[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 120 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.120 - 49 เจ้าชาย


ตอนนี้ภาคีอัศวินถูกพิจารณาให้เป็นสาขาหนึ่งของทางการทหาร ทว่าในอดีตเมื่อครั้งที่ราชอาณาจักรของเราได้สถาปนา อัศวินได้รับการกล่าวขานว่าเป็นผู้พิทักษ์เซ็นต์อะฮาห์ หรืออัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้ร่วมรบในกองทัพ
 
นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าจนกระทั่งปัจจุบันนี้ อัศวินจึงยังต้องสวมเสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์และทำพิธีเสกน้ำ มันเป็นสิ่งหลงเหลือจากอดีตกาล ฉันเคยเข้าร่วมพิธีกรรมและจากสิ่งที่เห็น น้ำเสกที่ได้รับพิจารณาว่าศักดิ์สิทธิ์นั่นก็เป็นเพราะว่ามันเป็นน้ำที่มาจากตาน้ำพุ ณ แท่นบูชาที่พระอัฐิของเซ็นต์อะฮาห์ประทับ  มันเป็นตาน้ำพุที่ไม่เหือดแห้ง แม้ว่าเซ็นต์อะฮาห์จะสวรรคตมาแล้วกว่าพันปีก็ตาม ดังนั้นที่พิเศษก็คงจะเป็นเหตุนี้นั่นแล
 
วันนี้เป็นวันที่ภาคีอัศวินของฉันจะกลายเป็นที่รู้จักอย่างเป็นทางการ ดังนั้นพร้อมกับท่านเอิร์ลเทเรเซีย, คลอเดีย และออสการ์ พวกเราจึงมุ่งหน้าไปยังมหาวิหารมิโซรัว
 
ในวันนี้​คลอเดียและออสการ์แต่งเครื่องแบบภาคีอัศวินแห่งคาลเดียเป็นครั้งแรก และมันก็ดูเหมาะกับพวกเขาอย่างที่ฉันคิด พวกเขาจะกลายเป็นอัศวินอย่างเป็นทางการ เสื้อคลุมอัศวินของพวกเขามีสีขาวเป็นสีหลัก มันช่างเหมาะสมกับภาพลักษณ์อันเปล่งประกายของพวกเขานักล่ะ
 
โดยเฉพาะคลอเดีย เธอดูนุ่มนวลและสง่าราวกับเจ้าชายผู้เลอโฉม อันที่จริงแล้ว มีเพียงแค่อัศวินส่วนพระองค์เท่านั้นจึงจะได้รับอนุญาตให้ใช้เสื้อคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ดังนั้นเสื้อคลุมที่ฉันออกแบบจึงปักดิ้นสีเงินและสีทองบนนั้นไว้ด้วย
 
เพราะว่ามันเป็นศาสนพิธีแบบเป็นทางการ ดังนั้นฉันจึงอยู่ในชุดอัศวินด้วยเช่นกัน แต่เสื้อคลุมของฉันสีเดียวกันกับนัยน์ตาของฉันเอง..... หรือก็คือสีแดงชาดเหมือนกับนัยน์ตาท่านพ่อออร์วิลล์ สีแดงดั่งโลหิตไหลรินซึ่งฉันไม่พิสมัยเลยสักนิดเดียว​
 
"ข้าคิดว่าพวกเรามาถึงก่อนเวลาเกินไปนะ"
 
ท่านเอิร์ลเทเรเซียมองไปยังนาฬิกาน้ำบนเฉลียงและด้วยความเห็นนั้น คลอเดียก็ตอบรับความคิดของตัวเองออกมาทันทีทันใด
 
"ถะ ถ้าอย่างนั้น จะเป็นอะไรมั้ยคะ ถ้าข้าไปเดินเล่นรอบ ๆ สักนิด ?"
 
มันเป็นกรณีหายากของเธอที่ทำเสียงสั่นแบบนี้ หล่อน​ดูไม่สงบเลย ฉันคิดว่าในวันนี้แม้แต่คลอเดียเองก็คงจะไม่สามารถทำใจเย็นได้หรอก ในเมื่อเธอได้มาถึงฝั่งฝันที่เฝ้าหวังมาตลอดแล้ว​นี่นะ เธอต้องการที่จะเป็นอัศวินมาเนิ่นนานและตอนที่เธอได้สวมเครื่องแบบอัศวินในที่สุดเมื่อเช้านี้ เธอก็แทบจะเป็นลม แหงล่ะ หล่อน​รู้ดีว่าจะทำกำหนดการทั้งหมดย่อยยับ​ถ้าหากว่าหมดสติไปจริง ๆ ดังนั้นคลอเดียจึงดีดตัวกลับขึ้นมากลางทางและยืนขึ้นตรงอีกครั้งหลังจากที่ถอยไปหลายก้าว .........นี่เป็นคงข้อพิสูจน์ถึงความยืดหยุ่นของเธอได้เลยล่ะนะ
 
ออสการ์เองก็อยาก​เป็นอัศวินมานานเหมือนกัน เพียงสีหน้าภาคภูมิใจ ดังนั้นฉันจึงสามารถบอกได้เลยว่าคลอเดียปรารถนาสิ่งนี้มากขนาดไหน
 
"ท่านเอิร์ล ข้าคิดว่าคงจะดีสำหรับนางนะคะ ถ้านางได้คลายลมหายใจสักหน่อยน่ะ"
 
"อืม...... เจ้าพูดถูก งั้นไปเดินในอุทยานจนกว่าท่านนักบวชจะมาที่นี่เถอะ​"
 
แม้แต่ท่านเอิร์ลเทเรเซียก็ยังเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจกับท่าทีของคลอเดีย เขาผงกศีรษะเล็กน้อยและมอบคำอนุญาต ฉันสามารถบอกได้เลยว่าเขาหมายถึงว่าให้ฉันไปกับคลอเดียด้วย คงจะให้ดูแลเธอหน่อย ฉันพยักหน้า หยุดพิงหลังกับราวจับบนเฉลียง และดึงแขนเสื้อคลอเดีย คลอเดียติดตามหลังฉันเดินตุปัดตุเป๋อย่างเชื่อฟัง
 
ลานสนามส่วนกลางในมหาวิหารมิโซรัวทำหน้าที่เป็นทั้งอุทยานและทางเดิน มันมีอาคารทางเหนือ, ใต้, ตะวันออก และตะวันตกของอุทยานกลาง แต่มีเพียงอาคารส่วนใต้เท่านั้นที่เปิดให้กับสามัญ​ชน ทางเหนือเป็นอาศรมนักบวชกับนักพรตอยู่อาศัยและศึกษาธรรม, ตะวันออกคือมหาวิหารหลัก และตะวันตกเป็นวิหารขนาดย่อมและสถานที่อย่างห้องสารภาพบาปและบริเวณจัดศาสนพิธี
 
"แม้ว่ามันจะเป็นอุทยานกลาง...... แต่ก็ไม่มีดอกไม้เลย เป็นอุทยานที่แปลกจังนะคะ"
 
คลอเดียเปรยอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับอุทยานกลาง และฉันก็ตอบ "นั่นซินะ" อย่างเห็นด้วย นี่เป็นอุทยานที่มีเพียงไม้พุ่มและต้นหญ้าเท่านั้น และแม้ว่ามองใกล้ ๆ จะเห็นดอกไม้จิ๋ว ๆ สีขาวเบ่งบาน แต่มันก็ไม่มีอะไรที่ใกล้เคียงกับพรรณไม้ประดับที่คุณจะพบเห็นได้ในสวนทั่วไปเลย
 
คลอเดียเดินเป็นวงกลมสักพักหนึ่ง จากนั้นเธอก็ย่อตัวลงในร่มเงาของพุ่มไม้และถอนหายใจ หายากแท้ ดูเหมือนว่าเธอจะไร้ซึ่งพลังงานใด ๆ เพราะว่าความวิตกกังวลของตัวเอง
 
"......ขออภัยด้วยค่ะ ท่านเอลิซ่า แต่ท่านปล่อยให้ข้าอยู่ตามลำพังสักพักหนึ่งจะได้หรือไม่ ? ข้าสัญญาว่าจะไม่ขยับออกไปจากที่นี่เลยค่ะ"
 
"อ้า....... ข้าเข้าใจ แต่แป๊บเดียวเท่านั้นนะ"
 
"ขอบคุณค่ะ"
 
แม้ว่าฉันจะเป็นกังวลที่ปล่อยคลอเดียไว้ตามลำพังในตอนที่เธอเคร่งเครียดมากขนาดนี้ แต่ฉันก็ไม่ต้องการต่อต้านคำขอของเธอ ดังนั้นฉันจึงเดินไปในเส้นทางระหว่างพุ่มไม้และเดินเข้าไปภายในอุทยาน
 
 
 
 
 
ลึกเข้าไปในอุทยาน ฉันสังเกตเห็นว่าพันธุ์ไม้รอบ ๆ สูงขึ้นราวกับเป็นรั้วกั้น พวกมันคล้ายจะเป็นพันธุ์กุหลาบสักสายพันธุ์หนึ่ง ทว่าไม่มีดอกไม้ ฉันเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญในพฤกษศาสตร์ แต่เมื่อมองดูใกล้ ๆ ฉันก็สังเกตเห็นพันธุ์ไม้อื่น ๆ ที่ควรจะออกดอกในฤดูกาลนี้ ทว่าฉันกลับไม่ค้นพบดอกไม้สักดอกเดียว
 
ขณะที่ฉันคิดถึงความพิลึกของเรื่องนี้ก็เห็นรอยตัดบนกิ่งก้าน ......ใครสักคนคงจะตัดดอกไม้ทั้งหมดออกไป ไม่ซิ บางที พวกเขาคงจะนำมันออกไปทั้งหมดด้วยเหตุผลบางอย่าง ก็นะ ฉันไม่รู้เรื่องราวเบื้องหลังสิ่งเหล่านี้หรอก
 
ตอนที่​ฉันมองไปรอบ ๆ อีกครั้ง ฉันก็ได้ยินเสียงฝีเท้ากรอบแกรบบนพื้นหญ้ามาจากทิศเหนือ คงจะเป็นนักพรตสักคนที่อาศัยในอาศรม​ส่วนเหนือล่ะมั้ง ฉันคิด
 
เมื่อได้ฟังใกล้ยิ่งขึ้น มันก็มีเสียงเหมือนกับว่าเขากำลังรดน้ำต้นไม้ บางครั้งเสียงมันเหมือนกับว่าเขาใช้ปริมาณน้ำอย่างไม่ได้เหมาะสมมากนัก บางทีเขาคงจะยังไม่เคยทำงานนี้มาก่อน
 
ฉันคิดอะไรอีกเล็กน้อยและมองกลับไปยังเส้นทางที่ฉันผ่านมา บางทีคงจะใกล้ได้เวลาที่ต้องย้อนกลับไปแล้ว ขณะที่คลอเดียต้องการเวลาสำหรับตัวเอง เอาแบบนี้ก็แล้วกัน ฉันลองเดินไปอย่างเงียบงันเท่าที่จะทำได้และตรงไปยังทิศทางของเสียงน้ำ
 
".......นั่นใครน่ะ ?"
 
ความตั้งใจจะเข้าไปโดยไม่เป็นที่สังเกตเห็นของฉันล้มเหลว เสียงที่เอ่ยคำถามนั้นฟังคล้ายจะเป็นเด็กชายที่เสียงยังไม่แตกหนุ่ม เสียงของเขาดูจะระแวดระวังต่อฉันเป็นอย่างมาก ทำไมนักพรตในวิหารศักดิ์สิทธิ์จะต้องระมัดระวังตัวขนาดนั้นด้วยนะ ?
 
"ข้าเพียงแต่มาเดินเล่นในอุทยานเท่านั้น อย่าได้ใส่ใจเลย"
 
ด้วยคำตอบของฉัน ฉันก็ได้ยินน้ำเสียงของเขาที่ความขึงเครียดหายไปแล้ว
 
".......เด็กเรอะ ?"
 
เฮ้ เจ้าเองเด็กเหมือนกันไม่ใช่รึไง
 
ฉันเก็บความคิดนั้นในหัว พลางโผล่ตัวออกจากพุ่มไม้ ฉันพบกับเด็กชายที่พูดด้วยในทันที
 
"!!"
 
มันช่วยไม่ได้ที่ฉันจะเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่ฉันได้พบกับเขา แต่แน่นอนฉันรู้ว่าเขาคือใคร
 
ในชั่วขณะนั้น มันคือครั้งแรก —
 
ที่ฉันได้พบกับหนึ่งในตัวละครหลักจากเกมจีบหนุ่ม



NEKOPOST.NET