เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 83 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.83 - ประลองกับฝูหยาง


ตอนที่ 083 ประลองกับฝูหยาง

 

 

“ เพล้ง เพล้ง เพล้ง “

 

ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนหลายสายที่จ้องมองมา ประกายเงากระบี่ก็บินปะทะเข้าหากัน เสียงดังของเหล็กอันคมกล้าดังอึงอวนออกมา ประกายของไฟสาดส่องออกมา ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่กระบวนท่าในก้าวแรกในการตัดสิน แต่ภายในสิบกระบวนท่าตามตกลงกันไว้ด้วยการตัดแขน ทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่หมายที่จะทดสอบแต่อย่างไร เมื่อลงมือลงไปคราหนึ่ง ก็ใช้พลังทั้งหมดออกไป

 

“ ตูม “

 

หลังจากที่กระบี่อันเร้าร้อนของเยี่ยจงได้พุ่งเข้าหาฝูหยาง กระบี่คงหมิงในมือ ประกายกระบี่ก็ได้เกาะกลุ่มรวมตัวกันอีกครา ในช่วงที่ประกายกระบี่สาดส่องออกมา ประกายกระบี่ก็ได้สาดออกราวกับสายรุ่ง เขากุมกระบี่ไว้ทั้งสองมือ แล้วใช้พลังทั้งหมดลงไป

 

“ ศาสตราวุธระดับสูงงั้นหรือ ? “

 

ฝูหยางก็มองออกในส่วนนี้ ต่อมาก็ตกใจ นัยน์ตาที่ทอประกายก็เริ่มที่จะแข็งตัว เขาคาดไม่ถึงว่า ในมือเยี่ยจงถึงกับมีศาสตราวุธระดับสูง ควรทราบว่า ศาสตราวุธระดับสูงทั้งหมดทั้งมวลนั้นถือได้ว่ายากที่จะครอบครอง ต่อให้อยู่ในลัทธิแห่งดวงดาว ก็มีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น อีกทั้งยังมิได้ตกอยู่ในมือของผู้แข็งแกร่งสาขาในอันใด แต่ก็คิดไม่ถึง เยี่ยจงที่ดูอ่อนแอถึงกลับมีศาสตราวุธระดับสูงมาไว้ในมือ ? เขามีคุณสมบัติอะไร ?

 

ในช่วงวินาทีนี้ ร่างกายของฝูหยางก็ได้กระเด็นถอยออกไปในทันที หอกยาวสีเงินในมือได้สาดประกายเงาหลายสายออกมา

 

“ คลื่นหอกซ้อนทับ “

 

เงาหอกเปลี่ยนเป็นคลื่นเงา ราวกับการซ้อนทับของใบไม้ที่ร่วงหล่นนับหมื่นพันก็มิปาน หอกของฝูหยางนี้ได้ถูกใช้ออกด้วยพลังอันแข็งแกร่งเข้าปะทะไปทางด้านหน้า เข้าปะทะกันอย่างดุดันกับกระบี่นี้ของเยี่ยจงอย่างดุดัน

 

“ เช่ง “

 

เสียงใสอย่างขีดสุดดังขึ้นมาในตอนนี้ดังกระจายไปทั่ว กระบี่นี้ของเยี่ยจงได้ปัดกระบวนท่านี้ของฝูหยางออกไป วินาทีนั้น พลังที่แฝงไว้ด้วยความรุนแรงกลุ่มหนึ่งได้ตัดผ่านอากาศออกไป บนพื้นสนามด้านล่าง บริเวณที่ทั้งสองคนกำลังใช้กระบวนท่าเข้าปะทะกัน พลังที่ถูกใช้ออกมาเป็นสายสายราวกับใยแมงมุมได้แผ่กระจายไปทั่ว ทำให้ผู้ที่มองดูต้องตกตะลึง

 

ในฉากนี้ ทำให้สีหน้าของบุคคลเช่นซูหยี่แต่ละคนก็ยังต้องค่อยๆเปลี่ยนไป ฝูหยางที่เป็นถึงศิษย์ที่มีค่าของลัทธิแห่งดวงดาว ฝีมือเช่นนี้ มิใช่จะเอามาเปรียบได้กับหลอหลงหลี่ฝานก่อนหน้านี้ได้เลย

 

“ ถึงแม้เจ้าจะมีศาสตราวุธระดับสูงอยู่ในมือ แต่ว่า แล้วเจ้าจะทำอันใดได้ ? เมื่อถึงเวลาที่เจ้าพ่ายแพ้ ยังไงเจ้าก็ยังต้องพ่ายแพ้ วันนี้เจ้าดูรดูว่าข้าจะเอาแขนของเจ้าข้างหนึ่งมาเช่นไรละกัน “ ใบหน้าของฝูหยางปกคลุมไปด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ไหล่แขนขยับคราหนึ่ง บนหอกยาวสีเงินในมือก็ได้ปรากฏเงาบางอย่างขึ้น แล้วก็พบกับการรวมตัวของเงาหอกนับพันสายรวมเข้าด้วยกัน พลังที่แทบจะกดพสุธาได้พุ่งเขาหาบริเวณที่เยี่ยจงอยู่ดังหวือๆออกมา พลังอำนาจเช่นนี้ ยังน่าหวาดเกรงยิ่งไปกว่ากระบวนท่าเมื่อครู่นับหลายเท่า

 

เมื่อเผชิญหน้ากับเงาหอกเบื้องหน้านี้ บนใบหน้าของเยี่ยจงก็ได้ปกคลุมไปด้วยความเยียบเย็น รอบประทับบนฝ่ามือของเขาก็ได้ค่อยๆเปลี่ยนแปลง กระบี่ตราประทับสายหนึ่งได้เริ่มที่จะซ้อนทับขึ้นเป็นชั้นขึ้นมาบนตัวของกระบี่

 

จากการฝึกปรือมาเนิ้นนาน เยี่ยจงก็ได้ทำความเข้าใจและค้นพบกับวิธีใช้กระบี่ตราประทับในรูปแบบใหม่ กระบี่ตราประทับถึงแม้จะเป็นเพียงทักษะยุทธ์ระดับล่าง แต่มันกลับทั้งสามารถโจมตีสามารถป้องกัน พลังการโจมตีเป็นที่ตกตะลึงของผู้คน

 

กระบี่ตราประทับถูกซ้อนทับขึ้นมาเป็นสาย บนตัวกระบี่คงหมิงในมือของเยี่ยจง ประกายกระบี่ได้ครอบคลุมไปทั่วทั้งนภา ในฉากนี้ พลังความแข็งแกร่งก็มิได้ด้อยไปกว่าของฝูหยางเลย

 

“ ฝีมือของเยี่ยจงผู้นี้ ไม่นับว่าอ่อนแอเลย “

 

มีคนไม่น้อยที่ทราบความร้ายกาจก็หรี่ตาจ้องมองไปที่กระบี่ของเยี่ยจงตอนนี้ที่กำลังกระบี่ตราประทับซ้อนทับกันอยู่ สีหน้าได้แปรเปลี่ยนขึ้นมาทันที ความแข็งแกร่งของเยี่ยจงนี้ มากมายเกินกว่าที่คาดคิดเอาไว้มาก

 

“ ซวบ “

 

ตราประทับกระบี่ถึงห้าชั้นได้แข็งตัวขึ้น ทันใดนั้นกระบี่ยาวในมือเยี่ยจงราวกับเป็นเข็มที่แขวนอยู่กลางมหาสมุทรก็มิปาน ใช้ออกไปด้วยความรวดเร็ว กระบี่นับหมื่นพันในตอนนี้ได้รวมตัวกันจนกลายเป็นดาบเล่มหนึ่ง พุ่งเขาไปยังบริเวณทางด้านหน้าที่มีเงาหอกอยู่แล้วเข้าปะทะจนเกิดเสียงปะทุออกมา

 

บริเวณบนพื้นสนาม เยี่ยจงได้กวาดกระบี่ออก วินาทีนั้นก็ราวกับกระจายความบ้าคลั่งออกมาเป็นสายๆออกไป

 

“ เพล้ง เพล้ง เพล้ง “

 

กับวิทยายุทธ์ในสายตาเช่นนี้ การโจมตีสองสายได้เข้าพัวพันกันอย่างบ้าคลั่ง เห็นได้ชัดมากว่า หลังจากที่เยี่ยจงได้ใช้กระบี่ตราประทับไปแล้ว การโจมตีมีความรุนแรงถึงระดับใดนั้น ก็ได้เกินกว่าที่ผู้คนโดยทั่วไปจะคาดเดาได้แล้ว

 

“ ตูมตาม “

 

หลังจากที่เข้าปะทะไปแล้ว เงาหอกพันชั่งนับไม่ถ้วนก็ทำให้หายไป และเงาหอกก็ได้ถูกทำลายลง ร่างกายของฝูหยางก็ได้ค่อยๆสั่นเทาขึ้น ร่างกายได้เซถอยไปทางด้านหลังจนล้มคุกเข่าลง ใบหน้าในตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นปั้นยากไร้ที่เปรียบ ความจริงแล้วเขาแทบจะไม่ได้เห็นเยี่ยจงอยู่ในสายตาเลย แต่กลับคิดไม่ถึงว่า เยี่ยจงเพียงแค่คนเดียวจะมีความร้ายกาจได้ถึงระดับเช่นนี้

 

ทันใดนั้น ฝูหยางก็ได้ค่อยๆสูดลมหายใจเข้าคำหนึ่ง กุมหอกยาวสีเงินในมือด้วยสองมืออย่างแน่นหนา ใบหน้าในตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นขาวซีดไร้ที่เปรียบ

 

“ ก๊ง ก๊ง ก๊ง “

 

ในช่วงเวลาที่ใบหน้าของฝูหยางเปลี่ยนแปลงไป หอกยาวสีเงินในมือของเขาก็ได้เริ่มที่จะสั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง เงาหอกอันบ้าคลั่งได้รวมตัวกันขึ้นมา จนท้ายที่สุดก็เปลี่ยนเป็นราวกับดอกบัวสีทองดอกหนึ่งวนเวียนอยู่รอบตัวของเขา

 

“ นี้มัน ...... “

 

“ แม้แต่กระบวนท่านี้ก็ยัง ....... “

 

ศิษย์ลัทธิแห่งดวงดาวทั่วสี่ทิศที่เห็นฉากเบื้องหน้านี้ สีหน้าต่างก็ค่อยๆเปลี่ยนไป เห็นได้ชัดว่าพวกเขามองออกว่าทักษะยุทธ์ที่ฝูหยางใช้ออกมานี้อยู่ในระดับใด

 

บริเวณทั่วทั้งสี่ทิศแปดด้านก็ได้ปรากฏเสียงดังขึ้นจอแจในเวลาเดียวกัน ฝูหยางได้เงยหน้าขึ้นมา ใช้ช่วงเวลาที่จ้องมองไปยังร่างของเยี่ยจงอย่างดุร้าย นัยน์ตาก็ได้ปรากฏบรรยากาศที่ยากจะกล่าวออกมาได้พัดขึ้นมา ในขณะนั้นเอง หอกยาวในมือก็สั่นขึ้นคราหนึ่ง เงาหอกสีทองก็ได้เปลี่ยนเป็นราวกับดอกบัวสีทองสายหนึ่ง พุ่งกดดันเข้าหาบริเวณที่เยี่ยจงอยู่

 

“ หอกดอกบัวทองคำกรีดสายลม “

 

การโจมตีของเงาหอกสีทองนี้ ได้หมุนวนขึ้นมาในทันที วินาทีนั้น ความร้ายกาจสายหนึ่งก็ได้เคลื่อนไหววนเวียนออกมาจนถึงขีดสุด

 

กระบวนท่านี้ของฝูหยาง  ได้รวมเข้ากับเงาหอกได้อย่างไร้ที่ติ อาจจะมีเพียงแค่เยี่ยจงเท่านั้นที่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจความน่ากลัวของการปลดปล่อยกระบวนท่านี้ได้

 

“ ทักษะยุทธ์ระดับกลาง ? อีกทั้งยังเป็นศิษย์ทรงคุณค่าของลัทธิแห่งดวงดาว “

 

เยี่ยจงเหม่อมองไปทางด้านบัวทองคำที่กำลังกรีดร้องอยู่ นัยน์ตาปกคลุมไปด้วยความหนักแน่น ทว่าเขาก็มิได้ตัดสินใจที่จะถอยหนีแต่อย่างไร และจากนั้นสัญญาลักษณ์ของมือซ้ายก็ได้ค่อยๆเปลี่ยนไป บนตัวกระบี่คงหมิง วิชากระบี่ตราประทับก็ได้เริ่มที่จะค่อยๆปกคลุมเข้าสู่ชั้นที่หกแล้ว

 

“ เยี่ยจง วันนี้ข้าจะเก็บแขนข้างนี้ของเจ้าแล้วนะ “

 

ดวงตาทั้งคู่ของฝูหยางเย็นเยียบขึ้น ในสายตาของเขาตอนนี้ เยี่ยจงก็เหมือนคนที่ตายไปแล้วคนหนึ่ง เขาก็ร้องเฮ้อออกมาคำหนึ่ง หอกเงินในมือก็ได้แทงออกไป ดอกบัวสีทองนั้นก็ได้ส่งเสียงที่แฝงไว้ด้วยความกดดันออกมาจนผู้คนตกตะลึง

 

“ ตัง “

 

และในเวลาเดียวกัน บนตัวกระบี่ของของเยี่ยจงก็ได้ปกคลุมเข้าสู่ชั้นที่หกของกระบี่ตราประทับแล้ว วินาทีนั้น บนตัวกระบี่คงหมิงก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร้ที่เปรียบ เยี่ยจงขยับแขนขวาวูบหนึ่ง เงากระบี่ที่เลื่อนที่ดาวกับดาวตกมีความยาวราวนับสิบจังได้คลื่อนไหวไป ราวกับกระแสไฟวูบวาบบนท้องฟ้า เข้ากระแทกอย่างหนักหน่วงเข้ากับดอกบัวสีทอง

 

“ ตัง “

 

เสียงดังสดใสเข้าใบหูได้ส่งแพร่กระจายออกไปในตอนนี้ ในช่วงที่เร่งรีบ พลังอันมหาศาลก็ได้ปะทุออกไปสายหนึ่งแผ่กระจายออกไปปะทุขึ้นสู่บนกลางอากาศอย่างรุนแรง

 

ท่ามกลางการไหลเวียนของพลังอันมหาศาล ศิษย์ลัทธิแห่งดวงดาวทั่วสี่ทิศแต่ละคนก็ได้ถอยออกไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว สีหน้าปกคลุมไปด้วยความยากที่จะเชื่อในสิ่งที่เห็น

 

ต้องทราบว่า ยอดฝีมือที่มีพลังอยู่ในขั้นก่อเกิดทั้งเก้า ยังไม่อาจที่จะฝึกปรือถึงขั้นการแผ่ลมปราณออกมาได้ ต่อให้เป็นการใช้ทักษะยุทธ์ในการกระตุ้น ก็ไม่สมควรที่จะมีพลังเสียงที่ออกมาเช่นได้จึงจะถูกต้อง เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เยี่ยจงและฝูหยางทั้งสองคนได้หยิบยืมใช้พลังของศาสตราวุธในมือออกมา จึงจะสามารถใช้ทักษะยุทธ์ได้รุนแรงได้จนถึงขั้นที่น่าตกใจเช่นนี้ได้ ฉากเบื้องหน้านี้ราวกับสามารถที่จะพลิกผืนฟ้าแผ่นดินได้เลย

 

จะมีใครที่คาดเดาได้ ว่าเยี่ยจงจะสามารถที่จะต่อกรกับศิษย์สาขาในที่มีชื่อเสียงอยู่ในระดับปานกลางอย่างฝูหยางได้จนถึงขั้นนี้กัน

 

ท่ามกลางการตกตะลึงอันมากมายของผู้คน ต่างก็ต้องกรอกตาในเวลาเดียวกัน นัยน์ตาของพวกเขากระพริบตาแล้วกระพริบตาอีกจ้องมองไปยังบริเวณที่เกิดการปะทะ ต้องทราบว่า ทักษะยุทธ์ของฝูหยางนี้คงต้องเป็นทักษะยุทธ์ที่เป็นหนึ่งในทักษะยุทธ์ในจำนวนลัดนิ้วมือที่อยู่ในตำหนักทักษะยุทธ์ชั้นสาม พลังฝีมือของฝูหยางที่ถูกใช้ออกมาในครั้งนี้ แม้แต่ตัวเขาก็ก็ยากที่จะเชื่อ แต่ว่า เยี่ยจงผู้นี้ก็มิได้อ่อนแอ เขาได้อัดพลังวิญญาณลงบนตัวของกระบี่ เพียงแต่ว่าไม่อาจจะทราบได้ว่าจะสามารถต้านทานการโจมตีของฝูหยางได้หรือไม่

 

หากมิอาจที่จะต้านทานได้แล้วละก็ อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องถึงสิบกระบวนท่า ก็คงจะได้รู้ผลแพ้ชนะกันแล้ว

 

“ ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง “

 

บริเวณที่เป็นจุดศูนย์รวมของสายตานับไม่ถ้วน ประกายกระบี่ทั่วท้องฟ้าประจวบกับร่วงหล่นลงสู่บริเวณใจกลางของดอกบัวสีทองนี้ พลังทั้งสองสายได้เข้าพัวพันกันจนเกิดบรรยากาศยากที่จะกล่าวออกมา ในตอนนี้เป็นดั่งการปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง

 

“ ที่แท้ผู้ใดที่ชนะกัน ? “

 

“ วิชายุทธ์ที่เยี่ยจงฝึกปรือมาที่แท้คืออะไรกัน ? ถึงกับสามารถที่จะต้านทานวิชายุทธ์จินเหลียนเรี่ยฟ้งของฝูหยางได้ ? “

 

“ ศิษย์พี่ซูหยี่ ........ “ ตอนนี้ ไม่เพียงแต่แค่ศิษย์ของลัทธิแห่งดวงดาวต่างๆ แม้แต่เฮ่อฟงก็ยังอดมิได้ที่จะต้องมองซูหยี่คราหนึ่ง สามารถกล่าวได้ว่าซูหยี่เป็นผู้ที่เข้าใจเยี่ยจงผู้หนึ่งเลย บุคคลเช่นเฮ่อฟงไม่ต้องการที่จะพบเห็น เพื่อนในกลุ่มที่หลิงเยวี่ยเสาะหามา กลับกลายเป็นว่าต้องมาทิ้งชื่อเสียงพ่ายแพ้ให้แก่น้ำมือฝูหยางที่โผล่มาจากที่ใดก็ไม่ทราบ ดังนั้น พวกเขาจึงต้องการที่จะได้รับคำตอบจากซูหยี่

 

“ วางใจเถอะ แม้แต่ข้าก็ใช่ว่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขา แน่นอนว่าเขายากที่จะต่อกร พวกเราต้องรู้ไว้ว่า ก่อนหน้านี้บุคคลเช่นคุณชายคงหู่ ม่อฝานหลงต่างก็ต้องพลาดท่าภายใต้ในมือของเขาอย่างใหญ่หลวง และแม้แต่ชีวิตของม่อฝานหลงก็ยังต้องทิ้งเลย “ ซูหยี่ตอบเสียงดัง

 

หลังจากเงียบงัน เฮ่อฟงสูดลมหายใจเข้าอย่างรุนแรงคำหนึ่ง แม้แต่หลู่ปิงที่มีบุคคลเย็นราวน้ำแข็งก็ยังต้องขยับนัยน์ตา สี่คุณชายใหญ่ที่มีชื่อเสียงแห่งรัฐเหรี่ยเทียนหวังเฉา แน่นอนว่าพวกเขาต้องเคยได้ยินมา ตามคำบอกว่าคุณชายคงฮู่นั้นจะไม่ได้แข็งแกร่งมากมายนัก แต่ว่าก็นับได้ว่ายากที่จะต่อกรได้ อีกทั้งชื่อเสียงอันเลี่ยงลือของม่อฝานหลง มีใครในลัทธิแห่งดวงดาวไม่เคยได้ยินมาบ้าง ? อัจฉริยะที่กล้าจะปฏิเสธคำเชิญชวนของลัทธิแห่งดวงดาวผู้นี้ แท้ที่จริงแล้วกลับต้องตายตกภายในน้ำมือของเยี่ยจงจริงหรือ ? ก่อนหน้านี้มีผู้คนไม่น้อยยังคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่นที่น่าหัวเราะอยู่เลย

 

ท่ามกลางบนท้องนภา การโจมตีทั้งสองสายเข้าปะทะอย่างบ้าคลั่ง ไม่ทราบว่าผ่านไปเนิ้นนานเท่าไร บนเงากระบี่ของเยี่ยจง จู่ๆก็ได้ปรากฏรอยแยกสายหนึ่งขึ้น

 

“ ชิ้งเช้ง ชิ่งเช้ง “

 

รอยแยกได้แผ่กระจายออกมา เงากระบี่อันใหญ่โตอยู่ๆก็ได้สลายความบ้าคลั่งลง ท้ายที่สุดบนท้องบนก็ได้ค่อยๆส่องสว่างขึ้นมาเล็กน้อย

 

“ จบแล้วงั้นหรือ ? “

 

เมื่อเหม่อมองดูฉากเบื้องหน้า มีผู้คนไม่น้อยที่ต้องสูดลมหายเข้าอย่างแรงคำหนึ่ง คนที่พึ่งเข้ามาใหม่เช่นเยี่ยจงนี้ คิดไม่ถึงท้ายที่สุดถึงกับสามารถล้มฝูหยางได้ภายใต้น้ำมือนี้ เพียงแต่ว่า แค่คนที่เข้ามาใหม่เพียงคนเดียวจะสามารถที่จะต่อกรกับฝูหยางได้จนถึงขั้นนี้ ก็นับได้ว่าไม่เลวแล้ว

 

ฝูหยางเหม่อมองไปที่การสลายพลังของเงากระบี่นี้ นัยน์ตาปกคลุมไปด้วยรอยยิ้มผืนหนึ่ง และจากนั้นหอกยาวในมือ ทันใดนั้นดอกบัวสีทองก็ได้เข้ากดดันในทันทีอีกครา

 

“ ตูม “

 

ดอกบัวสีทองได้หมุนวนไปมา เข้าไปในบริเวณที่เยี่ยจงอยู่ เพียงแต่ว่า ยังไม่ทันที่รอยยิ้มอันเย็นเยียบบนใบหน้าของฝูหยางจะหายไป รูม่านตาของเขาก็ต้องหดตัวลงในทันที

 

“ ตูม “

 

ท่ามกลางการสลายของเงากระบี่ จู่ๆก็มีเงาร่างสายหนึ่งขยับเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาใช้ออกด้วยหมัดขวา บนหมัดอันแหลมคมนี้ กระบี่ตราประทับที่ทับซ้อนกับอยู่ถึงหกชั้นก็ได้ปล่อยออกไปจนทำให้ผู้ที่เคลื่อนไหวอยู่ต้องตื่นตกใจขึ้นมา

.

.

.

.

.

 




NEKOPOST.NET