[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 122 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.122 - 51 อำนวยพรแด่ท่าน


ด้วยความรู้สึกคลุมเครือที่ไม่อาจอธิบายได้ ฉันจึงตัดสินใจพูดเรื่องคลอเดีย
 
ฉันอาจจะพูดเรื่องของเด็กชนเผ่าชิรูก็ได้ แต่ว่าชีวิตประจำวันของพวกเขานั้นห่างจากวิถีของขุนนางไปไกลโข มันคงจะเป็นหัวข้อที่ไม่เหมาะสมกับเด็กชายที่อยู่เบื้องหน้าฉันนัก การพูดถึงราโทก้าว่าพวกเราแตกหักกันอย่างไรนั่นก็คงจะยิ่งเลวร้าย ฉันไม่เคยมีช่วงเวลาร่วมกับเขาถึงขนาดที่จะใช้คำว่า "มิตรภาพ" ได้เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นเขาจึงหลุดออกไปจากหัวข้อนี้
 
ถ้างั้น เด็กรอบตัวฉันก็เหลือเพียงเอลีสและเปาโล .......แล้วก็ถึงจะมีช่องว่างระหว่างอายุระหว่างพวกเราบ้างก็ตาม ก็มีคลอเดีย รวมถึงคามิล
 
คามิลคงเป็นผู้ใกล้ชิดกับฉันมากที่สุดที่จะเรียกได้ว่าเพื่อน จนกระทั่งถึงตอนที่ฉันเริ่มไม่ไว้วางใจเขา บางครั้งเขาก็ยกย่องฉันหรือทำตลกใส่แล้วแต่ช่วงสถานการณ์ เมื่อพวกเราอยู่ร่วมกันเพียงลำพัง พวกเราต่างก็เสมอภาคเท่าเทียม  แต่ว่า ฉันรู้สึกไม่สบายใจที่จะพูดถึงเขากับใครสักคนที่ไม่รู้จัก เมื่อคิดดูแล้ว ฉันก็ไม่เคยกล่าวเรื่องของคามิลกับใครทั้งนั้นมาก่อนเลย และไม่เคยอยากจะพูดเรื่องของเขากับใครมาก่อนเช่นกัน
 
เพราะว่าเปาโลเป็นทหารในกองทัพคาลเดีย ดังนั้นฉันจึงไม่ได้ติดต่อกับเขามากนัก ส่วนเอลีสก็สามวันดีสี่วันไข้ ฉันได้แต่พูดคุยกับเธอผ่านทางจดหมาย บอกเล่าเรื่องราวให้เธอรับรู้เท่านั้น
 
ดังนั้น ก็หมายความว่าฉันเหลือเพียงแค่คลอเดียให้พูดถึง
 
หล่อนเป็นกุลธิดา​ที่พำนักในคฤหาสน์ของฉันในฐานะเพื่อนเล่น........ เมื่อเล่าให้เขาฟัง ก็พบว่ามันไม่ได้ประหลาดจนเกินไปนัก ถึงจะมีช่องว่างระหว่างอายุก็เถอะ​ แต่ฉันก็สนุกกับความตลกของเธอ สำหรับชีวิตประจำวันของเธอ เธอมีความกระตือรือร้นอย่างมากในการเหวี่ยงหอกไปมาในทุกวี่ทุกวัน เธอพูดคุยกับใครก็ตามไม่ว่าจะมีบรรยากาศแบบไหน เธอรักการขี่ม้า และมักจะวิ่งไปทั่ว กระทั่งการกระโจนตัวลงมาจากหน้าต่างชั้นสอง ด้วยทั้งหมดเหล่านี้ แม้ว่าบางครั้งจะรบกวนฉัน แต่เจ้าหล่อน​ก็มักจะพยายามอย่างสุดความสามารถในเรื่องใด ๆ ก็ตามที่ทำ และเธอก็แสดงออกอย่างไม่ได้สมวัยเลยสักนิด
 
เมื่อพูดคุยถึงเรื่องโง่งั่งเหล่านี้ทั้งหมดที่เกี่ยวกับคลอเดีย บางทีก็ให้ความรู้สึกของเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง อย่างกับว่าเธอเด็กกว่าฉันอย่างนั้นแหละ
 
"หล่อนดูจะเป็นคนปราดเปรียวดีนะ สหายของเจ้าน่ะ"
 
เด็กชายที่ฟังมาตลอดมีรอยยิ้มกึ่งหนึ่ง เขาคงจะคิดว่าคลอเดียมีอายุพอ ๆ กับฉัน หรือไม่ก็อ่อนกว่า เพราะว่าฉันไม่ได้ระบุถึงอายุของเธอเลย
 
และหลังจากที่ฉันเล่าเรื่องของคลอเดียจบ ผู้ที่ถูกพูดถึงเมื่อรวบรวมอารมณ์ได้แล้วก็มาตามหาฉัน ไม่เหมือนกับฉัน หล่อนเป็นคนที่มีทักษะในการสับเปลี่ยนอารมณ์ได้อย่างรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อนักล่ะ เจ้าหล่อนในตอนนี้ดูประหนึ่งอัศวินเจ้าสำอางที่ไร้วี่แววของความตึงเครียด และเด็กชายที่อยู่ถัดจากฉันก็ดูจะตกใจกับภาพลักษณ์ของเธอ
 
เขาจินตนาการไม่ออกหรอกว่าอัศวินเจ้าสำอางที่อยู่เบื้องหน้าเขาตอนนี้คือ "เด็กหญิงปราดเปรียว" ที่เขาได้ยินก่อนหน้านี้
 
"นั่น อัศวินคนใหม่ที่จะรับใช้เจ้าอย่างนั้นน่ะรึ ? นี่ช่าง....... ว่ายังไงดีล่ะ สง่าผ่าเผยนัก......"
 
"อัศวินผู้นี้เป็นผู้ที่มีทักษะเป็นเลิศที่สุดในอาณาเขตของข้า และได้ตั้งเป้าหมายในการเป็นอัศวินมาเนิ่นนานมากแล้ว"
 
"หืม งั้นเหรอ"
 
เด็กชายพยักหน้า ฉันคิดว่าถึงคลอเดียจะสง่าผ่าเผยขนาดไหน พฤติกรรมของตัวเธอก็ออกจะเป็นพวกนักรบเสียมากกว่า ฉันมักจะรู้สึกว่าเธอทำท่าทีเหมือน​แมวมากกว่าเด็กหญิงในวัยของตัวเอง แต่ก็คงจะพูดได้ว่าเธอสามารถทำตัวสง่าผ่าเผยได้เช่นกันซินะ
 
"อย่างนี้นี่เอง...... ดีจังนะที่สมหวังในปรารถนา......"
 
ด้วยเสียงที่แผ่วเบา ฉันได้ยินเขาพึมพำกับตัวเอง ฉันสัมผัส​ได้​ถึงความ​อัปมงคลเมื่อได้ยินสิ่งนี้ที่เขาคงจะไม่ได้ตั้งใจให้ใครได้ยิน ฉันไม่เข้าใจความหมาย จึงเหลือบมองเขาและเสียใจขึ้นทันทีที่ทำแบบนั้น ถ้าเพียงแค่ฉันไม่ได้เห็นสีหน้าของเขาแล้วล่ะก็
 
ดูเหมือนว่าคลอเดียผู้มีสัมผัสที่เฉียบแหลมกว่าคนทั่วไป ก็ได้ยินเช่นกัน หล่อน​จึงรีบชำเลืองมองไปที่เขา ก่อนจะสบตาฉันและหยุดสายตาไว้
 
".......พวกเราไปกันเลยมั้ย ?"
 
ฉันเรียกคลอเดีย ต้องการรีบออกไปจากที่นี่ และลุกขึ้นจากม้านั่ง
 
เด็กชายเงยหน้าขึ้นเช่นกันและกล่าว "ยินดีที่ได้พูดคุยกับเจ้า" ฉันตอบรับอย่างเหมาะสมและรีบผละตัวออกมาจากอุทยานพร้อมกับคลอเดีย
 
 
 
 
 
"......เด็กชายคนนั้นมีสีหน้าที่เลวร้ายมากเลยนะคะ"
 
หลังจากที่แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่รอบ ๆ คลอเดียก็กระซิบกับฉันเสียงเบา เธอมองตรงไปยังอุทยานที่พวกเราเพิ่งจากมา
 
นั่นน่ะสิ สีหน้าอันน่าสยองพองเกล้านั่นมันอะไรกัน
 
ใบหน้าของเขาว่างเปล่าไร้ชีวิตและสิ้นหวัง เขาคงจะเป็นขุนนางสูงศักดิ์ก่อนจะถูกบังคับให้เข้าใช้ชีวิตอารามวาสี ก่อนที่จะได้เข้าโรงเรียนขุนนาง ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ทำในสิ่งที่ปรารถนา นั่นคงจะเป็นสาเหตุเบื้องหลังสีหน้าของเขาที่เอ่ยว่ามันดีแค่ไหนที่อัศวินของฉันสมในสิ่งที่หวัง
 
"เขาคงมีสถานการณ์ของตัวเองน่ะ"
 
ฉันออกความเห็น และคลอเดียเอียงศีรษะขณะคิดถึงเรื่องนี้ จากนั้นเธอก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก็นะ ไม่ว่าใครต่างก็มีสถานการณ์ของตัวเองกันทั้งนั้น อย่างคลอเดียที่ต้องการจะเป็นอัศวินมาตลอด แม้ว่าจะรู้ว่ามันยากลำบากแค่ไหนก็ตาม
 
หล่อนโชคดี ที่มีพ่อแม่อนุญาตให้ทำตามที่ตัวเองต้องการจนกว่าจะอายุครบ 20 ปี, มีฉันที่ต้องการการดำรงอยู่ของเธอเคียงข้างจริง ๆ และมีท่านเอิร์ลเทเรเซียที่สามารถจัดตั้งภาคีอัศวินให้กับฉันได้ ทั้งหมดนี้ได้นำพาเธอมาสู่วันที่ได้แต่งเครื่องแบบอัศวินครั้งแรก
 
ฉันแน่ใจว่าเขาไม่ใช่คนโชคดีเช่นนี้ และเขาก็ "โชคร้าย" เหมือนกับใครอีกหลายต่อหลายคนนับไม่ถ้วน
 
".......ข้าไม่สามารถทำอะไรให้เขาได้หรอก"
 
ฉันมีพลเมืองของฉัน สำหรับเขาที่แทบจะไม่ส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ด้วย ฉันไม่มีเวลาไปกังวลเรื่องของเขาหรอก
 
"ข้าเข้าใจค่ะ ท่านเอลิซ่า ข้าเข้าใจ"
 
คลอเดียไม่ได้พูดอะไรอื่นอีกและเพียงแต่พยักหน้า เธอมองมายังฉันด้วยแววตาเอาจริงเอาจัง
 
เอาตรง ๆ นะ แม้ว่าเธอจะเงอะงะในหลาย ๆ ด้าน แต่ก็ปราดเปรื่องอย่างน่าประหลาดใจเช่นกัน ในชั่วขณะหนึ่งนั้น แม้พวกเราจะไม่ได้แลกเปลี่ยนคำพูดกัน แต่คลอเดียก็ทำท่าทีจริงจังกว่าฉันอีก
 
ฉันหวังว่าหัวใจที่งดงามของหล่อนจะไม่ด่างพร้อยจากความประสงค์ร้ายในสักวันหนึ่ง
 
— ใช่แล้ว​ ฉันจะต้องปกป้องมันไว้
 
".......อ้อ จริงสิ ข้าเกือบลืมไป"
 
"หือ ?"
 
ใช่ ฉันมีบางสิ่งที่ต้องบอกกับเธอ ขณะที่เธอเอียงศีรษะอย่างฉงน ฉันจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้
 
"ยินดีด้วยค่ะ ท่านคลอเดีย จนกระทั่งบัดนี้ท่านได้ช่วยเหลือข้าเป็นอย่างมาก ขอบใจมาก ในอนาคตข้าคงต้องพึ่งพาท่านแล้ว"
 
'ในฐานะอัศวินของข้า' ฉันไม่ได้พูดออกไปและเก็บมันไว้ในใจ



NEKOPOST.NET