เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 97 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.97 - ทะลวงสู่ขั้นก่อเกิดระดับที่หก


ตอนที่ 097 ทะลวงสู่ขั้นก่อเกิดระดับที่หก

 

 

บริเวณใจกลางทะเลสาบยอดเขา ตอนนี้มีเพียงแค่มนุษย์ใบหน้าอสรพิษลงมือเข้าปะทะต่อผู้ที่คิดจะเข้ามาทั้งหลายนั้น สีหน้าของมันได้ปกคลุมไปด้วยความดุร้ายขึ้นมา นั้นก็เพราะว่าแสงที่ประทับอยู่ก็ได้อ่อนบางลง จากที่มันเห็น ดอกหยินหยางบนเกาะน้อยก็หายไปแล้ว เพียงแค่นี้ก็ได้ทำให้มนุษย์ใบหน้าอสรพิษเกือบจะคลั่งได้แล้ว

 

หลังจากตอนที่เยี่ยจงกินอิ่มเรียบร้อยแล้ว ยอดฝีมือคนอื่นๆมี่เป็นมนุษย์ต่างก็หรี่ตามองไปยังความเคลื่อนไหวของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษ พวกเขาต่างก็ไม่มีความรู้สึกอื่นใดมากนัก เพียงแค่ต้องการที่จะดูว่า หากค่ายกลยันต์แห่งนี้ถูกทำลายแล้วละก็ เยี่ยจงยังมีความสามารถอันใดอีก

 

“ คิดจะแย่งชิงดอกหยินหยางกับราชาเช่นข้า ราชาเช่นข้าจะสับพวกเจ้าให้แหลกเละจนเป็นก้อนๆเอง จากนั้นก็จะกลืนกินเข้าไป ราชาเช่นข้าจะไม่ให้พวกเจ้าได้ตายดี “ มนุษย์ใบหน้าอสรพิษไม่หยุดที่จะส่งคำขู่ออกมา ภายในน้ำเสียงได้เต็มไปด้วยรังสีแห่งความฆ่าฟันระเบิดออกมา

 

“ มนุษย์ใบหน้าอสรพิษผู้นี้ สงสัยคงจะเป็นบ้าไปแล้ว “ เสวี่ยซินหรี่ตาจ้องมองไปยังการเคลื่อนไหวของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษนี้ เอ่ยออกมาพร้อมกับแสดงสีหน้าแปลกใจ

 

“ นายน้อย พวกเรายังคงอย่าได้รีบร้อนไป ไม่ว่าเยี่ยจงผู้นี้จะสามารถซึบซับดอกหยินหยางนี้ไปได้ เช่นนั้นมนุษย์ใบหน้างูก็คงจะจัดการปัญหายุ่งยากอันเล็กน้อยเช่นนี้ให้พวกเราเอง ...... หรือต่อให้มันจัดการมิได้ก็ตาม เมื่อถึงเวลา พวกเราค่อยลงมืออีกคราก็ยังมิอาจนับว่าช้าไป “ นัยน์ตาของเสวี่ยซือในตอนนี้ได้ปกคลุมไปด้วยความลี้ลับ เขาจ้องมองไปอย่างเกาะกลางทางด้านหน้า แล้วจึงเอ่ยปากกล่าวออกมา

 

เสวี่ยซินพยักหน้าไปมา เขาจ้องมองไปยังเหล่ายอดฝีมือต่างๆเช่นเหลียนคายหยู่ ผางเจี่ย สี่กองกำลังโลหิตเป็นต้น สีหน้าของบุคคลเหล่านี้ต่างก็ทอประกายลึกล้ำ มองไม่ออกว่าพวกเขาที่แท้กำลังคิดอันใดอยู่ เพียงแต่ว่า หากว่าพวกเขาลงมือที่จะช่วยเหลือเยี่ยจงแล้วละก็ ความเป็นไปได้ถือได้ว่าน้อยมาก

 

ยิ้มแล้วยิ้มอีก เสวี่ยซินก็ได้หลับตาลงอย่างช้าๆ ทว่าในเวลาไม่นาน เขาก็ได้เปลี่ยนแปลงสีหน้าในทันที สายตาทอเป็นประกายจ้องมองไปยังคนด้านหน้า และจากนั้นก็หัวเราะแล้วกล่าวเบาๆ “ ดูเหมือนว่าจะออกมาแล้วกระมั่ง ? “

 

“ สามารถที่จะรั้งเอาไว้ถึงสองชั่วยาม พลังฝีมือของหลิงเยวี่ยก็นับว่าแข็งแกร่งแล้ว แต่เมื่อผ่านไปสองชั่วยามแล้วละ ? หรือจะมีเรื่องที่เกินกว่าความคาดหมายกัน “ เสวี่ยสือที่หัวเราะคิกคักออกมา จากนั้นก็กล่าวด้วยน้ำเสียงและรอยยิ้มอันเย็นชา

 

ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ทั้งสองคนกำลังกล่าว ก็พบกับประกายแสงที่ตอนแรกอยู่ในเกาะกลางหลุดออกมา ในตอนนี้ก็ได้พบเห็นร่างเนื้อที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

 

“ ในที่สุดก็จะออกมาแล้วงั้นหรือ ? “

 

เมื่อเห็นฉากเบื้องหน้า การเคลื่อนไหวของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษก็ได้หยุดลง ใบหน้าของมันก็ได้จ้องมองอย่างดุดันไปบริเวณทางเกาะกลาง ร่างกายอดไม่ได้ที่จะแผ่รังสีความฆ่าฟัน และทั้งในเวลาเดียวกัน ยอดฝีมือผู้อื่นแต่ละคนก็ได้หรี่ตามองไปยังฉากเบื้องหน้า พวกเขาต่างก็ไม่ทราบว่า เมื่อครู่ที่ผ่านมาเกิดอันใดกันขึ้น

 

“ ชิ่ง เช่ง “

 

จนกระทั่งสายตาที่ทอเป็นประกายนับไม่ถ้วนได้สงบลง แสงที่เป็นประกายก็เริ่มที่จะสั่นไหวกะทันหัน จากนั้นก็ปรากฏรอยแตกอยู่ในมุมหนึ่ง เมื่อได้ปรากฏรอยแตกแล้ว แสงที่คอยป้องกันก็ได้เริ่มสั่นไหวขึ้นมาทันใด จากนั้นก็ได้ทอประกายสั่นไหวไปมาเล็กน้อยคล้ายเปลวเพลิง แล้วก็ดับสูญราวกับอากาศธาตุ

 

แสงสว่างวาบได้หายไป ตอนนี้บนเกาะน้อยก็ได้ปรากฏเงาร่างขึ้นมาห้าสายท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย

 

ในตอนนี้เยี่ยจงก็ได้นั่งสมาธิลงฝึกปรือ ไม่สนเรื่องราวทางด้านนอกแม้แต่น้อย

 

หลิงเยวี่ยใบหน้าขาวซีดราวกระดาษ เห็นได้ชัด เมื่อครู่ที่จัดตั้งค่ายกลยันต์นั้นนางต้องสูญเสียพลังจิตใจไปไม่น้อย ทำให้นางในตอนนี้สูญเสียความสามารถที่จะต่อสู้ได้ชั่วคราว

 

ซูหยี่และพวกอีกทั้งสามคนเมื่อเห็นฉากเบื้องหน้า ก็ได้ขยับกายโดยพร้อมกัน คอยปกป้องหลิงเยวี่ยที่กำลังอยู่ในใบหน้าปั้นยากและเยี่ยจงทั้งสองที่อยู่บริเวณด้านหลัง

 

“ บัดซบน้อย เจ้าถึงกับหาญกล้าที่จะหล่อหลอมดอกหยินหยางของราชาเช่นข้างั้นหรือ ? แต่ก็ชั่งมันเถอะ เช่นนั้นก็กลืนกินเจ้าเข้าไป สรรพคุณของยาก็ได้เช่นกัน “ ใบหน้าของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษในตอนนิ้ได้เปลี่ยนเป็นขาวซีดราวกระดาษ มันได้ส่งเสียงอันดุร้ายออกมาคราหนึ่ง ใบหน้าได้เปลี่ยนเป็นดุร้ายอย่างถึงที่สุด ทันใดนั้นเอง บนร่างกายก็ได้ปรากฏประกายแสงฆ่าฟันออกมา

 

เมื่อพบเห็นว่าพลังฝีมืออันแข็งแกร่งเช่นนี้ของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษผู้นี้แล้ว สายตาของยอดฝีมือมากมายจากทั่วทั้งสี่ทิศก็ได้ทอประกายตาขึ้นมา ทส่าพวกเขาก็มิได้กล่าวอันใดมากนัก และแต่ละคนก็ได้หรี่ตาลงมองไปยังเบื้องหน้า เห็นได้ชัดว่าพวกเขาก็อย่างที่จะดูว่า หลังจากที่เยี่ยจงและหลิงเยวี่ยทั้งสองคนไร้หนทางต่อสู่แล้ว บุคคลที่เหลือของลัทธิแห่งดวงดาวจะสามารถทำอันใดได้กัน ?

 

หากว่าพวกเขาไม่มีวิธีที่จะจัดการกับมนุษย์ใบหน้าอสรพิษแล้วละก็ จะเข้าไปพัวพันเพื่ออะไร อีกทั้งชีวิตของตัวของพวกเขาเอง ถึงแม้จะได้เดิมพันเข้าแย่งชิงดอกหยินหยางตั้งแต่แรก แต่การใช้ชีวิตเสี่ยงวัดดวงเช่นนี้ ไม่มียอดฝีมือคนใดที่หาญกล้าที่จะทำดั่งพวกเขาได้อย่างแน่นอน

 

“ ซวบ “

 

เดาว่าทันทีที่ค่ายกลยันต์ได้ถูกทำลายลง ร่างกายของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษก็ได้หายวาบออกไปราวกับภูติพรายก็มิปาน และความน่าหวาดกลัวของพลังกายของมันก็ได้ถูกปะทุออกมาจากร่างกาย การเคลื่อนไหวอันน่าหวาดกลัวนี้ได้ถูกใช้จู่โจมออกไป ยอดฝีมือทั่วทั้งสี่ด้านใบหน้าเปลี่ยนสีโดยพร้อมเพรียง

 

ก่อนหน้านี้มนุษย์ใบหน้าอสรพิษได้ใช้พลังของตนเองเพียงตนเดียวในการรับมือยอดฝีมือที่มากมายไว้ได้ ความแข็งแกร่งมากเกินกว่าที่คาดเดาเอาไว้ ในตอนที่ลงมือ เสียงดังของแรงกระทบก็ได้ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว

 

ในตอนนี้ผู้คนทั่วทั้งบริเวณต่างก็ต้องสูดลมหายใจเข้าออกมาไปมา รอว่าต่อไปจะเกิดอันใดขึ้น

 

“ พวกเราลงมือร่วมกัน ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องป้องกันศิษย์พี่หลิงเยวี่ยและศิษย์น้องเยี่ยจงให้ได้ “

 

เมื่อมองไปยังฉากเบื้องหน้า สีหน้าของซูหยี่ก็เปลี่ยนแปลงคราหนึ่ง ทันใดนั้นต่อมา นางขยับมือคราหนึ่ง ลมปราณภายในกายก็เคลื่อนไหว  หลู่ปิงและเฮ่อฟงทั้งสองที่อยู่ด้านหลังนางก็ค่อยๆตอบรับ ทั้งสามคนก็ได้พุ่งออกในทันที ลมปราณภายในร่างกายก็ได้เคลื่อนไหวอย่างถึงขีดสุด

 

“ ตูม ตูม ตูม “

 

การโจมตีทั้งสามสายได้ถูกใช้ออกมาในเวลาเดียวกัน เห็นได้ชัดว่าซูหยี่และพวกต่างก็ทราบดีถึงความน่ากลัวของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษ ดังนั้นในช่วงที่ลงมือ ก็ไม่มีผู้ใดที่คิดจะออมมือเลยแม้ซักคนเดียว ถึงแม้จะต้องใช้ออกด้วยไพ่ตายของตัวเองทั้งหมดก็ตามที

 

“ เจ้าเด็กน้อยทั้งสามคนนั้นถึงกับสามารถที่จะใช้ความสามารถของเพียงแค่สามคนในการตั้งรับการโจมตีของมนุษย์หน้างูเอาไว้ได้ ? ช่างเป็นเหมือนกบในกะลา ฝันเฟื้องเสียจริง “

 

“ เมื่อครู่ยอดฝีมือของพวกเราลงมือพร้อมกันไปมากมาย ก็ยังมิอาจต้านทานมนุษย์หน้างูผู้นี้ได้มิใช่หรือ ? ความแข็งแกร่งของมนุษย์หน้างู ทุกคนก็เห็นกันอยู่แล้ว เด็กน้อยเหล่านี้ก็ช่างไร้เดียงสาเสียจริง “

 

“ ทว่าพวกเขาก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว หากว่าพวกเขาถอยไปในตอนนี้แล้วละก็ หลิงเยวี่ยและเด็กน้อยที่เรียกว่าเยี่ยจงกระไรนั้น ก็มิใช่กลับกลายเป็นจากหน้ามือเป็นหลังมือหรอกหรือ “

 

เมื่อเห็นซูหยี่และพวกทั้งสามสู้โดยไม่ถอยเช่นนี้ ทั่วทั้งสนามในขณะนี้ก็ได้ปรากฏเสียงวิพากษ์วิจารออกมา  เห็นได้ชัดว่าไม่มีคนคาดถึงว่า ซูหยี่และพวกทั้งสามคนกลับสามารถต่อสู้โดยไม่คิดจะถอยเช่นนี้ได้ อีกทั้งยังเตรียมพร้อมที่จะลงมือต่อไป เพื่อดึงรั้งมนุษย์ใบหน้าอสรพิษเอาไว้

 

ทั้งสามคนอย่างมากที่สุดก็มีพลังฝึกปรือไม่เกินขั้นก่อเกิดระดับที่ห้า ต่อให้พวกเขาฝึกปรือพลังลมปราณดาราคล้อยซึ่งเป็นลมปราณประจำลัทธิก็ตามที แต่ว่าหากคิดที่จะแข็งข้อต่อมนุษย์ใบหน้าอสรพิษที่มีพลังฝึกปรือถึงขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ดแล้ว ไม่ว่าจะมองอย่างไร ก็เป็นไปไม่ได้เลยหลายส่วน

 

“ ตายไปให้ราชาเช่นข้าซะ “

 

มนุษย์ใบหน้าอสรพิษส่งเสียงทุ่มต่ำ บนใบหน้าปรากฏเค้าเย็นเยือก อารมณ์อดทนอดกลั้นได้ปรากฏออกมา เกี่ยวกับเผ่าพันธุ์มนุษย์เหล่านี้ แน่นอนว่ามันไม่คิดที่จะออมมือไว้แน่

 

“ ตูม ตูม ตูม “

 

ในวินาทีนั้นเอง การโจมตีของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษกับซูหยี่และพวกทั้งสามคน ก็ได้เข้าปะทะเข้าหากันโดยทันที

 

แต่ว่า ในเสียววินาทีของการปะทะนั้น การโจมตีของซูหยี่และพวกทั้งสามคน  

    但是,这等对轰不过是持续了刹那,苏语等三人的攻势,就是以一种难以想象的速度土崩瓦解!

ในช่วงเวลาการหายใจเข้าออกเพียงสั้นๆ ร่างของทั้งสามคนก็ได้สั่นไหวพร้อมกัน และจากนั้นก็กระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง

 

“ ตูมตาม “

 

เงาร่างของทั้งสามคนกระเด็นออกไปราวกับว่าวสายปานขาดก็มิปาน แววตาที่ทอเป็นประกายจ้องมองลงมา ก็ได้ทอแววดุดันมองไปยังเกาะน้อยแห่งนั้น

 

พ่ายแพ้ภายในกระบวนท่าเดียว

 

ถึงแม้ว่าฉากเบื้องหน้านี้จะเป็นไปตามดั่งที่ผู้คนไม่น้อยคาดการณ์เอาไว้ แต่ว่าเรื่องราวที่ปรากฏออกมาในเวลานี้ ก็มียอดฝีมือไม่น้อยเลยที่ต้องสูดหายใจเข้าไปอย่างแรงคำหนึ่ง

 

หรือว่า กำลังรอคอยหลังจากนี้ให้เหล่าเด็กน้อยของลัทธิแห่งดวงดาวตายตกไป พวกเขาจึงค่อยตัดสินที่จะจัดการกับมนุษย์ใบหน้าอสรพิษผู้นี้ลง ไม่เช่นนั้น หากยังมีเจ้าเด็กน้อยคอยมองหาโอกาสแล้วละก็ ต่อให้สามารถเข้าไปยังถ้ำหงส์หยาแล้ว ผู้คนมากมายก็คงมิอาจวางใจได้

 

“ เจ้าพวกไร้ประโยชน์ ยังหาญกล้าแข็งข้อกับราชาเช่นข้า ? “

 

มนุษย์ใบหน้าอสรพิษยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ มันจ้องมองไปยังบุคคลที่กำลังกระอักโลหิตแล้วถอยออกไปทั้งสามคนนั้น จ้องมองไปอย่างดุร้ายไปทางด้านเยี่ยจงที่กำลังฝึกปรืออยู่ จากนั้นมันก็ขยับร่างกายคราหนึ่ง ก็ได้เตรียมพร้อมที่จะพุ่งออกไป

 

จากนั้น เมื่อมาถึงช่วงสถานการณ์ที่คับขันเช่นนี้ เยี่ยจงที่ภายนอกดูเหมือนยังอยู่ในลักษณะฝึกปรืออยู่ทันใดนั้นก็ได้มีทอประกายแสงสีดำทมิฬสว่างวาบขึ้นมาสายหนึ่ง และจากนั้นก็ได้มีกระดูขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วปะทุเสียงดังออกมาเป็นสาย แล้วก็มีเสียงเปาะแปะดังออกมาไม่หยุด จากเสียงที่ดังออกมาในทุกครา พลังกำลังภายในของเยี่ยจงก็จะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ราวกับเสียงขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงช่วงที่สิ้นสุดลง กำลังภายในของเยี่ยจงก็ได้แผ่ออกมา พร้อมๆความแข็งแกร่งอย่างขีดสุด

 

“ อะไรกัน ? “

 

ตอนนี้ได้มีสายตามีส่องประกายมองไปทางด้านเยี่ยจงนับไม่ถ้วน ทุกผู้คนต่างก็กรอกตาไปมาไม่หยุด

 

ทุกคนต่างก็เป็นยอดฝีมือที่อยู่ในขอบเขตขั้นก่อเกิด ดังนั้นเมื่อสายตามองไปยังฉากเบื้องหน้า ก็ได้ทำให้ผู้คนไม่น้อยได้เข้าใจ ในช่วงเวลาอันสำคัญเช่นนี้ เยี่ยจงก็สามารถบรรลุได้ถึงขั้นที่หกสำเร็จจนได้อย่างง่ายดายงั้นหรือ ?

 

“ เยี่ยจงผู้นี้ .......... ก็ช่างน่าหวาดกลัวมากจนเกินไปแล้ว ? “

 

“ อายุเพียงแค่นี้ ก็สามารถที่จะเข้าสู่ขอบเขตขั้นก่อเกิดระดับที่หกไปแล้ว ช่างนับได้ว่าเป็นอัจฉริยะในหมู่รุ่นเยาว์อย่างแท้จริง “

 

“ ลัทธิแห่งดวงดาวนับตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ได้ปรากฏบุคคลอันน่าหวาดกลัวเช่นนี้ออกมา เกิณกว่าที่ผู้คนจะคาดเดาได้แล้ว “

 

“ นี้เป็นไปได้อย่างไรกัน ? “

 

“ ........ “

 

“ ซวบ “

 

ท่ามกลางสายตามากมายที่มองมาด้วยความยากที่จะเชื่อในสิ่งที่เห็น เยี่ยจงที่ตลอดมานั่งสมาธิอยู่ก็ได้ค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างทันทีทันใด เขาได้จ้องมองไปที่ร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บของซูหยี่และพวกทั้งสามคนในเวลานี้ นัยน์ตาได้ทอประกายความอำมหิตออกมาสายหนึ่ง

 

“ ศิษย์พี่หญิงซูหยี่ พวกท่านทั้งสามคอยคุ้มครองศิษย์พี่หญิงหลิงเยวี่ยก่อน เรื่องต่อจากนี้มอบให้ข้าก็แล้วกัน “

 

จากนั้นก็ได้ค่อยๆลุกขึ้นมา บนร่างของเยี่ยจง ที่ได้ปกคลุมไปด้วยรังสีการฆ่าฟันแผ่พุ่งออกมาสายหนึ่ง และพลังไอรังสีการฆ่าฟันนี้ก็ได้พุ่งเข้าไปมามนุษย์ใบหน้าอสรพิษโดยตรง เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้เยี่ยจงไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวในการยั้งมือเอาไว้แล้ว

 

หลังจากที่ถูกจ้องมองอย่างดุดันแล้ว มนุษย์ใบหน้าอสรพิษที่อยู่ท่ามกลางอาการตื่นตกใจของผู้คนก็ได้หัวเราะอย่างดุร้ายขึ้นเสียงหนึ่ง และจากนั้นมันก็สะบัดกรงเล็บไปมาหลายครา บนสีหน้าของมัน ก็ได้ปรากฏเค้าความดุร้ายขึ้นอีก

 

“ พึ่งจะดูดซับดอกหยินหยางไปหมาดๆ ก็สำเร็จเข้าสู่ขั้นก่อเกิดระดับที่หกไปแล้ว เจ้านับได้ว่าเป็นโอสถเนื้อโลหิตที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง “

 

“ หากว่ากลืนกินเจ้าเข้าไปทั้งเป็นแล้วละก็ เกรงว่าความสามารถของราชาเช่นข้าคงจะก้าวขึ้นไปอีกขั้นแล้วละ ? “

 

มนุษย์ใบหน้างูก้าวเดินออกมาอีกก้าว บนใบหน้าปกคลุมไปด้วยความโลภที่มิอาจที่จะหยุดยั้งไว้ได้ ........

 

“ งั้นเจ้าก็จำเป็นที่จะต้องมีความสามารถถึงจะได้ “ เยี่ยจงเผชิญหน้าก็มนุษย์ใบหน้างูแล้วยิ้มออกมา เขาคร้านที่จะกล้าวอันใดต่อไป เพียงแค่ยื่นมือขวาออกคราหนึ่ง จากนั้นก็เขย่าคราหนึ่ง

.

.

.

.

 




NEKOPOST.NET