NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.116 - 45 สตรีเจ้าปัญหา


มีประตูใหญ่แปดบานในเมืองหลวงที่เชื่อมย่านขุนนางกับย่านสามัญชน ศูนย์กลางคือพระราชวัง ถนนแปดเส้นกระจายออกดั่งซี่ล้อเกวียน จัดเรียงเป็นย่านขุนนางและประตูทั้งแปดเป็นเขตแดนข้างนอก
 
บ้านของฉันอยู่บริเวณใกล้กับประตูอาคเนย์ และที่พำนักของตระกูลร็อกเชียที่ฉันได้รับเชิญในวันนี้อยู่ใกล้กันกับประตูทักษิณา พวกเราอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงมากกว่าที่คิดเสียอีก แต่ก็น่าเสียดายถนนหลายสายไม่กว้างพอสำหรับรถม้า ดังนั้นฉันจึงต้องขี่ม้าด้วยตัวเอง
 
เพราะว่าฉันต้องขี่ม้า ฉันจึงสวมเครื่องแบบอัศวินตามปกติ ชุดขี่ม้าสำหรับสตรีในอัร์คเซียนั้นยังคงไม่ได้รับการพัฒนาและการสวมชุดกระโปรงแบบเป็นทางการก็รังแต่จะไร้ความสะดวกในการควบม้า สำหรับหญิงรับใช้และอาจารย์ผู้หญิง พวกนางจะสวมใส่ชุดที่เบาและกระชับเพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนไหวไปมา แต่ชุดสำหรับขุนนางสตรีทั้งหนักและยากที่จะเคลื่อนไหว ว่ากันตามตรงก็คือมันไม่สะดวกเอาเสียเลย.....
 
"นี่ไม่ใช่ว่าเป็นการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการหรอกหรือครับ ท่านไวส์เคาน์เตสคาลเดีย"
 
และผลลัพธ์ก็คือข้ารับใช้ในตระกูลร็อกเชียมีความประทับใจแรกต่อฉันเป็นลบทันที ตระกูลขุนนางร็อกเชียมาจากภูมิภาคกรีนฟิลด์ที่ซึ่งจุดยืนทางสังคมของผู้หญิงอยู่ในระดับที่ถดถอยนัก ในขณะที่อัร์คเซียเป็นประเทศที่บุรุษเพศเป็นใหญ่เล็กน้อย แต่ในกรีนฟิลด์จะเพิ่มขึ้นไปอีกระดับทีเดียว
 
ดังนั้นพวกเขาดูแคลนฉันด้วยการถากถาง และฉันก็ย้อนคิดถึงช่วงเวลาที่อยู่ร่วมกับนางแกลตัน ก็คงจะพูดได้ว่ามันไม่ได้ถึงขั้นต้องโกรธขึงกับการดูแคลนแบบนี้ล่ะนะ ดังนั้นฉันจึงค่อยเอียงศีรษะอย่างเชื่องช้าและผ่าเผย
 
"ในเมื่อนี่คือเครื่องแบบอย่างเป็นทางการตามนิติบัญญัติ มันมีอะไรที่ผิดปกติงั้นหรือ ?"
 
"ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ทำการอย่างเช่นสภาขุนนางครับ ท่านไม่คิดว่ามันจะเป็นการสุภาพกว่าหรือ สำหรับสตรีที่จะแต่งกายให้สมกับเป็นสตรีเพศน่ะ"
 
"เพราะว่าข้ามาที่นี่เพื่อพบนายของเจ้าเป็นครั้งแรก ข้าจึงเชื่อว่ามันจะเป็นการสุภาพยิ่งกว่าที่จะแต่งกายด้วยเครื่องแบบทางการนะ"
 
เขาคงหมดคำพูดที่จะโต้แย้งกับฉัน ข้ารับใช้ชายจึงเพียงยืนเงียบด้วยสายตานึกรำคาญ ด้านหลังฉันได้ยินเสียงคลอเดียที่แต่งเครื่องแบบหญิงรับใช้พยายามกลั้นขำ แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวหลุดเสียงหัวเราะคิกออกมา เพราะว่าหล่อนเองก็เป็นสตรีที่ต้องการจะเป็นอัศวิน ดังนั้นก็แน่นอนล่ะว่าเธอเองก็ต่อต้านกับความคิดในการแบ่งแยกเพศแบบนี้
 
ข้ารับใช้นำทางพวกเราไปยังที่พำนักของตระกูลร็อกเชีย และระหว่างทางฉันก็เห็นแต่เพียงข้ารับใช้ผู้ชายข้างใน กระทั่งเป็นงานที่หญิงรับใช้ทำได้ ก็ถูกผู้ชายทำหน้าที่แทน ดูเหมือนว่าแทนที่จะให้ผู้หญิงทำงานที่น่าดูถูก พวกเขากลับคิดว่ามันสำคัญยิ่งกว่าที่ผู้หญิงจะไม่ต้องทำงานอะไรทั้งนั้น ความเชื่อนี้ของพวกเขาคงจะแข็งแกร่งมากทีเดียว
 
"นายท่าน ท่านไวส์เคาน์เตสคาลเดียมาถึงแล้วครับ"
 
"อ้า ยินดีต้อนรับและขอบคุณที่มา ท่านลอร์ดคาลเดีย"
 
ข้ารับใช้นำพวกเรามายังห้องรับแขกที่มีหน้าต่างบานโตทำให้ทั้งห้องสว่างไสว ที่อีกด้านของหน้าต่างเป็นสวน และห้องทั้งห้องก็ให้บรรยากาศที่ดีและอบอุ่นต้องขอบคุณแสงแดดที่ไม่เจิดจ้าเกินไป
 
"ขอบคุณเป็นอย่างมากค่ะที่ได้เชิญข้ามาในวันนี้"
 
"ไม่เป็นไร ข้าเองที่ควรจะเป็นฝ่ายขอโทษที่สร้างความลำบากแก่ท่าน ให้ต้องมาที่นี่ด้วยปัญหาภายในครอบครัวข้า"
 
ท่านไวส์เคานท์ร็อกเชียมีรอยยิ้มบางเบาและอายุของเขาก็แสดงออกมาด้วยผมขาวบนศีรษะ เขาดูเป็นสุภาพบุรุษเหมาะสมกับบรรยากาศในสถานที่แห่งนี้ เมื่อฉันนั่งลงบนเก้าอี้ เขาก็รีบเรียกบุคคลเจ้าปัญหา บุตรสาวของเขา ให้มาที่นี่
 
เมื่อเทียบกับทัศนคติของข้ารับใช้กับท่านไวส์เคานท์ร็อกเชียแล้วก็ดูจะมีความคลาดเคลื่อนอย่างน่าประหลาดใจทีเดียว มันแปลกประหลาดและให้ความรู้สึกที่ไม่ดีเสียเลย
 
"......ท่านพ่อเรียกข้าหรือคะ ?"
 
บุตรสาวของเขาปรากฏตัวหลังจากที่เธอถูกเรียก เธอมีเรือนผมสีฟ้าอ่อนที่เกือบจะโปร่งใสเมื่อถูกอาบด้วยแสงอาทิตย์จากหน้าต่าง ฉันคิดว่าเธอเป็นเด็กสาวที่น่ารักทีเดียว ฉันรู้ดีว่าตอนนี้เธออายุ 15 ปี แต่เธอมีกิริยาที่อ่อนโยนเหมือนกับบิดาของเธอ และก็ดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง ๆ ของเธอนัก
 
"ท่านลอร์ดคาลเดีย นี่บุตรสาวของข้า เฟเรีย"
 
ขณะที่เขาวางมือของตัวเองบนไหล่ของเธออย่างอ่อนโยน ท่านไวส์เคานท์ร็อกเชียก็แนะนำลูกสาวของเขาต่อฉัน บางทีเธอคงจะไม่ได้คาดคิดว่าจะถูกแนะนำให้กับผู้ที่เด็กกว่าเธอเสียอีก ใบหน้าของเธอจึงดูงุนงง
 
"เฟเรีย นี่คือท่านลอร์ดคาลเดีย แนะนำตัวกับท่านสิ"
 
"คะ ค่ะ ข้ามีนามว่า เฟเรีย ร็อกเชียค่ะ ท่านลอร์ดคาลเดีย......"
 
แม้ว่าจะตะกุกตะกักเล็กน้อย แต่เสียงของเธอก็ใสแจ๋ว เธอมองมายังฉันและฉันก็สามารถบอกได้เลยว่าหล่อนเป็นพวกมีความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ฉันรู้สึกได้ถึงความมีชีวิตชีวา เด็กสาวที่กระโดกกระเดกแทนที่จะเป็นกุลสตรีพินอบพิเทาและเชื่อฟัง ฉันถอนหายใจอยู่ข้างใน
 
บิดาของเธอดูจะสงบและสุภาพ และอย่างน้อยเขาก็ดูจะไม่ยึดติดกับขนบธรรมเนียมพิเศษของภูมิภาคกรีนฟิลด์ เฟเรียคงจะเป็นคนประเภทเดียวกับคลอเดีย เป็นพวกที่ฉันยากจะรับมือด้วยที่สุด
 
"......ข้ามีนามว่า เอลิซ่า คาลเดีย เป็นความยินดียิ่งที่ได้พบท่าน"
 
ด้วยความสัตย์ น่ารำคาญอะไรแบบนี้กันนะ แม้ว่าเฟเรียจะไม่อยากหมั้นหมายกับบุตรชายของท่านไวส์เคานท์โอเกร็นและต้องการถอดถอนการหมั้น แต่งานของฉันก็คือการเจรจาต่อรองกับเฟเรียให้ยอมรับการหมั้นหมายให้ได้ แต่มันไม่ง่ายเลยด้วยบุคลิกของพ่อของเธอที่ดูท่าทางจะปล่อยให้เธอทำอะไรก็ตามที่เธอต้องการ
 
เป็นอีกครั้งที่ฉันก่นคำสาปแช่งแก่ขุนนางทางตอนเหนือที่ได้ผลักปัญหาเหล่านี้มาให้



NEKOPOST.NET