[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 110 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.110 - 39 เรื่องที่ไม่หยุดไม่หย่อนในเมืองหลวงปีนี้


ท่านเอิร์ลเทเรเซียแยกจากฉันและกลับไปยังเคหาสน์ในเมืองหลวงของเขาเอง จากนั้นฉันก็มาถึงบ้านของตัวเองในเมืองหลวงเช่นกัน
 
"ยินดีต้อนรับการกลับมาครับ นายท่านเอลิซ่า"
 
เหล่าข้ารับใช้ที่ถูกว่าจ้างในฤดูใบไม้ผลิก่อนหน้านี้ได้ดูแลบ้านหลังนี้ในระหว่างที่ฉันไม่อยู่ ทุกคนต่างก็ก้มศีรษะให้แก่ฉัน เพราะว่าฉันไม่เคยมาที่นี่นอกไปจากเวลาที่ฉันต้องมาเมืองหลวงในฤดูร้อน จึงมีข้ารับใช้เพียงจำนวนน้อยที่คอยดูแลบ้าน
 
ฉันไม่ได้มีความจำดีเลิศนักในการจดจำชื่อของพวกเขาที่ได้พบหน้ากันเพียงในการพบปะกันครั้งแรก
 
ดังนั้นฉันจึงให้พวกเขาแนะนำตัวและบอกหน้าที่ของพวกเขามา เพราะว่าพวกขุนนางในเมืองหลวงแทบจะไม่สนใจในรายละเอียดของข้ารับใช้มากนัก ฉันจึงสามารถบอกได้เลยว่าพวกเขาต่างก็ประหลาดใจ สำหรับตัวฉันเองแล้ว มันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ต้องการจะรู้ว่าใครบ้างที่ทำงานให้กับฉันล่ะนะ
 
จากนั้นฉันก็ได้แนะนำตัวคนที่ฉันนำมาด้วยกับพวกเขา คลอเดียที่นั่งในรถม้าเดียวกับฉัน, นางมาร์แชนที่มาด้วยในรถม้าอีกคัน, หญิงรับใช้ของฉัน โฟลบี้และอิซาโดร่า รวมไปถึงพ่อครัวนาธาน พวกเขาได้รับใช้ฉันมากว่าห้าปีที่คฤหาสน์ และฉันก็เป็นกังวลว่าการมาที่เมืองหลวงของฉันในครั้งนี้คงจะยาวนานกว่าเดิมและฉันก็คงจะสั่งการข้ารับใช้ใหม่ไม่ได้นัก ดังนั้นฉันจึงนำข้ารับใช้จำนวนหนึ่งติดตามมาด้วย ส่วนที่เหลือก็ยังคงอยู่ที่คฤหาสน์โกลเด้นฮิลส์
 
ผู้คนรอบตัวฉันไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยในห้าปีที่ผ่านมา มีเพียงแค่นางแกลตัน แม่นมคนแรกของฉันที่ถูกไล่ออกไปเพียงคนเดียวเท่านั้น
 
"ข้าผิดเองที่มาแบบฉุกละหุก แต่ว่าตอนนี้ห้องทำงานใช้ได้หรือไม่ ?"
 
"ครับ นายท่านเอลิซ่า ข้าได้ตระเตรียมไว้อย่างเรียบร้อยแล้วครับ"
 
"ถ้าเช่นนั้นข้าจะพักที่นั่นและเขียนรายงานส่วนตัวสักหน่อย ช่วยเตรียมมื้อค่ำให้ที ท่านคลอเดียและนางมาร์แชนจะทานร่วมกับข้า ดังนั้นจัดเตรียมไว้สามที่ล่ะ"
 
"รับทราบครับ นายท่านเอลิซ่า"
 
ชายชราที่ถูกว่าจ้างให้เป็นข้ารับใช้ที่นี่ก้มศีรษะต่ำต่อฉันอย่างสุภาพแต่ก็ห่างเหิน บรรดาลูกจ้างคนอื่นเองก็ดูจะไม่ได้มีบรรยากาศที่ยินดีมากมายนักเช่นเดียวกัน
 
ก็นะ เป็นเพราะนามแห่งคาลเดียที่ดังกระฉ่อนซึ่งต้องขอบคุณในการกระทำอันต่ำช้าของครอบครัวฉันเอง นี่มันก็เป็นอะไรที่คาดการณ์ได้อยู่แล้ว ทั้งท่านเอิร์ลเองก็ได้จ้างพวกคนที่ตกงานด้วยเงินเดือนน้อยนิดและสอนงานพนักงานใหม่ แต่มันก็แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะฝึกฝนพวกเขาในเรื่องมารยาทได้อย่างสมบูรณ์แบบในเวลาสั้น ๆ ล่ะนะ
 
แต่ก็นั่นแหละ อิซาโดร่า เลิกจ้องข้ารับใช้ใหม่เขม็งแบบนั้นสักทีเถอะน่า..... รอยยิ้มของหล่อนน่ากลัวชะมัดแถมดวงตาก็ไม่ได้ยิ้มไปด้วยเลย นางมักเป็นคนอบอุ่นและเป็นมิตรกับทุกคน นี่มันเป็นครั้งแรกล่ะที่ฉันได้เห็นด้านนี้ของอิซาโดร่า
 
ภายใต้การกำกับของหัวหน้าข้ารับใช้สาวที่ท่านเอิร์ลเทเรเซียว่าจ้าง ในขณะที่ข้ารับใช้ของฉันไม่ได้เป็นมิตรมากนัก แต่พวกเขาก็ยังคงปฏิบัติตามหน้าที่ของตนอย่างดี เมื่อฉันเข้าไปที่ห้องหนังสือ เศษฝุ่นก็ไม่มีให้พบเห็น นี่ออกจะดีเกินความคาดหมายแฮะ
 
ฉันไปที่โต๊ะหนังสือ นำซองจดหมายและเครื่องเขียนออกมาจากลิ้นชัก สิ่งแรกที่ฉันต้องทำก็คือการเขียนจดหมายให้กับเอลิส เหมือนกับเมื่อสองปีที่ผ่านมา ฉันจะแลกเปลี่ยนจดหมายกับเธอในระหว่างที่อยู่เมืองหลวง
 
ในขณะที่ฉันอยู่ในเมืองหลวง คฤหาสน์ในคาลเดียก็จะกลายเป็นสถานที่เงียบสงัด ฉันเขียนจดหมายเพื่อไม่ให้เธอเหงา แม้ว่าปีนี้มันออกจะแตกต่างไปสำหรับเธอ แต่มันก็ได้กลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว
 
ฉันสงสัยว่าเอลิสจะยังต้องการให้ฉันเขียนถึงเธอหรือเปล่านะ ในตอนนี้เธอมีทั้งผู้ติดตามรับใช้อย่างราโทก้า, ทหารฝึกหัดคนใหม่ อัสรัน และเพื่อนเล่นคนใหม่ของเธอ ทีร่าและเรกะ อยู่ข้างกาย ดังนั้นการจะบอกเอลิสในจดหมายว่าฉันคิดถึงเธอ บางทีมันก็คงจะไม่ได้มีประสิทธิผลอย่างเมื่อก่อนแล้ว
 
— เพราะว่าฉันไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมเธอบ่อยนัก บางทีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปรอบ ๆ ตัวเธอ ตอนนี้เอลิสก็อาจจะไม่ต้องการฉันอย่างแต่ก่อนแล้วก็ได้นะ ?  เพื่อที่จะขจัดความรู้สึกไม่สบายใจที่คืบคลานเข้ามา ฉันนวดขมับตัวเองด้วยปลายนิ้ว
 
เอาเถอะ อย่างน้อยเขียนบอกเธอว่าฉันมาถึงเมืองหลวงโดยสวัสดิภาพก็แล้วกัน
 
 
 
 
 
เป็นเช่นทุกทีที่ฉันได้มายังเมืองหลวง ตารางเวลาของฉันแน่นเอี๊ยด กระทั่งว่าฉันเพิ่งจะมาถึงเมื่อวาน ฉันก็ต้องเข้าร่วมประชุมที่สภาขุนนางในวันนี้ต่อทันที มันไม่มีเวลาให้ได้พักผ่อนเลย
 
เมื่อฉันมาถึงพระราชวังอาร์คโทเรียพร้อมกับท่านเอิร์ลเทเรเซีย ก็เหมือนทุกครั้งท่านลอร์ดรูปงามนามมาร์เกรฟโมลตันจะค้นพบฉันในทันที  ว่ากันตามตรงแล้วฉันประทับใจกับความสง่างามของเขาที่ยังคงเปล่งประกายแม้ว่าจะอยู่ในวัยกลางคนแล้วนักล่ะ เหมือนทุกที เขาส่งรอยยิ้มบริสุทธิ์มาให้ฉันและคำนับท่านเอิร์ล เรือนผมสีเงินสละสลวยพลิ้วไหวเล็กน้อย
 
"สวัสดีครับ ท่านเอิร์ลเทเรเซีย ท่านไวส์เคาน์เตสคาลเดีย ข้ายินดียิ่งนักที่ได้พบท่านทั้งสองในปีนี้ดูสบายดีดังเช่นทุกที"
 
"สวัสดี ท่านมาร์เกรฟโมลตัน ท่านเองก็ดูสบายดีเหมือนเช่นปีก่อน บุตรชายของท่านเป็นอย่างไรบ้างล่ะ ?"
 
"โอ้ ขอบคุณที่ถามถึงครับ เขามีสุขภาพแข็งแรงดีเยี่ยมเลยล่ะครับ"
 
"ดีที่ได้ยินแบบนั้น ถ้างั้น ข้าขอตัวก่อนล่ะ......"
 
ท่านมาร์เกรฟโมลตันและท่านเอิร์ลทักทายปราศรัยกันตามมารยาท จากนั้นท่านเอิร์ลเทเรเซียก็ปล่อยฉันไว้ขณะที่ตัวเขาเดินไปหาที่นั่ง ตอนนี้พวกเราทั้งคู่ต่างก็รู้ดีว่าท่านมาร์เกรฟโมลตันนั้นให้ความสนใจในตัวฉันมากกว่าท่านเอิร์ลเทเรเซีย เพราะว่าลูกชายของเขาที่อายุเท่ากับฉัน ดังนั้นมันจึงกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วที่ท่านเอิร์ลเทเรเซียจะผละตัวออกไปด้วยตัวเอง เพื่อให้เราได้พูดคุยอะไรบางอย่างกัน
 
"สวัสดีค่ะ ท่านมาร์เกรฟโมลตัน ต้องขอบคุณสำหรับการเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองวันเกิดของข้าในปีนี้มากเลยค่ะ"
 
ฉันก้มคำนับต่ำกว่าทุกทีอย่างมีนัย เพื่อให้เขาได้เห็นด้านหลังของผมฉันในทันที ในงานเฉลิมฉลองวันเกิดของฉันในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ เขาได้มอบเครื่องประดับผมเรียบ ๆ ที่ตกแต่งด้วยอัญมณีสีแดงที่ในตอนนี้ฉันได้ใช้ประดับอยู่
 
มันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ได้พบกับเขา ที่ได้เห็นสีหน้าประหลาดใจซึ่งยังคงดูสง่างามดังเดิมของเขา มันดูเป็นอะไรที่บริสุทธิ์อย่างที่เขาไม่ได้คาดคิดว่าจะได้เห็นฉันสวมเครื่องประดับที่เขาได้มอบให้
 
"ไม่เลย ควรเป็นข้าที่ขอบคุณท่านต่างหากล่ะ ข้าก็เพียงแค่ซาบซึ้งน้ำใจท่านที่ได้มอบของขวัญให้แก่บุตรชายข้าเป็นการตอบแทนเท่านั้น แต่ก็ข้ายินดีจริง ๆ ที่ได้เห็นท่านประดับมัน ขอบใจมาก ท่านไวส์เคาน์เตสคาลเดีย"
 
นัยน์ตาของเขาคล้ายกับว่าเขาเห็นฉันเป็นลูกสาวของตัวเอง เขาจับมือของฉันและเขย่า ขณะที่วิสัยทัศน์ของฉันมันเริ่มพร่ามัวเพราะว่าเขาลูบหัวของฉัน ถึงอย่างไรที่นี่มันก็คือสภาขุนนาง เขาคงจะขึ้นมาได้ว่านี่อาจเป็นปัญหา ถ้าเขาถูกพบเห็นว่าลูบหัวของขุนนางอีกคน ต่อให้ฉันเป็นเด็กก็ตามที และเขาก็ดูจะพยายามอย่างยิ่งที่จะยั้งมือจากการลูบหัวฉัน กำมือแน่น ก่อนจะคลายออก
 
เมื่อสองปีก่อนฉันเพิ่งได้เรียนรู้จากเด็ก ๆ ชิรูในเรื่องการลูบหัวเด็ก ๆ ด้วยกันเอง ดังนั้นฉันจึงพอจะเข้าใจความเร่งเร้าของเขานะ ฉันอาจจะบอกได้ว่ามันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายได้จากการถูกลูบศีรษะ แต่มันก็เป็นความรู้สึกที่ดีน่ะ
 
จากนั้น เขาก็เริ่มกระซิบบางอย่างกับฉันโดยปราศจากการเปลี่ยนสีหน้ายิ้มแย้มของตัวเขาเองเลย
 
"— ดูเหมือนว่ากลุ่มโจรเดนเซลที่ถูกคุมขัง ณ คุกอัศวินส่วนกลางจะถูกประหารเมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมานี้ ข้าหมายถึงกลุ่มโจรที่ท่านจับกุมได้เมื่อก่อนหน้านี้น่ะ"
 
.....นี่เขาไปได้ข้อมูลพวกนี้มาจากที่ไหนกัน ? เขาบอกกับฉันถึงข้อมูลที่กระทั่งท่านเอิร์ลเทเรเซียก็ยังไม่รู้ และเขาก็เดินจากไปเพื่อหาที่นั่งของตัวเองราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ยังคงรักษาภาพลักษณ์สง่าและภูมิฐานได้อย่างดีเชียว
 
ว่าตามตรงเลย ฉันอยากจะเลียนแบบความสง่างามและความสุขุมของเขานักล่ะ ถึงเขาจะเป็นผู้ชายก็เถอะ...... ฉันอาจจะลองเลียนแบบท่าทีของเขาดู ก็นะ ปกติแล้วฉันก็แต่งเครื่องแบบอัศวินอยู่แล้ว และฉันก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องการความเลื่อมใสใดด้วย..... อย่างกับว่าฉันกำลังแก้ตัวอยู่เลยแฮะ
 
อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มเพื่อนบ้าน — ที่ปลอมตัวเป็นกลุ่มโจร — ก็ถูกประหารชีวิตแล้วในที่สุด นั่นก็หมายความว่าพวกเขาไม่มีประโยชน์ใด ๆ แล้วซินะ
 
แม้ว่าอาจจะไม่ได้อะไรมากมายนัก แต่ฉันก็น่าจะลองไปดูบันทึกรายงานที่สำนักงานอัศวินกลางดูนะ ? ถึงฉันจะคิดว่าอย่างน้อยที่สุดก็มีโอกาสสักแปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่พวกเขาจะลบบันทึกเหล่านั้นไปแล้วก็ตาม



NEKOPOST.NET