[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 106 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.106 - 35 คำเรียกขานว่าอย่างไรกันนะ ?


หิมะส่วนใหญ่หยุดตกแล้ว ดวงอาทิตย์ก็ปรากฏทะลุหมู่เมฆมากขึ้น ฤดูใบไม้ผลิได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ดอกไม้สีเหลืองอร่ามเริ่มเบ่งบานในที่ที่หิมะละลาย สายลมอุ่นพัดโชยลงมาจากเทือกเขาเอม็อนนอร์ และหิมะละลายลงมาทำให้น้ำเริ่มเอ่อท่วมแม่น้ำเซร่า ขณะที่เขื่อนยังคงไม่เสร็จสิ้น
 
"แต่ปีหน้า พวกเราจะได้อยู่ที่นั่นแน่ ๆ ใช่มั้ย ?"
 
"มันยากที่จะเคลื่อนย้ายในฤดูหนาว ข้าคิดว่าพวกผู้ใหญ่คงจะสร้างเขื่อนได้เสร็จสมบูรณ์ในปีหน้านะ"
 
"ข้าหวังว่าพวกเราจะสามารถอาศัยในหมู่บ้านถาวรได้ในเร็ว ๆ นี้จังน้า"
 
จากเนินเขาเล็ก ๆ ที่คฤหาสน์ของฉันตั้งอยู่ แลเห็นดินแดนที่ราบแห่งคาลเดียกว้างไกลไพศาล เด็กสามคนในหมู่พลเมืองใหม่ที่ฉันตัดสินใจเลือกมาเป็นเพื่อนเล่นใหม่ของเอลิส อัสรัน, ทีร่า และเรกะมองไปทางทิศตะวันออกและพูดคุยกัน ฉันมองพวกเขาจากข้างหลังและแม้ว่าจะไม่จำเป็นสักนิด แต่ฉันก็เข้าร่วมการสนทนาของพวกเขาไปด้วย
 
"......พวกช่างฝีมือจากอาณาเขตอื่นจะมาที่นี่ในเร็ว ๆ นี้เพื่อช่วยเราทำเครื่องเรือน พวกผู้ใหญ่ก็จะมีงานเยอะขึ้นเช่นกัน"
 
"อ๋อ ข้ารู้ ๆ ! ท่านเอลิซ่าจ้างพวกเขามาใช่มั้ยฮะ ?"
 
"อ่า อื้อ....."
 
เรนะหันมาหลังจากที่รับรู้ถึงฉันและยิ้มกว้าง ฉันพยักหน้าอย่างขัดเขิน และเรกะพร้อมกับทีร่าต่างก็จับมือของฉันและกระโดดขึ้นกระโดดลงอย่างมีความสุข
 
"ข้าจะรอเลย ! คฤหาสน์หลังใหม่ของท่านเอลิซ่าเองก็ใกล้จะเสร็จแล้วเหมือนกันซินะ ?"
 
ปกติแล้วเรกะจะพูดช้าด้วยสำเนียงส่วนหนึ่งของเขา แต่บางทีวันนี้เขาคงจะตื่นเต้นเป็นอย่างมาก การพูดของเขาจึงรัวออกมา ส่วนทีร่าเพราะว่าเธอมักดูแลฉันเป็นอย่างดีอย่างที่พี่สาวสมควรทำ ฉันจึงเริ่มคุ้นชินกับความตื่นเต้นของเธอแล้ว
 
"ยังต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย ข้าคิดว่าอย่างนั้นนะ แม้ว่ามันจะเป็นคฤหาสน์เล็ก ๆ แต่ตามมาตรฐานแล้วก็ต้องใช้เวลาสักห้าปีน่ะ"
 
แม้ฉันจะไม่อยากสาดน้ำเย็นใส่ความหวังของพวกเขา แต่ฉันก็บอกความจริงออกไป ถึงอย่างไรการก่อสร้างหมู่บ้านใหม่ของพวกเขาก็มีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง การก่อสร้างคฤหาสน์ใหม่มันก็สามารถเลื่อนออกไปได้จนกว่าจะเสร็จสิ้น
 
เรกะหน้ามุ่ยอย่างชัดเจน เขาแลบลิ้นและขมวดคิ้วตัวเองแน่น
 
"เอ๋~ ถ้างั้นก็ไม่เป็นไรหรอกถ้าพวกเราทำเขื่อนไม่เสร็จน่ะ ข้าไม่อยากให้ท่านเอลิซ่าไร้ที่พักพิงในฤดูหนาวนี่นา อะ ท่านเอลิซ่า ไว้พวกเราพักด้วยกันอีกในฤดูหนาวปีหน้าก็ได้นะ"
 
"เฮ้ เรกะ อย่ารบกวนท่านเอลิซ่าอย่างเห็นแก่ตัวซิ"
 
"ต่อให้ปีหน้าพวกเราอยู่ที่นี่ ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านเอลิซ่าจะมาค้างกับพวกเราสักหน่อย ?"
 
"อูว......"
 
หลังจากที่โดนดุจากอัสรันและทีร่า เรกะก็ทำหน้ามุ่ยลงเงียบ ๆ ฉันยื่นมือลูบศีรษะของเขาพร้อมยิ้มแหย และแม้ว่าเขาจะดูงุนงงในตอนแรก — ฉันก็ลูบผมของเขาอย่างเบามือเล็กน้อย
 
"ข้าจะไปตราบเท่าที่ข้าจะทำได้นะ"
 
"จริงเหรอ !? สัญญาแล้วนะ !"
 
เด็ก ๆ นั้นเรียบง่ายจริง ๆ และอารมณ์ของพวกเขาก็เปลี่ยนแปลงได้อย่างง่ายดาย เรกะยิ้มอีกครั้งในทันทีและด้วยความตื่นเต้นของเขา เขาก็รีบกระโดดขึ้นไปบนม้าของเขา
 
"ข้ากลับไปก่อนล่ะและจัดเตรียมมื้อเที่ยง !"
 
หลังจากพูดแบบนั้น เรกะก็ควบลงจากเนินไปอย่างรวดเร็วชนิดที่ฉันยังไม่มีเวลาตอบสนองกลับ อัสรัน, ทีร่าและฉันต่างก็ยิ้มเหยเกให้แก่กัน
 
 
 
 
 
คลอเดียนั่งไกวเท้าอย่างไม่เหมาะสม ขณะนั่งที่โต๊ะหนังสือเพื่อทำงานของเธอ แสงแดดต้นฤดูใบไม้ผลิสาดส่องมาจากหน้าต่างที่อยู่ด้านหลังของเธอ ดังนั้นฉันจึงมองสีหน้าของเธอได้ไม่ชัดเจนนัก
 
ฉันนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามกัน เวลาผ่านพ้นไปอย่างเงียบงัน คลอเดียเป็นคนที่เรียกฉันโดยบอกว่าเธอมีอย่างสิ่งที่ต้องการคุยด้วย อย่างน้อยครั้งนี้หล่อนก็ไม่ได้กระโดดลงมาจากหน้าต่างชั้นสองในตอนที่เรียกฉันแล้ว ฉันจึงคิดว่ามันก็ดีแล้วล่ะนะ อย่างไรก็ตาม เธอกลับนิ่งเงียบงันมาสักพักหนึ่งด้วยปากที่คว่ำเป็นสระอิ ฉันไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรกับเธอเช่นกัน ครั้งหนึ่งเธอมีสีหน้าที่ครุ่นคิดและขมวดคิ้วตัวเอง
 
เสียงของนาฬิกาน้ำบ่งบอกเวลาว่าเป็นช่วงสายแล้ว คลอเดียเงยหน้าของเธอขึ้นและมองมายังฉันราวกับว่าเธอเพิ่งจะตระหนักได้ว่าฉันนั่งอยู่ที่นี่ เธอยังคงดูสับสนเมื่อสบสายตากับฉันและกล่าวทักทายฉันอย่างลังเล
 
"ท่าน......เอลิซ่า ? เอ ท่านเอลเลน่า ?  เดี๋ยว ไม่ใช่ ท่านเอลิซ่าสิ ข้าคิดว่าถูกต้องแล้วนะ เอ่อ....... ข้ามีบางอย่างที่ต้องการถามท่านน่ะค่ะ"
 
.....ฉันอยากจะปรบมืออย่างยินดีให้กับตัวเองนักล่ะ เพราะการรอคอยอันยาวนาน บางทีนี่อาจจะเป็นเรื่องที่จริงจังมากล่ะมั้ง
 
คิดดูแล้วคลอเดียก็สามารถจดจำชื่อของฉันได้แม่นยำมากขึ้นจากครั้งล่าสุด โอ้ ฉันรู้สึกวิงเวียนศีรษะขึ้นมาเล็กน้อยจากการปลดระวางความเหนื่อยล้าทางจิตใจที่แบกรับมาเนิ่นนานนักล่ะ........
 
ด้วยเสียงถอนหายใจเบาบางของฉัน ฉันตอบกลับคลอเดีย
 
"ได้ซิ มีอะไรงั้นรึ ?"
 
"อะ.......เอ่อ หวังว่าท่านจะไม่โกรธข้านะคะ"
 
หายากแฮะที่คลอเดียจะเริ่มด้วยท่าทีรู้สึกผิดก่อนที่จะกล่าวถาม
 
"มันเป็นเรื่องเมื่อนานแล้วน่ะค่ะ เกี่ยวกับกลุ่มโจรที่พวกเราจับได้เมื่อปีก่อน ในตอนนั้น ทำไมท่านถึงเป็นผู้ลงมือด้วยตัวเองล่ะคะ ?"
 
คลอเดียเอียงคอและเรือนผมสีทองของเธอก็แว่วเสียงพลิ้วไหวเบา ๆ
 
เข้าใจล่ะ เป็นเรื่องนั้นนั่นเอง เธอคงจะรู้ว่าตอนนี้สภาพอารมณ์ของฉันมั่นคงดีแล้ว บางทีมันคงจะเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะถามฉันในช่วงนั้น ก็เช่นทุกที ความหยั่งรู้โดยสัญชาตญาณเยี่ยงสัตว์ป่าของหล่อนคงจะสามารถจับสภาวะทางอารมณ์ของฉันได้อย่างดีนักล่ะ
 
"มันมีเหตุผลมากมาย ข้าไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจนนัก — แต่หากจะให้พูด ข้าคิดว่าข้าเพียงแค่ต้องการที่จะสังหารเขาเพราะเขาเป็นผู้ที่สมควรตายแล้ว"
 
"แล้วโจรอีกคนล่ะคะ ? เขาแค่แข็งตายในคุกใต้ดิน......"
 
"อ้อ บางที ข้าคิดว่ามันเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะฆ่าเขาตรง ๆ เขาตายลงอย่างไม่มีใครรู้เห็น นั่นมันก็เป็นเรื่องที่สะดวกดีแล้วก็เท่านั้น"
 
คลอเดียผงกศีรษะเงียบ ๆ เธอละเว้นการแสดงความเห็นใด ๆ เพิ่มเติม บางทีหล่อนคงจะไม่เห็นด้วยกับฉัน แต่ก็เข้าใจเหตุผลของฉัน ขณะมองดูท่าทีของเธอ ปริศนาก็ผุดขึ้นมาในความคิดของฉัน
 
ทำไมฉันถึงมักตัดสินว่าคลอเดียไร้ประโยชน์กันนะ ?
 
มีบางสิ่งที่ฉันเพิ่งตระหนักได้ นั่นคือความเห็นแก่ตัวของฉันเอง
 
เป็นเพราะการดำรงอยู่ของความทรงจำจากชาติก่อน ฉันจึงต้องการที่จะได้รับการปฏิบัติอย่างผู้ใหญ่ พร้อมไปกับแสดงท่าทีให้สมเป็นผู้ใหญ่เท่าที่จะทำได้ และเมื่อได้รับการปฏิบัติเยี่ยงเด็ก ๆ จากนางฮอร์เทนเซีย เมื่อนางพยายามจะเอาใจฉันอย่างเด็ก ฉันก็รู้สึกหวาดผวาราวกับว่าจิตวิญญาณของฉันจะแหลกสลาย
 
นั่นคือเหตุผล — ที่ฉันชอบเวลาคามิลอยู่ข้างกาย เขาเป็นคนสำคัญสำหรับฉัน พวกเราต่างเป็นเด็ก, เป็นมนุษย์, เป็นเพื่อน และฉันก็เป็นลอร์ดของเขา จนกระทั่งบัดนี้ความทรงจำเกี่ยวกับเขาก็ยังคงกรีดแทงใจฉัน
 
ฉันไม่เชื่อใจเขา และส่งเขาออกห่างไป ดังนั้นก็แน่นอนที่ฉันจะรู้สึกผิดบาปกับความตายของเขา
 
ส่วนคลอเดีย เธอก็ตรงตามกับที่คามิลเป็น เธอบริสุทธิ์เหมือนอย่างเด็ก ๆ ในชนเผ่า และเธอก็เป็นผู้ที่ฉันรู้สึกขอบคุณมาก เพราะหล่อนยอมรับในสิ่งที่ฉันเป็น
 
ดังนั้น ทำไมฉันถึงไม่สามารถมองเธออย่างที่ฉันมองคามิลได้กันล่ะ ? นี่เป็นปริศนาอันลึกลับที่ฉันสงสัย
 
"ทราบแล้วค่ะ ขออภัยที่ทำให้ท่านต้องเสียเวลา ข้าควรจะถามท่านตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว"
 
ความสับสนของเธอก่อนหน้านี้จางหายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อน และคลอเดียก็กลับมาร่าเริงอีกครั้ง จากนั้นก็ออกจากห้องไป
 
ฉันก็เริ่มคิดหาคำตอบของปริศนาที่ค้างคา
 
บางทีสำหรับฉันแล้ว เธอคงจะไม่เป็นทั้งผู้ใหญ่หรือเด็ก อย่างเด็ก ๆ ในชนเผ่าชิรู
 
ฉันยังคงไม่สามารถตัดสินได้ว่าจะเรียกหล่อนว่าเป็นเพื่อนได้หรือไม่ ถึงแม้ว่าฉันจะสามารถตอบกับตัวเองได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า คามิลเป็นสหายของฉัน



NEKOPOST.NET