[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 112 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.112 - 41 คำสัญญาของคลอเดีย


"หือ นั่น คลอเดียไม่ใช่เหรอ ?"
 
หลังจากที่ฉันถูกผูกมัดไว้กับการคุกคามอันน่ารำคาญของนอร์ดสเทิร์ม ขณะหารือกับคลอเดียและท่านมาร์เกรฟโมลตัน ฉันก็ได้ยินเสียงลั่นมาจากข้างหลัง เมื่อหันขวับไปก็พบเจ้าของเสียงนั้น เรือนผมสีบลอนด์น้ำผึ้งระยิบระยับต้องแสงราวกับโคมระย้า เขาเป็นชายหนุ่มหน่วยก้านดีด้วยนัยน์ตาสีเทาอย่างสีของศิลา ฉันบอกได้ในทันทีจากรูปลักษณ์ว่าเขาคงจะเป็นญาติของคลอเดียในสักทางหนึ่ง ดูท่าทางว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดมากเสียด้วย
 
"ท่านพี่ !?"
 
ด้วยเสียงประหลาดใจของคลอเดีย ก็ได้ยืนยันแล้วว่าคนผู้นี้เป็นพี่ชายของเธอ แม้จะมีความแตกต่างระหว่างเพศ แต่เมื่อเปรียบเทียบคลอเดียกับชายคนนี้แล้วฉันก็บอกได้เลยว่าทั้งคู่เหมือนกันจริง ๆ
 
"ท่านพี่มาทำอะไรที่นี่เหรอคะ ?"
 
"ข้าสิที่ควรเป็นฝ่ายถาม คลอเดีย ผู้ที่จัดงานเลี้ยงในวันนี้คือหนึ่งในผู้นำของภาคีอัศวิน เจ้าไม่รู้หรอกรึ ?"
 
"วันนี้ข้าเพียงแต่เข้าร่วมในฐานะผู้ติดตามส่วนตัวของเจ้านายน่ะค่ะ..... อย่างงี้นี่เอง ถึงว่าทำไมงานเลี้ยงวันนี้ถึงมีคนของโรเลนท์เซอร์มากมายนัก"
 
ท่านมาร์เกรฟโมลตันดูจะสนใจขณะมองสองพี่น้องทักทายกัน ดูเหมือนว่าเนื่องจากตระกูลโรเลนท์เซอร์เป็นตระกูลทางการทหาร พวกเขาจึงไม่นิยมการเข้าร่วมงานทางสังคมมากนัก แล้วก็นอกเหนือไปจากคลอเดียแล้ว ฉันก็ไม่รู้จักใครคนอื่นที่มาจากตระกูลโรเลนท์เซอร์เลย
 
"ถ้าเช่นนั้นหนึ่งในผู้ที่อยู่ถัดจากเจ้าก็คือเจ้านายของเจ้าซินะ ?"
 
"อ้า ท่านเอลิซ่..... นายท่านเอลิซ่าคะ ขอโทษ​ในความล่าช้าค่ะ แต่ข้าขออนุญาตแนะนำพี่ชายของข้าแก่นายท่านจะได้หรือไม่คะ ?"
 
เธอไม่ได้เรียกฉันว่า "ท่านเอลิซ่า" อย่างทุกที บางทีหล่อนคงจะนึกได้ว่าพวกเราอยู่ในที่สาธารณะและรีบปรับเปลี่ยนตัวเองและใช้คำที่เป็นทางการมากขึ้น บางทีเขาคงจะรับรู้เรื่องเหล่านั้นดี พี่ชายของเธอจึงยิ้มแห้ง ๆ ฉันพยักหน้าให้คลอเดียและเธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ขณะที่ฉันแลกเปลี่ยนสายตาอย่างรู้ทันกันกับพี่ชายของเธอ
 
"นายท่านเอลิซ่าคะ นี่คือพี่ชายของข้า นาธาเนียล โรเลนท์เซอร์ ค่ะ ท่านพี่คะ ท่านผู้นี้คือท่านลอร์ดเอลิซ่า คาลเดีย เจ้านายคนปัจจุบันของข้าค่ะ"
 
......โอ้ เธอสามารถพูดได้โดยไม่ติดขัดเลยแฮะ เธอไม่ถนัดมากนักในการใช้คำพูดจาแบบสุภาพและบางทีหล่อนก็คงจะปอดลอยแล้ว แต่ก็นั่นแหละเธอจะทำได้หากว่าพยายาม หล่อนแนะนำนาธาเนียลและฉันทั้งสองฝ่ายได้อย่างเหมาะสมกับสุภาพสตรีแล้ว
 
"สวัสดีครับ ท่านลอร์ดคาลเดีย ข้าเป็นพี่ชายของคลอเดีย มีนามว่า นาธาเนียล ข้าสังกัดในกรมการสารวัตรทหารแห่ง​นครหลวง เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบท่านครับ"
 
"ยินดีที่ได้พบเช่นกัน ท่านนาธาเนียล ขอบคุณในความห่วงใยที่มีแด่น้องสาวของท่านก่อนหน้านี้มาก"
 
ฉันกำลังจะย่อตัว แต่นาธาเนียลกลับยื่นมือขวาของเขาขึ้นมาให้ฉัน ด้วยความงุนงงเล็กน้อย ฉันจึงจับมือเขา จากนั้นรอยยิ้มเพลีย ๆ ที่ปรากฏบนใบหน้าของท่านมาร์เกรฟกีนาสก็ขัดจังหวะพวกเรา
 
"เซอร์นาธาเนียล ข้าเชื่อว่าเจ้านายของน้องสาวท่านเป็นสุภาพ​สตรีนะ"
 
"เอ๋ ? .....อ๊า !!"
 
ขณะยังคงประหลาดใจที่เขายื่นมือให้ ตอนนี้นาธาเนียลดูจะตระหนกเสียยิ่งกว่า และเขาก็รีบปล่อยมือฉันทันที ในอัร์คเซียมีธรรมเนียมว่าบุรุษจะจับมือทักทายกัน ในขณะที่บุรุษและสตรีจะต้องรักษาระยะห่างต่อกันในการพบปะกันครั้งแรก ด้วยชุดที่ฉันสวม เขาคงเข้าใจว่าฉันเป็นเด็กผู้ชายล่ะนะ
 
"ขะ ขออภัยด้วยครับ ข้าได้เสียมารยาทต่อท่านหญิงแล้ว....."
 
"มิได้​ ไม่เป็นไรค่ะ เป็นเพราะข้ามักแต่งกายเช่นนี้ จึงมิได้รังเกียจนักที่จะถูกปฏิบัติตามเครื่องแบบที่สวม​"
 
บุรุษและสตรีควรจะเพียงแค่กล่าวทักทายต่อกันในการพบปะกันครั้งแรก ฉันรู้สึกผิดต่อนาธาเนียลที่กล่าวขอโทษที่ล่วงเกิน เพราะคิดว่าฉันเป็นเด็กผู้ชายจากชุดที่สวม ดังนั้นฉันจึงบอกเขาถึงความจริงว่าฉันไม่ได้ใส่ใจ
 
 
 
 
 
พวกเราดื่มเครื่องดื่มที่ได้รับจากบริกร และทุกคนก็ใจเย็นรวมถึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย นาธาเนียลขอโทษฉันอีกครั้งหนึ่ง และฉันก็กล่าวตอบเช่นเดิมอย่างสงบและสุภาพว่าฉันไม่ถือสา จากนั้นเขาก็เริ่มพูดคุยกับคลอเดียอีกครั้ง
 
"ว่าแต่ คลอเดีย มันจะไม่ดีกว่าหรือที่เจ้าจะบอกกล่าวล่วงหน้าถึงการลาออกของเจ้าในเร็ว ๆ นี้ ? จะปล่อยผ่านมันไปเช่นนี้น่ะรึ ?"
 
ทั้งฉันและคลอเดียเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจกับคำถามฉุกละหุกของเขา มีเพียงท่านมาร์เกรฟโมลตันที่ยังคงรักษารอยยิ้มสง่างามบนใบหน้าไว้ได้ขณะมองพวกเราด้วยความสนอกสนใจในดวงตา
 
"เอ๋ ท่านพี่หมายถึงเรื่องอะไรคะ ?"
 
"เจ้ายังไม่รู้อีกว่าข้าพูดถึงเรื่องอะไร..... เฮ้ นี่ เจ้าได้ให้คำสัญญากับท่านพ่อไว้ไม่ใช่เรอะ ว่าหากเจ้าไม่สามารถเป็นอัศวินภายในอายุยี่สิบปีได้ เจ้าจะกลับบ้านและเตรียมเข้ารับการแต่งงานตามที่เขาได้ตระเตรียมไว้ให้น่ะ ?"
 
"......อ๊า !"
 
พอเข้าใจแล้วคลอเดียก็ทุบกำปั้นกับมือของตัวเอง
 
ไม่ซิ "อ๊า !" นี่มันไม่ใช่ปฏิกิริยาที่ฉันต้องการนะ หล่อนลืมเรื่องที่สำคัญขนาดนี้ไปได้ยังไ​ง​กัน !? ถึงฉันไม่ควรจะตำหนิก็เถอะ​ แต่เมื่อนึกย้อนไปแล้ว​ เธอเองก็เคยบอกถึงเรื่องนี้หลายปีก่อนเมื่อครั้งที่เราได้พบกันครั้งแรกนี่นา ทว่าฉันหลงลืมมันไปเสียสนิท ฉันเพิ่งจะเริ่มคิดเกี่ยวกับการจัดตั้งภาคีอัศวินในคาลเดีย แต่ก็คิดว่าคงจะต้องใช้เวลาอีกสักพักหนึ่ง ตอนนี้เพื่อที่ไม่ให้คลอเดียต้องจากไป ฉันจะต้องรีบสถาปนาภาคีอัศวินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว
 
จริง ๆ เล้ย นี่มันเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดที่ได้อุบัติกับฉันจริง ๆ ทั้งยังต้องไปพัวพันกับภารกิจน่ารำคาญจากนอร์ดสเทิร์มนั่น !
 
ถึงจะกรีดร้องดังลั่นอยู่ภายในจิตใจ แต่ฉันก็เริ่มคำนวนและวางแผนการว่าอะไรที่จะสามารถทำได้บ้างในการจัดตั้งภาคีอัศวินให้เร็วที่สุด และก็แน่นอน คลอเดียที่ตื่นตูมโดยสัมบูรณ์ก็เข้ามาแทรกขัดจังหวะฉัน
 
"ท่านเอลิซ่าคะ จะเป็นอะไรมั้ยคะ ถ้าข้าจะเข้าไปทักทายกับท่านผู้จัดงานในค่ำคืนนี้ !? ถ้าข้าขอร้องเขาให้รับข้าเป็นอัศวินได้ล่ะก็ ! ไม่ซิ เดี๋ยวนะ ข้าไม่ได้ต้องร้องขอให้เขารับข้าเป็นอัศวิน แต่ข้าต้องไปขออนุญาตเข้าสอบคัดเลือก !!"
 
"......เดี๋ยว ๆ ใจเย็นก่อนท่านคลอเดีย ท่านตื่นตูมเกินไปแล้ว นอกจากนั้น ท่านก็ยังเป็นเพียงแค่ผู้ติดตามส่วนตัวของขุนนาง ท่านไม่มีสถานะเพียงพอที่จะไปทักทายกับผู้สูงศักดิ์กว่าหรอกนะ ลืมไปได้เลย"
 
"ไม่นะ !"
 
คลอเดียจับชายกระโปรงตัวเองแน่นราวกับว่าเธอพร้อมที่จะบินออกไปจากที่นี่แล้ว ฉันคิดในใจว่าควรจะพูดและเกลี่ยกล่อมเธออย่างไรดี
 
แน่นอนว่าฉันไม่สามารถตำหนิคลอเดียต่อหน้านาธาเนียลได้ ถ้าเขาไปรายงานเรื่องนี้กับครอบครัว ก็เป็นไปได้ที่คลอเดียจะถูกบังคับให้ไปจากฉันเร็วยิ่งขึ้น เมื่อฉันชำเลืองมองไปยังนาธาเนียลอย่างไม่สบายใจนัก ก็เห็นเขายิ้มอย่างกับแมว รอยยิ้มที่เหมือนกันกับน้องสาว และก็ดูท่าทางว่าเขาจะสนุกสนานที่ได้เห็นพวกเราหารือกันนักล่ะ
 
"......พวกท่านเป็นเจ้านายและข้ารับใช้ที่สนิทสนมกันดีทีเดียว ข้าดีใจนักที่เจ้าได้พบกับเจ้านายที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี แถมเจ้าก็ยังสามารถจำชื่อของท่านได้อีกด้วย"
 
นั่นคือความเห็นของเขา
 
ความรู้สึกทั้งหมดของฉันสะดุดกึก ไม่ต้องสงสัยเลย พี่ชายของคลอเดียเห็นอย่างชัดเจนเลยว่าพวกเรานั้นเป็นอย่างไร
 
ฉันได้ยินเสียงหัวเราะของท่านมาร์เกรฟกีนาสที่มองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เบื้องหลังพร้อมด้วยรอยยิ้มเนือย ๆ ประดับบนใบหน้า ขณะที่ฉันรู้สึกเหน็ดเหนื่อยไปทั้งหมด



NEKOPOST.NET