เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 60 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.60 - ตำหนักภารกิจ


ตอนที่ 060 ตำหนักภารกิจ

 

หลังจากที่นัยน์ตาอันงดงามมองไปทั่วทั้งตำหนักภารกิจ ซูหยราก็ยิ้มออกมาแล้วตอบด้วยเสียงเบาๆ “ ไป พวกเราไปส่งมอบภารกิจกันเถอะ หลังจากส่งมอบภารกิจเสร็จแล้ว ข้ายังมีอีกเรื่องคือต้องพาเจ้าไปพบกับผู้อาวุโสที่ตำหนักเรื่องราว “

 

เมื่อสิ้นเสียง ซูหยี่ก็ค่อยๆก้าวต่อไปอย่างต่อเนื่อง และได้นำพาเยี่ยจงมาจนถึงส่วนกลางบริเวณของตำหนักภารกิจเข้าไป

 

ในส่วนที่ตั้งจุดศูนย์กลางของตำหนักภารกิจ ได้มีโต๊ะไม้คอยรับรองอยู่  ที่โต๊ะรับรอง ยืนไว้ด้วยชายชราหลายคน  ที่ตอนนี้กำลังทำเรื่องราวส่งมอบภารกิจให้กับศิษย์ในลัทธิแห่งดวงดาวมากมาย

 

และทันใดนั้น  ตอนนี้ท่ามกลางศิษย์ของลัทธิแห่งดวงดาวจะทำภารกิจระดับล่างสำเร็จโดยส่วนมาก ระดับกลางถึงแม้จะมีคนทำสำเร็จอยู่บ้าง แต่ว่าในด้านจำนวนถือได้ว่าน้อยมาก ยิ่งไม่ต้องจุดส่งภารกิจระดับสูงเลย ที่ตอนนี้ทั้งโล่งไม่มีอันใด ไม่มีแม้แต่คนเพียงคนหนึ่ง

 

จากการนำทางของซูหยี่ เยี่ยจงก็ได้ค่อยๆก้าวไปบริเวณทางด้านที่ส่งภารกิจระดับสูงอย่างช้าๆ วินาทีนั้นที่เดินเข้าสู่ตำหนักภารกิจก็ได้ตกเป็นเป้าสายตาและดึงดูดผู้คนมากมายนับไม่ถ้วน

 

“ เฮ้ย ? คนผู้นั้นมิใช่ศิษย์สายในศิษย์พี่หญิงซูหยี่หรอกหรือ ? ได้ยินมาว่าศิษย์พี่หญิงซูหยี่ครานี้ได้ออกไปปฏิบัติภารกิจระดับกลางถึงสองอย่าง คิดไม่ถึงว่าจะกลับมาได้เร็วถึงเพียงนี้ ? “

 

“ แต่ว่าเพราะเหตุใดกันศิษย์พี่หญิงซูหยี่ถึงได้มุ่งหน้าตรงไปยังเขตของภารกิจระดับสูงกัน ? หรือว่าก่อนหน้านี้นางก็รับภารกิจระดับสูงไปด้วย ? “

 

“ รับภารกิจไม่ถือได้ว่าเป็นอันใด ศิษย์สายในของพวกเรามีคนมากมายที่รับภารกิจระดับสูงมากมาย เพราะว่าอาจจะมีสักวันที่โชคดีสามารถสำเร็จภารกิจไปได้ ? ที่สำคัญก็คือ ดูจากท่าทีของศิษย์พี่หญิงแล้ว เป็นไปได้ว่าจะทำภารกิจระดับสูงสำเร็จแล้ว ? “

 

“ เป็นไปได้หรือ ? ศิษย์พี่หญิงซูหยี่ถึงแม้ว่าจะร้ายกาจ แต่ว่าก็มีพลังฝีมืออยู่แค่ขั้นก่อเกิดขั้นที่เท่านั้นเอง กับพลังฝีมือระดับนี้ถ้าหากสำเร็จภารกิจระดับสูง เกรงว่าจะยากเย็นเอาการ “

 

“ พอกล่าวถึงภารกิจระดับสูงแล้ว พวกเจ้าทราบเรื่องภารกิจที่เกี่ยวกับซากปรักหักพังของอารามก่อฟ้าในช่วงนี้บ้างหรือไม่ ? ตามที่เล่ามาของศิษย์สายในศิษย์พี่ซร่งเทียน ศิษย์พี่ซ่งเซ้าเฉิง ศิษย์พี่ซูเซวียนพวกเขาต่างก็ออกไปทำภารกิจนี้ทั้งสิ้น “ 

 

“ อย่าบอกนะว่า ศิษย์พี่หญิงซูหยี่ได้ทำภารกิจนี้สำเร็จแล้ว ? “

 

ฟังจากความหมายของน้ำเสียง มีคนไม่น้อยที่นัยน์ตาเปลี่ยนแปลงเป็นแปลกใจกันขึ้นมา ลัทธิแห่งดวงดาวมีสถานะเป็นถึงสำนักอันดับหนึ่งแห่งรัฐต้าโจวหวังเฉา ภายในข่าวลือที่แพร่สะพัดของรัฐต้าโจวหวังเฉาในตอนนี้คงจะล้ำลือเรื่องนี้เป็นอันดับแรก ดังนั้น จากการคาดเดาของศิษย์ของลัทธิแห่งดวงดาวเหล่านี้ ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องเหล่านี้

 

“ เหว่ย ที่อยู่ด้านข้างของศิษย์พี่หญิงซูหยี่นั้นเป็นผู้ใดกัน ? มิใช่ว่าศิษย์พี่หญิงซูหยี่ตลอดมาไม่ร่วมมือกับผู้ใดโดยง่ายดายหรอกหรือ ? ต่อให้คนที่โด่งดังเช่นเป็นซร่งเทียน ซ่งเซ้าเฉิง นางก็ยังปฏิเสธอย่างไรเยื่อใด

 

“ คนผู้นั้นสามารถที่จะเข้ามายังเขาดาราได้ สมควรที่จะเป็นศิษย์ของลัทธิแห่งดวงดาวของพวกเราแล้วละ เพียงแต่ว่ามีคนที่สามารถเดินได้อย่างใกล้ชิดกับศิษย์พี่หญิงซูหยี่ได้เช่นนี้ภายในลัทธิแห่งดวงดาวของพวกเราด้วยหรือ ? “

 

หลังจากที่หยุดมองดูซูหยี่อยู่ครู่หนึ่ง สายตาของคนเหล่านี้ต่างก็มองไปทางด้านเยี่ยจงในเวลาเดียวกัน จากนั้นนัยน์ตาของทุกผู้คนก็ได้เปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดขึ้นมาอยู่หลายส่วน

 

ดังนั้นมีอยู่หลายคนที่ทราบถึงลักษณะนิสัยของซูหยี่เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าซูหยี่จะดูเหมือนเป็นคนใจกว้างไร้ที่เปรียบ กับทุกผู้คนก็สามารถที่จะพูดคุยด้วยได้ แต่ว่าในส่วนลึกของนางมีความรู้สึกที่เย็นชาที่ผู้คนมากมายยากที่จะเข้าหาได้ ดังนั้นท่ามกลางภายในลัทธิแห่งดวงดาว ยอดฝีมือที่คอยไล่ตามซูหยี่ถือได้ว่ามีมากมาย แต่ว่าในตอนนี้ก็ยังไม่มีใครที่สามารถเข้าใกล้นางได้สำเร็จเลยซักคน และตอนนี้ที่ข้างกายของนางกลับมีเด็กน้อยที่ไม่ทราบว่ามาจากที่ใดคอยตามอยู่ จะไม่ทำให้ผู้คนตกใจได้อย่างไรกัน

 

เยี่ยจงกวาดสายตามองสำรวจไปทั่วทั้งสี่ด้านอยู่รอบหนึ่ง สายตาที่จ้องมองมาของเหล่าศิษย์ลัทธิแห่งดวงดาวไม่อาจสามารถทำให้เขารู้สึกอันใดได้ เขาเพียงแค่มองไปที่ซูหยี่คราหนึ่ง ยิ้มออกมาแล้วกล่าว “ คิดไม่ถึงว่าในลัทธิแห่งดวงดาวการมีอยู่ของศิษย์พี่หญิงซูหยี่ท่าน จะได้ความสนใจขนาดนี้ “

 

ซูหยี่ส่ายศีรษะไปมา แต่ก็มิได้กล่าวอันใดออกมา และยังคงนำพาเยี่ยจงเดินไปถึงด้านหน้าโต๊ะตัวหนึ่งที่อยู่ในเขตภารกิจระดับสูง

 

บนโต๊ะด้านหน้า ชายชราผู้หนึ่งที่มีผมขาวหงอกกำลังนอนหลับสัปหงกอยู่ และเมื่อพบเห็นท่าทางของเขาแล้ว ซูหยี่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องถอนหายใจออกมาคำหนึ่ง จากนั้นก็ยื่นมือไปทางด้านศีรษะ ชายชรากับต้องเกาศีรษะขึ้นมาคราหนึ่ง

 

“ ไสหัวไปซะ “

 

ชายชราที่กำลังหลับอยู่ตกใจตื่นขึ้น ในขณะที่กำลังจะด่าทอออกมา ทว่าในตอนที่เมื่อพบกับรอยยิ้มอันงดงามของซูหยี่ เขากลับต้องกล้ำกลืนคำพูดกลับไป ร้องชิชะออกมาแล้วกล่าว “ ที่แท้ที่เป็นเจ้าหนูน้อยเจ้านี้เอง เจ้าหนูน้อย ข้าบอกไปไม่รู้กี่ครั้งแล้ว สำเร็จภารกิจระดับกลางก็ไปต่อแถวส่งภารทางด้านนั้น อย่าได้มารบกวนผู้เฒ่าเช่นข้าในเวลาฝันหวาน

 

“ ผู้อาวุโสหวู ในครานี้ข้าได้สำเร็จภารกิจระดับสูงแล้ว “ ซูหยี่ส่งรอยยิ้มหวานเยิ้มออกมาสายหนึ่งแล้วกล่าวออกมา

 

ผู้อาวุโสแซ่หวูแม้ว่าจะมีอายุมากแล้ว ร่างกายเกือบครึ่งร่างแทบจะใช้การไม่ได้ แต่ว่าเมื่อพบเห็นรอยยิ้มที่อยู่ด้านหน้าก็รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมา หลังจากนั้นเขาก็ต้องกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ขัวเขิน “ เป็นเช่นนี้นี้เอง หนูน้อยเช่นเจ้าถือได้ว่ารับภารกิจระดับสูงไปไม่น้อยเลย เจ้าสำเร็จภารกิจไหนกัน ? อ่า ? เจ้าเด็กน้อยผู้นี้เป็นใคร ? อายุเพียงแค่สิบสามสิบสี่ปีก็มีพลังฝึกปรือถึงขั้นก่อเกิดขั้นที่สี่แล้ว ?  อ่า ไม่เลวไม่เลว ทว่าเจ้าเด็กน้อยผู้นี้คงมิใช่เป็นสมบัติภารกิจหรอกนะ ? หากเป็นเช่นนั้นแล้วละก็ หนูน้อยอย่างเจ้าก็หลอกกินหญ้าอ่อนได้ลงคอ ? “

 

“ เหว่ย เจ้าเด็กน้อย เช่นนี้ไม่ดีแล้วละ กล่าวได้ว่าสาวงามนั้นมากด้วยเล่ห์กล อย่าว่าแต่เจ้าหนูน้อยผู้นี้ยังโตกว่าเจ้าอยู่หลายขวบปี ถึงแม้เจ้าจะติดตามอยู่ด้วยกันกับนาง อนาคตวันข้างหน้าคาดว่าคงจะไม่ดีซักเท่าไหร่...... “ ผู้อาวุโสแซ่หวูในที่สุดก็กล่าวออกมาวุ่นวาย เขากวาดตามองไปที่ทั้งสองด้วยสายตาแปลกประหลาด แล้วก็ค่อยกระซิบไปที่ข้างหูของเยี่ยจงอย่างแผ่วเบา

 

“ เฒ่าผีทะเล ถ้าท่านยังกล่าววุ่นวายอีกละก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจแล้วนะ “ ซูหยี่แม้จะไม่ได้แสดงอาการยอมรับแต่อย่างไร เพียงแต่ยิ้มออกมาแล้วกล่าว

 

เมื่อพบเห็นรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์เช่นนี้ของซูหยี่ ผู้อาวุโสแซ่หวูรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาในทันทีทันใด จากนั้นก็ส่ายศีรษะแล้วกล่าว “ ช่างเถอะ ช่างเถอะ จิตใจของหนูน้อยอย่างเจ้าก็หนักแน่นเกินไปแล้ว ผู้เฒ่าเช่นนี้มิอาจล่วงเกินเจ้าได้หรอก หรือว่าอาจจะสามารถหลบได้พ้นกัน ? เอาละ ลองบอกออกมา เจ้าสำเร็จภารกิจใดกัน ? “

 

“ นี้แน๊ะ ก็ต้องภารกิจของอารามก่อฟ้าในตำนานไง อีกทั้งยังเป็นการทำภารกิจในระดับที่สำเร็จลุล่วงที่สุด “ ซูหยี่จิ้มแล้วจิ้มไปที่ฟองน้ำที่ลอยอยู่รอบศีรษะแล้วเอ่ยปากกล่าวออกมา  

 

หลังจากเงียบงัน เยี่ยจงก็จดจ้องกวาดสายตาไป ก็พบกับแสงสว่างที่ทอออกมาอย่างเจิดจ้า

 

“ ภารกิจระดับสูง เข้าสู่ซากปรักหักพังของอารามก่อฟ้า ในระดับที่สำเร็จที่สุด ได้รับคัมภีร์ก่อฟ้าในตำนาน รางวัลภารกิจ : ห้าหมื่นสะสมวิญญาณ “

 

“ อะไรกัน ? “ ผู้อาวุโสแซ่หวูกวาดตามองเข้าไป จากนั้นก็กรอกสายตาไปมา “ เจ้าสำเร็จภารกิจนี้หรอกหรือ ? อีกทั้งยังเป็นการสำเร็จภารกิจในระดับลุล่วงที่สุดด้วย ? หรือกล่าวได้อีกว่า เจ้าได้ครอบครองคัมภีร์ก่อฟ้าในตำนานแล้วหรือ ? “

 

“ ความจริง ภารกิจนี้สมควรเป็นเยี่ยจงที่ทำสำเร็จ “ ซูหยี่มองไปทางด้านเยี่ยจงก็สายตาแปลกประหลาด จากความหมายที่กล่าวออกมานั้น ในครั้งนี้หากมิใช่เพราะเยี่ยจงแล้วละก็ นางคงไม่มีทางที่จะสำเร็จภารกิจนี้ได้อย่างแน่นอน  

 

“ เจ้าก็คือเยี่ยจงผู้นั้นหรือ ? “ หลังจากเงียบงัน นัยน์ตาของผู้อาวุโสแซ่หวูก็สาดประกายความประหลาดใจออกมา และจากนั้นจากนั้นเขาก็หรี่ตาจ้องมองเยี่ยจง เขาค่อยหัวเราะเฮอะๆแล้วกล่าว “ ไม่เลว ดูเหมือนว่าข่าวลือที่ได้รับมาวันก่อนสงสัยจะเป็นเรื่องจริง ในครานี้ลัทธิแห่งดวงดาวของพวกเราถือได้ว่าได้สมบัติล้ำค่ามาแล้ว

 

“ ดีละ อย่าได้กล่าวคำพูดไร้สาระอีกเลย ว่ากล่าวกันตามกฎระเบียบ ต้องยืนยันว่าพวกเจ้าสำเร็จภารกิจจริงหรือไม่ ขอเพียงนำสมบัติภารกิจออกมาก็พอแล้ว “ ผู้อาวุโสแซ่หวูจ้องมองไปทางด้านเยี่ยจงด้วยสายตาที่คุ้นเคยเต็มสิบส่วน ดูจากการยื่นสิ่งของออกมา แล้วค่อยหัวเราะดังเฮอะเฮอะแล้วกล่าว

 

ความรู้สึกที่ทำให้มีรู้สึกขนหัวลุกเช่นนี้ ทำให้เยี่ยจงไร้คำพูดจะกล่าว เขากวาดสายมองไปที่ซูหยี่คราหนึ่ง ก็พบว่าคอยพยักหน้าอยู่บริเวณทางด้านหลังนั้น เขาจึงได้พลิกมือคราหนึ่ง นำสมุดทองคำมาอยู่ในมือ จากนั้นก็ส่งมอบให้แก่ชายชรา

 

“ เจ้าเด็กบัดซบ สิ่งนี้เป็นถึงสมุดทองในตำนานของอารามก่อฟ้าเชียวนะ หากว่ามีส่วนใดเสียหายไปจะทำเช่นไร ? “ ใบหน้าของชายชราเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่ได้สมุดทองในตำนานมา จากนั้นก็เปิดพลิกดูอยู่หลายครา เขาค่อยเงยศีรษะขึ้นมา นัยน์ตาปกคลุมไปด้วยความนับถือ “ คัมภีร์ยุทธ์ระดับกลางวิชาล้างกระดูกก่อฟ้าที่ล้ำลือกันของอารามก่อฟ้า ถือว่าเป็นสมบัติที่ดี “

 

หลังจากนั้น ชายชราก็แบะปากออกมา ทำราวกับอดไม่ได้ที่จะส่งมอบสมุดทองในตำนานคืนแก่เยี่ยจง นัยน์ตาปรากฏเต็มไปด้วยความตกใจ เห็นได้ชัดว่า ความยากในการแย่งชิงสมุดทองในตำนานชิ้นนี้ ผู้อาวุโสแซ่หวูถือได้ว่าทราบดีอยู่แก่ใจอยู่หลายส่วน ในเมื่อเยี่ยจงนำสมบัติกลับมาได้ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึง

 

“ อะไรกัน ซูหยี่และเจ้าเด็กน้อยนั้นสำเร็จภารกิจอารามก่อฟ้านั้นร่วมกันหรอกหรือ ? “

 

“ อีกทั้งพวกเขายังสามารถนำคัมภีร์ก่อฟ้าในตำนานกลับมาอีกด้วย ? “

 

ความจริงแล้วซูหยี่และเยี่ยจงทั้งสองก็เป็นที่ดึงดูดและเป้าสายตาอยู่แล้ว ทั้งในตอนนี้ หลังจากที่มีผู้คนไม่น้อยที่อยู่ใกล้เคียงได้ยินคำพูดของผู้อาวุโสแซ่หวู นัยน์ตาของแต่ละคนก็ปรากฏเต็มไปด้วยความตกตะลึง

 

ซูหยี่สำเร็จภารกิจระดับสูงชนิดนี้จริงๆหรือ ? อีกทั้งที่มองดูจากลักษณะท่าทาง ไม่ทราบว่าเจ้าเด็กน้อยที่มาโผล่มาจากที่ใด ยังได้เข้าร่วมทำภารกิจระดับสูงอีกด้วย ?

 

“ ดีละ ตอนนี้พวกเจ้าก็สำเร็จภารกิจระดับสูงแล้ว รางวัลภารกิจคือห้าหมื่นสะสมวิญญาณ ให้ผู้ใดดี ? “ หลังจากที่ผู้อาวุโสแซ่หวูตรวจสอบแล้ว ก็มองดูทั้งสองแล้วเอ่ยปากถามออกมา

 

“ ผู้อาวุโสหวู แบ่งสี่หมื่นสะสมวิญญาณให้แก่เยี่ยจงเถอะ ภารกิจในครั้งนี้เป็นเขาที่ลงแรงมากที่สุด อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังช่วยข้าสำเร็จภารกิจอื่นอีกด้วย “ หลังจากที่ซูหยี่ได้ไคร่ครวญดูแล้ว จึงค่อยเอ่ยปากกล่าวออกมาเสียงเบา

 

“ ยังคงคนละครึ่งหนึ่งละกัน “ หลังจากเงียบงัน เยี่ยจงก็ขมวดคิ้วออกมาแล้วกล่าว กับเรื่องเช่นนี้เขาจึงไม่ไม่ต้องการที่จะเอาเปรียบซูหยี่

 

“ ข้าจึงไม่ต้องการสะสมวิญญาณของเจ้า เจ้าจะต้องจดจำเอาไว้ที่ตัวเองเคยกล่าวไว้ นำสมุดทองคำในตำนานให้ข้ายืมมาศึกษาชั่วคราว ต่อให้ต้องนำสะสมวิญญาณให้แก่เจ้าทั้งหมดก็หาเป็นไรไม่ ยิ่งไปกว่านั้น เจ้ามายังลัทธิแห่งดวงดาวของเรา ยังต้องการที่จะใช้สะสมวิญญาณอีกมากมาย เจ้าก็อย่าได้เกรงใจไปเลย “ ซูหยี่ร้องเฮอะออกมาคำหนึ่งแล้วกล่าว

 

หลังจากเงียบงัน เยี่ยจงก็พยักหน้าไปมา ในเมื่อซูหยี่กล่าวออกมาเช่นนี้ เขาก็ไม่อาจกล่าวมากไปกว่านี้ ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเขาต้องการที่จะบรรลุถึงขั้นก่อเกิดขั้นที่ห้า ยังต้องการทรัพยากรในการฝึกปรือส่วนหนึ่ง แน่นอนว่าต้องใช้สะสมวิญญาณในจำนวนมาก

 

“ เช่นนั้นก็ขอขอบคุณศิษย์พี่หญิงซูหยี่มากแล้ว “ ในระหว่างที่กล่าว เยี่ยจงก็ได้นำป้ายสะสมวิญญาณของตนออกมา ส่งมอบให้แก่ผู้อาวุโสแซ่หวู

 

“ ป้ายสะสมวิญญาณระดับทอง ? “

 

“ ศิษย์สายใน ? “

 

ความจริงมีศิษย์ลัทธิแห่งดวงดาวมากมายให้ความสนใจนับไม่ถ้วน ในตอนนี้ร่างกายของแต่ละคนก็ต้องสั่นเทาขึ้นมา นัยน์ตาที่จ้องมองไปทางด้านเยี่ยจงได้เริ่มที่จะทอประกายความสงสัยขึ้นมา

 

ศิษย์ในสายของลัทธิแห่งดวงดาวแทบจะสามารถนับนิ้วได้ กล่าวได้ว่าศิษย์สายในทุกผู้คน ศิษย์สายนอกของลัทธิแห่งดวงดาวอย่างพวกเขาเหล่านี้ก็ถือได้ว่าคุ้นเคยเป็นอย่างดี ถึงแม้จะไม่ถึงกับรู้สึกมักคุ้นกับพวกเขาก็ตามที แต่ว่า อย่างน้อยก็ไม่ถึงกับจำผิดคน

 

แต่ว่า ก็ไม่มีผู้ใดคาดคิดได้ เจ้าเด็กน้อยที่ไม่ทราบที่มาที่ไปผู้นี้ จะได้เป็นถึงศิษย์สายในของลัทธิ

 

ในขณะนี้ ท่ามกลางตำหนักภารกิจก็มีบรรยากาศที่แปลกประหลาดแผ่ออกมา

.

.

.

.

 




NEKOPOST.NET