[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 111 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.111 - 40 การคุกคามจากนอร์ดสเทิร์ม


เป็นไปตามที่คาดการณ์ ระเบียบวาระการประชุมสภาขุนนางเริ่มต้นด้วยการพิจารณาเรื่องภัยคุกคามที่อาจเกิด อันเนื่องมาจากความเป็นไปได้ในการสิ้นสุดของราชอาณาจักรรินดาร์ล
 
มันตั้งอยู่ในใจกลางของราชรัฐทั้งสี่ทางฝั่งตะวันออก และมีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง ขณะที่ประเทศอื่น ๆ พยายามจะรวมเข้าเป็นสหภาพและใช้ชื่อเดิมว่า สหภาพรินดาร์ลใหม่
 
แน่นอนว่าหากสหภาพรินดาร์ลผนวกร่วมกันได้ พวกเขาก็ต้องการรวมดินแดนแห่งนี้เข้าไปด้วย  ทว่าด้วยสถานะของราชอาณาจักร เมื่อเปรียบเทียบกับราชรัฐแล้วมันก็มีความแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวงระหว่างสภาพสังคมและกฎหมายของพวกเขา สหภาพรินดาร์ลไม่ได้ต้องการรวมประเทศต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างแน่นขึงจนกลายเป็นประเทศใหม่ ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นกังวลเรื่องเกี่ยวกับผลกระทบทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา
 
เพราะว่าราชอาณาจักรรินดาร์ลมีภูมิประเทศตั้งอยู่ใจกลางราชรัฐทั้งสี่ มันก็เป็นไปไม่ได้สำหรับประเทศอื่นที่จะเข้าไปแทรกแซงกิจของพวกเขา ความหมายก็คือเกือบจะแน่ใจได้เลยว่าราชอาณาจักรรินดาร์ลมีแนวโน้มที่จะไม่อาจดำรงอยู่และต้องเข้ารวมเป็นสหภาพรินดาร์ลใหม่ในสักทาง
 
ดังนั้น สำหรับราชอาณาจักรอัร์คเซีย สิ่งสำคัญสำหรับพวกเราก็คือคำถามที่ว่าราชอาณาจักรรินดาร์ลนั้นจะยันการคงอยู่ไว้ได้อีกนานแค่ไหน และเมื่อใดที่เพื่อนบ้านของเราได้กลายเป็นสหภาพรินดาร์ลอย่างเป็นทางการ เพราะว่ามันมีค่าใช้จ่ายมากมายที่จะต้องเสริมกำลังทางการทหารที่แนวชายแดนและเฝ้าระวังไว้ตลอดเวลา มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่อัร์คเซียจะต้องการข้อมูลที่ถูกต้องมากกว่านี้เพื่อที่จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้เมื่อถึงยามที่จำเป็น
 
"ยังไงก็ตาม มันก็คงจะดีถ้าพวกเรามีข้อมูลที่มีรายละเอียดมากกว่านี้......"
 
เหล่าขุนนางกุมศีรษะและบ่นอุบ เพราะว่าอัร์คเซียในวันนี้เป็นประเทศปิด ดังนั้นจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับประเทศอื่นเพียงน้อยนิด นักการทูตและพ่อค้าวาณิชจำนวนหยิบมือจึงเป็นข้อมูลข่าวสารเดียวของพวกเรา
 
ก็นะ ต่อให้พวกเราไม่เปิดชายแดนประเทศ ฉันก็ยังคิดว่าพวกเราน่าจะสร้างอะไรอย่างเครือข่ายสายลับจารชนไว้เสียบ้างนะ แต่ก็มีเพียงแค่ฉันคิดถึงเรื่องนี้ ก็แหละ ต่อให้พวกเราจัดตั้งมันในตอนนี้ มันก็สายเกินไปแล้วที่จะสืบหาสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันของรินดาร์ล
 
อีกอย่างหนึ่ง เครือข่ายจารชน อืม..... ก็คงจะไม่ได้ข้อมูลอะไรมากมายนักหรอก บางทีถ้าฉันสามารถจัดตั้งเครือข่ายนี้โดยใช้กองทัพคาลเดีย ก็ค่อยคุ้มค่าที่จะลงทุนหน่อย แต่ ไม่ซิ ฉันต้องคิดก่อนว่าจะให้ใครที่มีความสามารถในด้านนี้เสียก่อน
 
"— ข้าขอพูดอะไรหน่อยได้หรือไม่ ?"
 
ขณะที่เหล่าขุนนางต่างง่วนกับการเอะอะและฉันก็มัวแต่ฝันกลางวันเรื่องการสร้างเครือข่ายจารชน สุรเสียงที่หนักแน่นและชัดเจนก็ดังขึ้นมาในท้องพระโรงและจับเอาความสนใจของฉัน รวมถึงทุกคนไว้มั่น มันเป็นเสียงของชายชราผู้มีเสียงทุ้มต่ำ เสียงนี้เป็นของขุนนางที่ฉันต้องเฝ้าระวังมาตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน — ขุนนางคนสำคัญและผู้นำแห่งแดนเหนือ ท่านมาร์ควิสนอร์ดสเทิร์ม
 
"......ครับ แน่นอน เชิญเลยครับ ท่านมาร์ควิสนอร์ดสเทิร์ม"
 
ขุนนางผู้ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการอภิปรายสำหรับการประชุมสภาขุนนางในวันนี้มีท่าทีประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดชั่วขณะหนึ่ง แต่เขาก็รีบปรับท่าทีและมอบคำอนุญาตให้ท่านมาร์ควิสนอร์ดสเทิร์ม ทั้งท้องพระโรงเงียบสงัดราวกับว่าเหตุการณ์สำคัญบางอย่างได้เริ่มขึ้นแล้ว
 
"ข้าได้ยินพวกท่านกล่าวกันว่าคงจะดีหากมีข้อมูลเรื่องของทางรินดาร์ลมากกว่านี้ หากว่าทุกท่านเห็นชอบกับข้า ข้าก็พอมีบุคลากรบางส่วนและผู้คนที่สามารถใช้การได้ในพลาเน็ตส์ บางทีข้าอาจจะล้ำเส้นขอบเขตของตัวเองไป แต่ว่าพวกท่านเห็นคิดเช่นไรกันบ้าง ?"
 
.......เฮอะ เขาว่ามีบุคคลที่ติดต่อได้ในพลาเน็ตส์ นั่นไม่ได้หมายถึงพวกเดนเซลหรอกรึ ?
 
ภายในจิตใจของฉันหัวร่อลั่นอย่างแดกดันกับความเย่อหยิ่งและจองหองของเขา ตั้งแต่ที่ฉันได้ข้อมูลจากกลุ่มโจรเดนเซลว่าบางทีเขาอาจมีส่วนเชื่อมโยงกับพวกนั้น ทุกสิ่งที่เขาพ่นออกมาก็ล้วนแต่ยากจะเชื่อถือ แทนที่จะเอาข้อมูลจากพลาเน็ตส์ ข้อมูลของเดนเซลจากองค์กรก่อการร้ายที่ต่อต้านอัร์คเซียยังจะเป็นประโยชน์มากเสียยิ่งกว่า หากว่าเขาคิดที่จะช่วยอัร์คเซียเราจริง ๆ
 
"โอ๊ะ โอ้ แน่นอน เชิญเลย สิ่งนี้จะทำให้เราทุกคนสบายใจมากขึ้นนัก"
 
อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นความจริงที่ว่านอร์ดสเทิร์มนั้นมีความเครือข่ายสัมพันธ์ที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยลักษณะทางธุรกิจกู้ยืมเงินของเขา พอได้ยินว่าเขามีการติดต่อกับพลาเน็ตส์ มิตรประเทศของอัร์คเซีย เหล่าขุนนางทั้งหมดต่างก็ผ่อนปลดภาระลงจากข้อเสนอของเขา
 
ความชำนาญการในการควบคุมการพิจารณาภายในสภาขุนนาง ฉันมองเห็นรอยยิ้มดำมืดที่แสยะอย่างพึงพอใจตัวเองของท่านมาร์ควิสนอร์ดสเทิร์ม จากนั้นเขาชำเลืองมองฉันชั่วขณะหนึ่ง ในดวงตาของเขาที่จ้องมองมายังฉันตรง ๆ นั้นฉันมองเห็นความชั่วร้าย และสีหน้าที่ราวกับจะบอกว่าทุกคนในที่นี้ล้วนแต่เป็นไอ้งั่งที่อยู่ภายใต้อาณัติของเขาแล้ว รวมถึงตัวฉันเองด้วย
 
 
 
 
 
"ต้องพึ่งพาท่านแล้ว ท่านไวส์เคาน์เตสคาลเดีย ขอให้องค์เทวามิโซรัวชี้นำทางแก่ท่าน"
 
นักบวชชั้นสูงจากศาสนจักรอาร์เซียที่ในตอนนี้ก้มศีรษะของเขาให้แก่ฉัน หลังจากท่านนักบวชกล่าวเช่นนั้นแล้ว ท่านไวส์เคานท์โอเกร็นที่พันผ้าพันคออันมีตราของนอร์ดสเทิร์มบนนั้นก็ยิ้มให้กับฉันโดยปราศจากการพยายามปกปิดความน่ารังเกียจบนใบหน้า
 
".......ค่ะ ข้าทราบแล้ว และจะพยายามอย่างสุดความสามารถ"
 
ฉันระงับอารมณ์ของตัวเองเท่าที่จะทำได้ และเสียงที่สงบนิ่งอย่างน่าประหลาดใจทั้งยังเป็นธรรมชาติก็ดังออกมาจากปากของฉัน ฉันคิดว่าถ้าส่องกระจกตอนนี้ล่ะก็คงจะมองเห็นเส้นเลือดของตัวเองปูดโนนขึ้นมาแล้ว
 
ฉันถูกบังคับให้รับจัดการปัญหายุ่งยากบางอย่าง ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นคำร้องจากท่านไวส์เคานท์โอเกร็นอีก ท่านมาร์ควิสนอร์ดสเทิร์มย่อมมีส่วนร่วมในการไหว้วานปัญหานี้อยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน
 
— หลังจากการประชุมสภาขุนนางจบลง ฉันมาเข้าร่วมงานเต้นรำขนาดกลาง ทั้งที่รอยยิ้มอันไม่น่าสบายใจของท่านมาร์ควิสนอร์ดสเทิร์มยังค้างอยู่ในห้วงความคิด ด้วยความที่เป็นงานเลี้ยงยามค่ำงานแรกของฤดูกาล ในงานจึงมีผู้เข้าร่วมมากหน้าหลายตา และฉันก็สังหรณ์ใจไม่ดี ตั้งแต่สังเกตเห็นท่านไวส์เคานท์โอเกร็นมุ่งตรงมายังฉันพร้อมกับผู้ที่ดูคล้ายจะมาจากสำนักศาสนจักรชั้นสูง
 
ฉันน้อมรับความรู้สึกถึงลางร้ายนั้นและพยายามหาทางหนีขณะที่ยังคงมีโอกาส
 
และในตอนนี้ฉันได้รู้แล้วว่ารอยยิ้มมุ่งร้ายของท่านมาร์ควิสนอร์ดสเทิร์มที่ส่งมาให้ฉัน คืออะไรที่ยุ่งยากสุด ๆ ที่โยนมาให้ฉันอย่างไม่ทันตั้งตัว
 
"ก็คือพวกเขาใช้นักบวชระดับสูงสั่งให้ท่านเป็นสื่อกลางระหว่างบุตรชายของท่านไวส์เคานท์โอเกร็นและคู่หมั้นของเขา เอ นี่มันไม่ได้สมเหตุสมผลใด ๆ กับท่านเลยนะ"
 
ขณะที่ฉันหมกมุ่นกับความรู้สึกเสียใจที่ไม่อาจหนีรอดพ้นสายตาของพวกเขาไปได้ ท่านมาร์เกรฟโมลตันที่ได้ยินเรื่องราวจากคลอเดียก็แตะไหล่ฉันเพื่อปลอบใจ
 
"ถึงอย่างไร แม้ว่าท่านจะหลีกหนีในคืนนี้ไปได้ พวกเขาก็คงจะส่งสาสน์อย่างเป็นทางการจากศาสนจักรด้วยคำสั่งการเดียวกันที่ท่านไม่อาจจะปฏิเสธได้เลย งานน่ารำคาญที่ได้รับในเวลายุ่งยากเช่นนี้ คิดเป็นอื่นใดไม่ได้เลยนอกไปจากเรื่องสกปรกและเล่ห์เหลี่ยมจากพวกเขา"
 
ท่านมาร์เกรฟโมลตันกล่าวพูดออกมาเต็มปากเต็มคำ "พวกเขา" ย่อมหมายถึงฝ่ายนอร์ดสเทิร์ม
 
".......ข้าก็คิดเช่นนั้น การให้ข้าที่อายุเก้าปีไปจัดการปัญหาของเด็กสาวอายุสิบหกปี นี่มันจะไร้สาระเกินไปแล้ว"
 
พวกเขามีอิทธิพลถึงขนาดใช้งานนักบวชระดับสูงมายื่นคำร้องต่อฉัน ทำให้ฉันไม่สามารถกล่าวปฏิเสธได้ เพราะว่าศาสนจักรมีอำนาจในการสนับสนุนกฎหมาย เมื่อพวกเขาพูดคุยกับฉันให้ช่วยเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งเพื่อความสงบเรียบร้อย ขุนนางผู้เยาว์เช่นฉันจึงไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธได้เลย
 
ว่าตามตรง ฉันถูกผูกอานเข้ากับสิ่งที่น่ารำคาญสุด ๆ ในช่วงเวลาที่ไม่สะดวกอันเปี่ยมไปด้วยความไม่สงบและความวุ่นวาย
 
"คู่หมั้นของบุตรชายท่านไวส์เคานท์โอเกร็นคือ บุตรีของตระกูลร็อกเชีย สินะคะ ? ถ้าเป็นตระกูลร็อกเชีย พวกเขาก็เป็นตระกูลขุนนางที่มาจากภูมิภาคกรีนฟิลด์"
 
คลอเดียที่นิ่งทื่ออย่างก้อนหินระหว่างมองการแลกเปลี่ยนบทสนทนาของพวกเรา ขณะที่เธอติดตามฉันมาในฐานะของหญิงรับใช้
 
และเธอก็แทรกเข้ามาในบทสนทนาของพวกเราในที่สุด เพื่อบอกให้ฉันรู้เกี่ยวกับภูมิหลังของคุณคู่หมั้น ด้วยสถานะของขุนนางที่มาจากภูมิภาคกรีนฟิลด์ นั่นไม่ใช่ว่ามันเป็นสถานที่ซึ่งผู้คนเพิกเฉยต่อความคิดเห็นและสิทธิของสตรีเกือบจะทั้งหมดเลยหรอกเหรอ ? มันเป็นที่ซึ่งนางแกลตัน แม่นมคนก่อนของฉันที่ถูกไล่ออกไปจากมา ในช่วงเวลาที่วุ่นวายแบบนี้ ฉันต้องไปเจรจากับเด็กสาวที่ไม่เคยคิดอ่านอะไรด้วยตัวเองมาก่อนในชีวิตและเปลี่ยนใจเธอ นี่มันเปล่าประโยชน์จริง ๆ สตรีที่มาจากภูมิภาคนั้น บางทีพวกเธอต่างก็ล้วนแต่ถูกเลี้ยงดูมาให้เชื่อฟังทุกสิ่งทุกอย่างและต้องปฏิบัติตามคำพ่อหรือปู่เท่านั้นด้วยซ้ำ
 
".....ถึงอย่างไร ตอนนี้ก็คงจะต้องทำความรู้จักกับกุลธิดาแห่งตระกูลร็อกเชียผู้นั้นเสียก่อน หวังว่าท่านเอิร์ลเทเรเซียจะชี้แนะให้ข้าได้นะ"



NEKOPOST.NET