เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 74 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.74 - หลอหลง


ตอนที่ 074 หลอหลง

 

 

 

“ ผู้ใดคือเยี่ยจง ? ไสหัวออกมาให้ข้า “

 

เสียงคำรามสะเทือนฟ้าสะเทือนดินดังออกมาสายหนึ่ง ทันใดนั้นก็ได้ดังไปทั่วทั้งบริเวณของบ้านพัก ศิษย์ของลัทธิแห่งดวงดาวที่กำลังอยู่ในการฝึกปรือนับไม่ถ้วน ตอนนี้แต่ละก็ได้สะดุ้งขึ้นมาจากการฝึกปรือ หลังจากที่พวกเขากำลังงุนงง ก็ค่อยมีปฏิกิริยากลับมาทันทีทันใด เหินบินขึ้นไปยังบริเวณด้านบนของบ้านพักของตนเอง และจากนั้นก็มีผู้คนไม่น้อยได้จดจ้องไปบริเวณด้านหน้าบ้านพักที่เคยเกิดเรื่องเมื่อวันก่อน นัยน์ตาของแต่ละคนปกคลุมไปด้วยความสงสัย  

 

เป็นผู้ที่จะมาล้างแค้นตามที่คาดคิดไว้ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะมาได้เร็วถึงเพียงนี้

 

“ อือ ? “

 

เยี่ยจงที่กำลังอยู่ในการฝึกปรือพลังดัชนีเพลิงดาราคล้อยก็ได้ขมวดคิ้วขึ้นมา สัญลักษณ์มือของเขาได้ค่อยๆเปลี่ยน จากนั้นก็เผยกายออกมา เดินออกไปบริเวณหัวมุมของห้องใต้เพดาน มองออกไปด้านนอกของบ้านพัก

 

ตอนนี้ บริเวณด้านนอกบ้านพักที่เยี่ยจงฝึกปรืออยู่ ก็มีชายหนุ่มผมนาวสีเงินผู้หนึ่ง ใบหน้าดุดันจ้องมองมาทางด้านนี้ และเมื่อพบเห็นร่างที่กำลังปรากฏของเยี่ยจง นัยน์ตาของเขาก็ดุดันขึ้นกว่าเดิม และจากนั้นเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเย็นชา ก็ได้แผ่ไปทั่วทั้งสนาม

 

“ เจ้าก็คือเยี่ยจงผู้นั้นใช่หรือไม่ ? เยี่ยมมาก ในช่วงเวลาที่ข้าไม่อยู่ ได้ลงมือกับพี่น้องของข้า เจ้าเยี่ยมมาก “

 

เยี่ยจงมองดูไปที่บนร่างของคนผู้นั้น ทันใดนั้นเขาก็หรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อย ตวาดไปด้วยเสียงอันดุดันดังออกมา “ เจ้าก็อยากจะลงนรกเหมือนกันหรือ ? “

 

นายหนุ่มผมเงินเมื่อได้ยินคำพูดของเยี่ยจง วินาทีนั้นนัยน์ตาก็บีบตัวลง ท่ามกลางสายตาประกอบไปด้วยความหนาวเย็นปกคลุมออกมา “ เจ้าเด็กน้อยที่ไม่รู้จักกลัวตายผู้หนึ่งที่ดี เวลาก็มาถึงตอนนี้แล้วเจ้ายังจะแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอีกหรือ ? “

 

“ เจ้าคงไม่ใช่คนหนุนหลังของเจ้าขยะไร้ค่าหลี่ฝานหรอกนะ ? “ เยี่ยจงจ้องมองไปที่คนผู้นั้น นัยน์ตาปกคลุมไปด้วยความเย็น “ ดูเหมือน เจ้าได้เตรียมที่จะเอาสะสมวิญญาณมาแลกกับป้ายสะสมวิญญาณเหล่านั้นกระมั่ง ? หากว่าเป็นเช่นนั้นแล้วละก็ ข้าก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง “

 

“ เยี่ยจง เจ้าก็ช่างมองตัวเองสูงส่งเกินไปแล้ว อย่าคิดว่าเจ้าไปยังอารามก่อฟ้าแล้วได้รับสิ่งเล็กน้อยกลับมา ก็จะเดินรีดไถภายในลัทธิแห่งดวงดาวได้หรอกนะ วันนี้หากเจ้ามอบสะสมวิญญาณคืนมาอย่างว่าง่าย ก็ถือว่าแล้วกันไป หาไม่แล้ว ความอัปยศเมื่อวันก่อนหน้าที่เจ้าให้แก่เหล่าพี่น้องของข้า เกรงว่าเจ้ายังคงต้องคืนตามจำนวนให้แก่ข้า “ ชายหนุ่มผมเงินหัวเราะเย็นชาเอ่ยปากกล่าว  

 

“ งั้นหรือ ? “ เยี่ยจงนัยน์ตาเย็นชา “ ทว่าข้าก็เกรงว่าเจ้าจะไม่มีความสามารถเช่นนั้น “

 

“ อะไรนะ ? “ ชายหนุ่มผมเงินงุนงงขึ้นมาเล็กน้อย หลังจากนั้นเขาก็หัวเราะฮาฮาออกมา “ เด็กน้อย ดูเหมือนว่าเจ้าจะเชื่อมั่นในตัวเองมากจนเกินไปแล้ว พวกเจ้าได้ยินกันแล้วใช่ไหม ? เด็กน้อยผู้นี้ที่เป็นศิษย์สายในที่จัดอยู่ในอันดับหนึ่งร้อยแปด ยังคงคิดว่าตนเองร้ายกาจอะไรมากมาย ? ขอเดาว่าเจ้ายังคงไม่ทราบว่าข้าเป็นใครใช่หรือไม่ ? “

 

 “ เด็กน้อย วันนี้ข้าจะให้เจ้าตายอย่างกระจ่าง ข้าก็คือหลอหลง “

 

“ หลอหลง ? “ เยี่ยจงหมวดคิ้วขึ้นมา จากนั้นก็หยักไหล่ไปมา คือเขาไม่ทราบจริงๆว่าเด็กน้อยผู้นี้ที่ดูแล้วอายุไม่น้อยที่แท้แล้วเป็นใคร

 

“ เยี่ยจง เจ้าเด็กน้อยผู้นี้ เกรงว่าจะเป็นสิบสุดยอดยอดฝีมือแห่งสาขานอก หลอหลงผู้ที่จัดอยู่ในอันดับที่สี่ “ หวังโม่ตอนนี้ได้ตื่นตกใจจากการฝึกปรือแล้ว เขาได้มายังห้องใต้หลังคา ใบหน้าปั้นยากเอ่ยปากกล่าวออกมา “ อีกทั้ง ตามที่เล่ากันว่าสิบสุดยอดฝีมือสาขานอก อันดับแรกทั้งห้าคน ก็มีพลังฝีมือที่แทบจะไม่แตกต่างจากศิษย์จากสาขาในเลย เพียงแต่ว่าตามที่เล่ากันว่าที่นั่งของห้าอันดับแรก มีส่วนที่ดีอยู่ไม่น้อย ดังนั้นคนเหล่านี้ตลอดมาก็มิได้แย่งชิงการเข้าไปเป็นศิษย์สายในเลย “

 

“ ยอดฝีมืออันดับสี่ของสาขานอก หลอหลง  “

 

เยี่ยจงหลังจากที่เงียบงัน ก็พยักหน้าไปมา และจากนั้นก็หรี่ตามองดู กล่าวด้วยรอยยิ้มกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม “ ไม่ใช่เจ้าขยะไร้ค่าที่แม้แต่ศิษย์สาขาในก็ยังเป็นไม่ได้หรือไง ? หากว่ามีความสามารถจริงๆแล้วละก็ ก็คงเป็นถึงศิษย์สายในตั้งแต่แรกแล้ว ยังจะต้องมาเป็นอะไรอันดับสี่ของยอดฝีมือสายนอกของวันพรุ่งนี้ ยังคงคิดว่าตนเองฟ้าดินมิอาจทำอันใด แต่จากที่ข้าได้ดูแล้วก็มีแต่เพียงความสงสารเท่านั้น “

 

หลอหลงได้ยินคำพูดคำจาของเยี่ยจง ทันใดนั้นสีหน้าก็ได้เปลี่ยนเป็นเยือกเย็นคราหนึ่ง สีหน้าบนใบหน้าของเขา ในตอนนี้ได้เต็มไปด้วยความเย็นเยียบไร้ประมาณ เขาก็จ้องมองเยี่ยจงในลักษณะนี้ ค่อยๆกล่าว “ เยี่ยม เด็กน้อย เจ้าถือได้ว่าไม่เลวเลย ความจริงข้ายังเตรียมตัวที่จะปล่อยเจ้าไป ทว่าในเมื่อเจ้ารนหาที่ตายเอง เช่นนั้นก็อย่าได้โทษข้าเลย มีฝีมือแล้วละก็ เจ้าก็อย่าได้มุดหัวอยู่แต่ด้านในบ้านพัก ไสหัวออกมาให้ข้าซะ “

 

“ กล่าวคำพูดไร้สาระตั้งนาน ก็มิใช่เพราะว่าไม่กล้าที่จะแหกกฎของลัทธิแห่งดวงดาวหรอกหรือ ? ดูเหมือนเจ้าก็ถือได้ว่าวันข้างหน้าคงจะประสบความสำเร็จไม่น้อย ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นก็ตาม “ เยี่ยจงส่ายหัวไปมา นัยน์ตาปกคลุมไปด้วยความเยาะเย้ยออกมา “ ความจริงแล้วข้าเตรียมที่จะผ่านวันเวลาเหล่านี้ไปก่อนแล้วค่อยไปรบกวนเจ้า ทว่าในวันนี้เจ้ากลับมาหาเองถึงหน้าประตู งั้นก็ให้ข้าถามอีกคำหนึ่ง สะสมวิญญาณ เจ้าเตรียมมาพอแล้วหรือไม่ ? “

 

คำพูดที่ไม่มีความลังเลของเยี่ยจงได้ทำให้หลอหลงรู้สึกเจ็บแสบอยู่ไม่น้อย จนทำให้เขารู้สึกอดกลั่นไว้ไม่อยู่ สีหน้าทวีความดุร้ายมากขึ้นแล้วกล่าวออกมา “ เด็กน้อย เจ้าหาที่ตาย “

 

“ เจ้าแน่ใจนะว่าเจ้ามีความสามารถเช่นนี้ ? “ เยี่ยจงยิ้มออกมา และจากนั้นก็ก้าวออกไป ร่างกายมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ด้านหน้า จากนั้นเขาก็เดินออกจากบ้านพักที่ฝึกยุทธ์อยู่อย่างช้าๆ จ้องมองไปด้วยสายตาอันดุดันไปทางด้านหลอหลง “ ลงมือเถอะ ถ้าต้องการที่จะให้ข้าเสาะหาทางกลับไปให้แล้วละก็ เจ้าก็ใช้กำลังที่กินนมมาอันน้อยนิดนำเอาไป ไม่เช่นนั้นแล้วละก็ เกรงว่าถ้าเจ้าอยากจะนำความขายหน้าที่ได้ทิ้งไว้ คงจะไม่ง่ายดายเช่นนั้นแล้วละ “

 

นัยน์ตาของหลอหลงในตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นราวกับดาบคมก็มิปาน ในตอนนี้ได้จ้องมองออกไปด้วยใบหน้าอันดุดัน เยี่ยจงไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคาดคิดเอาไว้ว่าจะเป็นคนเรียบร้อยขี้อาย สีหน้าของเขาแสดงถึงความเยือกเย็นอย่างที่สุด วันที่เขาก็มาเพื่อที่จะใช้กำลังในการแก้แค้น แต่มิใช่ต้องการให้ออกมาในรูปแบบนี้  

 

ที่เขาอย่างเห็น ก็คือเยี่ยจงผู้นี้คุกเข่าลงอ้อนวอน เสียใจที่ได้ลงมือทำร้ายคนของเขาอย่างน่าสงสารเช่นนั้น

 

“นั้นก็คือสิบสุดยอดฝีมือแห่งสาขานอก หลอหลงผู้จัดอยู่ในอันดับที่สี่หรือ ? “

 

“ ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ร้ายกาจอะไรมากมายนัก ? “

 

“ จากที่ได้ยินมาว่าสิบสุดยอดฝีมือสาขานอก ของห้าอันดับแรก ในทุกปีก็จะสามารถได้รับสะสมวิญญาณอย่างมากมาย ถึงกับถ้าเทียบกับที่ศิษย์สายในได้รับยังมากกว่ามาก เมื่อเป็นดังเช่นนั้น สุดยอดฝีมือห้าอันดับแรกของสาขานอกนี้ พลังฝีมือถือได้ว่าไม่ใช่ธรรมดาแน่นอน “

 

“ ที่หลี่ฝานถึงกับมีความกล้าที่จะเดินรีดไถไปทั่วทั้งลัทธิแห่งดวงดาวแห่งนี้ ยังมิมีผู้ใดไปตามหาเรื่องกับเขา แปดส่วนก็คงเพราะความสัมพันธ์ที่มีกับหลอหลงผู้นี้ “

 

“ ทว่า เยี่ยจงผู้นี้ก็ไม่ธรรมดาสามัญ เรื่องราวของเขาพวกเจ้าในหลายวันมานี้ก็คงจะได้ยินกันมาบ้างแล้วสินะ ? ในตอนที่ซ่งเซ้าเฉิงและซร่งเทียนของสาขาในกลับมา ต่างก็เกรงกลัวเขาอยู่ไม่น้อย ตามที่เล่ามา พวกเขาได้ไปยังอารามก่อฟ้ามา ก็ได้พลาดท่าอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว “

 

“ ทว่า ที่แห่งนี้คือลัทธิแห่งดวงดาว มิใช่อารามก่อฟ้า ที่แห่งนี้ถือเป็นถิ่นของหลอหลงเลยนะ “

 

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อันวุ่นวาย หลอหลงใบหน้าเย็นเยียบแล้วกล่าว “ เด็กน้อย ในเมื่อเจ้าต้องการที่จะหาที่ตายแล้วละก็ เช่นนั้น ข้าก็จะไม่ลงมือยั่งไมตรีเอาไว้ ศิษย์สาขาใน คิดว่าตนเองดีเลิศงั้นหรือ ไร้เดียงสา “

 

ระหว่างที่เสียงพูดได้จบลง หลอหลงก็ได้ก้าวออกมาอย่างช้าๆ และจากนั้นเขาก็พบว่าบนร่างที่มีไอพลังสีขาวเข้มข้นขึ้นมาสายหนึ่ง และพลังภายในของเขาก็ได้ปกคลุมไปทั่วในตอนนี้ ราวกับความเคลื่อนไหวที่เบาบางก็มิปาน เป็นที่สับสนไร้ที่เปรียบ

 

และในช่วงเวลานี้ พลังอันน่าหวาดหวั่นอย่างขีดสุดสายหนึ่งได้ออกมาจากพลังภายในของเขาอย่างช้าๆ จนทำให้ลูกศิษย์ทั่วสี่ทิศไม่น้อยจ้องมองอย่างรวดเร็ว จนสีหน้าของแต่ละคนแปรเปลี่ยนไป

 

พลังฝีมือของหลอหลงผู้นี้ เกรงว่ายังจะแข็งแกร่งกว่าหลี่ฝานอยู่หลายขุม พลังฝีมือสมควรที่จะอยู่ในขั้นก่อเกิดขั้นที่ห้า และเข้าใกล้ขั้นก่อเกิดขั้นที่หกแล้ว สมควรยังมีอีกเพียงแค่ครึ่งก้าวเท่านั้น

 

พลังฝีมือเช่นนี้ ต่อให้เป็นซูหยี่ ซ่งเซ้าเฉิงที่เป็นศิษย์สายในเป็นต้นก็ใช่ว่าจะสามารถมีได้ ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะมีความมั่นใจในตนเองถึงเพียงนี้

 

ในช่วงเวลานี้ ผู้คนไม่น้อยที่จ้องมองมาก็อดมิได้ที่จะต้องมองไปทางด้านเยี่ยจง เพียงแต่ว่าต่อให้เป็นช่วงเวลานี้ สีหน้าของเยี่ยจงก็ยังคงเรียบเฉยไร้ที่เปรียบ

 

นอกเสียจากซูหยี่ในตอนนี้ที่ทราบได้ว่า เยี่ยจงมิใช่นิ่งเฉยแต่อย่างไร แต่ว่าพลังฝีมือในตอนนี้ เขาคงไม่เห็นอยู่ในสายตามากนัก

 

“ เด็กน้อย ตอนนี้ต่อให้เจ้าคุกเข่าลงกับพื้นอ้อนวอนขอร้อง ก็สายเกินไปแล้ว “

 

ดวงตาหลอหลงเยือกเย็นขึ้นมา กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาออกมา และจากนั้นร่างกายของเขาก็พุ่งทะลวงออกไปในทันที สองมือเปลี่ยนเป็นหมัดในทันที ให้ความรู้สึกอันน่าหวาดกลัวอย่างที่สุดจนผู้คนยังต้องตะลึงออกมา ความเร็วปานสายฟ้าพุ่งเข้าปะทะในบริเวณที่เยี่ยจงอยู่

 

เยี่ยจงเหม่อมองการโจมตีอันน่าหวาดหวั่นนี้ นัยน์ตาค่อยๆหรี่ลง ทันใดนั้นเอง มือขวาของเขาก็ชี้ออก และจากนั้นก็มีบางอย่างบินออกไปอย่างรวดเร็ว พลังดัชนีราวกับกระบี่เล่มหนึ่งก็มิปาน ร้ายกาจจนถึงขีดสุด

 

“ ตูม “

 

การโจมตีอันน่าหวาดหวั่นของทั้งสองสาย ทันใดนั้นก็ได้เข้าพุ่งชนเข้าหากันอย่างดุดัน การพุ่งชนเช่นนี้ก่อให้เกิดเสียงทุ่มต่ำดังออกมาในทันที และจากนั้นร่างของทั้งสองคนก็ถอยหลังออกไปในเวลาเดียวกัน

 

หลอหลงมองไปยังฉากเบื้องหน้า นัยน์ตาค่อยๆหรี่ตาลง

 

“ ตูม “

 

เงาร่างสายหนึ่งในตอนนี้ได้เหินทะลวงออกไปอย่างรวดเร็ว ในตอนที่ลงสู่พื้นในทันทีทันใด ก็ได้ปรากฏอยู่บริเวณด้านข้างของหลอหลงแล้ว และหลังจากที่เพิ่มระดับของกระบี่ตราประทับจนถึงขั้นที่สี่ พลังภายในที่เคลื่อนไหวก็ได้แผ่ออกมาจนทำให้ผู้คนตกใจจนถึงขีดสุด พุ่งเข้าหาบริเวณที่หลอหลงอยู่

 

กับพลังฝีมือของเยี่ยจงในช่วงเวลาตอนนี้ที่ใช้ออกด้วยเพลงกระบี่ตราประทับที่อยู่ในขั้นก่อเกิดขั้นที่ห้า หรือต่อให้ยังอยู่ในขั้นที่สี่ก็ตาม แต่ว่าระดับการเคลื่อนไหวที่ลึกล้ำเช่นนี้ได้ทำให้สีหน้าของหลอหลงได้แปรเปลี่ยนเป็นแข็งทื่อไร้ที่เปรียบในทันที

 

ทันใดนั้น เขาก็สามารถมองออกถึงพลังฝีมือของเยี่ยจงว่าอยู่ในระดับใดได้ในทันที สมควรที่จะพุ่งเริ่มเข้าสู่ขั้นก่อเกิดขั้นที่ห้าได้ไม่นานนัก อีกทั้งทักษะยุทธ์โจมตีที่เขาฝึกปรือมา พลังทำลายสมควรถือได้ว่าไม่อ่อนแอเลย

 

“ ดัชนีหอกเงินทลาย “

 

ร่างกายหลอหลงไม่ขยับเขยื้อน ในเวลาต่อมานิ้วทั้งสองบนมือขวาก็ขยับเข้าหากัน แล้วจากนั้นประกายเจิดจ้าก็อยู่ในบริเวณนิ้วมือ ทันทีที่ใช้พลังดัชนีเข้าปะทะ แสงสีเงินสายหนึ่งก็ส่องสว่างขึ้นมาทันทีท่ามกลางบนอากาศอันว่างเปล่า เข้าปะทะกับกระบี่ตราประทับอาชูร่าอันดุดันของเยี่ยจงเข้าด้วยกันอย่างรุนแรง

 

“ ต๊ง “

 

การโจมตีสองสายเข้าชนกันอย่างรุนแรงจนถึงขีดสุด วินาทีนั้น ทันทีที่ควันฝุ่นคลายออกก็จะพบเห็นการเคลื่อนไหวอันตื่นตา ทำให้สองกระบวนท่าที่ปะทะกันในตอนนี้ พื้นดินเริ่มค่อยๆปรากฏรอยแตกออกมา

 

“ ไสหัวไปให้ข้า “

 

การทำให้จนมุมเช่นนี้ ทำให้หลอหลงรู้สึกไม่สบอารมณ์ ประกายตาทอแววครุ่นคิด เลือดลมภายในกายราวจะระเบิดออกมาในทันที วินาทีนั้น พลังดัชนีก็เกิดการรวมของเงาของหอก แสงสว่างสีเงินทอเป็นประกายอีกครา จนในท้ายที่สุดพลังกระบี่ตราประทับในมือเยี่ยจงก็ถูกทำลายลง   

 

“ ซวบ “

 

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่กระบี่ตราประทับถูกทำลายลง ร่างกายเยี่ยจงก็สั่นขึ้นมาคราหนึ่ง พุ่งเข้าหาร่างของหลอหลง ท่ามกลางเสียงของพลังหมัด เงาหมัดที่ไร้ไมตรีก็ได้มุ่งเข้าไปยังทางหลอหลงจนทำให้บาดเจ็บไปทั่วทั้งร่างกาย

 

“ เพล้ง เพล้ง เพล้ง “

 

เมื่อได้เผชิญหน้ากับพลังโจมตีอันไร้ขีดจำกัดของเยี่ยจง หลอหลงผู้นั้นก็ยิ้มออกมาด้วยเสียงที่เย็นชา  ดัชนีบนมือขวาถูกใช้ออก ความรุนแรงปานสายลมของพลังดัชนีเข้าต้านพลังโจมตีของเยี่ยจง

.

.

.

.

 

 

 




NEKOPOST.NET