เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 310 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.310 - กิเลนปะทะวิหคทอง


ตอนที่        310             กิเลนปะทะวิหคทอง

 

 

 

 

“ แขนกิเลน กิเลนถือเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีทักษะยุทธ์เป็นของตัวเอง อีกทั้งยังไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง “ บนยอดหอคอยสงคราม องค์ชายสิบสามก็ได้ค่อยๆยกมือขึ้นเช็คโลหิตที่มุมปากของตนเอง สีหน้าแปลกใจอย่างถึงที่สุด ภายในดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความยกย่องนับถืออย่างแรงกล้า นี้มิใช่เป็นสิ่งที่หวาดเกรงหรือมีข้อกังขาต่อเยี่ยจงแต่อย่างไร กลับกันแต่เป็นการยอมรับอีกแบบหนึ่ง เป็นการเคารพยกย่องและความสุขที่มีต่อคู่ต่อสู้อีกแบบหนึ่ง

 

“ ข้าหลังจากที่เข้าสู่พลังขั้นก่อเกิดระดับที่เก้า ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลาย ก็ยังไม่เคยที่จะพิสูจน์แข็งแกร่งของตนเองว่าอยู่ในระดับใด เจ้ายอดมาก ทั้งยังมิได้พ่ายภายในกระบวนท่าเดียว ……ในครั้งนี้ ก็ให้พวกเราได้สนุกกันก่อนแล้วเจ้าค่อยตายไปก็แล้วกัน ! “

 

องค์ชายสิบสามหัวเราะเสียงดังติดต่อกัน จากนั้นก็พบว่าหัวไหล่ทั้งสองข้างก็ได้มีบางอย่างกระพือออกมา แล้วก็พบเห็นการเคลื่อนไหวของเขา  แสงสีทองก็ได้ปรากฏขึ้นมาทางด้านหลังของเขาเป็นสาย ประกายสีทองก็ได้แผ่กระจายออกมาเป็นสาย จากนั้น เหมือนดั่งดวงตะวันลอยขึ้น สาดทอลงมาบนร่างกายเป็นทาง จนปรากฏร่างกายที่ดูไปแล้วงดงามอย่างไร้ที่เปรียบ เงาร่างที่เป็นดั่งวิหค ปีกทั้งคู่ก็สยายออกมา ขนนกแต่ละเส้นก็ได้ปกคลุมไปด้วยตัวอักขระที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเปลวเพลิง ในเวลาเดียวกันมันกลับมีทั้งหมดสามเท้า ทุกๆเท้าต่างก็คล้ายดั่งกรงเล็บที่ทอแสงดุจแสงตะวันก็มิปาน ทอประกายแสงสีทอง

 

เห็นได้ชัดว่านี้คือวิหคทองในตำนาน แน่นอนว่า นี้แม้จะมิใช่วิหคทองจริงๆ และองค์ชายสิบสามบนฝ่ามือของตนเองก็ได้ปรากฏเส้นลมปราณวิหคทองไว้ควบคุมจนถึงระดับสูงสุด จนอัญเชิญลักษณ์วิหคออกมาได้

 

 “ อัญเชิญลักษณ์วิหคทอง ”

 

เยี่ยจงขมวดคิ้วขึ้น ในระหว่างนั้นในทันที เขาก็ได้ก้าวออกไปอีกหนึ่งก้าว วินาทีนั้น ก็ได้พบว่าทางด้านหลังของเยี่ยจงได้รังสีม่วงกลายเป็นควันไฟลอยออกมา ภายในควันไฟ คล้ายดั่งมีกิเลนที่มีชีวิตอยู่ตัวหนึ่งเดินออกมา ศีรษะของมันเป็นดั่งมังกร ทั่วทั้งลำตัวปกคลุมไปด้วยเกล็ด การย่างกรายราวกับเดินอยู่ท่ามกลางสายลมเมฆหมอก เห็นได้ชัดว่าเป็นกิเลนตัวหนึ่งอย่างแน่นอน

 

 “ อัญเชิญลักษณ์กิเลน ”

 

บริเวณทั่วทั้งสี่ทิศแปดด้าน ยอดฝีมือมากมายต่างก็มองไปที่เบื้องหน้าจนรู้สึกวิงเวียนอยู่หลายส่วน นั้นก็เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นทักษะยุทธ์เผ่าวิหคทองแล้วยังมีทักษะยุทธ์เผ่ากิเลน ในขณะนี้ทั้งสองคนต่างก็ใช้ออกมาได้จนถึงขั้นอัญเชิญร่างที่ถือได้ว่าอยู่ในระดับสูงสุดของวิชา นั้นก็เป็นการบ่งชี้ได้ว่าทั้งสองคนต่างก็มีทักษะเซียนเส้นลมปราณเทพผูกพันเอาไว้อยู่ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นทักษะระดับเซียน อาจจะอยู่ในระดับเส้นชีวิตแห่งวัฏจักรเทวะก็ได้

 

ในขณะนี้ ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็อยู่ในอาการอิจฉาตาร้อนขึ้นมา เพราะว่าโอกาสวาสนาที่จะได้รับสิ่งเหล่านี้ถือว่ายากมาก บุคคลโดยทั่วไปแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้ครอบครองสิ่งเหล่านี้

 

ควรทราบว่า ระดับที่สูงกว่าทักษะปราณก็คือทักษะเซียน ระดับที่สูงกว่าทักษะเซียนก็คือมนต์ตราเทพ และที่เหนือไปกว่ามนต์ตราเทพไปอีกขั้นก็คือความลี้ลับอันไรที่เปรียบของวัฏจักร

 

ในขณะนี้เมื่อมองจากความสามารถที่ใช้ออกมาจากทั้งสองคนแล้ว อีกทั้งที่ทั้งสองคนใช้ออกมา ก็ต้องเป็นระดับมนต์ตราเทพ การที่จะอยู่ในระดับวัฐจักรเทวะก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

 

“ ต่างก็น่าจะเป็นทักษะเซียนเท่านั้น และด้วยความสามารถของทั้งสองคนในขณะนี้  เพียงแค่ใช้พลังปราณโลหิตในการขับเคลื่อนทักษะเซียนก็ว่ายากแล้ว อีกทั้งวัฏจักรเทวะ ยิ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ” ทางด้านหลังนั้นก็ได้มีประกายแสงเทพลี้ลับของชายชราเอ่ยปากกล่าวออกมา ทั้งยังให้ทำการตัดสิน “ ทว่าต่อให้เป็นเช่นนี้ ทั้งสองคนก็ยังเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดรุ่นเยาว์อยู่ ควรทราบว่า ต่อให้เป็นพลังยุทธ์ขั้นก่อฟ้า ก็น้อยนักที่จะมีผู้คนสามารถใช้ออกด้วยทักษะเซียนของเผ่าพันธุ์เทพได้จนถึงระดับนี้ได้ ”

 

หลังจากที่เงียบงัน ความรู้สึกสงสัยของกลุ่มคนรอบด้านก็ได้จางหายลงไปหลายส่วน ทว่าถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ อัจฉริยะแห่งเผ่าพันธุ์ต่างๆไม่น้อย ในขณะนี้ ต่างก็ใบหน้าที่ไร้สีเลือดในทันที นั้นก็เพราะว่าพวกเขาในขณะนี้ต่างก็สัมผัสและตรวจพบได้อย่างชัดเจน เยี่ยจงและองค์ชายสิบสามนั้นถือได้ว่ามีความห่างชั้นจากตนเองที่ดุจดั่งห้วงลึกของหุบเหว ไร้หนทางที่จะผ่านไปได้

 

ยอดหอคอยสงคราม ในขณะนี้แสงสีทองของวิหคทองและควันเมฆสีม่วงของกิเลนต่างฝ่ายต่างก็ครอบคลุมไปทั่วทั้งผืนฟ้า ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีความเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วดุจดั่งมีชีวิต น่ากลัวเต็มสิบส่วน

 

 “ มาได้ไม่เลว ” องค์ชายสิบสามหัวเราะอย่างเย็นชา เขาตบทั้งสองมือออก  ดุจดั่งกลายเป็นปีกทั้งคู่ก็มิปาน ความเคลื่อนไหวของร่างกายนั้นรวดเร็วคล้ายดั่งวิหคทองคำ เข้าโจมตีบนอากาศ และพุ่งออกไป

 

 “ ชิ!”

 

เยี่ยจงส่งเสียงออกมาอย่างเย็นชา ฟาดทั้งสองมือออก วินาทีนั้นก็พบว่าร่างกายของเขาได้เข้าไปยังภายในของกิเลน ดุจดั่งขุนเขาก็มิปาน พุ่งออกเข้าสังหารออกไปอย่างทรงพลัง

 

ในขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างได้ใช้ออกมาด้วยทักษะเซียนที่ใช้ร่างผสานเข้าด้วยกันออกมา ทั้งสองฝ่ายต่างก็ใช้ออกมาด้วยทักษะเซียนที่อยู่ในระดับเดียวกันของตนเอง ยากที่จะถูกทำลายลงไปได้ในตอนนี้

 

“ ซูม ——”

 

องค์ชายสิบสามและวิหคทองผสานเข้ากัน ทักษะเซียนที่เป็นถึงหนึ่งในชั้นเผ่าพันธุ์วิหคทอง เผาผลาญเดือดไปทั้งสวรรค์เก้าชั้น ราวกับทั่วผืนฟ้าได้ถูกเผาผลาญไปก็มิปาน

 

และทางด้านเยี่ยจงก็ได้ผสานเข้ากับสมบัติปราณเข้าด้วยกัน ระดับชั้นของแขนกิเลน ทุกการโจมตีที่ได้ใช้ออกไป ต่างราวกับมีพลังอันมหาศาลนับไม่ถ้วนปะทุอยู่บนผืนฟ้าออกมาก็มิปาน พุ่งตวัดไปรอบด้าน

 

การปะทะกันครั้งใหญ่ชนิดหนึ่งก็ได้สะท้านไปทั้งผืนฟ้า เต็มเปี่ยมไปด้วยรังสีแห่งการทำลาย ในขณะนี้ แม้แต่หอคอยสงครามก็ยังต้องสั่นไหวจนเอียงขึ้นมา บนตัวของหอคอยก็ได้ปรากฏรอยแตกร้าวขึ้นมาเป็นสายอย่างเห็นได้ชัด น่าตกตะลึงอย่างถึงที่สุด

 

 “ นี้ …… เยี่ยจงผู้นี้ ถึงกับมีความแข็งแกร่งถึงขั้นนี้เชียวงั้นหรือ ? “ บริเวณพื้นที่ว่างกว้างแห่งหนึ่ง สีหน้ากุ่ยเมียนผอผอก็ได้เปลี่ยนไปอย่างมาก นางเหม่อมองไปยังทางด้านหน้า ด้วยสีหน้ายากที่จะเชื่อ เรียกได้ส่าเกินความคาดเดาของนาง เพียงเพราะเยี่ยจงเพียงแค่คนเดียว จะสามารถน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้

 

 “ ฮูม ——”

 

กุ่ยเมียนผอผอที่อยู่ทางด้านข้าง บนพื้นที่ก็ได้เกิดความร้อนขึ้นมาอย่างช้าๆ จากนั้นก็ได้พบนางเซียนชิงหญิงที่สวมไว้ด้วยชุดสีขาวเดินออกมาอย่างช้าๆ สีหน้าของนางสงบเงียบเต็มสิบส่วน แต่ก็มองไปยังสถานที่แห่งนี้ที่เต็มไปด้วยการปะทะระหว่างพลังที่สะท้านฟ้านี้ มิได้เอ่ยปากกล่าวอะไร

 

 “ ข้าคงดูแคลนเขาไปแล้ว —— ”

 

อีกทางหนึ่งนั้น หญิงสาวที่เท้าเหยียบอยู่บนดอกบัวสีดำทมิฬก็ได้ปรากฏตัวขึ้น นางอ้าปากน้อยขึ้นอย่างช้าๆ ที่มีอาการประหลาดใจอยู่หลายส่วน

 

 “ คิดไม่ถึงว่าชั่วเวลายังไม่ถึงครึ่งปีเท่านั้น เขาถึงกับสามารถมาจนถึงขั้นนี้ได้ น่าเสียดาย เมื่อวันก่อนที่มิได้จัดการเขาสักรอบ ตอนนี้คิดที่จะจัดการเขา เกรงว่าคงจะยากอย่างถึงที่สุดแล้วกระมั่ง ?”

 

เห็นได้ชัด คนผู้นี้มิใช่ใครอื่น ที่แท้ก็เป็นหญิงเทพโหยวเหลียนแห่งลัทธิแดนลี้ลับที่เคยร่วมมือกันกับเยี่ยจงมาก่อน

 

ชิงหญิงแห่งแดนปราชญ์ศักดิ์สิทธ์ นางเทพโหยวเหลียนแห่งลัทธิแดนลี้ลับ ในวันนี้ทั้งสองคนต่างก็ปรากฏตัวขึ้นมา แน่นอนว่าต้องเป็นเพราะการต่อสู้ของบุคคลเช่นนี้จึงจะสามารถดึงดูดมาได้ แต่ในขณะนี้กลับไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น นั้นก็เพราะว่าทั้งหมดต่างก็ได้ให้ความสนใจไปที่ด้านบนของหอคอยสงคราม

 

 “ ตูม ——”

 

บนยอดหอคอยสงครามเกิดการการปะทะกันครั้งใหญ่จากทั้งสองฝ่ายอีกครั้ง แขนหน้ากิเลนและสามเท้าวิหคทองเข้าปะทะกัน วินาทีนั้นก็ได้เกิดความเคลื่อนไหวแผ่กระจายออกมามากมายนับไม่ถ้วน ในครั้งนี้ ก็ได้ทำให้กรงเป็นตายแห่งหอคอยสงครามเกิดเสียงดัง”ฉ่าฉ่า”ขึ้นมา อีกทั้งยังมีส่วนหนึ่งที่ได้เกิดรอยร้าวขึ้น

 

จิตแห่งหอคอยสงครามที่มองไม่เห็นใบหน้า ในขณะนี้ถอยไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว สองมือของเขาก็ได้เปลี่ยนแปลงสัญลักษณ์ไปมา ก็ได้พบในบริเวณสี่ทิศแปดด้านของสมรภูมิฮวงกู่ ได้มีประกายคมกล้าสีทองนับไม่ถ้วนทอออกมา ประทับอยู่บนตัวหอคอยอย่างรวดเร็ว จนทำให้หอคอยสงครามและกรงเป็นตายแห่งหอคอยสงครามฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติ

 

 “ ซูม ——”

 

บริเวณท่ามกลางสนาม การปะทะของทั้งสองฝ่ายก็ได้สิ้นสุดลง ในครั้งนี้เงาร่างของกิเลนแบะวิหคทองก็ได้หายไป กลับกลายมาเป็นร่างมนุษย์ใหม่อีกครั้ง รังสีสีม่วงดำบนร่างเยี่ยจงก็ได้หลั่งไหลออกมาดุจดั่งสายธารที่ไหลเชียว และเปลวเพลิงสีเพลิงทองบนร่างขององค์ชายสิบสามก็ได้ลุกไหม้ขึ้นมาไม่หยุด ราวกับจะเผ่าไหม้สวรรค์ทั้งเก้าชั้น

 

ทั้งสองฝ่ายยังคงไม่พูดไม่จา เวลาเดียวกันต่างก็มีร่างที่ย่างกรายออกมาอยู่ท่ามกลางอากาศอยู่เล็กน้อย ร่างกายก็ได้พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว การโจมตีนี้ที่ทั้งรวดเร็วและรุนแรง  ในเวลานี้ต่างก็คิดที่จะสังหารฝ่ายตรงข้ามลง

 

น่าเสียดายที่ทั้งสองฝ่ายที่ต่างก็มีพลังกายเนื้อที่แตกต่างกันอย่างไร้ที่เปรียบ ทักษะเซียนระดับเผ่าพันธุ์ทั้งหมดต่างก็จัดได้ว่าอยู่ในขั้นที่น่ากลัวและแข็งแกร่งอย่างมากเช่นเดียวกัน คิดที่จะแสดงผลแพ้ชนะออกมา ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

 

“ ปังปังปัง —— ”

 

แล้วก็ได้มีเสียงที่ดังทอดยาวไม่หยุดดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับว่าร่างกายของทั้งสองคนเป็นเพียงร่างเงาสองสายก็มิปาน ปะทะกันท่ามกลางอากาศไม่หยุดยั้ง ในทุกครั้งที่ได้ปะทะก็ทำให้ผู้คนเกิดความหวั่นไหวในใจได้  สังหารจนนภาดับพสุธามืดมิด ตะวันจันทราไร้แสงสว่าง อีกทั้งยิ่งสังหารจนยอดฝีมือมากมายอยู่ในสีหน้าเปลี่ยนเป็นน่าเวทนา ยากที่จะเชื่อได้ลง

 

“ น่าหวาดกลัว ฝีมือที่โหดเหี้ยมยิ่งนัก ไม่แปลกใจเลยที่ทั้งสองคนต่างก็เป็นสุดยอดในหมู่รุ่นเยาว์ การต่อสู้ในครั้งนี้ แน่นอนว่าจะต้องถูกบันทึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ ที่นับพันปียากจะพบพานแม้สักครา “

 

 

มีคนพูดด้วยเสียงต่ำ เต็มเปี่ยมไปด้วยความตกใจ ต่อให้เป็นยอดฝีมือที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าพวกเขา สมมุติว่าเป็นยอดฝีมือที่มีพลังในขั้นก่อฟ้าขอบเขตความสำเร็จใหญ่พบพานพวกเขา เกรงว่าในขณะนี้ต่างก็คงต้องถอยหนีไปอย่างน้อยสามส่วนแล้ว อีกทั้งหล่าวผู้ที่อ่อนแออีกสักหน่อย ไม่แน่ว่าคงจะต้องถูกพวกเขาสังหารไปในทันที

 

 

เพราะว่า สุดยอดผู้เยาว์ทั้งสองคนต่างก็มีความแข็งแกร่งที่มากมายอยู่ในระดับที่ยิ่งมาก็มีอยู่อย่างจำกัด แทบจะเรียกได้ว่ามิอาจที่จะเหตุผลปกติมาวิเคราะห์ได้

 

“ พวกเจ้าบอกว่า ถ้าหากยังสู้เช่นนี้ต่อไปแล้วละก็ ใครจะเป็นผู้ชนะ ? “

 

“ บอกได้ยาก ทักษะวิหคทองคำมีพลังรังสีที่ซัดสาด ทั้งยังมีพลังทำลายที่เผาผลาญไปได้ถึงสวรรค์ชั้นเก้า น่าหวาดกลัวไร้ที่จะเปรียบได้ แต่ว่าทางด้านทักษะกิเลนนั้นก็ทั้งลี้ลับและลึกลับ สามารถทอดมองไปได้กว้างไกลนับหมื่นลี้ คิดที่จะแบ่งผลแพ้ชนะ ถือว่ายากเป็นอย่างยิ่ง ”

 

 “ ทว่า นี้ก็พูดได้ยากมาก ควรทราบว่า ไพ่ตายใบสุดท้ายขององค์ชายสิบสามแห่งหุบเขาตระกูลถัง สมควรที่จะเป็นเนตรปราณฟ้าของเขา กล่าวว่าสิ่งมีชีวิตใต้ผืนฟ้าทั้งหมด ต่างก็มีพลังที่ซ่อนเร้นอย่างมากมาย ผู้คนทั่วไปยากที่จะคาดเดาพลังความสามารถได้ ในขณะนี้ไม่เพียงแต่ทักษะวิหคเซียนของเผ่าพันธุ์ที่มีความน่าเกรงขามเช่นนี้ หากว่าสามารถใช้ออกด้วยพลังเนตรปราณฟ้าประจำตระกูล จะยิ่งทำให้ยากที่จะคาดได้ องค์ชายสิบสามผู้นี้ยังถึงกับมาจนถึงขั้นนี้ได้ ”

 

“ ดังนั้นไม่แน่ว่าองค์ชายสิบสามแห่งหุบเขาตระกูลถังเมื่อได้ใช้ดวงเนตรปราณฟ้า ทั้งสองฝ่ายก็จะสามารถทราบผลแพ้ชนะได้ ” มีคนตัดสินออกมาอย่างเด็ดขาด

 

“ พูดยาก แม้แต่เจ้าก็ทราบว่าองค์ชายสิบสามมีเนตรปราณฟ้าอยู่ เยี่ยจงนั้นยิ่งไม่ทราบได้งั้นหรือ ? ข้าว่าเขาอย่างน้อยก็ย่อมต้องมีไพ่ตายและพลังฝีมือของตนเองอยู่ ที่ไว้ต้านทานองค์ชายสิบสาม ไม่เช่นนั้นเขาก็คงจะไม่ปรากฏตัวขึ้นมาในสถานที่แห่งนี้เพื่อหาที่ตายหรอก ดังนั้นข้าว่า ผลแพ้ชนะยังยากที่จะที่คาดเดาเหมือนเดิม ”

 

“ ถ้างั้น คงมีแต่ต้องดูกันต่อไปงั้นหรือ ? “

 

 

ผู้คนมากมายต่างก็จ้องมองการปะทะครั้งใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางอากาศที่วุ่นวายละลานสายตา หลังจากนั้นสักพักจึงได้สูดลมหายใจได้ สุดยอดรุ่นเยาว์ทั้งสองคนที่มีความแข็งแกร่งมากมายนี้ จึงไร้หนทางที่จะให้คนมาตัดสินได้

 

 “ โครม ——”

 

ท่ามกลางอากาศ เยี่ยจงทั้งไม่หลบและไม่ถอย ร่างกายยังคงยืนหยัดไว้ ทั้งสองมือกลายเป็นแขนกิเลนคว้าจับไปที่เท้าขวาขององค์ชายสิบสามในทันที จนทำให้ร่างกายอีกฝ่ายยังที่จะเคลื่อนไหวออกไปได้

 

องค์ชายสิบสามยังคงสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง เขาตบมือขวาออกไป เปลวไฟสายหนึ่งก็ได้โหมกวาดออกมา มุ่งหน้าเข้าไปทางด้านบริเวณหน้าอกของเยี่ยจง

 

 “ บรึม ——”

 

องค์ชายสิบสามร่างกายตกลงถึงพื้น กระอักโลหิตออกมาคำโต วิหคทองทางด้านหลังก็เริ่มที่จะเผาผลาญอย่างไม่หยุดนิ่ง และเยี่ยจงก็ได้มีเสียง“โครม”ดังขึ้น หน้าอกปรากฏโลหิตไหลออกมาเป็นสาย โลหิตที่ไหลออกมาก็ได้มีความร้อนราวกับเปลวเพลิง จนทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมากมายนับไม่ถ้วน หลังจากนั้นจึงค่อยได้ควบคุมลมปราณกระบี่หกสุสานเพื่อสลายความร้อนนั้นลง

 

“ นี้ ที่แท้ต้องการที่จะตัดสินผลแพ้ชนะเลยงั้นหรือ ? “ เมื่อพบว่าการต่อสู้ได้ดำเนินมาอย่างเนิ่นนาน ทั้งสองฝ่ายคล้ายดั่งได้รับบาดเจ็บในเวลาเดียวกัน จนทำให้ผู้คนไม่น้อยต่างก็ต้องลุกขึ้นยืน มองไปด้วยสายตาเคร่งเครียด ทั้งสองฝ่ายต่างก็ได้รับบาดเจ็บ บ่งบอกได้ถึงพลังของฝ่ามือที่ทั้งสองใช้ออกมาได้ ที่มาจนถึงขีดจำกัดแล้ว ไม่อาจที่จะรุกถอยเช่นนี้ต่อไปได้อีก จากความคิดที่คาดการณ์เอาไว้ น่าจะใกล้ถึงช่วงที่จะตัดสินผลแพ้ชนะแล้ว

 

    “ ตูม ——”

 

ทันใดนั้นเอง เยี่ยจงก็ได้ขยับกายคราหนึ่ง ทั่วทั้งแขนก็ได้ปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีม่วง แขนกิเลนก็ได้ปะทะเข้าสังหารอีกครั้งออกไป มุ่งหน้าเข้าไปยังบริเวณศีรษะขององค์ชายสิบสาม ในขณะนี้ รังสีสังหารก็ได้ก่อตัวขึ้น

.

.

.

.

กลุ่มลับ ติดต่อได้หลังไมค์ครับ กลุ่มละ 80ตอน/กลุ่ม/100บาทครับ
โปรโมชั่น เข้ากลุ่ม 4/5/6/7/9 ราคา 550
กลุ่ม4 https://goo.gl/ESwaou ตอนที่ 291-370
กลุ่ม5 https://goo.gl/ekcF7V ตอนที่ 371-450
กลุ่ม6 https://goo.gl/4rqw89 ตอนที่ 451-530
กลุ่ม7 https://goo.gl/qrQ7GA ตอนที่ 531-610

กลุ่ม8 https://goo.gl/Uzqf2x ตอนที่ 611-690

กลุ่ม8 https://goo.gl/1jPZtn ตอนที่ 691-770     ล่าสุด706 Update 07/07/18

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ INBOX ในเพจเลยครับ

https://www.facebook.com/ZuiQiangWuShen/

 




NEKOPOST.NET