[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 108 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.108 - 37 งานเฉลิมฉลอง​วัน​เกิด​ครั้งที่สองของ​ฉัน​


ฤดูหว่านเมล็ดพันธุ์แล้ว ปีนี้ก็เช่นกันฉันจะต้องสวมเครื่องแบบอัศวินสีแดงและดำอย่างเป็นทางการพร้อมกับเครื่องประดับสีเงินสำหรับงานเฉลิมฉลองวันเกิดที่กำลังจะมาถึง ท่านเอิร์ลเทเรเซียได้แนะนำให้ฉันปล่อยผมลงได้ในปีนี้ แต่มันก็เหมือนกับครั้งก่อน ฉันตัดสินใจรวบเป็นมวยไว้แทน เพราะว่าพ่อผู้ล่วงลับของฉันก็มีผมยาวและพวกเราก็คล้ายคลึงกันมาก ฉันจึงอยากหลีกเลี่ยงความเหมือนกันนั้นตราบเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งเพื่อประโยชน์ของตัวฉันเองและเพื่อหลีกเลี่ยงเงาของเขาที่ทับซ้อนกับฉันในสายตาของชาวเมือง
 
เมื่อปีที่แล้วฉันไม่ได้จัดงานเฉลิมฉลองวันเกิดเพราะว่าต้องเข้าร่วมศาสนพิธีในการเข้าร่วมนิกายอาร์เซียอย่างเป็นทางการที่เมืองหลวง แต่ปีนี้ฉันได้จัดมันขึ้นอีกครั้ง ด้วยว่ามันเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ดูสิ่งต่าง ๆ ในอาณาเขตของฉันเอง
 
ปีนี้ก็เช่นเดิม การเฉลิมฉลองมีทั้งสิ้นสามวัน ด้วยงานเลี้ยงใหญ่วันแรกในทุก ๆ หมู่บ้าน ขบวนของฉันปีนี้มีทั้งกองทัพของฉันรวมถึงนักรบชิรูที่กลายมาเป็นกองทัพส่วนตัวอีกหนึ่ง มันจึงใหญ่โตมาก ทั้งพวกเรายังได้เริ่มต้นกระบวนการสรรหาบุคลากรเพิ่มเติมสำหรับกองทัพ และให้คนจำนวนประมาณสิบคนหรือผู้ที่เป็นคนในหมู่บ้านใกล้เคียงกันทำหน้าที่นี้ พวกเขาไม่ได้เข้าร่วมขบวนด้วยเพราะว่าพวกเขายังฝึกฝนไม่เพียงพอ แต่ถ้าเป็นเรื่องการรับสมัครแล้วล่ะก็มันคงจะไม่ได้แตกต่างนัก
 
อีกเหตุผลที่ว่าทำไมขบวนปีนี้ถึงได้ใหญ่โตนักเมื่อเทียบกับสองปีที่แล้ว ก็เป็นเพราะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในอาณาเขตของฉันที่ฟื้นฟูขึ้นทีละน้อย ดังนั้นพวกเราจึงต้องจัดขบวนให้อลังการอย่างเหมาะสมตามไปด้วย ถ้าหากว่าขบวนพาเหรดนี้มันดูแย่ลงในขณะที่มาตรฐานการใช้ชีวิตของผู้คนกำลังดีขึ้น มันก็รังแต่จะสร้างความไม่สงบและไม่สบายใจเท่านั้น
 
ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมครั้งนี้ฉันถึงขี่ราชีออคในการเดินขบวน อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่ราโทก้าได้ปาหินใส่ฉัน ในครั้งนี้การขี่บนสัตว์อสูรที่ท่าทางคุกคามก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เรื่องพรรค์นั้นเกิดขึ้นอีก
 
ราชีออคหยุดเติบโตแล้วในที่สุดและมันก็ตัวสูงเทียมม้าศึก เพราะว่าฉันยังคงตัวเล็ก ฉันจึงไม่สามารถขึ้นขี่มันโดยปราศจากคนช่วยเหลือได้ ดังนั้นแม้ว่าจริง ๆ แล้วราชีออคจะไม่ชอบใจนัก แต่ฉันก็จำเป็นต้องใช้อานม้าเวลาขี่ราชีออคไว้
 
"ปีนี้ดูจะค่อนข้างเงียบกันนะ"
 
".......หืม ท่านหมายถึงชาวเมืองน่ะหรือคะ ?"
 
"ไม่คิดอย่างงั้นเหรอ ?"
 
กุนเธอร์และคลอเดียควบม้าถัดจากฉันและทำหน้าที่เป็นผู้อารักขาของฉัน เพราะว่าพวกเขาต่างก็มีประสบการณ์มาแล้ว ฉันจึงไว้ใจดุลยพินิจของพวกเขาได้ กุนเธอร์มีใบหน้าที่บ่งบอกว่าเป็นขุนศึก ส่วนคลอเดียก็ดูเหมือนกับหญิงสาวทั่วไปหากว่าเธอทำตัวสงบเสงี่ยม
 
ครั้งนี้กุนเธอร์ดูจะผ่อนคลายกว่าเดิมเมื่อเทียบกับบรรยากาศอันกดดันเมื่อสองปีก่อน ในขณะที่คลอเดียไม่ได้รู้รายละเอียดเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองในครั้งก่อนมากนัก เธอยังคงสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัวอย่างระแวดระวังว่าอาจจะมีอะไรเกิดขึ้นมา สัญชาตญาณของหล่อนเหมือนกับสัตว์ป่า บางทีฉันคงจะคิดไร้สาระมากไปหน่อย แต่ว่าตอนนี้พวกเขาก็อยู่ในระดับสายตาเดียวกับฉันเพราะว่าราชีออคตัวสูงกว่าม้าที่พวกเขาขี่
 
ก็เหมือนกับก่อนหน้านี้ ชาวเมืองได้สร้างทางโรยด้วยดอกไม้สำหรับขบวนของพวกเรา และในหมู่บ้านแรกที่พวกเราผ่าน หมู่บ้านคลาเรีย ผู้คนต่างยิ้มแย้มให้แก่พวกเรา เพราะหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ใกล้กับคฤหาสน์โกลเด้นฮิลส์ของฉันมากที่สุดหมู่บ้านหนึ่ง มันจึงมีความเปลี่ยนแปลงจากอิทธิพลของฉันมากที่สุดเช่นเดียวกัน ผู้คนยิ้มให้กับฉันอย่างที่พวกเขามีปฏิสัมพันธ์กับชนเผ่าชิรูในฤดูหนาวที่ผ่านมานี้
 
"นายท่านจงเจริญ ! ขอให้ท่านเอลิซ่าและท่านเอิร์ลเทเรเซียมีสุขภาพดี !"
 
"นายท่านจงเจริญ !"
 
บนขบวนเส้นทางดอกไม้ เสียงอวยชัยของชาวบ้านก็เปล่งให้แก่ฉัน
 
"พวกเขาเปล่งเสียงให้ท่านด้วยแน่ะ เยี่ยมเลยไม่ใช่เรอะ นายท่าน — เฮ้ย ๆๆ ?"
 
กุนเธอร์ที่หัวเราะอย่างสำราญก็หยุดลงทันทีด้วยความประหลาดใจและร้องเสียงสูงขึ้นหนึ่งระดับเมื่อมองมายังฉัน ฉันพยายามอย่างยิ่งในการนั่งหลังตรงและมองไปยังข้างหน้า แต่น้ำตาก็ยังคงไหลลงอาบแก้ม โชคดีแล้วล่ะที่ฉันไม่ต้องแต่งหน้าเพราะว่ายังเด็กอยู่น่ะ
 
"อ๊า หลังออกจากหมู่บ้านนี้คงต้องพักกันก่อนแล้วล่ะ"
 
"เราไม่สามารถให้ท่านเดินขบวนต่อหน้าผู้คนทั้งน้ำตาได้หรอกนะคะ"
 
ฉันได้ยินเสียงคำพูดของจากกุนเธอร์และคลอเดียที่พยักยิ้มกัน น้ำเสียงของพวกเขาฟังดูอัศจรรย์ใจระคนอบอุ่น บางทีราชีออคเองก็คงจะเข้าใจว่าฉันร้องไห้เช่นกัน มันจึงใช้หางที่เหมือนงูของมันลูบที่แผ่นหลังของฉัน หูของมันกระดุกกระดิกไปมาอย่างอารมณ์ดี และแสงอาทิตย์ก็สะท้อนบนเกล็ดของมันระยิบระยับตา
 
 
 
 
 
ไม่มีความกดดันหนักหน่วงในหมู่บ้านอื่น ๆ เช่นกัน แต่ก็ยังคงมีแววตาของชาวบ้านที่ค้นหาอะไรบางอย่างจากฉัน ชีวิตที่ดีขึ้นของพวกเขา แต่ในฐานะของลอร์ดผู้ครองแคว้นแล้วมันก็ยังคงมีความรู้สึกที่ไม่เชื่อมั่นในตัวฉันคงเหลืออยู่ หมู่บ้านซีริล หมู่บ้านที่เมื่อครั้งก่อนได้เกิดเหตุปาหินขึ้น ขณะที่ฉันยังคงรู้สึกถึงสายตาที่เหลือบมองมายังฉันจากตรงนั้นตรงนี้ ชาวบ้านในหมู่บ้านซีริลส่วนใหญ่เพียงมองพวกเราอย่างเงียบงันราวกับว่ามันคืองานศพ
 
สองปีผ่านพ้นไปตั้งแต่ที่ฉันได้เริ่มมีส่วนร่วมในการทำหน้าที่อย่างเป็นทางการ แต่เพราะว่าชาวบ้านส่วนมากไม่เคยได้รับรู้มาก่อน ก็ไม่มีทางที่พวกเขาจะตัดสินได้เพราะฉันไม่เคยมาบริเวณนี้เลย ฉันได้แต่ยอมรับสายตาอันแข็งกระด้างของพวกเขาไว้
 
เมื่อพวกเรามาถึงหมู่บ้านสุดท้ายของเส้นทางการเดินขบวนในปีนี้ หมู่บ้านเนซู ทุกคนจ้องมองมายังฉันด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บ้างก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน บ้างก็จ้องมองอย่างหวาดกลัวเล็กน้อย มีปฏิกิริยาที่หลากหลาย แต่ทั้งหมดโดยรวมก็ดูจะเป็นความอบอุ่น
 
"เฮ้ นายท่าน นู่น ดูทางนู้นซิ"
 
กุนเธอร์ชี้ไปทางขวาของเขาด้วยสีหน้ามีความสุข เมื่อฉันมองตามไป ที่ยืนอยู่ริมเส้นทางดอกไม้ข้างหน้ากลุ่มหญิงสาว คือเด็กสาวชาวบ้านผมสั้นสองคนจากก่อนหน้านี้ต่างโบกมือให้แก่ฉัน พวกเธอสวมมงกุฎดอกไม้สีแดงก่ำโดดเด่นบนศีรษะ
 
ฉันรู้สึกยินดีที่ได้เห็นพวกเธอ และก็ไม่สามารถจะควบคุมสีหน้าตัวเองได้อีก ดวงตาและปากของฉันมันอดไม่ได้ที่จะปริออกเป็นรอยยิ้ม ขณะที่พวกเธอโบกมือให้ พร้อมกับเริ่มตะโกนแก่ฉัน
 
"นายท่าน ขอให้พระผู้เป็นเจ้าคุ้มครอง !"
 
"สุขสันต์วันเกิดค่ะ นายท่าน !"
 
ทันใดนั้น ชาวบ้านที่ยืนอยู่ทั้งสองฟากฝั่งของเส้นทางก็พลันส่งเสียงเฮลั่นและโยนบางสิ่งขึ้นในอากาศ กลีบดอกไม้สีเดียวกันกับมงกุฎดอกไม้ที่พวกเด็กสาวสวมร่วงโปรยปราย และที่ขอบตาของฉันก็อดไม่ได้ที่จะร้อนผ่าวอีกครั้ง
 
คงจะเป็นเพราะว่าฉันยังคงเด็กเกินไป จึงไม่สามารถควบคุมต่อมน้ำตาของตัวเองได้เลย
 
การได้รับการต้อนรับจากหมู่บ้านเนซูแบบนี้ ด้วยรอยยิ้มของผู้คนที่มอบให้แก่ฉันเช่นนี้ มันออกจะน่ากระดากอายเล็กน้อยล่ะนะ
 
 
End of Act 2, Part 2



NEKOPOST.NET