เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 55 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.55 - หุ่นเชิดไม้ต่อสู้


ตอนที่ 055 หุ่นเชิดไม้ต่อสู้

 

 

หุ่นเชิดไม้ต่อสู้เกือบร้อยตัวได้ปรากฏออกมาในโถงในตำนานอย่างไม่คาดฝัน ไม่เพียงแต่ดึงรั้งเส้นทางของม่อฝานหลง อีกทั้งยังอยู่ล้อมรอบเหล่ายอดฝีมือทั้งหมดที่อยู่บริเวณภายในสนาม

 

ตอนนี้ บนร่างกายของหุ่นเชิดไม้ต่อสู้เหล่านี้ก็ได้ส่องประกายสว่างขึ้นมา จากการรับรู้พลังที่แผ่ออกมาจากบนร่างกายของพวกมันแล้ว อย่างนั้นก็ใกล้เคียงกับผู้มีฝึกยุทธ์ขั้นก่อเกิดขั้นที่สี่ ความสามารถเช่นนี้มิอาจท่จะทำให้ยอดฝีมือภายในสนามสามารถปวดหัวได้ซักคนเดียว แต่ว่ากับจำนวนที่ปรากฏออกมาโดยพร้อมกันนี้ ต่อให้เป็นเยี่ยจงก็ยังต้องกรอกตาไปมาหลายครา

 

หุ่นเชิดไม้ต่อสู้ก็เป็นเหมือนศาสตราวุธวิเศษชนิดหนึ่ง หุ่นเชิดไม้ต่อสู้ที่อยู่เบื้องหน้าสายตาเหล่านี้สมควรที่จะอยู่ในศาสตราวุธระดับล่าง แต่ว่าการมีอยู่ของพวกมันนั้นก็คือการฆ่าฟัน เหล่าหุ่นกระบอกเหล่านี้ไม่มีทั้งความรู้สึกไม่มีทั้งความหิวโหย จะมีก็แต่เพียงใจที่ต้องการจะสังหาร ยากที่จะต่อกรอย่างที่สุด

 

“ ทุกท่าน เกรงว่าพวกเราคงต้องหยุดเรื่องความแค้นเอาไว้ก่อน ร่วมมือกันเก็บกวาดหุ่นเชิดไม้ต่อสู้เหล่านี้ก่อน มิเช่นนั้นวันนี้เกรงว่าพวกเราจะมิอาจออกไปได้แล้ว “ สีหน้าซร่งเทียนลึกซึ้งมองไปทั่วสี่ทิศไปยังร่างกายที่กำลังส่องแสงสว่างอยู่ ค่อยๆก้าวเข้าหาหุ่นเชิดไม้ต่อสู้ และจากนั้นก็เปลี่ยนสีหน้าเอ่ยปากกล่าว

 

“ ลงมือร่วมกัน “

 

เวลาผ่านไปไม่นานนัก ทุกคนต่างก็มีความคิดเป็นของตนเอง หากว่าไม่ร่วมมือกันแล้วละก็ ต่อจากนี้คงยุ่งยากสุดทานทน

 

 “ ตัง ตัง ตัง “

 

หุ่นเชิดไม้ต่อสู้ที่เต็มเปรียบไปด้วยการสังหารมิให้เหล่าผู้คนได้กล่าวคำพูดไร้สาระมากมาย คาดว่าไม่เพียงแค่เวลาพักหายใจเท่านั้น เหล่าหุ่นเชิดไม้ต่อสู้คงต้องมุ่งเข้ามาสังหารเป็นแน่

 

“ ลงมือ “

 

ในตอนนี้ คนทั้งเก้าภายในสนามต่างก็ลงมือโดยพร้อมกัน หรือต่อให้เมื่อครู่ที่ม่อฝานหลงได้จากไปจนหลงเหลือเพียงแค่แปดคน ต่างก็อยู่ในสีหน้าปั้นยากพลางสู้พลางถอย เห็นได้ชัดว่าเขาเข้าใจว่าหากว่าตอนนี้คิดที่จะต้องการให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นแล้วละก็ เช่นนั้นก็แทบจะไม่ต่างกับว่าตนเองรนหาที่ตายซักเท่าไหร่

 

“ ซวบปัง ซวบปัง “

 

การต่อสู้ค่อนข้างที่จะรุนแรง เริ่มที่จะระเบิดออกขึ้นมาทันที ในชั่วเวลานั้น สายตาของผู้คนแต่ละคนก็เริ่มที่จะใช้ไพ่ตายในมือของตนเองออกมา การโจมตีที่ใช้ออกนั้นมีความน่าหวาดกลัวสายหนึ่ง ในช่วงระหว่างที่กระทบก็จะเห็นเหล่าหุ่นเชิดไม้ต่อสู้แขนหักขาแหลกไปตามๆกัน  แต่ว่าหุ่นเชิดไม้ต่อสู้ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีความหิวโหย ต่อให้หลงเหลือเพียงขาข้างเดียว  ถ้าหากยังสามารถขยับได้  ก็ยังคงลุกขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง

 

“ แปะ “

 

เยี่ยจงยื่นมือออกไปยังหุ่นเชิดไม้ต่อสู้ตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกับตัวเองแล้วกระแทกไปที่หน้าอกจนแหลกเป็นปุ๋ยผง ผลกระทบจากความแรงทำให้ฝ่ามือของเยี่ยจงเกิดอาการชาขึ้น ในเวลาเช่นนี้ กระทั่งเยี่ยจงเองก็ยังนับว่าใช้ออกด้วยกำลังทั้งหมด แต่ว่าไพ่ตายที่แท้จริงของเขานั้นยังคงเก็บไว้อย่างมิดชิดอย่างดี การทำงานเพื่อผู้อื่นเช่นนี้ เขาถือว่ามิมีความเสนาะสนใจแต่อย่างไร

 

ทว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ การรวมตัวชั่วคราวของคนทั้งเก้าคน ถือได้ว่าเป็นการระเบิดพลังของการต่อสู้อันน่าหวาดกลัวอย่างไรขีดจำกัดออกมา เหล่าหุ่นเชิดไม้ต่อสู้ที่เข้ามาอย่างบ้าคลั่งในตอนนี้ต่างก็ถูกเก็บกวาดไปเกือบครึ่งหนึ่งแล้ว จากนั้นบนพื้นก็เต็มไปด้วยเศษไม้ที่ใช้การไม่ได้แล้ว

 

“ เรื่องราว ยังคงไม่ถูกต้องอยู่นะ “ ร่างกายอันอ้อนแอ้นของซูหยี่เคลื่อนที่เข้าใกล้เยี่ยจง ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยปากกล่าวออกมา

 

“ แน่นอนว่าต้องมีอันใดไม่ถูกต้อง เหล่าหุ่นเชิดไม้ต่อสู้ที่ดูเหมือนมีพลังยุทธ์อยู่ขั้นก่อเกิดขั้นที่สี่แล้ว แต่ว่าก็ไม่สมควรที่จะจัดการได้ยากเช่นนี้หรอกนะ ? “ เยี่ยจงขมวดคิ้วไปมา พลังฝืมือของหุ่นเชิดไม้ต่อสู้เหล่านี้ที่ปรากฏให้เห็น มีพลังฝีมือแค่ขั้นก่อเกิดขั้นที่สี่เท่านั้น แต่ว่าเหมือนกับการต่อสู่กับคนกลุ่มหนึ่ง ความกดดันที่ถูกส่งออกมานั้นถือว่าใหญ่โตมหาศาล ราวกับว่าหุ่นเชิดไม้ต่อสู้เหล่านี้สามารถที่จะยิ่งสู้ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นได้ก็มิปาน

 

“ ระวังกันหน่อยละ อย่าให้เด็กน้อยเหล่านั้นแย่งไปได้ก็แล้วกัน ตอนนี้ที่ยังหลงเหลืออยู่ตรงนี้เหล่านี้ มิได้มีซักตัวที่สามารถต่อกรได้อย่างง่ายดายหรอกนะ “ ซูหยี่พยักหน้าไปมา และจากนั้นก็เอ่ยปากกล่าวเสียงเบาๆ

 

หลังจากเงียบงัน เยี่ยจงก็พยักหน้าเห็นด้วย กล่าวได้ว่า  ฉากเบื้องหน้าในตอนนี้เพียงพที่จะทำให้ผู้คนรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าเป็นอย่างที่สุด ผู้คนทั้งหมดไม่เพียงแต่ต้องเผชิญกับเหล่าหุ่นเชิดไม้ต่อสู้ และยังต้องคอยระมัดระวังผู้อื่นที่จะลงมือต่อตนเองอีก เช่นนั้นโอกาสของตนเองก็จะถูกแย่งไป ดังนั้น ตอนนี้สายตาของผู้คนได้มองไปยังจุดเดียวกัน แต่หากกล่าวถึงความหมายที่กล่าวออกมา ยังมิใช่สู้เพื่อตนเองดีกว่าหรอกหรือ

 

“ ซวบ “

 

หลังจากเวลาผ่านไปราวหนึ่งถ้วยน้ำชาเดือด ทันใดนั้น ก็พบกับคนกลุ่มหนึ่ง ทันใดนั้นก็พบกับร่างเงาสายหนึ่งเหินบินทะลวงออกไปอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่า เขาได้เตรียมตัวมาได้ซักพักแล้ว จนกระทั่งเลือกให้อีกคนลงมือ เมื่อหุ่นเชิดไม้ต่อสู้เปิดทางออกมาก็จะมีเส้นทางให้ทะลวงออกไป มุ่งตรงเข้าไปยังบริเวณที่ตั้วของพระที่นั่งนั่งของกษัตริย์

 

“ ม่อฝานหลง ? “

 

จ้องมองไปยังฉากเบื้องหน้า บริเวณทางด้านหลังก็มีเสียงอาฆาตแค้นอยู่หลายส่วนกล่าวออกมาสายหนึ่ง

 

“ ทุกๆคนถอยออกไปพร้อมกัน ให้เขาแย่งไป “ เยี่ยจงนัยน์ตาทอเป็นประกาย หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงร้องดังของการบาดเจ็บ และจากนั้นร่างกายก็ได้ถอยกลับมา

 

และหลังจากที่เงียบงัน นอกเสียจากซูเซวียนและหนิงยี่ทั้งสองคนที่ยังคงลังเลอยู่นั้นเอง ที่เหลือทั้งหมดก็เหินบินถอยไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว

 

“ ผัวะ ผัวะ ผัวะ “

 

วินาทีนั้นเอง ก็พบว่าหุ่นเชิดไม้ต่อสู้ที่หลงเหลือราวยี่สิบตัวที่อยู่ในห้องโถงใหญ่ราวกับวางมือบุคคลอื่นไปในทันที แต่กลับมุ่งตรงไปสังหารบริเวณทางด้านที่ม่อฝานหลงอยู่เข้าไป เห็นได้ชัด หุ่นเชิดไม้เหล่านี้ที่ต้องการปกป้องจริงๆก็คือคัมภีร์ของอารามก่อฟ้าในตำนาน และมิใช่เพื่อที่จะโจมตีเหล่าผู้ที่เข้ามายังห้องโถงใหญ่ในตำนานแห่งนี้

 

“ เปรี้ยง “

 

ม่อฝานหลงที่บินเหินทะลวงไปรวดเร็วใช้สองมือตบเข้าหากัน ทันใดนั้นก็เก็บกวาดหุ่นเชิดไม้ต่อสู้ไปสี่ตัวในเวลาเดียวกัน เพียงแต่ว่าพลังฝีมือของเขาถือได้ว่าสามารถทำให้ผู้อื่นตกใจได้ หุ่นเชิดไม้ต่อสู้ที่มีหลงเหลือราวเกือบยี่สิบตัว เป็นสิ่งที่เพียงพอที่จะสร้างความน่ารำคาญในการต่อสู้ได้อย่างมากมายที่สุดในทันที

 

“ ปุ่ ชิ้ง “

 

หลังจากนั้นเอง ม่อฝานหลงก็ใช้ออกด้วยหอกกระดูกที่อยู่ในมือ จนกระทั่งจัดการหุ่นเชิดไม้ต่อสู้ตัวสุดท้ายลงได้ แต่ผลตอบแทนที่ตนเองได้รับก็คือการถอยและพ่นโลหิตออกมา ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นขาวซีดอย่างที่สุด

 

“ ลงมือ “

 

ขณะที่ม่อฝานหลงพ่นโลหิตและถอยแล้ว ทันทีที่มีใบหน้าขาวซีด เสียงทุ่มต่ำในทันใดนั้นก็ออกมาจากปากเยี่ยจงออกมา และจากนั้นร่างกายของเขาและซูหยี่ก็ขยับคราหนึ่ง ก็มุ่งหน้าเข้าไปหายังบริเวณที่ตั้งของพระที่นั่งกษัตริย์

 

 “ พวกเจ้าสองคนก็ลองมือเถอะ ต้องครอบครองสมุดทองคำในตำนานเล่มนี้ให้จงได้ “ ในตอนนี้ม่อฝานหลงได้ถอยออกมาและพ่นเลือดออกมา แล้วกล่าวด้วยเสียงที่ได้รับบาดเจ็บ และจากนั้นใบหน้าก็แปรเปลี่ยนคราหนึ่ง

 

หลังจากเงียบงัน ซูเซวียนและหนิงหยี่ก็ลังเลครู่หนึ่ง แต่ก็บินเหินออกไปอย่างรวดเร็ว

 

“ ซวบ ซวบ ซวบ “

 

ในระหว่างของทั้งสองคน ยอดฝีมือที่เหลือไม่จำเป็นที่จะต้องใช้แม้กระทั่งคำพูด คาดว่าแต่ละคนต่างก็มุ่งตรงไปยังบริเวณที่อยู่ของสมุดทองคำในตำนานทันที ทุกผู้คนเข้ามายังอารามก่อฟ้าในตำนานแห่งนี้อย่างยากลำบาก ก็เพื่อที่จะได้รับคัมภีร์อารามก่อฟ้าในตำนาน ในช่วงเวลานี้ ไม่มีผู้ใดเลยที่จะสามารถแสดงความเกรงใจออกมาสักหลายส่วน ปล่อยวางคัมภีร์อารามก่อฟ้าในตำนานนี้

 

ดังนั้น ในตอนนี้ทั่วทั้งห้องโถงยังมากมายกว่าช่วงที่เหล่าหุ่นเชิดไม้ต่อสู้ปรากฏตัวออกมา ที่มากมายเหล่านั้นก็คือความวุ่นวายที่กำลังจะก่อขึ้นมา

 

ตอนนี้ เงาร่างทั้งหมดที่ปรากฏออกมา ก็เพื่อที่จะผูกมัดคัมภีร์อารามก่อฟ้าในตำนาน หรือต่อให้เป็นเยี่ยจงที่ใจแข็งก็ยังต้องอ่อนไหวอยู่เล็กน้อย จากประสบการณ์มากมายที่เคยเกิดขึ้น เยี่ยจงรู้สึกได้อยู่หลายส่วนผ่านความรู้สึก อารามก่อฟ้าในตำนานแห่งนี้ว่าไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน  แต่ว่าตนเองก็ใช่ว่าจะต้องการครอบครองสิ่งนี้ให้จงได้   ถ้าหากของสิ่งนี้ตกอยู่ในมือของตนเองแล้ว  แน่นอนว่าคงจะดีกว่าตกอยู่ในมือผู้อื่นอยู่มาก ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง ตนเองยังรับปากกับเหล่าชวีเซวียนอีกด้วย  ต้องเอาสิ่งของมาให้จงได้  

 

การลงมือในครานี้ ถือได้ว่าเยี่ยจงและซูหยี่มีปฏิกิริยากลับมาได้อย่างรวดเร็วที่สุด และตอนนี้ความเร็วของเยียจงก็ได้เพิ่มพูนมาจนถึงขีดสุดแล้ว เวลาผ่านไปเพียงชั่วลัดนิ้วมือ  ร่างกายของเขาก็พุ่งเข้าไปยังด้านบนของห้องโถงใหญ่ที่เต็มไปด้วยเหล่าหุ่นเชิดไม้ต่อสู้ไร้ค่า และจากนั้นก็ไปปรากฏยังบริเวณด้านหน้าของพระที่นั่งกษัตริย์ จากนั้นก็ยืนมือเข้าแย่งชิงสมุดทองคำในตำนาน

 

อย่างไรก็ตาม เยี่ยจงยังคงมีความต้องการที่จะลงมือในทันที ที่บริเวณทางด้านหลัง มีการโจมตีที่หมายเอาชีวิตสองสายพุ่งเข้าหาบริเวณแผ่นหลังตรงส่วนหน้าอกของเขาในเวลาเดียวกัน

 

การโจมตีทั้งสองสายให้ความรู้สึกราวกับจะทำให้บาดเจ็บสาหัส เห็นได้ชัดว่าคนที่ลงมือไม่มีการตัดสินใจที่จะวางมือไว้ไมตรีเลย และเยี่ยจงก็บ่งบอกได้ออกมาในทันที ที่ลงมือต่อเขาตอนนี้สมควรที่จะเป็นหนิงหยี่และซูเซวียนทั้งสองคน เจ้าเด็กน้อยทั้งสองคนไม่เพียงแต่คอยตามอยู่ด้านหลังของตนเอง และยังมี ตนเองได้เข่นฆ่าสังหารคนของโรงฝึกยุทธ์ชิหวินที่มีความสัมพันธ์กันกับหนิงหยี่ คงไม่มีความเกรงใจในการลงมือต่อตนเองอย่างแน่นอน และซูเซวียนก็ยังเป็นคนของตระกูลซูอีกด้วย ยังต้องคอยมองดูคนของตระกูลเยี่ยที่มีความสัมพันธ์กันต้องถูกแย่งชิงและสูญเสียโอกาสในการเข้าอารามก่อฟ้า เกรงว่าเขาเองก็ต้องการที่จะลงมือต่อตนเองตั้งแต่ต้นแล้ว

 

การร่วมมือของทั้งสองคนและม่อฝานหลง แม้จะเป็นเพียงความร่วมมือ แต่ก็นับได้ว่าเป็นเรื่องที่ปกติมากที่สุด

 

ในขณะนี้ เยี่ยจงก็มองตาค้าง นัยน์ตาปรากฏรังสีการฆ่าฟันขึ้นมา ในเวลานี้มิอาจไม่ปลดปล่อยออกมาได้ เขาเพียงแค่หันศีรษะกลับไป และจากนั้นก็ออกไปปะทะฝ่ามือทั้งสองในเวลาเดียวกัน

 

“ เปรี้ยง “

 

เสียงดังกระหึ่มดังออกมาจากที่โล่งกว้าง และหลังจากที่ยอดฝีมือส่วนหนึ่งพบเห็นแล้ว ตอนนี้เยี่ยจงก็กำลังจะจดการกับซูเซวียนและหนิงหยี่ที่กำลังร่วมมือกัน ร่างกายของความขยับช้าๆอย่างกะทันหัน และจากนั้นร่างกายก็เปลี่ยนเป็นแกร่งขึ้นมา

 

“ อะไรกัน ? “

 

ตอนนี้ ต่อให้ที่สุดท้ายที่ยังมิได้ลงมือออกมาอย่างซร่งเทียน เหรี่ยโหยวฮู่ ผางเจี่ยซึ่งแต่ละคนก็มองไปด้วยอาการตาค้าง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาก็คิดไม่ถึงว่า พลังฝีมือของเยี่ยจงผู้นี้จะมากเกินกว่าที่คาดคิดเอาไว้อยู่หลายส่วน

 

และสีหน้าของหนิงหยี่และซูเซวียนก็เปลี่ยนแปลงในเวลาเดียวกัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาก็คิดไม่ถึงว่า ทั้งสองคนร่วมมือกันลงมือ ยังคงถูกเยี่ยจงหยุดยั้งเอาไว้ได้

 

ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังอยู่ในอาการงุนงง เยี่ยจงก็ร้องเฮอะอย่างเย็นชาคำหนึ่ง ในเวลาตอนนี้เขามิได้รีบร้อนที่จะลงมือ และเพียงขยับร่างคราหนึ่ง ก็บินเหินมุ่งสู่พระที่นั่งกษัตริย์ไปแล้ว

 

“ ศิษย์น้องเยี่ยจง ต้องขออภัยแล้ว “

 

และในตอนนี้เยี่ยจงกำลังจะยื่นมืออกมาในทันที เสียงของซ่งเซ้าเฉิงก็พลันดังออกมาในทันที และจากนั้นก็พบว่าร่างกายของเขาได้ปรากฏอยู่บริเวณพระที่นั่งกษัตริย์อย่างไม่คาดฝัน และจากนั้นใช้เพียงมือเดียวคว้าออกไป

 

“ ซ่งเซ้าเฉิง เมื่อครู่พวกเรามิใช่ร่วมมือกันดีอยู่แล้วหรอกหรือ ? เหตุใดตอนนี้ถึงได้เปลี่ยนใจที่จะลงมือแล้วละ “ ซูหยี่ยิ้มออกมาด้วยใบหน้าหยาดเยิ้ม ร่างกายเพียงขยับคราเดียวก็ไปปรากฏอยู่บริเวณเบื้องหน้าซ่งเซ้าเฉิง ใช้ออกด้วยพลังฝ่ามือที่ขาวราวดุจหยกขาวบริสุทธิ์ก็มิปาน อีกทั้งยังพุ่งเข้ารั้งตัวของซ่งเซ้าเฉิงพยายามทะลวงออกไป

 

หลังจากที่ผ่านการสบตากับซูหยี่คราหนึ่ง ร่างกายก็ได้สั่นเทาขึ้นคราหนึ่ง และราวกับตกใจในเวลาเดียวกัน เพียงแวบเดียวก็มาถึงบริเวณที่ตั้งของพระที่นั่งกษัตริย์ ใช้ฝ่ามือขวายื่นเข้าไปคว้าจับในส่วนที่คล้ายกับศิลาก้อนหนึ่ง

 

“ เหอะ เหอะ เหอะ คุณชายเยี่ย ของดีเมื่อครู่ข้าก็ยอมให้ท่านเอาไปแล้ว คัมภีร์เล่มนี้ ข้าจะฝืนใจน้อมรับเอาไว้ก็แล้วกัน ? “

 

ทว่า ตอนนี้ขณะที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์วุ่นวายอยู่นั้น การแย่งชิงสมุดทองคำเป็นที่ชัดเจนว่ามิใช่โอกาสที่ง่ายดายนัก ในขณะที่เยี่ยจงกำลังจะออกไปในทันที เสียงหัวเราะเย็นเยียบก็ดังออกมา บริเวณที่เสียงดังมานั้นมาจากทางด้านหลังของเขา และจากนั้นเยี่ยจงก็ตาทอประกายเยียบเย็น ก็พบกับเงาร่างของผางเจี่ยปรากฏตัวอย่างไม่คาดฝัน

.

.

.

.

 

 




NEKOPOST.NET