NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.56 - สถานการณ์อันวุ่นวาย


ตอนที่ 056 สถานการณ์อันวุ่นวาย

 

“ ผางเจี่ยแห่งลัทธิมนต์ดำ “

 

จ้องมองการปรากฏตัวของคนแปลกหน้าในครั้งนี้ สายตาของเยี่ยจงได้เปลี่ยนเป็นเยือกเย็นในขณะนี้ต่อมา หากกล่าวนับตั้งแต่เริ่มต้น ในสถานที่แห่งนี้บุคคลที่เยี่ยจงหวาดกลัวที่สุด มิใช่คุณชายคงฮู่เหรี่ยโหยวฮู่ และก็มิใช่ม่อฝานหลง แต่ว่าเป็นผางเจี่ยแห่งลัทธิมนต์ดำผู้นี้ แม้เด็กน้อยผู้นี้จะเคยเสียท่าให้แก่ตนเองมาแล้ว แต่ว่ากับบุคคลผู้นี้ที่ตนเองยังไม่ทราบที่มาที่ไปความลึกซึ้งลักษณะนิสัยของคนผู้นี้ เยี่ยจงจึงได้รักษาความระมัดระวังไว้อยู่ตลอดเวลา และในเวลานี้ เจ้าเด็กน้อยผู้นี้เริ่มที่จะลงมือแล้วงั้นหรือ ?  

 

“ ชิร์ “

 

ร่างกายที่ปรากฏตัวอยู่บริเวณใกล้เคียงเยี่ยจง และจากนั้นก็พบเห็นรอยยิ้มของใบหน้าอันขาวซีดของผางเจี่ยที่กำลังยื่นมือมา ก็พบกับแรงลมที่ถูกแผ่ออกมาเป็นสองสาย พุ่งเข้าหาบริเวณที่เยี่ยจงเคยยืนอยู่ก่อนหน้า  

 

พลังขั้นก่อเกิดขั้นที่หก

 

เมื่อพบเห็นการโจมตีที่กวาดมาของผางเจี่ยในทันที สีหน้าของเยี่ยจงก็เปลี่ยนไปในทันที ทันใดนั้นเอง เขารับรู้พลังฝีมือของผางเจี่ยผู้นี้ได้อย่างชัดเจน หากมิใช่คนเองมีการเตรียมพร้อมและการปกป้องที่สูงแล้วละก็ เกรงว่าครั้งนี้คงต้องพลาดท่าให้ครั้งใหญ่หลวงแล้ว อีกทั้ง เด็กน้องผู้นี้สามารถปิดบังได้จนถึงขนาดนี้แล้ว เกรงว่าการปิดบังพลังฝีมือของเขายังลึกซึ้งกว่าม่อฝานหลงอยู่หลายส่วน

 

เผชิญหน้ากับการโจมตีเช่นนี้ ถึงแม้จะเป็นเยี่ยจงก็ไม่กล้าที่จะชักช้า  เขาขยับมือขวาคราหนึ่ง กระบี่คงหมิงก็ปรากฏอยู่บริเวณใจกลางฝ่ามือ และจากนั้นกระบี่ก็ถูกใช้ออกส่องสว่างวาบขึ้น เข้าปะทะกับการโจมตีที่ดุดันทั้งสองสายดังสนั่นขึ้นมา

 

“ ตูม “

 

เสียงกระทบระหว่างเงินทองดังออกมอย่างชัดเจน ท่ามกลางภายในห้องโถงขนาดใหญ่ดังออกมา เยี่ยจงความจริงสามารถหยุดยั้งกระบวนท่านี้ของผางเจี่ยได้ แต่ว่าฝ่ามือของเขากลับต้องสั่นเทาเล็กน้อย ร่างกายอดไม่ได้ที่จะต้องถอยหลังไปหลายก้าว

 

“ เหอะ คุณชายเยี่ย ขอบคุณมากแล้ว อารามก่อฟ้าในตำนานนี้ ดูเหมือนยังสามารถที่จะทดแทนให้ข้าได้อยู่ “

 

พลังฝ่ามือเดียวของผางเจี่ยทำให้เยี่ยจงถอยหลังไปได้ ร่างกายขยับคราหนึ่ง ฝ่ามือก็ถูกใช้ออก มุ่งเข้าคว้าบริเวณที่สมุดทองอยู่

 

“ ผัวะ “

 

อย่างไรก็ตาม ในขณะทันทีที่ผางเจี่ยใครฝ่ามือคว้าไปที่สมุดทองในตำนาน ก็ได้ยินเสียงของการปะทะดังเข้าที่โสตประสาท ในระหว่างที่ทั่วทั้งห้องโถงใหญ่กำลังกลับคืนมา และจากนั้นก็พบว่าบริเวณด้านบนของสมุดทองในตำนาน แสงสีทองนับหมื่นสายก็ปะทุออกมาในเวลาเดียวกัน

 

“ เปรี้ยง “

 

แสงสีทองที่กระจายออกมา ทำให้มือของผางเจี่ยต้องคลายออกมา การปะทุแรงลมทำให้เขาแทบจะลอยได้ทั้งตัว  

 

“ ปึก ปัก “

 

ทันทีที่ลงสู่พื้น ร่างกายของผางเจี่ยก็ขยับคราหนึ่ง และจากนั้นเลือดสดๆก็พุ่งออกมาจากปาก หลังจากนั้นเขาก็มิได้ขยับร่างกายอีกเลย ตอนที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างที่สุด เห็นได้ชัดว่าเขาก็คงจะคิดไม่ถึง ความจริงเพราะเร่งรีบในการคว้าสมุดทองในตำนานไว้ อันที่จริงก็มีพลังอันหวาดกลัวย้อนตีกลับไปในทันที เขาไม่เพียงแต่ไม่ได้รับสมุดเล่มทองในตำนาน อีกทั้งยังได้รับบาดเจ็บภายในจากสมุดเล่มทองในตำนานอยู่ไม่น้อย สมกับเป็นโจรที่ขโมยไก่ไม่สำเร็จยังต้องสูญเสียข้าวสารไปอีก

 

“ อะไรกัน ? “

 

ยอดฝีมือในสนามต่างก็รู้สึกตกใจ นัยน์ตาของแต่ละคนเปลี่ยนเป็นประหวาดใจจ้องมองไปที่สมุดเล่มทองในตำนาน และเกิดความกลัวขึ้นในเวลาเดียวกัน ความโลภที่ปิดบังเอาไว้สายหนึ่งก็ไม่มีอีกต่อไป สมุดทองเล่มนี้มีความแปลกพิศดาล เช่นนี้ก็เป็นการบ่งบอกว่าอารามก่อฟ้าในตำนานแห่งนี้มีความน่าหวากลัวเช่นไร เพียงแค่นี้ก็สามารถที่เพียงพอที่ทุกผู้คนในสนามเข้าใจได้

 

“ ตึง “

 

หลังจากนั้นสักครู่ สมุดทองในตำนานเล่มนั้นในตอนนี้ราวกับตื่นขึ้นมาได้ก็มิปาน ในทันทีมันก็ได้แปรส่องสว่างขึ้นมาสายหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะออกมาห่างจากใจกลางฝ่ามือของรูปปั้น จากนั้นก็พุ่งทะลวงออกมาจากห้องโถงในตำนาน

 

“ เจ้าของสิ่งนี้มีจิตวิญญาณแล้ว อย่าปล่อยมันหนีไปได้ “

 

ที่แห่งนี้ไม่นานนัก  ยอดฝีมือทั่วทั้งสนามก็มีปฏิกิริยากลับมา ซร่งเทียน หนิงหยี่ ซูเซวียนเป็นต้นต่างก็ลงมือโดยพร้อมเพียง คิดที่จะต้องการเก็บสมุดทองในตำนานเล่มนี้เอาไว้ แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เหล่าผู้ที่ลงมือต่างก็ปะทุพลังออกมาจนน่ากลัวอย่างถึงที่สุด

 

เพียงแต่ว่าเวลายังไม่ทันผ่านพ้นช่วงหนึ่งกาน้ำชา บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่แห่งนี้ก็เปลี่ยนเป็นวุ่นวายขึ้นมา เมื่อครู่ที่ทุกคนต่างก็แย่งชิงกันลงมือกับอีกฝ่าย และตอนนี้ต่างคนต่างก็ระมัดระวังการกระทำที่อาจจะทำให้สมุดทองเสียหายได้ คิดที่จะเอาสมุดทองในตำนานมาอยู่ในมือ เพียงแต่ว่า หลังจากที่ได้ลองดูในหลายครั้ง  เหล่าผู้ที่ลงมือ เกือบทั้งหมดต่างก็ถูกกระแทกชนลอยจนนับไม่ถ้วน

 

“ เยี่ยจง ด้านบนของสมุดในตำนานเล่มนั้นมีอยู่สิบส่วนที่แปลกประหลาด แท้จริงแล้วจับแทบจะไม่ได้ “ ตอนนี้ ซูหยี่ได้ลงมือไม่สำเร็จแล้วหลายครั้งแล้ว ใบหน้าของนางขาดซีด สีหน้าปั้นยากถอยเข้าใกล้บริเวณด้านข้างของเยี่ยจง กล่าวออกมาด้วยเสียงเบา

 

หลังจากเงียบงัน เยี่ยจงก็ได้พยักหน้าไปมา บริเวณด้านบนของสมุดทองในตำนานเล่มนี้  เขาสามารถรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาด การเคลื่อนไหวเช่นนี้ เป็นวิชายุทธ์ที่มีระดับเต็มที่แล้วถึงจะมีได้  เกรงว่า อารามก่อฟ้าในตำนานแห่งนี้ คงจะน่าเกรงกลัวมากเกินกว่าที่ผู้คนเคยคาดคิดเอาไว้อยู่หลายส่วน ไม่เช่นนั้นแล้วละก็ ด้านบนของสมุดทองในตำนานเล่มนี้คงไม่อาจมีการปกป้องที่น่าเกรงขามเช่นนี้อย่างแน่นอน หากว่าเยี่ยจงคาดเดาไม่ผิดแล้วละก็ นายเหนือของอารามก่อฟ้าแห่งนี้ในสมัยก่อน เกรงว่าพลังฝีมือในด้านพลังยุทธ์คงจะมากเกินกว่าระดับก่อฟ้าไปแล้ว อาจจะไปถึงในอีกระดับเลยก็เป็นได้  

 

และสิ่งของที่คนจำพวกนี้หลงเหลือทิ้งไว้ คงมิใช่บุคคลธรรมดาทั่วไปจะสามารถครอบครองได้ อีกทั้ง หากไม่ระมัดระวังแล้วละก็ สมุดทองในตำนานเล่มนี้ยังมีโอกาสที่จะหลบหนีได้อีก เห็นได้ชัดว่านายเหนือของอารามก่อฟ้าเมื่อสมัยก่อน การที่จะทิ้งมรดกเอาไว้ คงไม่ต้องการที่จะให้ตกอยู่ในมือคนหยาบช้า

 

และหลังจากที่เหรี่ยโหยวฮู่พ่ายแพ้ไปแล้ว ซ่งเซ้าเฉิง เหรี่ยโหยวฮู่ร่วมด้วยม่อฝานหลงได้ลงมือร่วมกันอีกครั้ง ทว่าในครั้งนี้กลับไม่มีผู้คนทำให้เสียเรื่องราว แต่ว่าถึงจะเป็นเช่นนั้น กับพลังฝีมือของม่อฝานหลง ก็ยังถูกใช้พลังในการสวนกลับอย่างเผ็ดร้อน เห็นได้ชัดว่า ไม่มีผู้ใดที่คาดเดาได้  การมาอารามก่อฟ้าอย่างยากลำบาก กลับต้องพบเจอกับเรื่องที่น่ารำคาญเช่นตอนนี้

 

เมื่อเวลาผ่านพ้นไป จนกระทั่งภายในสนามไม่มีผู้ใดที่คิดจะลงมือแล้ว ทั้งม่อฝานหลง เหรี่ยโหยวฮู่ ผางเจี่ยเป็นต้นต่างก็จ้องมองด้วยสีหน้าที่ปั้นยากมองไปทางด้านห้องโถงใหญ่ที่มีบางสิ่งกำลังลอยไปมา ในช่วงเวลาที่สมุดทองในตำนานกำลังจะหายไป สีหน้ายิ่งทวีความปั้นยากมากขึ้น

 

บรรยากาศภายในสนาม ในตอนนี้มีอยู่หลายส่วนที่เปลี่ยนเป็นถกเถียงกันอย่างแปลกประหลาด หากว่าไม่มีผู้ใดที่จะสามารถทำให้สมุดทองในตำนานเล่มนี้ยอมรับได้แล้วละก็ เช่นนั้นในครานี้ ผู้คนทั้งหมดคงจะสูญเสียผลประโยชน์ไปไม่น้อย

 

“ ให้ข้าลองๆดูละกัน “

 

จากนั้นเยี่ยจงหรี่ตาจ้องมองไปที่สมุดทองในตำนาน  จากนั้นก็ได้กล่าวกับซูหยี่ด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

 

ผู้คนทั้งแปดคนที่อยู่ภายในสนามในตอนนี้ต่างก็ลงมือไปแล้ว การลงมือของแต่ละคนก็ไม่ประสบผล ยังต้องกล่าวถึงเยี่ยจงอีกหรือ

 

หลังจากเงียบงัน จากนั้นซูหยี่ก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้าอยู่หลายที นางเข้าใจฝีมือลวดลายของเยี่ยจงอย่างกระจ่างเต็มสิบส่วน ถึงแม้นางจะมิได้คาดหวังในตัวเยี่ยจง แต่ว่าจะลองดูซักหน่อยจะเป็นไรไป ?

 

เมื่อได้ยินเยี่ยจงเอ่ยเช่นนี้ นัยน์ตาของบุคคลจำพวกม่อฝานหลงแต่ละคนก็ทอประกายหนาวเย็นออกมา แต่ว่าตอนนี้ก็มิมีผู้ใดกล่าวอันใดออกมา ถึงแม้พลังฝีมือของเยี่ยจงจะไม่ถือว่าอ่อนแอ แต่ถ้าหากแข็งแกร่งกว่าม่อฝานหลง ผางเจี่ยที่เป็นยอดฝีมือที่มีพลังฝีมืออยู่ในขั้นก่อเกิดขั้นที่หกแล้วยังคงถูกสมุดทองในตำนานทำให้อึดอัดใจอย่างมาก เยี่ยจงผู้อ่อนแอเพียงผู้เดียว หรือว่าจะมีฝีไม้ลายมือที่แปลกใหม่กัน ?

 

“ ซวบ “

 

ท่ามกลางสายตาที่จ้องมองมาด้วยความเยาะเย้ยและเย็นชา เยี่ยจงขยับฝ่าเท้าที่อยู่บนพื้นกระโดดลอยตัวขึ้น ร่างกายก็พุ่งทะลวงออกไปในทันที และจากนั้นก็มายังกลางอากาศ จากนั้นก็พยายามคว้าสมุดทองในตำนานเล่มนี้เอาไว้

 

“ ผัวะ “

 

การปะทุของประกายสีทอง ในตอนนี้ทันใดนั้นก็ปะทุขึ้นมา และพลังที่ไหลเวียนสายหนึ่งอันน่าหวาดกลัวอย่างขีดสุด จนทำให้เยี่ยจงรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ผิดอยู่หลายส่วน ในมือที่ตนเองคว้าจับได้นั้นมิใช่เพียงสมุดทองเพียงเล่มเดียว แต่เป็นดั่งกระสุนลูกหนึ่งที่พร้อมจะปะทุพุ่งออกมาแล้วพุ่งออกมาอีกก็มิปาน

 

พลังในการสะท้อนที่ช่างน่าหวาดกลัว ยังดีที่ฝ่ามือของเยี่ยจงเคลื่อนที่ได้เร็วจะสามารถเคลื่อนย้ายพลังภายในไปได้ ราวกับว่าต้องการที่จะทำให้ร่างกายของเขาพุ่งออกไปด้วยความตกใจก็มิปาน

 

นอกเหนือจากซูหยี่แล้ว  ยอดฝีมืออื่นใบหน้าต่างก็เต็มไปด้วยความเย้ยหยาน ทุกคนต่างก็มาถึงช่วงเวลาของขั้นตอนนี้ที่ไม่สามารถจัดการกับสมุดทองในตำนานเล่มนี้ลงได้ มิอาจไม่วางมือลงได้ เจ้าเยี่ยจงผู้อ่อนแอแค่คนเดียว ยังจะสามารถพลิกฟ้าได้อีกหรือไร ?

 

“ ผัวะ “

 

พลังที่หมุนวนเปิดออกมาอย่างรุนแรง จนทำให้เยี่ยจงมีความรู้สึกที่ไม่ถูกต้องว่าตนเองอาจจะถูกพลังดูดกลืน เพียงแต่ว่าในเวลาต่อมา พลังลมปราณภายในกระบี่หกสุสานก็ได้หมุนวนลอยอย่างรวดเร็ว พลังวิญญาณโจวเทียนก็ได้หมุนวนออกมาด้วยตัวของมันเองในทันที พลังสายหนึ่งที่ดูเหมือนวิชายุทธ์ที่เก่าแก่กำลังบีบเค้นอย่างประหลาด ประทับไปด้านบนสมุดทองในตำนาน

 

“ เจ้าอย่างมากก็เป็นเพียงได้แค่วิชายุทธ์ในระดับสูงเท่านั้น ข้าไม่เชื่อหรอกว่า เจ้ายังสามารถมีกำลังภายในที่ฝึกฝนมาแข็งแกร่งกว่าข้าได้อีก “

 

เยี่ยจงหัวเราะอย่างเย็นชาในใจคำหนึ่ง เพลงกระบี่หกสุสานถูกรีดเค้นเคลื่อนไหว และจากนั้นก็แผ่พุ่งออกมาอย่างไม่หยุดยั้งไปที่สมุดทองในตำนานเล่มนั้นไป

 

ภายในห้องโถงใหญ่ สายตาเย็นชามากมายมองมาที่เยี่ยจงที่ตอนนี้ยังมิได้วางมือ นัยน์ตาเต็มไปด้วยประกายความเยียบเย็น พวกเขาเข้าใจได้ด้วยตนเอง ตนเองยังสามารถฝืนทนต่อได้อีกซักหน่อย แต่ว่าถ้าหากไม่อาจที่จะหาวิธีในการจับสมุดทองในตำนานแล้วละก็ คว้ามันเอาไว้ยังทำอันใดได้กัน ? เยี่ยจงผู้นี้ ก็ช่างไร้เดียงสาเสียเหลือเกิน

 

“ ชึบ “

 

และจากนั้น ภายในใจผู้คนมากมายที่กำลังหัวเราะอย่างเย็นชาก็ได้เลือนหายไป ทันใดนั้นสีหน้าของแต่ละคนก็ได้เปลี่ยนไปในทันที เพราะว่าพวกเขาสังเกตเห็น ความจริงที่สมุดทองในตำนานปะทุระเบิดออกมา ในระหว่างนั้นเองก็ได้เปลี่ยนเป็นเชื่อฟังว่าง่ายขึ้นมาในทันที

 

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ทำให้บุคคลเช่นม่อฝานหลงที่มีบุญคุณความแค้นอยู่กับเยี่ยจงทว่าภายในใจยังต้องแสดงอาการตกตะลึงออกมา เยี่ยจงผู้นี้ที่แท้มีพลังฝีมือแค่ไหนกัน ถึงได้สามารถทำให้สมุดทองในตำนานยอมรับได้ ?

 

เป็นไปได้อย่างไร ? เรื่องราวที่แม้แต่ยอดฝีมือที่มีพลังฝีมืออยู่ในขั้นก่อเกิดขั้นที่หกยังมิอาจกระทำได้

 

“ เก็บ “

 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสายตาที่กำลังตกตะลึง เยี่ยจงก็ร้องเสียงทุ่มต่ำดังอยู่ท่ามกลางเกือบครึ่งของอากาศ เมื่อพบว่าสมุดทองในตำนานมีแสงสีทองปรากฏและดับไปในทันที ท้ายที่สุดก็เปลี่ยนแปลงไปเป็นม้วนคัมภีร์ธรรมดาเล่มหนึ่งกลับเข้าสู่ใจกลางมือของเยี่ยจง  

 

“ วิชายุทธ์ระดับกลาง วิชาล้างไขกระดูกก่อฟ้า “  

 

เยี่ยจงจ้องมองไปที่ด้านบนของม้วนหนังสือ ละจากนั้นนัยน์ตาก็ทอประกายขึ้นมาสายหนึ่ง แม้ว่าจะเป็นวิชายุทธ์พลังลมปราณระดับกลาง คิดไม่ถึงว่าจะสามารถครอบครองสมบัติชิ้นนี้ของอารามก่อฟ้าแห่งนี้จนประสบความสำเร็จอย่างสูง

 

“ เปรี้ยง “

 

ในช่วงเวลาตอนที่กำลังเก็บสมุดทอง  ร่างกายของเยี่ยจงก็ยืนอยู่บนพื้นพอดี นัยน์ตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างพอใจสายหนึ่ง แม้ว่าตนเองจะไม่มีความคิดที่จะร่ำเรียนวิชาชนิดนี้ แต่ว่า ของสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ช่วยให้ปกปิดได้เป็นอย่างดี เรื่องพลังวิชาฝีมือของตนเกิดเป็นที่สนใจแล้วละก็ สมควรที่จะปกปิดวิชากำลังภายในกระบี่หกสุสานของตนไม่ให้มีความเคลื่อนไหว ทำให้ความลับของตนเองไม่ถูกเปิดเผย หากนับความหมายเช่นนี้แล้ว ความสำคัญของวิชานี้ถือว่ามีค่ามากเหลือคณา

 

“ เจ้าเด็กน้อยเยี่ยจง คัมภีร์อารามก่อฟ้าในตำนานยังเอามาได้ ? “

 

แลในเวลาเดียวกัน ใจกลางห้องโถงใหญ่ผู้คนมากมายที่เข้ามา และจากนั้นก็ต้องร้องเสียงหลงออกมา และก็จดจ้องไปที่เยี่ยจง เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ยากจะกล่าวออกมา

.

.

.

.

 

 

 




NEKOPOST.NET