เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 95 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.95 - สถานการณ์ที่วุ่นวาย


ตอนที่ 095 สถานการณ์ที่วุ่นวาย

 

 

“ เจ้ามนุษย์ใบหน้าอสรพิษผู้นี้ ......... “

 

เยี่ยจงเงยหน้าขึ้น ในตอนนี้ได้จ้องมองเขม็งไปยังร่างกายของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษผู้นี้ที่ปรากฏออกมาจากทะเลสาบแห่งนี้ สภาพร่างกายของมันเป็นเหมือนดั่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็มิปาน มีลักษณะที่เหมือนกับมนุษย์โดยทั้งสิ้น แต่ว่าบริเวณผิวที่เป็นสะเก็ดอยู่บนฝ่ามือ ที่มีลักษณะโปร่งใสเป็นชั้นๆขยับเคลื่อนไหวเองได้ อีกทั้งร่างกายนี้ ก็มีพลังกดดันผู้คนที่ไม่สามารถปกปิดเอาไว้ได้อยู่แผ่กระจายออกมา

 

จู่ๆก็แสยะยิ้มขึ้นเล็กน้อย ทันใดนั้นก็มีบางอย่างที่มีลักษณะเป็นเส้นๆไหลโผล่ออกมา ทำให้ผู้คนที่เห็นรู้สึกขนหัวลุกจนบอกไม่ถูก

 

“ เหอะๆ สมบัติที่ฟ้าประทานมาเช่นนี้ ในเมื่อปรากฏออกมาแล้ว ในเมื่อได้ปรากฏขึ้นมาในช่วงเวลานี้ต่อหน้าพวกเรา อีกทั้งดอกหยินหยางดอกนี้ยังอยู่ในช่วงที่กำลังผลิดอกออกมา เช่นนั้นก็บ่งบอกได้ว่าพวกเราในที่แห่งนี้ต่างก็ถือได้ว่ามีวาสนา เจ้าเป็นเพียงแค่มนุษย์อสรพิษตัวหนึ่ง ทั้งยังจะเรียกตัวเองว่าราชา ไม่กลัวว่าสายลมจะพัดพาตัดหัวของเจ้าไปหรอกหรือ ? “ ในช่วงที่ยอดฝีมือมากมายกำลังตัดสินใจที่จะถอนตัวอยู่นั้นเอง เสวี่ยซินก็ได้หัวเราะออกมาอย่างเย็นชา เอ่ยปากกล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา

 

“ ทุกท่าน ถึงแม้ว่าเป้าหมายหลักของพวกเราจะเป็นการเข้าสู่ถ้ำหงส์หยาก็ตาม ทว่าในเมื่อตอนนี้ได้พบกับดอกหยินหยางแล้ว คงมิอาจที่จะกลับออกไปอย่างมือเปล่าได้กระมั่ง ? ในช่วงเวลาที่เข้าสู่ถ้ำหงส์หยา ทางเข้ากลับมีมนุษย์ใบหน้าอสรพิษขึ้นตนหนึ่ง ต่อให้ได้เข้าสู่ภายในของถ้ำหงส์หยาแล้วจะเป็นอย่างไร พวกท่านสามารถที่จะนำออกมาได้งั้นหรือ ? “ เสวี่ยซินกวาดสายตามองดูรอบหนึ่ง และจากนั้นก็เอ่นออกมากึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม

 

เห็นได้ชัดว่า เขาได้มีความสนใจต่อดอกหยินหยางนี้อย่างมาก เพียงแต่ว่า เขายังไม่คิดที่จะเปิดเผยพลังฝีมือที่แท้จริงออกมา ดังนั้น ในตอนนี้จึงได้แต่เพียงกระตุ้นยอดฝีมือมากมายนี้

 

และเมื่อได้ยินคำพูดของเสวี่ยซินแล้ว จากนั้นยอดฝีมือที่อยู่รอบด้านของทะเลสาบก็ได้มองดูคราหนึ่ง จากนั้นก็ได้ค่อยๆพยักหน้าคราหนึ่ง ไม่ว่าเสวี่ยซินคิดที่จะทำอันใด แต่ว่ากับคำพูดเหล่านี้ก็กล่าวได้ถูกต้อง ถ้าหากว่าไม่อาจที่จะจัดการกับมนุษย์ใบหน้าอสรพิษแล้วละก็ ต่อให้เข้าสู่ถ้ำหงส์หยาไปตามหาสมบัติแล้วก็ตาม คาดว่าไม่ว่าจะอย่างไรก็ยังคงไม่มีผู้ใดวางใจได้

 

“ ร่วมมือกันเถอะ ข้าไม่มีความสนใจต่อดอกหยินหยางนี้หรอก แต่ทว่าลูกแก้วปีศาจของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษนี้ต้องเป็นของดีแน่นอน “ ผางเจี่ยแห่งลัทธิมนต์ดำที่อยู่อีกฟากหนึ่งที่กำลังโยนกริชในมือเล่นอยู่ เอ่ยปากกล่าวออกมาอย่างเย็นชา

 

“ เหอะ ในเมื่อศิษย์พี่ผางกล่าวเช่นนี้แล้ว ตัวข้าเองก็มิอาจที่จะไม่ลงมือได้ “ สี่กองกำลังโลหิตจ้านหวังในตอนนี้แต่ละคนก็ได้ยิ้มออกมาอย่างเย็นชาเสียงหนึ่ง และจากนั้นคนที่เป็นผู้นำก็ได้เอ่ยปากกล่าวออกมาอย่างเย็นชา

 

“ อย่าได้กล่าวคำพูดไร้สาระอีกเลย ลงมือเถอะ “

 

คุณชายเหลียนคายหยู่แห่งสำนักแห่งเจิ้งหวังก็ได้ยิ้มออกมาคำหนึ่ง ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้หายวาบออกไปลงมือก่อน ฝ่ามือพอสะบัดออก ดาบนาวสีดำเล่มหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นมายังใจกลางฝ่ามือ กับการเคลื่อนไหวของเขา ประกายดาบก็ได้พุ่งเข้าตัดผ่าไปยังมนุษย์ใบหน้าอสรพิษตนนี้

 

“ ตูม “

 

ประกายแสงของดาบ ได้ทอดลงไปยังร่างของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษ ในระยะเวลาที่มนุษย์ใบหน้าอสรพิษยังไม่ทันได้ตั้งตัว ชุดที่สวมอยู่บนร่างกายก็ได้ถูกตัดผ่าออกไปในทันที และจากนั้นก็ได้กลิ่นคาวเลือดของเนื้อแผ่ออกมา ให้ความแปลกประหลาดไร้ที่เปรียบ

 

“ พวกเจ้าหาที่ตายแล้ว “

 

เหลียนคายหยู่ได้ลงมือเปิดศึกเป็นคนแรกที่อยู่ในที่แห่งนี้ มนุษย์ใบหน้าอสรพิษยังไม่คาดไม่ถึง กับพลังอันแข็งแกร่งที่ปรากฏออกมาให้เห็นนี้ เผ่าพันธุ์มนุษย์เหล่านี้ที่เป็นเหมือนดั่งมดแมลงเหล่านี้ก็มิปานถึงกับกล้าที่จะลงมือก่อนเชียวหรือ วินาทีนั้น มันก็ได้สะบัดกรงเล็บออกมา แสงสีเขียวก็ได้สะท้อนออกจากใจกลางฝ่ามือ

 

“ ตูม “

 

ดาบนี้ของเหลียนคายหยู่ถูกปัดออก อีกทั้งประกายสีเขียวนี้ยังได้ปัดป้องการโจมตี ในช่วงคับขัน ก็พบเห็นแสงสีเขียวนี้สว่างวาบออกมาราวกับสายน้ำผืนหนึ่งมาจากทางด้านหลัง เหล่ายอดฝีมือที่อยู่ใกล้ก็ได้ถูกสาดน้ำสีเขียวสายนี้ซัดออก ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงของความเจ็บปวดดังออกมาเป็นสาย จนหลงเหลือไว้แต่เพียงกระดูกสีขาวชิ้นหนึ่ง

 

เห็นได้ชัดว่า ในท่ามกลางประกายแสงสีเขียวนี้ เป็นดั่งพิษที่ยากจะคาดเดาได้ชนิดหนึ่ง

 

“ ลงมือ “

 

ทว่า เหล่ายอดฝีมือที่อยู่รอบๆบริเวณนั้นที่ยังมิได้ตัดสินใจที่ถอยหนีไป และนัยน์ตาของแต่ละคนก็ได้เริ่มที่จะกลายเป็นสีแดงสายหนึ่ง เห็นได้ชัดว่ามีผู้คนไม่น้อยในตอนนี้ยิ่งมีเชื่อว่า ไม่ว่าจะต้องการดอกหยินหยางหรือไม่ก็ตาม ถ้าหากต้องการที่จะเข้าสู่ถ้ำหงส์หยาเพื่อที่จะตามล่าสมบัติ สิ่งแรกที่สมควรที่จะทำที่สุดก็คือจัดการกับมนุษย์ใบหน้าอสรพิษผู้นี้

 

“ ซวบ ซวบ ซวบ “

 

ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้นออกมา ทั่วทั้งท่ามกลางพื้นที่แห่งนี้ก็ได้มีเสียงของสายลมตัดผ่านออกมาเป็นสาย และจากนั้นก็มียอดฝีมือไม่น้อยที่ได้หายวาบไป พุ่งตรงสังหารเข้าไปไปยังมนุษย์ใบหน้าอสรพิษ

 

วินาทีนั้น น้ำทั่วทั้งทะเลสาบก็ได้ถูกแผ่ออก หลงเหลือไว้แต่เพียงเงาร่างและรอยเท้าเอาไว้ มุ่งตรงสังหารออกไป

 

“ พวกเราก็ลงมือกันเถอะ ทว่าเป้าหมายของพวกเรานั้นไม่เหมือนกับผู้อื่น พวกเรายังไงซะก็ได้ลงแรงทั้งหมดเพื่อที่จะแย่งชิงดอกหยินหยางให้จงได้ “ เยี่ยจงเหม่อมองไปยังฉากเบื้องหน้า จากนั้นนัยน์ตาก็ได้ทอเป็นประกายออกมา จากนั้นก็ได้เอ่ยปากกล่าวออกมาเบาๆ ไม่ว่าจะมองอย่างไร ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเบื้องหน้านี้ อีกทั้งหากว่าต้องการที่จะแย่งชิงดอกหยินหยาง ถือได้ว่าไม่มีเวลาได้ที่เหมาะสมเช่นนี้อีกแล้ว

 

“ อีกเดียวสักพักหากสบโอกาสแล้วละก็ ศิษย์น้องเยี่ยจงเจ้าก็ใช้กำลังทั้งหมดเข้าไปแย่งชิงดอกหยินหยางนั้นมา พวกเราจะหาทางเหนี่ยวรั้งคนอื่นๆไว้เอง “ หลิงเยวี่ยพยักหน้าเล็กน้อย

 

“ ไป “

 

เยี่ยจงพยักหน้า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ถึงแม้ว่าจะต้องฝืนใจไปซักหน่อย แต่ว่าไม่ว่าจะอย่างไรก็มีแต่เพียงก้าวเดินไปทีละก้าวเท่านั้น ต่อมา ก็มองไปที่ผู้คนมากมายแต่ก็มิได้กล่าวคำพูดมากความอันใด เยี่ยจงขยับกายคราหนึ่ง ก็ได้พุ่งผ่านพ้นผิวน้ำออกไปแล้ว

 

“ ซวบ ซวบ ซวบ “

 

กระบี่ตราประทับได้ทับซ้อนกันจนถึงชั้นที่ห้าแฝงอยู่บริเวณหมัด ทันใดนั้นเยี่ยจงก็ได้เข้าไปใกล้เข้าหาร่างของมนุษย์ใบหน้าอสรพิษแล้ว แล้วจากนั้นก็ใช้ออกด้วยพลังหมัดปะทะเข้าไปอย่างรุนแรง

 

“ เปรี้ยง “

 

พลังแรงสะท้อนขนาดใหญ่ได้แผ่ออกมาในทันที ทำให้ร่างของเยี่ยจงได้ถอยหลังไปนับหลายก้าวอย่างช่วยไม่ได้ และมนุษย์ใบหน้าอสรพิษก็คำรามออกมาคราหนึ่ง เพียงแต่ว่ายอดฝีมือมากมายที่กำลังล้อมโจมตีมันอยู่โดยรอบนั้น มันที่มีพลังอยู่ขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ดแล้ว แต่ว่าในช่วงเวลานี้ก็ยังต้องถูกผู้คนมากมายคอยกดดันไว้ดั่งอยู่บริเวณใต้แรงลม

 

ทว่า ต่อให้เสียเปรียบอยู่ก็ตาม มนุษย์ใบหน้าอสรพิษผู้นั้นก็ได้ระเบิดพลังโจมตีอันน่าหวาดกลัวด้วยแรงลมราวกับพายุฝนฟ้าคะนอง ไม่ได้มีแม้แต่ความคิดที่จะถอยหนีแต่อย่างไร ในช่วงเวลาเดียวกันที่ได้ตั้งรับพลังโจมตีอันน่าหวาดกลัวนี้ ภายนอกของเขาก็ได้แผ่กระจายพลังสีเขียวออกมาเป็นสาย หากว่าไม่ระมัดระวังไปโดนเจ้าแสงพิษเหล่านี้แล้วละก็ ต่อให้เป็นยอดฝีมือที่อยู่ในขั้นก่อเกิดระดับที่ก็ยังต้องกลายเป็นผีเฝ้าทะเลสาบแห่งนี้อยู่ดี กัดกร่อนเลือดเนื้ออย่างหมดจด  

 

“ ตูมตาม ตูมตาม “

 

ในช่วงที่ทั้งสองฝ่ายยังคงปะทะกัน เงาร่างสายหนึ่งก็ได้เข้าไปสู่ด้านในของทะเลสาบ มนุษย์ใบหน้าอสรพิษถึงแม้จะถูกล้อมตีอยู่ก็ตาม แต่ว่าตัวมันในตอนนี้ก็ยังนับว่ามีชัยเหนือกว่า อีกทั้งสายตาที่คอยมองกดดันผู้คนมากมายอย่างไม่หยุดยั้ง

 

“ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ท่าจะไม่ดีแล้ว “

 

แล้วก็ได้ใช้ฝ่ามือปะทะอีกครา ในครั้งนี้ร่างกายของเยี่ยจงกลับมิได้ถอยกระเด็นแต่อย่างไร เพียงแต่ได้เข้าไปยังจุดบริเวณใกล้เคียงที่สามารถมองเห็นดอกหยินหยางได้ ทันใดนั้นก็ได้เกิดความรู้สึกแปลกใจอยู่หลายส่วน

 

ท่ามกลางวงล้อมที่เข้าตีกับมนุษย์ใบหน้าอสรพิษ ก็ได้มียอดฝีมืออยู่ส่วนหนึ่งที่คิดจะลงมือต่อดอกหยินหยาง แต่ว่าดอกหยินหยางนั้นราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเกาะน้อยนี้ก็มิปาน ไม่ว่ายอดฝีมือเหล่านี้จะทุ่มแรงอย่างไร ก็มิอาจที่จะหาวิธีในการเอาดอกหยินหยางมาครอบครองได้ ดังนั้นทางเลือกสุดท้ายก็ได้แต่ถอยออกไปอย่างเจ็บปวด

 

เยี่ยจงก็เข้าใจขึ้นมา กว่าครึ่งก็คือมนุษย์ใบหน้าอสรพิษผู้นี้เหตุใดจึงเลือกที่จะอยู่ในอาณาบริเวณของดอกหยินหยางนี้ เพื่อที่จะให้ผู้คนที่ลงมือมิอาจลงมือได้อย่างง่ายดาย และความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า คาดว่าคงไม่มีเวลามากพอที่จะคอยวิเคราะห์กันอีกแล้ว

 

แต่ว่า ดอกหยินหยางดอกนี้ใช่ว่าจำเป็นที่ต้องนำออกไปแต่อย่างไร หากว่าสามารถหล่อหลอมในทันทีแล้วละก็ ก็มิใช่ว่าเป็นวิธีที่ดีอีกทางหนึ่งหรอกหรือ

 

หลังจากที่ครุ่นคิดใคร่ครวญ สีหน้าของเยี่ยจงก็ได้ก็ได้เปลี่ยนแปลงอย่างประหลาดอยู่หลายส่วน ทันใดนั้นต่อมา เขาก็ขยับกายคราหนึ่ง ก็ได้เข้าไปด้านข้างของหลิงเยวี่ย กล่าวเสียงทุ่มต่ำ “ ศิษย์พี่หญิงหลิงเยวี่ย ท่านพอจะมีวิธีที่จะสามารถวางค่ายกลยันต์ซ้อนทับบนเกาะน้อยแห่งนี้ เพื่อที่จะทำให้สามารถป้องกันมิให้ผู้อื่นเข้ามาด้านในค่ายกลได้  “

 

“ ที่เจ้ากำลังคิด ก็คือหล่อหลอมดอกหยินหยางนั้นหรือ ? “ หลิงเยวี่ยตกใจเล็กน้อย นัยน์ตาทอไว้ด้วยความฉงนสงสัย ศิษย์น้องเล็กผู้นี้ก็ช่างทำแต่เรื่องที่เหนือความคาดหมายของผู้คนอยู่ตลอด

 

“ หากว่าเจ้าต้องการที่จะทำเช่นนั้นแล้วละก็ เช่นนั้นข้าก็จะลงมือใช้พลังทั้งหมด สมควรพอที่จะดึงรั้งไว้ได้ราวสองชั่วยามได้ แต่ทว่า เจ้าแน่ใจแล้วอย่างงั้นหรือ ? “ หลิงเยวี่ยเอ่ยปากถามด้วยความลังเล เห็นได้ชัดว่านางก็ทราบดี หากจะทำเช่นนั้นแล้วละก็ ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่เป็นได้ยากอย่างหนึ่งเลยก็ได้  

 

“ ข้าก็ไม่อยากที่จะทำเช่นนี้ ทว่าไม่มีพอที่จะเสียไปอีกแล้ว หากยังชักช้าต่อไปอีกไม่แน่ว่าดอกหยินหยางนี้จะหายไปก็เป็นได้ “ เยี่ยจงไม่อาจที่จะไม่ทราบเรื่องนี้ได้ ต่อมาเขาก็ได้แต่เพียงยิ้มอย่างขมขื่นแล้วกล่าวออกมา

 

“ เอาละ ลงมือ “

 

หลิงเยวี่ยเป็นคนที่เด็ดเดี่ยวผู้หนึ่ง เมื่อพบเห็นว่าจุดยืนของเยี่ยจง นางก็มิได้แนะนำอันใดมากมายอีก เพียงแต่โบกมือคราหนึ่ง จากนั้นซูหยี่และพวกก็ได้รวมตัวกันเข้ามาอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นทั้งคณะห้าคนก็ได้พุ่งทะยานไปยังบริเวณที่เกาะน้อยอยู่เข้าไป

 

“ ถ้าหากดอกหยินหยางแย่งชิงได้ง่ายๆแล้วละก็ ยังจะถึงรอบพวกเจ้าได้หรือ ? “ เสวี่ยซินและพวกในตอนนี้ก็ได้พบเห็นความเคลื่อนไหวของเยี่ยจงและพวก ทว่าก็เพียงแค่หัวเราะอย่างเย็นชาออกมาคำหนึ่ง ตอนนี้กลับไม่มีผู้ใดยับยั้ง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่เชื่อว่าเยี่ยจงจะสามารถนำดอกหยินหยางออกมาได้ จนกระทั่งถึงเมื่อครู่ก่อนหน้า ก็ยังไม่มีผู้ที่ที่จะสามารถนำดอกหยินหยางออกไปได้สำเร็จแม้สักคนเดียว

 

“ ซวบ ซวบ ซวบ “

 

ท่ามกลางสายตามากมายที่จ้องมองเข้ามา เยี่ยจงและพวกก็ได้เหินไปถึงเกาะน้อยอย่างรวดเร็ว แต่ว่าพวกเขาก็มิได้รีบร้อนลงมือเข้าหาดอกหยินหยางทันที เพียงแต่จ้องมองหลิงเยวี่ยคราหนึ่ง

 

“ ช่วยถ่วงเวลาให้ข้าสักครู่ “

 

หลิงเยวี่ยก็ไม่กล่าวมากความ ก็ได้นั่งสมาธิลงไปแล้วทำการจัดตั้งค่ายกลยันต์ซ้อนทับออกมา เมื่อได้พบเห็นเหล่ายันต์วิญญาณที่ได้เริ่มลอยตัวบินวนเวียนไปมาบนอากาศ ก็ถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นใช้ค่ายกลแล้ว

 

“ บัดซบ ถึงกับหาญกล้าหล่อหลอมดอกหยินหยางบนเกาะเชียวหรือ พวกเจ้าหาที่ตายแล้ว “

 

มนุษย์ใบหน้าอสรพิษที่กำลังต่อสู้กับยอดฝีมือผู้อื่นก็ได้ตะโกนออกมาเสียงดังอย่างกะทันหัน น้ำเสียงนี้ได้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังความแค้น เห็นได้ชัดว่ามันได้จ้องเขม็งไปที่เยี่ยจงและพวก

 

“ อะไรกัน ? “

 

หลังจากที่เงียบงัน จากนั้นยอดฝีมือเหล่านี้ก็ได้มองเข้าไปพร้อมกัน นัยน์ตาของแต่ละคนก็ได้เปลี่ยนเป็นประหลาดใจอยู่หลายส่วนขึ้นมา พวกเขาคิดไม่ถึงว่า เยี่ยจงและพวกกลับไม่คิดที่จะแย่งชิงดอกหยินหยางไป เพียงแต่เตรียมพร้อมที่จะหล่อหลอมในสถานที่เช่นนี้เลย และลักษณะของพวกเขาในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าก็มองไม่ออกว่าเป็นค่ายกลยันต์ชนิดใด

 

“ ลงมือ อย่าปล่อยให้เด็กน้อยเหล่านี้เอาไปได้ “ เสวี่ยซินเป็นบุคคลแรกที่ตอบสนองกลับมาทัน ถึงแม้ตามความคาดคิดของเขา การหล่อหลอมดอกหยินหยางในสถานที่เช่นนี้จะเป็นเหมือนดั่งเรื่องตลกก็ตามที แต่ว่าไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด ภายในจิตใจของเขากลับรู้สึกได้ถึงความไม่สบายใจ ทำให้เขาต้องมองเข้าไปในทันที และจากนั้นก็ได้ร้องเฮ้อแล้วกล่าวออกมา

 

“ ซวบ ซวบ ซวบ “

 

หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาที่คิดครุ่นไปแล้ว ยอดฝีมือส่วนหนึ่งก็ได้แบ่งแยกออกมาส่วนหนึ่ง มุ่งหน้าไปทางด้านของเกาะน้อย และมนุษย์ใบหน้าอสรพิษในตอนนี้ก็ราวกับกำลังบ้าคลั่งก็มิปาน ตัดผ่าสังหารเงาร่างของผู้คนกลุ่มใหญ่ ทะลวงออกไปอย่างบ้าคลั่ง

.

.

.

.

 

 

 

 




NEKOPOST.NET