เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 98 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.98 - สู้กับมนุษย์หน้าอสรพิษอีกครั้ง


ตอนที่ 098 สู้กับมนุษย์หน้าอสรพิษอีกครั้ง

 

 

 

“ เหอะ เหอะ ท้าดวลตัวต่อตัวกับราชาเช่นข้า แล้วเจ้าเสียใจภายหลัง “

 

สายตาของมนุษย์หน้าอสรพิษ จ้องมองเขม็งไปทางเยี่ยจงอย่างเย็นเยียบราวกับอสรพิษพิษก็มิปาน ความดุร้ายปกคลุมอยู่เต็มใบหน้า จากนั้นก็ขยับกายคราหนึ่ง พลังลมปราณสีเขียวอ่อนก็ส่องสว่างปะทุออกมาแผ่กระจายขึ้นมา แสงสว่างเหล่านี้มีความแข็งแกร่งชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นเหมือนสิ่งชีวิตด้วยตัวมันเอง ทำให้ทั่วทั้งบรรยากาศเกิดเสียงดังกึงกัง
 

วินาทีต่อมา เขาก็ได้เหมือนดั่งภูตพรายก็มิปานปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของเยี่ยจง แขนทั้งข้างในตอนนี้ได้ประดับทอไปด้วยแสงสีเขียวอย่างเข้มข้นสว่างขึ้นมา ราวกับสามารถซึมเข้าตัวคนได้อย่างไร้ที่เปรียบ
 

“ ซูม “
 

พลังหมัดเข้าปะทะออกไป บรรยากาศทั่งทั้งบริเวณในตอนนี้ก็ได้มีเสียงดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวออกไปเป็นสายอย่างไม่น่าฟัง เห็นได้ชัดว่า พลังหมัดของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความต้องการที่จะฆ่าฟัน
 

“ ตึง “
 

บริเวณคมหมัดของเยี่ยจง ก็ได้อัดแน่นไปด้วยแสงสีดำทมิฬสว่างรวมตัวกันขึ้นมา พลังกระบี่ตราประทับก็ได้เสริมซ้อนทับเข้าไปบริเวณคมหมัดของเขาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ใช้พลังหมัดออกเข้าปะทะ
 

“ เปรี้ยง “
 

การโจมตีอันดุดันที่น่าหวาดหวั่นของทั้งสองสายเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง ในช่วงกะชันชิด เสียงทุ่มต่ำดังแผ่ออกมาในขณะนั้น สายลมที่พัดผ่านมาตามแรงที่ปะทุออกมาอย่างรุนแรง ได้ทำให้พื้นผิวของทะเลสาบเกิดคลื่นซัดขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้ง
 

ในช่วงที่พลังหมัดทั้งสองเข้าปะทะกัน ร่างของทั้งสองก็ได้ถอยรนไปทางด้านหลังอยู่หลายก้าวในเวลาเดียวกัน บนพื้นที่บริเวณฝ่าเท้าของเยี่ยจงได้เหยียบไปนั้น ทุกๆย่างก้าว ก็ได้ทิ้งไว้ด้วยรอยเท้าที่จมลึกประทับไว้บนพื้นดิน และฝ่าเท้าของมนุษย์อสรพิษนั้นก็ได้เหยียบย้ำไปบนพื้นที่ที่เต็มไปด้วยผิวน้ำ ทุกคราที่เหยียบลง ก็ได้ทำให้ผิวน้ำเกิดคลื่นขนาดใหญ่ถาโถมออกมา
 

พลังฝีมือขั้นก่อเกิดขั้นที่หกที่พึ่งจะบรรลุมานี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังขั้นก่อเกิดขั้นที่เจ็ดของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษ เยี่ยจงถึงแม้จะไม่นับได้ว่าเสียเปรียบมากมาย แต่ฉากเบื้องหน้าที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ทำให้ผู้คนไม่น้อยต้องสูดลมหายใจเข้าออกไปมา ต้องทราบว่า ที่ซูหยี่และพวกก่อนหน้านี้ยังไม่อาจที่จะแม้แต่ต้านรับถึงสามกระบวนท่าด้วยซ้ำ
 

พลังของเยี่ยจงผู้นี้ เรียกได้ว่าเกินกว่าคำว่าน่าหวาดกลัวไปแล้ว ?
 

“ ไม่เลวเลยทีเดียว ไม่แปลกใจเลยที่หาญกล้ามาดูดซับดอกหยินหยางของข้า ทว่า ราชาอย่างข้าก็อยากจะดูเหมือนกัน เผ่ามนุษย์เพียงแค่คนเดียว จะสามารถมีพลังฝึกปรือได้ร้ายกาจเกินกว่าราชาเช่นข้าอีกงั้นหรือ ? “
 

นัยน์ตาของมนุษย์อสรพิษสาดทอประกายออกมาดุดันขึ้นมาสายหนึ่ง จากนั้นมันก็ได้หัวเราะคิกคักออกมาเสียงหนึ่ง ปรบมือไปอีกครา ประกายแสงสีเขียวสว่างขึ้นมา ก็ได้พบกับดาบวิญญาณผีสิงด้ามหนึ่งปรากฏอยู่บนมือของเขา คมดาบทอประกายสีเขียวส่องสว่าง เพียงแค่พลังไอก็เพียงพอที่จะทำให้ตัดผ่ากระดูกราวเต้าหู้ได้แล้ว เห็นได้ชัดว่ามนุษย์ใบหน้าอสรพิษผู้นี้สมควรที่จะใช้พลังชีวิตของตนแปรเปลี่ยนจนก่อเกิดเป็นศาสตราวุธวิญญาณแห่งชีวิต
 

“ ซวบ ซวบ ซวบ “
 

มนุษย์ใบหน้าอสรพิษก้าวออกมาเรื่อยๆ ดาบวิญญาณผีสิงด้ามนี้ก็ได้สั่นไหวจนเกิดประกายสีเขียวขึ้นมา ในยามที่ดาบทอประกาย ก็ได้เกิดแรงลมแหวกสาดออกมาอย่างรุนแรง พุ่งเป้าเข้าหาหมุนวนบริเวณที่เยี่ยจงเข้าไป
 

ท่ามกลางประกายดาบสายนี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้ยอดฝีมือที่อยู่ในระดับขั้นก่อเกิดขั้นที่หกถอยไปได้อย่างน้อยก็สามก้าว อีกทั้งภายในประกายดาบยังดูเคลือบไว้ด้วยพิษอีกด้วย เพียงพอที่จะทำให้ยอดฝีมือขั้นก่อเกิดขั้นที่หกผู้หนึ่งถูกพิษตายได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งในตอนนี้ถ้ายังบวกกับประกายดาบที่รวมตัวกันอยู่ ราวกับประกายฝนผืนหนึ่งก็มิปาน การโจมตีเช่นนี้ เกรงว่าแม้แต่ยอดฝีมือที่มีพลังขั้นก่อเกิดขั้นที่เจ็ดก็ใช่ว่าจะกล้าที่จะชักช้าได้
 

เมื่อเหม่อมองไปยังการโจมตีที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งผืนฟ้าอันน่าหวาดกลัวนี้ เยี่ยจงก็มองไปด้วยสายตาจริงจัง พลิกมือคราหนึ่ง กระบี่คงหมิงก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ
 

ทันที่กระบี่คงหมิงปรากฏขึ้นมา ร่างของเยี่ยจงก็หายไป ถึงแม้จะมิได้ถอยออกไปจากประกายดาบครอบคลุมที่ปะทุเข้ามาอย่างช้าๆก็ตาม
 

“ ชี่ “
 

ประกายแสงสีเงินของกระบี่สาดประดายราวกับพื้นทะเลสาบก็มิปาน ตัดผ่าพลังดาบที่ใกล้เข้ามายังเนี่ยจงที่สุด ขณะนั้นเอง ระบำสีเงินกลางสายน้ำ ประกายดาบในตอนนี้ก็ได้ถูกตัดผ่าออกไป
 

“ ฉึก “
 

หลังจากที่ประกายดาบแสงสุดท้ายถูกตัดผ่าออก ระยะห่างของร่างกายของเยี่ยจงก็อยู่ห่างจากมนุษย์ใบหน้าอสรพิษเพียงไม่ถึงครึ่งจัง ในขณะนั้น นัยน์ตาของเขาได้ปรากฏอาการตกใจพร้อมๆกับแผ่รังสีฆ่าฟันออกมา สะบัดแขนคราหนึ่ง กระกายกระบี่ราวกับขนปุกปุยของขนแกะก็มิปาน คดเคี้ยววกวนเป็นวงอย่างแปลกประหลาดสายหนึ่ง เสียงที่ตัดผ่าอากาศ ก็ได้ตัดผ่านไปทางด้านบริเวณคอหอยของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษอย่างไร้ไมตรีแล้ว
 

ดวงตาของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษในตอนนี้ขยายใหญ่ขึ้น มันคงไม่มีทางคาดคิดได้ว่า เยี่ยจงจะสามารถทำลายการโจมตีของมันลงได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังสบโอกาสจู่โจมส่วนกลับมาอีกด้วย
 

“ โล่วิญญาณอสรพิษ “
 

ความรุนแรงของคมกระบี่ยังไม่ทันทอดลง แต่ว่าสำนึกกระบี่ก็ได้ทำให้คอหอยของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษต้องปรากฏรอยสีแดงขึ้นมาเล็กน้อย ทันใดนั้นเอง พลังแสงสีเขียวก็ได้ทอประกายเป็นวงกว้างปะทุออกมาจากทางด้านของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษออกมา ราวกับคลื่นโล่โลหิตที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดสายหนึ่งก็มิปาน เกาะกลุ่มเป็นวงอยู่รอบร่างกายของมัน
 

“ ติง “
 

ประกายกระบี่สาดเป็นประกายประทับออกมา จากนั้นก็ทะลวงออกไปปานดอกไม้ไฟสายหนึ่ง เสียงเสียดสีดังรางกับเสียงเหล็กกระทบกันก็มิปาน เสียงเสียดหูไร้ที่เปรียบ
 

“ เหอะ เจ้าเด็กน้อย โล่วิญญาณอสรพิษของราชาเช่นข้ายังไม่เลวใช่หรือไม่ ? “
 

หลังจากที่ได้เห็นการโจมตีถูกยับยั้งลง มนุษย์ใบหน้าอสรพิษก็ราวกับยิ้มเย้ยฟ้าขึ้นมาทันที นัยน์ตาของมันได้เต็มไปด้วยความเยียบเย็น เสียงที่กล่าวออกมาราวกับเสียงที่ดังออกมาจากนรกขุมที่เก้าก็มิปาน เย็นเยียบสุดเปรียบปาน
 

“ เจ้าพวกแมงเม้าที่มาจากลัทธิแห่งดวงดาวพวกนี้ หากว่าไม่รู้จักคำว่าตายแล้วละก็ สามปีก่อนก็มีศิษย์แมงเม้าลัทธิแห่งดวงดาวกลุ่มหนึ่งก็ได้ตายภายใต้น้ำมือของราชาเช่นข้าเพียงแค่กระบวนท่าเดียว ในวันนี้ราชาเช่นข้าก็จะขอใช้กระบวนท่าเดียวกันในการเข่นฆ่าสังหารพวกเจ้าเอง
 

มนุษย์ใบหน้าอสรพิษได้ใช้ทั้งสองมือกุมไปที่ดาบใหญ่ ทันใดนั้น กระแสโลหิตสีเขียวเป็นสายก็ได้แผ่ออกมาจากร่างกายออกมา จนกลายเป็นดาบ ดาบวิญญาณผีสิงในมือของเข้าก็ได้รวมพลังอีกครา
 

และไอพลังฟ้าดินก็ได้รวมตัวกันเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ก็ได้ทำให้ยอดฝีมือทั่วทั้งสี่ทิศได้เข้าใจขึ้นมาทันทีแล้วว่า มนุษย์ใบหน้าอสรพิษผู้นี้น่าจะมุ่งเป้าสังหารเพื่อที่จะจัดการเยี่ยจงที่กำลังสร้างความยุ่งยากให้นั้นเอง
 

“ ตูม ซูม ซูม “
 

ไอพลังวิญญาณฟ้าดินในตอนนี้ได้เข้าสู่จุดเดือด มีลักษณะที่เริ่มที่จะเปลี่ยนไปเล็กน้อย มนุษย์ใบหน้าอสรพิษในตอนนี้ราวกับกำลังจะใช้ทักษะยุทธ์ เกรงว่าคงจะเป็นระดับที่ไม่ธรรมดาเลย ไม่เช่นนั้นคงมิอาจที่จะมีเสียงราวกับน้ำเดือดเช่นนี้ และถ้าฟังจากพลังของเสียงก็บ่งบอกได้อย่างแน่ชัด ว่ากระบวนท่านี้เป็นท่าสังหารของมนุษย์ใบหน้าโลหิตผู้นี้แน่นอน
 

เมื่อไอพลังวิญญาณเดือดขึ้น เลือดลมภายในร่างกายอันนับไม่ถ้วนของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษ ก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นคมเขี้ยวของเงาสายสีเขียวเกาะกุมอยู่บนตัวดาบวิญญาณผีสิงของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษ ประกายแสงสีเขียวเริ่มใสขึ้น ราวกับเป็นอะไรที่สามารถกัดกร่อนทุกสิ่งทุกอย่างได้ก็มิปาน

 

“ ทักษะยุทธ์อันน่าเกรง ไม่แน่ว่าชีวิตของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษผู้นี้จะต้องสูญสิ้นภายในการใช้ออกด้วยทักษะยุทธ์ชนิดนี้แล้วละ “
 

 “ เด็กน้อยที่มีนามเรียกว่าเยี่ยจงผู้นี้คงจะจบสิ้นกันแล้ว ถึงแม้เขาจะเรียกได้ว่าร้ายกาจเป็นอย่างมาก แต่ว่ากระบวนท่านี้ของมนุษย์หน้าอสรพิษ การกระทำเช่นนี้ก็แทบจะไม่แตกต่างอันใดจากการฆ่าตัวตายเลยชัดๆ ? “
 

“ เด็กน้อยที่ไร้เดียงสา นอกเสียจากว่าเขาเองก็ยังมีพลังฝีมือบางอย่างที่ลัทธิแห่งดวงดาวมอบให้แก่พวกเขาก็คิดว่าใต้ฟ้าบนดินนี้ไร้พ่ายแล้วงั้นหรือ ? ช่างไม่รู้จักฟ้าสู้แผ่นดินต่ำ “
 

บริเวณทั่วทั้งสี่ทิศแปดด้าน ต่างก็มีเสียงวิพากษ์วิจารย์ดังออกมาไม่หยุด ยอดฝีมือทั้งหลายในตอนนี้ก็ได้ทวีสายตาที่มองอยู่หนักแน่นขึ้น รวมทั้งเสวี่ยซินและพวกที่รู้ดีอยู่แล้ว ต่อให้เป็นพวกเขาใช้พลังออกทั้งหมดออกไป เกรงว่าก็ใช่ว่าจะสามารถต้านรับกระบวนท่านี้เอาไว้ได้
 

หลิงเยวี่ยในตอนนี้ฝืนใจที่จะฟื้นฟูพลังขึ้นมาอีกครั้ง เหม่อมองไปทางด้านการโจมตีอันแข็งแกร่งนี้ของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษ นางใช้มืออันขาวผ่องคว้าไปที่ยันต์วิญญาณแผ่นหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าหากว่าเยี่ยจงต้องตกเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ ยังไงซะนางก็ต้องลงมืออยู่ดี
 

เยี่ยจงในตอนนี้ก็ยังต้องหรี่ตามองออกไป ในตอนนี้เขาสัมผัสได้ถึงความอันตรายชนิดหนึ่งได้ สัมผัสนี้ให้ความรู้สึกที่ขนหัวลุกชูชัน
 

นับตั้งแต่เริ่มแรกเขาก็มิได้ดูแคลนมนุษย์ใบหน้าอสรพิษผู้นี้ ถึงแม้พลังฝีมือที่อยู่ในขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ด จะน่าหวาดเกรงจนสามารถเทียมเท่าได้กับเหล่าผู้อาวุโสแห่งลัทธิแห่งดวงดาว แต่ก็เป็นได้แค่ด้านพลังฝีมือเท่านั้น แต่ว่า พลังฝีมือของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษผู้นี้ มีมากเกินกว่าที่เขาจะคาดการณ์เอาไว้ได้
 

เผ่าพันธุ์ของมนุษย์อสูรใบหน้าอสรพิษผู้นี้ จะมีความสามารถและทักษะยุทธ์ที่น่าเกรงขามถึงเพียงนี้เชียว ?
 

“ เจ้าเด็กน้อย เจ้าก็กลายมาเป็นอาหารเย็นให้ราชาอย่างข้าอย่างว่าง่ายเสียเถอะ “
 

แสงสีเขียวแผ่ออกมา ในช่วงเวลาที่แสงสีเขียวได้ออกมาจากร่างราวกับคมเขี้ยวพร้อมกับเสียงทุ่มต่ำ พลังของแสงสีเขียวได้หมุนวนเป็นวงไม่ขาดสายอยู่บนดาบวิญญาณผีสิง มนุษย์ใบหน้าอสรพิษทอประกายสายตาเย็นเยียบไปทางด้านของเยี่ยจง มันได้แสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายปรากฏอยู่บนใบหน้า
 

“ คมเขี้ยวผีสิงมรณะ“
 

มนุษย์ใบหน้าอสรพิษก้าวออกไปอย่างดุดัน ดาบวิญญาณผีสิงบนมือก็แกว่งออกไปในทันที ในการเคลื่อนไหวของมัน พลังเงาคมเขียวสีเขียวนี้ก็ได้พุ่งเข้าหาบริเวณที่เยี่ยจงอยู่ดังหวืดหวิด เมื่อคมเขี้ยวผีสิงมรณะสวมเข้าไปแล้ว ก็ได้รสชาติถึงความเจ็บปวดแบบหนึ่ง แม้แต่เยี่ยจงเองก็ยังต้องตระหนกคราหนึ่ง ราวกับว่าที่ด้านหน้าของคมเขี้ยวผีสิงมรณะนี้ ต่อให้เป็นอากาศธาตุก็ยังสามารถที่จะกัดกร่อนให้หายไปได้ก็มิปาน
 

“ ชิ้ง “
 

ใบหน้าของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษได้แสดงความดุร้าย เห็นได้ชัดว่ามันไม่แม้แต่จะให้โอกาสเยี่ยจงกระทั่งตอบสนองกลับมาได้ และในตอนที่เตรียมตัวที่จะใช้กระบวนท่าตัดสินนี้ และบริเวณที่มีเงาของคมเขี้ยวผีสิงมรณะ ท่ามกลางอากาศก็ได้มีเสียงถูกกัดกร่อนออกมา
 

การโจมตีอันน่าหวาดหวั่นด้านหน้านี้ มีผู้คนมากมายที่มองแล้วยังต้องรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาเป็นสาย มนุษย์ใบหน้าอสรพิษนี้ ที่แท้มีความน่าหวาดกลัวได้ถึงเพียงใดกันแน่ ?
 

“ ฮูม “
 

เยี่ยจงเหม่อมองไปที่คมเขี้ยวผีสิงมรณะที่อยู่ด้านหน้าตัวเองอย่างไม่วางตา สีหน้าเปลี่ยนเป็นหนักแน่นขึ้นมาโดยทันที ทันใดนั้น เขาก็ได้สูดลมหายใจเข้าคำหนึ่ง นัยน์ตาทอประกายประหลาดชนิดหนึ่งออกมา
 

ถึงแม้จะตั้งใจขึ้น แต่เขาก็ไม่ได้แสดงออกถึงความหวาดกลัวแต่อย่างไร
 

วิชาที่เยี่ยจงฝึกปรือ ที่เป็นถึงวิชาในตำนานที่จัดอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าเป็นการฝึกปรือแบบโบราณ ที่เรียกว่าพลังเพลงกระบี่หกสุสาน
 

หากเป็นไปตามที่เยี่ยจงคาดเดาไว้ เมื่อตอนที่เข้าสู่ขั้นก่อเกิดระดับที่หกแล้ว พลังของเขาก็คงจะมากกว่าเมื่อตอนที่ยังอยู่ในขั้นก่อเกิดระดับที่ห้าอยู่นับหลายเท่าตัว
 

วันนี้ เขาก็อยากที่จะทดลองดูว่า หลังจากที่ฝึกฝนจนสำเร็จ วิชาลมปราณโบราณชนิดนี้จะมีความสำเร็จไปจนถึงระดับใดกัน
 

พลังตราประทับอันแปลกประหวาดได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ชั่ววินาที พลังดัชนีของเยี่ยจงก็ได้พุ่งออกมาจากนิ้วเป็นประกายแสงสีแดงเพลิง จากนั้น ไอพลังฟ้าดินในตอนนี้ก็ได้ไหลเวียนขึ้นมา ในจุดตำแหน่งบริเวณใจกลางที่เยี่ยจงกำลังยืนอยู่ ก็ได้ถูกแหวกออกไปทั่วทั้งสี่ทิศแปดด้าน
 

วินาทีนั้น ดวงดาวอันแปลกประหลาดชนิดหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นที่บริเวณด้านหลังของเยี่ยจง และท่ามกลางดวงดาวนี้ ก็ราวกับเป็นดั่งมังกรโบราณพุ่งออกมาจากอากาศออกไป
 

“ ที่แท้ก็เป็นวิชาพลังดัชนีดาราคล้อย ? “
 

ในขณะนี้เอง มียอดฝีมือนับไม่ถ้วนต่างก็ต้องกรอกตาไปมาด้วยความตกใจในเวลาเดียวกัน เกี่ยวกับสามสุดยอดวิชายุทธ์ของลัทธิแห่งดวงดาว ทั่วทั้งพื้นที่แห่งนี้ไม่มียอดฝีมือคนใดที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน
 

ทว่าพวกเขายังไงก็คาดไม่ถึงว่า เยี่ยจงถึงแม้จะมีความสามารถที่จะฝึกฝนดัชนีดาราคล้อยออกมาได้
 

ต่อให้เป็นมนุษย์หน้าอสรพิษในตอนนี้ก็ยังต้องปกคลุมไปด้วยความตื่นตะลึงขึ้นมาสายหนึ่งไปทั่วใบหน้า เห็นได้ชัดว่ามันก็คงคาดไม่ถึง ว่าเยี่ยจงถึงกับสามารถใช้ออกด้วยทักษะยุทธ์ได้อย่างรุนแรงเช่นนี้ ในวินาทีต่อมา เขาก็ได้หัวเราะอย่างเย็นเยียบเสียงหนึ่ง ต่อให้เยี่ยจงใช้ออกด้วยพลังทั้งฝ่ามือได้ แล้งจะเป็นไร ?
.

.

.

.

 


 




NEKOPOST.NET