เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 88 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.88 - ชายชุดโลหิต


ตอนที่ 088 ชายชุดโลหิต

 

“ ซวบ “

 

ท่ามกลางผืนฟ้า  เสียงของโลหิตได้ดังสาดเป็นสายๆ ทำให้ทั่วทั้งฟ้าดินเต็มไปด้วยกลิ่นคาวโลหิตที่เต็มเปี่ยมชนิดหนึ่ง

 

ร่างกายของเฮ่อฟงและพวกทั้งสามทะลวงอยู่ท่ามกลางท้องฟ้าไม่หยุด ทุกคราที่เวลาร่วงลงสู่พื้นดิน ก็จะมีปีศาจโลหิตตนหนึ่งได้ร่วงหล่นราวกับนกน้อยตกสู่พื้นดินก็มิปาน

 

แต่ว่า เมื่อมองไปที่ปีศาจโลหิตเหล่านี้ เยี่ยจงก็ต้องขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ บนร่างของปีศาจโลหิตเหล่านี้ได้มีกลิ่นโลหิต แน่นอนว่าต้องเป็นปีศาจโลหิตชนิดที่บริสุทธิ์ที่สุด แต่ว่าวิธีการต่อสู้ของพวกเขานั้นง่ายดายอย่างที่สุด โดยส่วนมากต่างก็พึ่งพาแต่ความเร็วในการเข้าตี ฝีมือเช่นนี้เมื่อเทียบกับปีศาจโลหิตที่เยี่ยจงรู้จักในดินแดนซานเชียนเซินเจี่ยกล่าวได้ว่าอยู่กันคนละแบบโดยทั้งสิ้น    

 

หากกล่าวถึงเผ่าของปีศาจโลหิตของดินแดนซานเชียนเซินเจี่ยที่มีความนึกคิดไม่แตกต่างอันใดจากมนุษย์แล้วละก็ เช่นนั้นปีศาจโลหิตเหล่านี้ ก็ไม่ต่างอันใดจากหุ่นเชิดก็มิปาน ไม่มีแม้แต่ความคิดเป็นของตนเอง พวกมันเป็นได้เพียงแค่เครื่องจักรอาวุธสังหารเท่านั้น

 

“ ที่แท้มันก็มิใช่ปีศาจโลหิต หากว่ากล่าวถึงเผ่าปีศาจโลหิตในระดับต่างๆ ปีศาจโลหิตเหล่านี้ก็เป็นได้เพียงแค่ระดับที่ต่ำที่สุดเท่านั้น ราวกับปีศาจที่พบได้ทั่วไปก็มิปาน แม้แต่ความนึกคิดก็ยังไม่มี ? “

 

หลังจากที่ได้จ้องเขม็งไปทางด้านเสียงที่ดังของเงาโลหิตแล้ว เยี่ยจงบ่นพึมพำกับตัวเอง ทันใดนั้น เขาก็ได้ก้าวออกไปหนึ่งก้าว ร่างกายก็หายไปปานสายฟ้า กระบี่คงหมิงปรากฏขึ้นบนมือขวา เงากระบี่เป็นสายส่งเสียงร้องออกไป

 

“ เช่ง เช่ง เช่ง “

 

กระบี่ทอประกายออกมาเป็นสายๆ ปีศาจโลหิตที่อยู่ในระยะห่างที่ใกล้กับเยี่ยจงที่สุดนับสิบตนก็ได้ถูกเยี่ยจงตัดออกเป็นสองท่อน เพียงแค่ในช่วงเวลาอันสั้นๆ แต่ว่าในตอนที่เยี่ยจงได้สังหารปีศาจโลหิตเมื่อเทียบกับเฮ่อฟงและพวกทั้งสามสังหารไปยังถือว่ามากกว่าไม่น้อย

 

ฉากเบื้องหน้าเช่นนี้ ทำให้เฮ่อฟงและพวกต่างก็ประหลาดใจอย่างไร้ที่เปรียบ เพียงแต่ว่าในหลายวันมานี้พวกเขาก็พบเห็นฝีมือของเยี่ยจงอยู่ไม่น้อย ดังนั้นจึงมิได้กล่าวอันใดออกมา

 

“ เรื่องราวท่าจะไม่ดีแล้ว พวกท่านทั้งสามคนอยู่กับศิษย์พี่หญิงหลิงเยวี่ย ข้าไปก็พอแล้ว “

 

หลังจากที่เยี่ยจงจัดการกับปีศาจโลหิตไปแล้วนับสิบตน นัยน์ตาก็ทอดไปยังท่ามกลางทางด้านอีกฝั่งของพายุทราย จากนั้นก็ค่อยๆหรี่ตาลง เขาจึงได้ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ร่างกายก็หายวับออกไปทันที

 

ได้ยินคำพูดนี้ของเยี่ยจง บุคคลเช่นเฮ่อฟงก็เข้าใจว่าเกิดเรื่องอันใดมากกว่าครึ่ง ต่อมาพวกเขาก็พลิกมือคราหนึ่ง  ก็ได้รวมตัวกันซ่อนตัวบริเวณรอยแยกทางด้านหน้า จนทำให้เหล่าปีศาจโลหิตที่พุ่งเข้ามาต้องตายไปตามๆกัน

 

“ ซวบ “

 

ร่างกายของเยี่ยจงได้ถูกส่งผ่านไปยังท่ามกลางพายุทรายที่อยู่เต็มท้องฟ้า ดวงตาของเขาหรี่ลง จ้องมองไปยังทั่วสี่ทิศ ท่ามกลางพายุทรายแห่งนี้ ได้มีเงาโลหิตอยู่ไม่น้อย ยังมีเงาโลหิตที่แอบซ่อนอยู่ส่วนหนึ่ง เห็นได้ชัดว่า การไล่ล่าสังหารในนี้ปีศาจโลหิตสมควรที่จะมีคนคอยสั่งการอยู่ และคนที่สั่งการนี้น่าจะมีฝีมือที่ไม่ธรรมดา เขากลับมิได้ให้ปีศาจโลหิตเหล่านี้เข้ามาอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า แต่เป็นการเตรียมการจัดการให้เยี่ยจงและคณะช้าไปอย่างช้าๆ

 

“ ชี่ “

 

ราวกับรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวของเยี่ยจง เงาโลหิตจำนวนมากท่ามกลางพายุทราบก็ได้ส่งเสียงร้องออกมา พลังการโจมตีในตอนนี้ได้กดทับไปยังบริเวณรอบด้านของเขา

 

แต่เมื่อได้เผชิญหน้ากับการล้อมสังหารนี้ สีหน้าของเยี่ยจงกลับยังคงไม่เปลี่ยนแปลง กระบี่คงหมิงในมือของเขาสาดประกายขึ้นมา แล้วประกายกระบี่ก็สาดออกไปเป็นสายราวจับวาง

 

ซวบ ซวบ

 

เงากระบี่สายประกายในทันที ใบหน้าของเยี่ยจงยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่ว่าปีศาจโลหิตเหล่านั้นก็ได้ร่วงลงสู่บริเวณพื้นดินกลุ่มก้อน เห็นได้ชัดว่าภายใต้ระดับฝีมือของเยี่ยจงเช่นนี้ พวกมันแม้แต่หลบหลีกก็ยังมิอาจที่จะกระทำได้เลย

 

กับพลังฝีมือของเยี่ยจง เป็นดั่งฝันร้ายของเหล่ายอดฝีมือในระดับเดียวกันเกินกว่าจะคาดเดาไว้ได้

 

หลังจากที่จัดการปีศาจโลหิตไปแล้วสิบกว่าตัว ร่างของเยี่ยจงก็ค่อยลงสู่พื้นท่ามกลางเหล่าศพของปีศาจโลหิตที่อยู่บนพื้นดิน หรี่ตามองตรวจสอบไปมา

 

หลังจากนั้น เยี่ยจงก็เงยหน้าขึ้น นัยน์ตาปกคลุมไปด้วยความประหลาดใจ

 

เยี่ยจงคาดเดาได้ไม่ผิด ปีศาจโลหิตเหล่านี้ได้ถูกคนใช้พลังฝีมือในการดึงสติสัมปชัญญะออกไป พลังฝีมือระดับนี้แน่นอนว่าต้องมิใช่ยอดฝีมือในระดับปกติธรรมดาถึงจะทำได้ หรือต่อให้เป็นผู้ที่อยู่ในขั้นก่อฟ้าระดับปราณวิญญาณ ระดับครอบจักรวาล ของขอบเขตขั้นก่อฟ้า จึงจะสามารถที่จะสามารถกระทำเช่นนี้ได้

 

เบื้องหลังของรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาถึงกับมีการปรากฏตัวของยอดฝีมือระดับเซียน ในข้อนี้ได้ทำให้นัยน์ตาของเยี่ยจงทอประกายหนักแน่นขึ้นมา

 

ต้องทราบว่า ท่ามกลางรัฐต้าโจวหวังเฉา คาดว่ายอดฝีมือที่สามารถสามารถเข้าสู่ขั้นปราณวิญญาณนั้นคงถือได้ว่าคงจัดได้อยู่ในระดับสูงสุดแล้ว  และยอดฝึกฝีมือระดับเซียนผู้นี้ คงยากที่จะคาดเดา กับรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาและรัฐต้าโจวหวังเฉาเช่นนี้ที่มีพลังฝีมือโดยรวมไม่เหมือนกัน เป็นไปได้อย่างไรที่จะมียอดฝีมือเช่นนี้อยู่เบื้องหลัง

 

หลังจากที่ใคร่ครวญแล้ว เยี่ยจงก็กลับถูกกดดันอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ไม่ว่ารัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาจะมีเบื้องหลังมากน้อยเช่นไร แต่ว่าอย่างน้อยก็มีบางอย่างที่แน่นอน นั้นก็คือ เป็นไปไม่ได้ที่ยอดฝีมือระดับเซียนจะเป็นผู้ควบคุมบงการกลุ่มปีศาจโลหิตที่ไร้สัมปชัญญะเหล่านี้กับการที่พวกเจ้าพวกนี้เป็นดั่งมดแมลงเพียงตัวหนึ่ง

 

“ ข้าก็ต้องการจะดู เสวี่ยซินผู้นั้นที่แท้สั่งให้คนเยี่ยงไรมาไล่ล่าสังหารคนเช่นข้ากัน “

 

หลังจากที่ยิ้มอย่างเย็นเยียบคำหนึ่งร่างของเยี่ยจงก็พุ่งออกไปในทันทีราวกับลูกศร มุ่งสู่ทะเลทรายสุดลูกหูลูกตาออกมา

 

เส้นทางสายนี้ เยี่ยจงก็ได้พบเจอปีศาจโลหิตอยู่ไม่น้อย ทว่าปีศาจโลหิตเหล่านี้ที่ถือว่ามีความแข็งแกร่งที่สุดของ ก็ไม่อาจที่จะเกินไปกว่าขั้นก่อเกิดขั้นที่สี่เพียงเท่านั้น เหล่าปีศาจโลหิตที่มีแต่พลังและความเร็วเมื่อได้เจอกับเยี่ยจง ก็แทบจะไม่ส่งผลคุกคามอันใดต่อเยี่ยจงเลย ดังนั้นในระหว่างที่เยี่ยจงลงมืออย่างไร้ความปราณี ตลอดเส้นทาง อย่างน้อยๆก็มีปีศาจโลหิตที่ตายตกด้วยน้ำมือของเขารวมใกล้หลักร้อยตนเลยที่เดียว   

 

ในช่วงที่เยี่ยจงได้เข้าไปท่ามกลางส่วนลึกของพายุทราย ดูเหมือนว่าบริเวณทางด้านหลังจะตรวจสอบพบการมีอยู่ของปีศาจโลหิตเหล่านี้ ทันทีที่เยี่ยจงเริ่มที่จะตรวจพบ กลิ่นคาวเลือดก็เริ่มที่จะส่งกลิ่นรุนแรงขึ้นโดยรอบของเขาเข้าไป

 

บนตัวของกระบี่คงหมิงในมือของเยี่ยจง ก็ได้เริ่มที่จะปกคลุมด้วยพลังกระบี่ตราประทับ ประกายความเร็วของกระบี่ก็เร็วขึ้นมา หลังจากที่ได้ผ่าครึ่งปีศาจโลหิตตัวที่หนึ่งร้อยห้าสิบเจ็ด ร่างกายของเยี่ยจงก็หยุดลง ก็ได้ร่อนลงในแหล่งน้ำท่ามกลางพายุทราบแห่งหนึ่ง

 

“ ซูม “

 

ร่างของเยี่ยจงได้เหยียบลงบนตนหญ้าสีเขียวขจี และหลังจากที่เขาเงยหน้าขึ้น ก็ได้เหม่อมองไปทางด้านแอ่งน้ำขนาดเล็กแห่งหนึ่งทางด้านหน้า ขณะนี้ บริเวณริมแอ่งน้ำก็ได้มีชายชุดโลหิตนั่งอยู่อย่างเงียบเชียบ ดวงตาอันดำทมิฬของเขา ในส่วนลึกของรูม่านตาก็ได้ปรากฏโลหิตสายหนึ่งออกมา และตอนนี้ทั้งใบหน้าของเขาก็ได้จ้องเขม็งทางด้านของเยี่ยจงที่อยู่ด้านหน้า

 

“ ไม่ใช่ปีศาจโลหิต …… “

 

เยี่ยจงเหม่อมองไปยังคนที่สวมชุดโลหิตนี้ แล้วก็ค่อยๆที่จะขมวดคิ้ว คนผู้นี้แม้จะมีกลิ่นไอโลหิตอย่างเข้มข้น แต่ว่า เขาก็มิใช่ปีศาจโลหิต สมควรเป็นฝึกปรือวิชาลมปราณที่มีความเกี่ยวข้องกับปีศาจโลหิตชนิดหนึ่งมากกว่า จึงทำให้บนร่างกายของเขามีไอโลหิตที่เข้มข้นจนถึงในระดับนี้ได้

 

“ มีความสามารถไม่เลว ถึงกับสามารถปรากฏตัวมาเช่นนี้ ไม่แปลกใจเลยว่านายน้อยบ้านข้าถึงต้องการให้เจ้าตาย “

 

ชายชุดโลหิตจ้องเขม็งเย็นเยียบไปทางเยี่ยจง นัยน์ตาได้มีความกลัวและรังสีสังหารทอประกายออกมาพร้อมกัน ทันใดนั้นเอง ก็พบว่าแขนเสื้อของเขาสั่นไหวคราหนึ่ง ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องจากสายลมดังออกเป็นสาย ดาบสีโลหิตสายลมสายหนึ่งก็ได้มุ่งหน้าหมุนวนไปทางด้านบริเวณที่เยี่ยจงอยู่เข้าไป

 

“ พลังขั้นก่อเกิดขั้นที่หก ? “

 

เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังจากการเผชิญหน้าของการโจมตีนี้ เยี่ยจงก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย คนผู้นี้สมควรที่จะเป็นลูกน้องที่มีฝีมือของเสวี่ยซิน แต่ว่าพลังของเขา ได้เกินกว่าความคาดหมายของเยี่ยจงไปแล้ว

 

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีที่มิอาจถอยหลังได้แม้เพียงครึ่งก้าว เขาก็ได้ครอบคลุมกระบี่ตราประทับชั้นที่ห้าเพิ่มเข้าไปในทันที จากนั้นเขาก็ใช้ออกด้วยพลังหมัด พลังกระบี่ตราประทับและดาบโลหิตสายลมได้เข้าปะทะกันอย่างดุเดือด

 

“ ตูม “

 

พื้นดินรอบด้านสั่นสะเทือนขึ้นคราหนึ่ง เม็ดทรายบนพื้นดินได้เปลี่ยนเป็นราวกับมังกรทะยานขึ้นสู่ฟ้า และดาบโลหิตสายลมก็ถูกพลังหมัดของเยี่ยจงปะทะจนประทุขึ้นคราหนึ่ง

 

“ ตายซะ “

 

ชายชุดโลหิตใบหน้าเย็นเยียบ เขาพลิกฝ่ามือขึ้นชี้ไปทางบริเวณที่เยี่ยจงอยู่อย่างเบาๆ ทันใดนั้นจู่ๆก็พบกับไอโลหิตจำนวนมากสายหนึ่งพุ่งพวยออกมาดังเงามังกร จากนั้นก็มุ่งตรงโจมตีเข้าหาบริเวณที่เยี่ยจงอยู่เสียงดังสนั่น

 

“ เพล้งเพล้งเพล้ง “

 

ร่างกายของเยี่ยจงไม่ขยับ บริเวณหมัดได้ทอประกายแสงอันมืดมนของวิชากระบี่ตราประทับสว่างออกมา และจากนั้นก็ได้ใช้พลังหมัดหลายสายเข้าปะทะออกไป ทุกคราที่พลังหมัดฟาดลง

 

“ นับได้ว่าแข็งแกร่งมาก “ ชายชุดโลหิตเมื่อเห็นฉากเบื้องหน้า นัยน์ตาก็เริ่มปกคลุมไปด้วยความประหลาดใจ แต่ว่าเขาก็ไม่กล่าวอันใดมากความ เพียงแต่เปลี่ยนสัญลักษณ์ของสองมือ บริเวณทางด้านหลัง ทันใดนั้นก็พบกับค้างคาวขนาดราวๆสามเมตรตัวหนึ่งปรากฏขึ้นมา และไอทางด้านหลังสั่นเทาคราหนึ่ง ก็ออกไปในทันที

 

“ เงาร่างปีศาจโลหิต “

 

ในตอนที่เขาขยับเคลื่อนไหว ทันใดนั้นร่างกายก็ได้เปลี่ยนเป็นหลายสาย ในเวลาเดียวกันก็ไปทางด้านบริเวณที่เยี่ยจงอยู่เข้าไป ฝีมือระดับนี้ ต่อให้เป็นเยี่ยจงในเวลานี้ก็ใช่ว่าจะสามารถหาวิธีแยกจริงออกจากร่างเงาหลายสายนี้ได้ “

 

“ ถึงแม้จะไม่ใช่ตระกูลของปีศาจโลหิต แต่ว่าวิชายุทธ์ที่ฝึกปรือมาทั้งหมดก็เป็นพลังฝีมือของเผ่าปีศาจโลหิต รัฐเสวี่ยหยวนหวังนี้มีความน่าสงสัย “

 

นัยน์ตาของเยี่ยจงตะลึงขึ้นคราหนึ่ง ทันใดนั้น สองมือของเขาก็ตบออกคราหนึ่ง ก็ปรากฏกระบี่ตราประทับชั้นที่หกขึ้นมา เขาได้เคลื่อนไหวในเวลาเดียวกับที่เงาโลหิตหลายสายพุ่งปะทะเข้ามา

 

“ เปรี้ยง “

 

เสียงร้องทุ่มต่ำดังออกมาไม่ขาดสาย เงาโลหิตหลายสายได้หายสาบสูญไปในเวลาเดียวกัน หลงเหลือไว้เพียงเส้นสุดท้าย ในขณะนั้น กระบี่คงหมิงในมือเยี่ยจง ก็สว่างวาบขึ้นสู่ท้องฟ้ากวาดออกไปในทันที

 

“ ศาสตราวุธระดับสูง ? “

 

ชายชุดโลหิตเหม่อมองไปที่เสียงร้องของกระบี่ที่สาดประกาย ใบหน้าได้เปลี่ยนเป็นปั้นยากอย่างที่สุดขึ้นมาทันที เห็นได้ชัดว่าเขาก็เข้าใจ ถึงความร้ายกาจของสมบัติที่อยู่ในระดับของศาสตราวุธระดับสูง ทันใดนั้น เขาก็พลิกฝ่ามือออกมาซ้อนกัน ไอโลหิตที่ออกมาจากพื้นดินได้เข้ามารวมตัวกันในทันที ท้ายที่สุดก็กลายเป็นหอกโลหิตขนาดใหญ่ดาบหนึ่ง ร่วงหล่นลงสู่ใจกลางฝ่ามือของเขา

 

หอกโลหิตสั่นเบาๆ และจากนั้นก็ได้ส่งเสียงร้องออกเข้าปะทะกับรังสีกระบี่ขนาดใหญ่เข้าด้วยกัน

 

“ เปรี้ยง “

 

เสียงทุ่มต่ำดังลอดออกมา เงากระบี่และหอกโลหิตได้แยกออกจากกันในเวลาเดียวกัน

 

“ เชอะ “

 

นัยน์ตาชายชุดโลหิตทอประกายเย็นเยียบ ร่างกายของเขาค่อยๆขยับคราหนึ่ง มุมปากก็ได้ปรากฏโลหิตไหลรินออกมา เห็นได้ชัดว่าการปะทะกันเมื่อสักครู่ เขาคงต้องสูญเสียไปไม่น้อย

 

นัยน์ตาของเยี่ยจงได้ค่อยๆจ้องเขม็ง เมื่อครู่แน่นอนว่าเขามิได้ลงมือออมไว้ไมตรีแต่อย่างไร แต่ว่าคิดไม่ถึงว่าชายชุดโลหิตผู้นี้ถึงกับสามารถต้านทานกระบี่นี้ของตนเองได้ ?

 

ยอดฝีมือของรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉานี้ ช่างไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง ชายชุดโลหิตด้านหน้านี้ ภายในลัทธิแห่งดวงดาว นอกเสียจากศิษย์สายในลงมือ ยังถือได้ว่ามีน้อยคนนักที่จะสามารถเป็นคู่มือของเขาได้ ต่อให้เป็นศิษย์สายในก็ตาม สามารถที่จะล้มได้ เกรงว่าจะมีเพียงไม่กี่คน

 

“ เจ้าไม่เลวเลย ถึงกับสามารถทำให้โลหิตสี่ของค่าบาดเจ็บได้ แต่ว่าทางสวรรค์มีเจ้าไม่เดิน นรกไร้ประตูกลับต้องการที่จะเข้าไป ถึงแม้เป็นเช่นนั้น พอดีข้ายังขาดผู้รับใช้โลหิตอีกชิ้นหนึ่ง ในตำแหน่งนี้ข้าจะถือว่ายกให้เจ้าก็แล้วกัน “ ชายชุดโลหิตที่เรียกขานตนเองว่าเสวี่ยซือเงยหน้าขึ้นช้าๆ ใบหน้าอันขาวผ่องอย่างเหลือเชื่อของเขาตอนนี้เห็นได้ชัดว่าดุร้ายอย่างไร้ที่เปรียบ      

 

เยี่ยจงค่อยๆขมวดคิ้ว ทันใดนั้น กำลังภายในวิชากระบี่หกสุสานก็ได้ไหลเวียนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าถ้าต้องการที่จะจัดการกับปัญญาด้านหน้านี้ ถ้าไม่ใช้ออกด้วยพลังที่แท้จริง จงจะยากที่สามารถทำได้  

.

.

.

.

 

 

  




NEKOPOST.NET