[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 107 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.107 - 36 สัตยาบันของอัสรัน


ท้องฟ้าปลอดโปร่ง หิมะละลาย
 
หลังจากที่หิมะรอบ ๆ คฤหาสน์โกลเด้นฮิลส์ละลายทั้งหมดแล้ว มันไม่มีอะไรใหญ่โตเกิดขึ้นนักในฤดูหนาวนี้ ฉันกลับไปยังหมู่บ้านภายใต้การก่อสร้าง และก็ได้รับยืนยันว่าระดับน้ำลดลงแล้ว
 
"ปีนี้ก็มีพวกสิ่งปฏิกูลเต็มไปหมด"
 
เธโอพึมพำกับตัวเองด้วยรอยย่นคิ้วบนใบหน้าของเขา ทางเดินหินในหมู่บ้านยังคงไม่เสร็จสิ้นด้วยดินโคลนที่อยู่เต็มไปหมดและกิ่งไม้แห้งและพืชที่กระจัดกระจาย มันเละไปโคลน และมีกระทั่งปลาบางตัวตรงนั้นตรงนี้กระโดดขึ้นลงไปมา เป็นผลอันเนื่องมาจากน้ำท่วมก่อนหน้านี้
 
"อ่า อย่างน้อยพวกเราก็มีปลาอุดมสมบูรณ์ดีนะ"
 
เธโอสั่นศีรษะของตัวเองขณะมอบคำสั่งให้เหล่านักรบของพวกเขาในการรวบรวมและนำปลาที่นอนแด่วข้างทางไปล้าง มันใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการรวบรวมและทำความสะอาดปลาทั้งหมดที่เราเห็น
 
"ข้าจะกลับมาหลังจากไปล้างเนื้อล้างตัวที่แม่น้ำ อุณหภูมิตอนนี้มันน่าจะพอเหมาะดีแล้ว"
 
ในช่วงฤดูหนาว พลเมืองใหม่ของฉันได้รับอนุญาตให้อาบน้ำในค่ายทหารได้ แต่ว่าสิ่งอำนวยความสะดวกนั้นก็มีเพียงแค่น้ำร้อนสำหรับทำอาหารเท่านั้น ฉันคิดว่ามันมีกรรมวิธีที่จะปรับเร่งเปลวไฟและพลังงานโดยอัตโนมัติได้เพื่อให้เหมาะสมกับการอาบน้ำได้นะ แต่น่าเสียดายที่สิ่งนี้ยังคงไม่มีในดินแดนคาลเดีย ดังนั้นพลเมืองใหม่ของฉันจึงยังคงไม่มีสถานที่อาบน้ำเป็นของตัวเอง นี่มันก็เป็นในสิ่งที่คามิลที่ได้ทิ้งไว้ให้จากช่วงเวลาอันเนิ่นนานกว่าที่ฉันจะตระหนักได้ถึงเรื่องนี้
 
.......ฉันไม่มีเงิน, เวลา หรือว่าบุคลากรเพียงพอ บางทีฉันคงต้องจดบันทึกความคิดที่ฉันต้องการจะทำให้เป็นจริง และยังไม่สามารถทำได้ในตอนนี้ไว้ก่อน มันจะไม่มีความหมายเลยหากว่าฉันลืมว่าเคยต้องการจะทำ ถ้าฉันมีความสามารถเพียงพอที่จะดำเนินการได้ในอนาคต
 
 
 
 
 
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันให้กองทัพคาลเดียช่วยรวบรวมกระโจมของพลเมืองใหม่และข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงช่วยขนย้ายมันด้วยม้า ช่วงสาย ด้านข้างของเนินเขาที่เคยเต็มไปด้วยกระโจมก็กลับคืนเข้าสู่สภาวะปกติของมัน
 
"อย่างกับข้าได้กลับไปใช้วิถีชีวิตเร่ร่อนอีกครั้งอย่างงั้นแหละ"
 
เรกะที่อยู่ถัดจากฉันดูท่าทางสนุกขณะมองไปรอบตัว เพราะว่าพวกเด็ก ๆ ไม่ต้องช่วยเหลือมากนักในงานแรงงานหนัก ๆ และถูกห้ามไม่ให้เข้าไปยุ่มย่ามด้วย ฉันจึงรวบรวมพวกเขามาที่นี่เพื่อช่วยเก็บชิ้นโลหะเล็ก ๆ ที่ขึงกระโจมบนพื้น ไม่เพียงแค่เด็ก ๆ ชนเผ่าชิรูเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเด็ก ๆ ลูกเกษตรกรเองก็อยู่ที่นี่เช่นกัน และกระทั่งเด็ก ๆ ที่ปกติแล้วจะอยู่อาศัยกับครอบครัวในวันนี้ก็มาอยู่ที่นี่ด้วย
 
"น่าเสียดายที่มันก็เพียงแค่วันนี้เท่านั้น ข้าต้องตั้งใจทำงานทุกอย่างให้เสร็จสิ้น จึงจะสามารถไปเยี่ยมพวกเจ้าตราบเท่าที่จะเป็นไปได้"
 
"ถ้าท่านเอลิซ่าทำงานหนัก ท่านก็จะทำให้ทุกอย่างเป็นจริงได้อย่างแน่นอน องค์กษัตราของผองข้าไม่ตรัสคำเท็จอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ?"
 
"อ่า คำพูดของลอร์ดก็ใกล้เคียงกับคำปฏิญาณ แต่ข้าก็ไม่สามารถพูดถึงสิ่งที่ไม่แน่นอนได้หรอกนะ"
 
ฉันตอบเรกะขณะเก็บรวบรวมพวกโลหะชิ้นเล็ก ๆ ฉันคิดว่าน่าจะช่วยเหลือทุกคนด้วยล่ะนะ ทีร่าสบสายตากับฉันขณะที่เธอนั่งอยู่ข้าง ๆ และยิ้มให้ ฉันดึงชิ้นส่วนโลหะที่ยึดกับกระโจม เช็ดดินโคลนออกอย่างระมัดระวังและผูกพวกมันเข้าด้วยกันด้วยเชือกหลายทบ พลเมืองใหม่ต่างก็ตระเตรียมเชือกของพวกเขาเอง เหมือนกันเธโอ
 
"เออนี่ บางครั้งพวกเจ้าก็เรียกข้าว่า 'กษัตรา' แทนที่จะเป็นท่านลอร์ด ทำไมกันล่ะ ? กษัตริย์แห่งอัร์คเซียนั้นมีเพียงองค์ล้นเกล้าฯ เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นนะ"
 
ขณะยังคงขยับมือทำงาน ฉันก็คิเว่านี่มันเป็นเวลาเหมาะสมที่จะถามคำถามคาใจมาตลอดแล้ว หลายครั้งที่ฉันถูกพวกเขาเรียกว่า "กษัตรา" และมันก็ทำให้ฉันสงสัย แม้ว่าจะมีเพียงแค่ขุนนางชาวอัร์คเซียเท่านั้นที่รู้ภาษาอาร์โทลัส แต่มันก็ยังคงสร้างปัญหาได้เล็กน้อยหากว่าใครมาได้ยินเด็ก ๆ เรียกฉันว่า "กษัตรา" และเข้าใจความหมายของมัน
 
"เอ๋ ? อือ แต่ว่าคนในกองทัพของท่านก็เรียกว่า 'ซาร์' ไม่ใช่รึ ?"
 
"โอ๊ะ เจ้ารู้ความหมายของ 'ซาร์' ด้วยงั้นเหรอ ?"
 
จนกระทั่งตอนนี้ฉันก็ยังคงไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงเรียกฉันว่า "ซาร์" แม้แต่นางมาร์แชนที่เชี่ยวชาญในหลายภาษาก็ยังไม่รู้ และคามิลที่เป็นคนริเริ่มกระแสเรียกฉันว่า "ซาร์" ก็คงจะเผยแพร่ไปในกองทัพคาลเดีย นั่นเป็นสาเหตุที่ฉันคิดว่าบางทีคามิลคงจะใช้คำจากภาษาอื่นหรือเขาก็อาจจะตั้งชื่อให้ฉันขึ้นมาเฉย ๆ เพียงเท่านั้น
 
นั่นทำให้ฉันตกใจที่เรกะซึ่งใช้ภาษาอาร์โทลัสรู้จักคำคำนี้ด้วย ฉันเองก็เคยคิดอยู่หรอกว่าบางทีมันอาจจะเป็นคำโบราณที่หลงเหลือในภูมิภาคยุกก์เฟน่า ภาษาอัร์คเซียในภูมิภาคยุกก์เฟน่าและภาษาอาร์โทลัสต่างก็มีรากศัพท์โบราณเดียวกัน ดังนั้นก็แน่นอนว่ามีหลาย ๆ คำที่มีความคล้ายคลึงกันในระหว่างภาษา
 
"อย่างนี้นี่เอง...... พวกเราเรียกท่านว่า 'องค์กษัตรา' ก็เพียงเพราะว่าเป็นคำสำหรับผู้ที่มีตำแหน่งอยู่สูงกว่าหัวหน้าเผ่าของพวกเราเท่านั้นแหละ"
 
เท่านั้นแหละ เขากล่าว ขณะที่ยิ้มราวกับว่าเขากุมความลับอะไรสักอย่างที่ฉันไม่รู้ ฉันสัมผัสได้จากสีหน้าว่าเขาซ่อนงำอะไรไว้ แต่ก็ไม่มีหลักฐานใด ๆ อ่า ช่างเถอะ พอฉันมองไปทางทีร่า เธอก็ยิ้มเหมือนว่าจะรับฟังบทสนทนาของพวกเราขณะที่เธอเองก็ยิ้มกริ่มอย่างซ่อนเร้นเหมือนกับเรกะ
 
"เอ้า ได้เวลาโยกย้ายแล้ว ! เร็วเข้า ขยับได้แล้ว กุนเธอร์จะเป็นผู้นำทางให้ !"
 
ในระยะที่ห่างออกไป ฉันได้ยินเธโอเมอร์ออกคำสั่งเคลื่อนย้าย ฉันได้ปล่อยให้เธโอและกุนเธอร์ตัดสินกันเองว่าใครจะเป็นคนนำทาง และดูเหมือนว่าจะลงที่กุนเธอร์ ท่าทางว่าทั้งสองจะเริ่มเป็นมิตรกันตั้งแต่การฝึกกองทัพในฤดูหนาวที่ผ่านมา คงจะเพราะว่าทั้งคู่มีอายุใกล้เคียงกันล่ะมั้ง
 
"พวกเราเองก็ไปกันเถอะจ้ะ"
 
ทีร่ารวบชิ้นส่วนโลหะสุดท้ายพร้อมด้วยความเหงาหงอยในน้ำเสียง มองไปเด็กคนอื่นรอบ ๆ ฉันเห็นว่าพวกเขาก็มีทั้งห่อเหี่ยวอย่างที่เธอเป็น บ้างก็ตื่นเต้น รวมถึงยิ้มอย่างมีความสุข สีหน้าอันหลากหลายปะปนกันในหมู่พวกเขา
 
ในกลุ่มเด็ก ๆ ทั้งหมด ฉันก็สังเกตได้ว่าเรือนผมสีเงินฟ้าโดดเด่นนั้นหายไป เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มเด็กโต ดังนั้นต่อให้ไม่มีสีผมของเขา ส่วนสูงของเขาก็ยังโดดเด่นง่ายที่จะมองหา แต่ไม่ว่าฉันจะมองดูอย่างไร เขาก็ไม่ได้อยู่ที่นี่
 
"ว่าแต่ วันนี้อัสรันไปไหนล่ะ ?"
 
"เอ๊ะ ? เพราะว่าเขาตัวใหญ่ ก็คงไปช่วยพวกเด็กโตทำอะไรล่ะมั้ง"
 
กลุ่มเด็กที่อายุราวสิบปีและโตกว่านั้นกำลังช่วยพวกผู้หญิงรวมผ้าต่าง ๆ และมัดมันเข้าด้วยบนหลังม้า ฉันมองไปทางนั้น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่เห็นอัสรันเลย
 
"ท่านมีธุระกับอัสรันหรือ ?"
 
"เปล่าหรอก ข้าเพียงแต่สงสัยที่ไม่เห็นเขาน่ะ"
 
"อืม โอ๊ะ ดูเหมือนว่าอัสรันจะกลับมาพอดีเลย ?"
 
เรกะชี้ไปข้างหลังฉัน ขณะหันกลับไปก็มองเห็นเด็ก ๆ นำกลุ่มม้ามาทางนี้ และอัสรันก็อยู่ในหมู่พวกเขา
 
"ขอโทษทีที่ให้รอ ! ผองข้าได้นำม้ามาแล้ว เริ่มบรรทุกกันเลยเถิด !"
 
เด็กหญิงอายุราวสิบห้าปีทำท่าทีคล้ายกับเป็นผู้นำและมอบคำสั่ง มันง่ายที่จะบอกว่าเด็กทั้งหมดที่นำม้ามานั้นต่างก็อายุโตกว่าเด็กคนอื่น ๆ ที่ฉันอยู่ด้วย เพราะว่างานของพวกเราเสร็จแล้วเช่นกัน พวกเขาคงจะสังเกตเห็นและมุ่งตรงมาเพื่อช่วยเราในการเคลื่อนย้าย
 
ในระหว่างนั้น อัสรันเดินเข้ามาาและตบไหล่ฉันอย่างร่าเริงด้วยสาเหตุบางอย่าง
 
"ท่านเอลิซ่า ข้ามีบางอย่างจะบอกกับท่าน"
 
อะไรล่ะนั่น ? มันคืออะไรที่ฉันจะต้องจัดการในตอนนี้งั้นเหรอ ? ฉันเก็บอุปกรณ์ในมือลงในถุงย่าม แล้วหันไปมองหน้าของอัสรันเงียบ ๆ คล้ายกับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้จริงจังใด ๆ เขาบอกบางอย่างโดยปราศจากความลังเล
 
"ตั้งแต่วันนี้ไป ข้าจะเข้าร่วมกองทัพคาลเดียล่ะ"
 
.......คำพูดเรียบง่ายนั้นอย่างกับเขาโยนระเบิดมาให้ฉัน
 
"......หะ ?"
 
แม้ว่าเขาจะบอกว่ามีอะไรจะบอก แต่นี่คล้ายเป็นคำประกาศสัตยาบันเสียมากกว่า ฉันไม่มีความคิดในหัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งหมดที่ทำจึงเป็นเพียงการกะพริบตาปริบและมองไปยังอัสรันที่ตัวสูงกว่า
 
"แม้ว่าข้าจะไม่สามารถเป็นนักรบชิรูได้ แต่อย่างน้อยข้าก็สามารถต่อสู้เพื่อองค์กษัตราและกองทัพแห่งคาลเดียได้ ดังนั้นข้าจึงเข้าร่วมกองทัพ และอยู่ที่นี่"
 
ถึงฉันจะเตรียมวางแผนเรื่องการสรรหาสมาชิกใหม่ในกองทัพในเร็ว ๆ นี้ไว้อยู่แล้ว แต่ดูเหมือนผู้สมัครคนแรกของฉันจะปรากฏตัวขึ้นมาอย่างไม่ได้คาดฝัน เขาเป็นเด็กหนุ่มผู้มีนัยน์ตามุ่งมั่นและสายตาของเขาที่จ้องมองมาก็ราวกับว่าการตัดสินใจของเขาไม่มีวันถอยกลับ ดังนั้นฉันจึงอดไม่ได้ที่จะทำสีหน้าจริงจังไปด้วยเช่นเดียวกัน จากนั้นก็ยืนขึ้นและผงกศีรษะอย่างพึงพอใจที่สุดเท่าที่จะทำได้
 
"ข้าอนุมัติให้เจ้าเข้าร่วมกองทัพของข้า ข้าคาดหวังว่าจะได้เห็นความสัมฤทธิผลในตัวเจ้านะ — ขอบใจที่เข้าร่วมเป็นนักรบของข้า"



NEKOPOST.NET