉันอย่างสูง กำลังโง่เขลาออกเดทอย่างเพลิดเพลินกับชายหนุ่มที่ไม่ได้เป็นคู่หมั้นของตัวเอง โดยปราศจากการสนใจว่าผู้​อื่นจะมองเธออย่างไร
 
".....เลดี้เฟเรีย"
 
ฉันอดไม่ได้ที่จะพูดชื่อของเธอออกมาอย่างขุ่นเคือง ฉันจับได้โดยไม่ได้คาดคิดว่าเฟเรียคนนั้นจะทำอะไรแบบนี้กลางวันแสก ๆ
 
แม่คนนี้รู้ตัวบ้างรึเปล่าว่าอาจถูกขับไล่ออกจากสังคมขุนนางพร้อมกับเจ้าหนุ่มนั่น ? หรือนี่เป็นความชะล่าใจของคนหนุ่มคนสาวที่ไม่ใช้หัวคิดเลยสักนิด ?
 
สีหน้าของคลอเดียเปลี่ยนมาจริงจังขณะที่เธอสบสายตาฉัน หลังจากได้รับการบอกเป็นนัย เธอก็เคลื่อนตัวอย่างอ่อนช้อยราวกับแมว — กระโดดออกจากหน้าต่างรถม้า
 
หัวใจของฉันแทบจะหลุดออกมา อ่า ถึงจะเคยชินกับเรื่องนี้แล้ว แต่ก็ยังทำให้หายใจลำบากอยู่ดี มันแทบจะทำให้อายุสั้นลงทุกทีสิน่า แต่ฉันก็ยอมแพ้กับการคุยกับคลอเดียเรื่องการกระโดดออกจากหน้าต่างแล้ว คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำความคุ้นเคยกับสิ่งนี้ให้ได้น่ะ
 
ฉันได้ยินเสียงของคลอเดียบอกกับสารถีให้หยุดรถม้า ขณะที่ม้าค่อยเดินช้าลงและทัศนียภาพนอกหน้าต่างก็หยุดนิ่ง ครั้งนี้เสียงคลอเดียดังมาจากข้างบน บนหลังคาของรถม้า
 
"— พวกท่านคะ ได้โปรดรอก่อนค่ะ"
 
ถนนสายนี้ค่อนข้างโล่งโจ้ง ดังนั้นเสียงของคลอเดียจึงดังไปไกล หลายคนก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด ฉันเดาว่าพวกเขาคงจะเป็นผู้อารักขาของบุตรชายท่านเอิร์ลเฟรเช่ ไม่ว่าในเมืองนั้นจะปลอดภัยมากแค่ไหน แต่มันก็เป็นไปไม่ได้สำหรับลูกหลานขุนนางที่จะไปไหนมาไหนตามลำพัง
 
......ยังไงก็เถอะ ฉันก็ไม่มีสมมติฐานใดเกี่ยวกับบุตรชายของท่านเอิร์ลเฟรเช่ แต่ตอนนี้มันก็ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าท่านไวส์เคานท์ร็อกเชยไม่มีความตั้งใจที่จะจำกัดการเคลื่อนไหวของบุตรสาวของตัวเองเลย
 
นี่มันยิ่งน่ารำคาญมากขึ้นและมากขึ้นทุกทีสิน่า ไอ้ภารกิจนี้
 
คู่หนุ่มสาวเจ้าปัญหามองกลับมายังคลอเดียด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดอย่างพร้อมเพรียง ฉันอดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะเล็กน้อย
 
ทั้งคู่ยังเป็นนักเรียนจากโรงเรียนขุนนาง มันมีกฎระเบียบที่ว่านักเรียนซึ่งอาศัยอยู่ในหอพักจะถูกห้ามไม่ให้ออกมาข้างนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต ปกติแล้วมีเพียงแค่ผู้นำของบ้านเท่านั้นที่จะมอบคำอนุญาตให้บุตรหลานของพวกเขาออกมาได้.......
 
เพราะว่าทั้งคู่ลุกลี้ลุกลนจากการถูกเรียก ก็แสดงว่าแอบออกมาจากโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต ด้วยสถานการณ์นี้ พวกเขาจะร้องขอให้ฉันเก็บไว้เป็นความลับมั้ยนะ ?
 
"มะ มีอะไร......."
 
บุตรชายของท่านเอิร์ลเฟรเช่ดูจะเสียสูญว่าควรจะพูดอะไร ขณะถามกับคลอเดียว่าทำไมถึงเรียกตัวพวกเขา
 
คลอเดียมีสีหน้าเคร่งขรึมมองตรงไปยังเฟเรีย ......เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นสีหน้าแบบนี้ของเธอ ปกติแล้วภาวะจิตใจของคลอเดียแม้จะฮึกห้าวแต่ก็สงบ ฉันมักจะคิดว่าบางทีเธอคงจะไม่มีความรู้สึกในแง่ลบใด ๆ ซะอีก
 
"ท่านคือบุตรสาวของท่านไวส์เคานท์ร็อกเชีย และบุตรชายของท่านเอิร์ลเฟรเช่นสินะคะ ท่านมากับผู้ใดงั้นหรือ ?"
 
".....อึก !"
 
"พวกท่านอาจหลงออกนอกเส้นทาง นี่คงไม่ดีแน่ ให้ข้าได้นำทางพวกท่านกลับที่โรงเรียนขุนนางดีหรือไม่คะ ?"
 
"มะ.......ไม่ ! พวกเราไม่อาจสร้างภาระให้กับคนแปลกหน้าได้หรอก !"
 
เลือดไหลเวียนขึ้นบนใบหน้าของบุตรชายของท่านเอิร์ลเฟรเช่ขณะที่เขาถอยออกห่างจากคลอเดีย และกระทั่งซ่อนเฟเรียไว้ข้างหลัง คลอเดียยังคงรักษาสีหน้าที่เข้มงวดไว้ และส่ายศีรษะกล่าวว่าเธอไม่ได้ใส่ใจกับภาระเลยสักนิด
 
"นี่ใกล้จะเป็นช่วงเวลาย่ำค่ำแล้ว และโรงเรียนขุนนางก็ไม่ได้ห่างไกลจากที่นี่นัก — นอกจากนั้น นายข้าต้องการที่จะพูดคุยกับเลดี้ร็อกเชียค่ะ"
 
ไหล่ของเฟเรียกระตุกกึก ฉันมองเห็นความหวาดผวาในดวงตาของเธอจากการปรากฏตัวของคลอเดีย ขณะที่ไหล่ของหล่อนสั่นระริก ก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่เธอสังเกตเห็นฉันในที่สุด
 
"อ๊ะ —"
 
ตอนนี้เธอทำหน้าตาตกตะลึงจนพูดไม่ออก และทรุดตัวลงที่กลางถนน บุตรชายของท่านเอิร์ลเฟรเช่พยายามอย่างยิ่งที่จะฉุดรั้งไว้ แต่เขาคงจะไม่ได้แข็งแรงพอจึงล้มลงไปทั้งคู่
 
ด้วยเสียง "ฮึบ" คลอเดียก็ดึงทั้งคู่ขึ้นมาอีกครั้งได้อย่างง่ายงาย
 
"อูว ดูท่าทางพวกท่านจะอ่อนล้าพอดีเลยมิใช่หรือ"
 
กล่าวแบบนั้นออกมาขณะที่รวบตัวเป้าหมายทั้งสองไว้ได้ หล่อนช่างแดกดันอะไรแบบนี้เนี่ย



NEKOPOST.NET