เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 305 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.305 - เชื่อมั่นใจตัวเองเป็นสิ่งที่ดี


ตอนที่        305            เชื่อมั่นใจตัวเองเป็นสิ่งที่ดี

 

 

“ ท่านเยี่ยจง พบกับผู้น้อยท่านยังถึงกับไม่สนใจเช่นนั้นหรือ ? “ หญิงสาวชุดขาวจ้องมองไปที่เยี่ยจง แล้วก็ได้มีพลังปราณมอเป็นประกายอยู่ภายในดวงตาขึ้นช้าๆ อดหัวเราะออกมาไม่ได้

 

“ นางเซียนเกรงใจเกินไปแล้ว ข้านั้นกำลังอดทนอย่างถึงที่สุดแล้ว “ เยี่ยจงเอ่ยปากขึ้นมาเสียงเบา ในเวลาเดียวกันก็ได้ตีคะแนนไปกว่าสิบสองหมื่นความคิด คนผู้นี้มิใช่ใครอื่นใด ที่แท้ก็คือนางเซียนชิงหญิงแห่งแดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นเอง ก่อนหน้านี้ในช่วงที่อยู่ที่ราชวังต้าโจว  เยี่ยจงก็มีความหวาดกลัวต่อนางอยู่หลายส่วน คิดไม่ถึงว่านางจะถึงกับเข้ามายังสมรภูมิฮวงกู่แห่งนี้

 

ชายหนุ่มมากมายรอบด้านต่างก็จ้องมองไปที่เยี่ยจงอย่างอิจฉา พวกเขาแม้แต่ต้องการที่จะพูดคุยกับนางเซียนก็ยังทำไม่ได้ เด็กน้อยผู้นี้มีดีอะไร นางเซียนถึงกับเขาไปพูดคุยกับเขาเอง กระนั้นก็เห็นได้ชัดว่าเขากำลังเก็บอาการรำคาญเอาไว้อยู่หลายส่วน เหมือนกับคุณลุงที่กำลังอดทนอยู่ ที่ต้องอนทนคุณป้าอยู่เรื่อย

 

เพียงแต่ว่า ต่อให้ภายในใจมีความโกรธอยู่ ชายหนุ่มเหล่านี้ในตอนนี้ก็ไม่กล้าที่จะพูดอันใดแม้สักคำ นั้นก็เพราะว่าเยี่ยจงสองคำนี้ ได้เป็นการเปิดเผยสถานะออกมา เกี่ยวกับชื่อเสียงของราชันเยี่ยจงในสามพันลี้ ในตอนนี้ผู้คนนับไม่ถ้วนภายในสมรภูมิฮวงกู่ต่างก็เกิดความหวาดกลัวอย่างมากมาย มีที่ไหนที่กล้าเข้าไปหาเรื่องกับเขากัน ?

 

“ พี่เยี่ยเกรงใจไปแล้ว ตลอดทางมานี้สิ่งที่ข้ากำลังตามหา ก็คือการได้พบเจอกับพี่เยี่ยอีกสักครา ในวันนี้ข้าได้มีวาสนา สามารถพานพบเจอกันได้ คงไม่มีอะไรที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว “ นางเซียนชิงหญิงกล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าให้ความลี้ลับอันน่าค้นหาอยู่ชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะใบหน้าเรียวงามที่มีความโค้งเว้าอย่างเหมาะสม ไม่ทราบว่ามีชายหนุ่มไม่รู้กี่คนที่มึนเมาไปกับมัน

 

“ คงมีแต่ข้าที่คิดว่าเมื่อได้พบกับนางเซียนท่าน คงไม่มีเรื่องดีอันใดแน่ “ เยี่ยจงร้องชิออกมาเสียงหนึ่ง ครั้งที่แล้วเพราะเด็กน้อยผู้นี้พาออกหน้ารับ จนนำพาซูเหวินชิงจากไป ทิ้งความยุ่งยากในวันข้างหน้าให้แก่เยี่ยจง ดังนั้นเยี่ยจงย่อมไม่เห็นแก่หน้านางอย่างแน่นอน

 

“ พี่เยี่ยกล่าวเช่นนี้ก็ไม่ถูกนะ ไม่แน่ว่าในครั้งนี้ข้าจะนำโชควาสนาใหญ่เทียบฟ้ามาให้แก่พี่เยี่ยก็ได้มิใช่หรือ ? “ นางเซียนชิงหญิงสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง อมยิ้มแล้วกล่าวออกมา

 

“ อย่าเลย พวกเราต่างฝ่ายต่างเดินไปคนละทางเถอะ ใต้ผืนฟ้านี้กว้างใหญ่ยิ่ง พวกเราเดินไปคนละทาง “ เยี่ยจงแสดงสีหน้าระแวดระวัง ถึงแม้ว่าเขาในตอนนี้จะเข้าสู่ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลาย ถือว่าอยู่ภายในสมรภูมิฮวงกู่คล้ายดั่งไร้ผู้ต้าน แต่ว่าเขากลับเกิดความหวาดเกรงต่อนางเซียนผู้นี้ที่อยู่เบื้องหน้าอย่างไร้ที่เปรียบ ก็เพราะว่าในตอนนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะมิได้มองพลังฝีมือของอีกฝ่าย ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองฝ่ายความจริงแล้วไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีอันใด นางเซียนชิงหญิงยังคิดที่จะช่วงชิงร่างมหัศจรรย์หมื่นโบราณของเขาอีก แล้วยังนำพาซูเหวินชิงไปต่อหน้าเขา เมื่อมองไปยังหัวข้อเหล่านี้ ทั้งสองฝ่ายไม่เพียงแต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดี อีกทั้งยังมีความแค้นเก่าอยู่หลายส่วนด้วย

 

“ พี่เยี่ยยังคงมาทางด้านนี้เถอะ “ นางเซียนชิงหญิงพยักหน้า ขยับกายคราหนึ่ง ก้าวเท้าเหยียบลงบนกลีบดอกไม้ ลอยขึ้นไปบนอากาศ จนมาจนถึงบริเวณยอดเขาเก่าแก่โบราณแห่งหนึ่ง เห็นได้ชัดว่า นางต้องการที่จะคุยกับเยี่ยจงเป็นการส่วนตัว ไม่ได้หวังจะให้ใครขึ้นมาด้วย

 

เยี่ยจงขมวดคิ้ว ในช่วงเวลาอันคับขันสำคัญอย่างตอนที่เขากำลังจะไปสู้กับองค์ชายสิบสาม นางเซียนชิงหญิงผู้นี้กลับปรากฏตัวขึ้นมา ถ้าหากบอกว่านางมิได้มีเป้าหมายอันใด เยี่ยจงย่อมต้องไม่เชื่ออย่างแน่นอน

 

ครุ่นคิดอยู่สักพัก เยี่ยจงก็ค่อยขยับกายคราหนึ่ง ก้าวเท้าเพียงก้าวเดียวก็ได้ปรากฏขึ้นบนบริเวณยอดเขา ยืนอยู่ทางด้านข้างของนางเซียนชิงหญิง ทอดตามองไปยังเมืองเก่าหมื่นลี้ที่อยู่ทางด้านล่าง

 

ทั้งสองยืนเคียงข้างกัน ดุจดั่งเทพเซียนสยายปีกออกมาก็มิปาน เห็นได้ชัดว่าน่าดูอย่างยิ่ง

 

นางเซียนชิงหยินคลุมไว้ด้วยชุดกระโปรงสีขาว ดุจดั่งเซียนที่ออกมาจากภาพวาด แต่ว่าเยี่ยจงก็สวมไว้ด้วยชุดสีขาวเหมือนกัน ผมดกดำพัดสะบัดลอยระบำ หากมิใช่ทั้งสองคนนั้นมีความแค้นเก่าก่อนต่อกันแล้วละก็ ในตอนนี้ฉากเบื้องหน้านี้คงจะสวยสดงดงามดุจดั่งหลุดออกมาจากภาพวาดก็มิปาน

 

แล้วก็ได้จ้องมองไปทางด้านเส้นทางสายเก่าที่อยู่ทางด้านหน้า พลังบรรยากาศของทั้งสองคนนั้นถือได้ว่าไม่เลวเลย เพียงแต่เมื่อเห็นว่านางเซียนชิงหญิงมิได้เอ่ยอันใดออกมา เยี่ยจงก็คร้านที่จะเอ่ยขึ้นมาก่อน

 

“ เยี่ยจง ที่ข้ามาในครั้งนี้เพราะมีเรื่องที่ต้องบอกต่อเจ้าเรื่องหนึ่ง ....... ชื่อเสียงของเจ้านั้นเกรียงไกรอย่างมาก กระทำเรื่องราวที่สะเทือนฟ้าสะท้านดินจนเกินไป ในตอนนี้ต่างก็มีผู้ที่มีชื่อจากแดนอื่นๆไม่น้อย ทั้งกู่หวอหลิงซานต่างก็จับตามองดูเจ้า เจ้าอยู่ในอันตรายเต็มสิบส่วน เรียกได้ว่าในเวลานี้จำเป็นที่จะต้องมีผู้ที่คอยสนับสนุน ....... แดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ข้าถึงแม้จะมิใช่สถานที่ดีอันใด แต่ว่าอย่างน้อยก็มีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่ ดังนั้น ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถเข้าร่วมกับแดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ข้า “ นางเซียนชิงหญิงครุ่นคิดอยู่นาน จึงได้เอ่ยขึ้นมาอย่างช้าๆ นางที่ยังคงสงบนิ่งอยู่ คล้ายดั่งไม่ได้มาเพื่อรบกวนเยี่ยจงแต่อย่างไร เพียงแต่กำลังกล่าวถึงเรื่องเหตุผลของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาในตอนนี้ก็มิปาน

 

“ ความหมายของเจ้าก็คือ ให้ข้าและซูเหวินชิงเขาสู่ภายในแดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ด้วยกันงั้นหรือ ? เจ้าคิดว่า ต่อให้ข้าตอบรับไป ศิษย์น้องซูคนนั้นของเจ้าจะยอมรับงั้นหรือ ? “ เยี่ยจงกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้มมองไปที่ดวงตาของนางเซียนชิงหญิง เอ่ยปากกล่าวออกมา

 

“ ขอเพียงเจ้ายอมตกลง ข้าจะเป็นตัวแทนกระทำให้ นับจากนี้เป็นต้นไปบุญคุณความแค้นระหว่างพวกเจ้าทั้งสองคนจะมลายหายไปเป็นเพียงอากาศ จะไม่มีผู้ใดตามจัดการกับเจ้า หากว่าเจ้ายินยอม ข้าก็สามารถนำตัวเธอส่งจากไป พวกเจ้าทั้งสองคนต่างก็จะไม่มีโอกาสได้พบเจอกันอีก “ นางเซียนชิงหญิงตอบกลับไป ด้วยความพูดที่จริงจัง

 

“ อย่างนี้ไม่ดีหรอก “ เยี่ยจงยิ้มน้อยๆ “ ถ้านางตายไปข้าจะยิ่งวางใจขึ้นหน่อย “

 

“ พี่เยี่ยไม่รู้จักรักถนอมบุบผาเลยอย่างงั้นหรือ ? ไม่ว่าจะกล่าวเช่นไร นางก็เคยหมั่นหมายกับท่าน “ นางเซียนชิงหญิงขมวดคิ้ว

 

“ รักถนอมบุบผางั้นหรือ ? “ เยี่ยจงก็ได้หัวเราะขึ้นมาอย่างกะทันหัน “ หากว่าข้าทำได้อย่างที่ว่ามา เกรงว่าในตอนนี้ข้าคงจะกลายเป็นเพียงซากศพไปแล้วมิใช่หรือ ? เรื่องนี้ก็พอแค่นี้เถอะ หากว่าไม่มีเรื่องอื่นใดอีก ข้าต้องขอตัวไปก่อน “

 

หลังจากที่สิ้นเสียง เยี่ยจงก็ได้หันกายเดินจากไป

 

นางเซียนชิงหญิงขมวดคิ้ว นางจ้องเขม็งไปที่เงาด้านหลังของเยี่ยจง แล้วจึงได้กล่าวออกมาต่อ “ พี่เยี่ย วาสนาเพียงสายเดียวในดินแดนนี้ย่อมต้องปรากฏขึ้นมาอย่างแน่นอน คาดว่าดินแดนซีฮวงจะไม่สงบสุขได้อีกแล้ว เกรงว่าคงจะเกิดความวุ่นวายขึ้นอย่างใหญ่หลวง หากไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่พอจะคอยสนับสนุนเจ้า เกรงว่าวันข้างหน้าคงยากที่จะก้าวเดินออกไปได้ ข้านั้นมิได้คาดหวังสิ่งใด เพียงแต่เป็นการทำเพื่อเจ้า “

 

“ ยังมี หากว่าเจ้าเข้าแดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ของข้า การต่อสู้ที่จุดสูงสุดของหอคอยสงครามในครั้งนี้ ข้าจะลงมือเอง รับรองว่าเจ้าได้จะครอบครองวาสนาเพียงสายเดียว ไม่มีผู้ใดสามารถที่จะต้านทานเอาไว้ได้ “

 

“ จริงงั้นหรือ ? “ เยี่ยจงหันหน้ากลับมา แล้วก็ได้ครุ่นคิด “ เอาเช่นนี้ไหม นางเซียนชิงหญิงเจ้าช่วยเหลือข้าให้ได้ครอบครองวาสนาเพียงสายเดียวนั้นก่อน หลังจากที่พวกเจ้ากระทำสำเร็จแล้ว พวกเราค่อยมาคุยกันเรื่องนี้กันอีก เป็นอย่างไร ? “

 

นางเซียนชิงหญิงขมวดคิ้วช้าๆ คำพูดนี้ของเยี่ยจงก็เกินเลยไปสักหน่อย วาสนาเพียงสายเดียวไม่ว่าผู้ใดก็หวังจะครอบครอง ต่อให้เป็นสำนักแห่งแต่ดินแดน ต่างก็คอยจดจ้องไปที่มัน หากว่าเยี่ยจงเจ้าไม่เข้าร่วมแดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ แดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์จะช่วยเหลือเจ้าแย่งชิงวาสนาเพียงสายเดียวเพื่อเจ้าได้อย่างไร 

 

“ ดูเหมือน เรื่องนี้จะคุยกันต่อไม่ได้แล้วสินะ ? “ เยี่ยจงยิ้มขึ้นช้าๆ จ้องมองไปที่นางเซียนชิงหญิง คล้ายกับเชื้อเชิญให้ถาม

 

“ หากไม่มีแดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ข้าลงมือ ในครั้งนี้เจ้าคงจะต้องพ่ายให้แก่องค์ชายสิบสามอย่างแน่นอน เจ้าก็จะไม่อาจที่จะได้รับวาสนาเพียงสายเดียว ......... เจ้าไม่เข้าใจหรือ วาสนาเพียงสายเดียวนั้นเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงอะไร “ นางเซียนชิงหญิงครุ่นคิดอยู่นาน จึงค่อยตอบออกมาอย่างช้าๆ

 

“ ความหมายก็คือ หากข้าไม่เข้าแดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ พวกเจ้าก็จะขัดขวางข้างั้นหรือ ? “ สีหน้าเยี่ยจงเปลี่ยนเป็นเย็นชา เขาจ้องมองไปที่นางเซียนชิงหญิง เอ่ยปากกล่าวขึ้นมาอย่างเย็นชา

 

นางเซียนชิงหญิงยังคงเงียบงัน เรื่องราวเช่นนี้ไม่ว่านางจะตอบกลับไปอย่างไรก็มีค่าเท่ากัน

 

เยี่ยจงจ้องมองไปยังนางเซียนชิงหญิงอยู่นาน จากนั้นก็ได้ยิ้มขึ้นมาแล้วกล่าว “ สถานที่แห่งนี้เป็นสมรภูมิฮวงกู่ มิใช่ดินแดนซีฮวง ....... สิ่งของใดที่ข้าเยี่ยจงต้องการ ยังไงก็ต้องลงมือด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดคิดที่จะขัดขวางทางเบื้องหน้าของข้า เช่นนั้นคนผู้นั้นก็คือศัตรู ในข้อนี้ หวังว่านางเซียนจะจดจำเอาไว้ ....... “

 

“ เจ้า กระนั้นก็ยังอยู่ภายใต้พลังขั้นก่อเกิดทั้งเก้าอยู่ “ นางเซียนชิงหญิงเงยหน้าขึ้น เอ่ยขึ้นมาอย่างตั้งอกตั้งใจ คล้ายกับกำลังข่มขู่ แต่ว่าก็คือเรื่องจริง

 

“ ข้าคิดว่า ในดินแดนนี้ไม่ได้มีแต่เพียงแดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์เพียงที่เดียว คิดว่าลัทธิเทพแดนลี้ลับก็ไม่เลวเหมือนกันใช่ไหม ? “ เยี่ยจงหัวเราะขึ้นอย่างประหลาด แล้วก็พูดด้วยเสียงที่ดังกังวาน

 

ถ้าหากเป็นอย่างที่เยี่ยจงกล่าว นอกจากแดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์แล้ว ดินแดนซีฮวงแน่นอนว่าย่อมต้องยังมีแดนลับแลอีกไม่น้อย แดนลับแลเหล่านี้ต่างก็มีความแข็งแกร่งที่ไม่ด้อยเลย แน่นอนว่าไม่ได้มีเพียงแค่แดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความสามารถและพรสวรรค์ของเยี่ยจงในตอนนี้ ถ้าหากเขายินยอมเข้าร่วม แดนลับแลเหล่านี้ย่อมไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน

 

“ นี้เจ้ากำลังข่มขู่ข้าอย่างงั้นหรือ ? “ นางเซียนชิงหญิงขมวดคิ้วเข้าชนกัน กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

 

“ ไม่ถือว่าข่มขู่หรอก ข้าเพียงแต่ขอบอกแก่นางเซียนท่าน พวกท่านแดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่อาจที่จะใช้มือเพียงข้างเดียวเพื่อที่จะปิดฟ้าได้ อีกทั้งข้าเยี่ยจงมิได้มีความเห็นเช่นนั้น เพียงแค่ใช้เพียงตาเปล่ามองไป ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถพบกับไทซานก็เป็นได้ “ เยี่ยจงยังคงสงบนิ่งอย่างยิ่ง ที่เขากล่าวไปก็คือเรื่องจริง หรือจะกล่าวในความหมายอยู่เชิงหนึ่ง เขาในตอนนี้ก็เรียกได้ว่ามีสำนักอยู่ก่อนแล้ว แน่นอนว่าคงไม่เข้าร่วมกับแดนลับแลใด แต่ว่าถ้าหากนางเซียนชิงหญิงเตรียมที่จะกระทำเรื่องอันใดแล้วละก็ เขาก็ไม่ปล่อยให้กระทำอยู่ฝ่ายเดียวอย่างแน่นอน

 

“ นี้เจ้าจะปฏิเสธข้า ไม่กลัวว่าข้าจะลงมือในที่แห่งนี้ ทั้งยังสังหารเจ้า จวบจนถึงตอนนี้เจ้ายังคิดที่จะให้เป็นเพียงความว่างเปล่าอีกงั้นหรือ ? “ ในมือของนางเซียนชิงหญิงก็ได้มีกระบี่สั่นยาวสามฟุตสั่นไหวไปมาอย่างช้าๆ นางยิ้มขึ้นอย่างดุดัน พร้อมทั้งกล่าวออกมา

 

“ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ดี ถ้าทราบตั้งแต่แรกเมื่อครั้งที่อยู่ที่ต้าโจวคงจะต้องขอคำชี้แนะจากนางเซียนแล้ว คิดเชิญมิสู้พบพาน นางเซียนเชิญ ! “ สีหน้าของเยี่ยจงยังคงสงบนิ่ง เขาผายมือขวาออกไป นิ้วทั้งสี่แทบชิ้นติดกัน คล้ายดั่งกำลังทำมือเชื้อเชิญอยู่

 

นางเซียนชิงหญิงหันกายมาอย่างช้าๆ ที่ด้านหลังของนางก็ได้ก่อประกายแสงเจิดจ้าออกมาอย่างดุดัน เมื่อจนท้ายที่สุด ดุจดั่งมีเทพเซียนปรากฏขึ้นมาบริเวณทางด้านหลัง เทพเซียนนี้ไหลเวียนไปมาอย่างช้าๆ ทุกคนที่มีการขยับเคลื่อนไหว ก็ได้ลดแสงที่ทอขึ้นมาทีละน้อย

 

แล้วก็ได้มองไปที่เยี่ยจงเช่นนี้ ภายในดวงตาของนางเซียนชิงหญิงก็ได้ทอจนเป็นประกายขึ้นมานับพันหมื่นครั้งในทันที แต่ว่านางเองก็มิได้ลงมือ

 

บนยอดเขาสงบเงียบ ทั้งสองคนก็มิได้กล่าวอันใด แต่ว่าบรรยากาศกลับกดดันอย่างไร้ที่เปรียบ ที่อาจจะปะทุการต่อสู้ขึ้นมาได้ทุกเวลา

 

หลังจากนั้นสักพัก เยี่ยจงก็ค่อยกล่าวออกมาเสียงดัง “ หากว่านางเซียนคิดที่จะสังหารข้าจริง ก็ขอให้รีบลงมือเถอะ “

 

“ น่าเสียดายที่สถานที่แห่งนี้คือสมรภูมิฮวงกู่ เจ้าที่อยู่ในขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลาย ต่อให้เป็นข้าเองก็ยังไม่อาจทำอย่างไรเจ้าได้ “ นางเซียนชิงหญิงกล่าวเสียงเบา กระนั้นก็ยังไม่ได้เอ่ยอันใดขึ้นมาต่อ

 

เยี่ยจงหัวเราะไปมา สีหน้าทอแววสงสัยอย่างมาก “ เจ้าคิดว่า ถ้าเป็นดินแดนภายนอก เจ้ามั่นใจว่าจะสามารถจัดการกับข้าได้สำเร็จงั้นหรือ ? “

 

“ หวังว่าเจ้าข้าคงไม่ต้องเดินไปจนถึงขั้นนั้น ขอเพียงยังอยู่ท่ามกลางสมรภูมิฮวงกู่ แดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ข้ายินดีต้อนรับเจ้าอยู่เสมอ ส่งมอบตำแหน่งศิษย์ให้แก่เจ้า ได้ทุกเวลาเสมอ “ นางเซียนชิงหญิงเอ่ยขึ้นมาเสียงราบเรียบ กระนั้นก็ยังอดไม่ได้ที่จะต้องลงมือ

 

เยี่ยจงยกมุมปากขึ้น แต่ก็ไม่แสดงอารมณ์ออกมา “แดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์พวกเจ้าคิดจะเอาเปรียบหรือยังไง ไม่ช่วยกันก็แล้วไป ยังคิดที่จะให้ข้าหลังจากได้แย่งชิงวาสนาเพียงสายเดียวอย่างยากลำบาก เพื่อที่จะช่วยงานพวกเจ้าอย่างงั้นหรือ ? “

 

“ นางเซียนชิงหญิง เจ้าไม่ลงมือในตอนนี้ วันข้างหน้าจะต้องเสียใจไม่น้อย “ เยี่ยจงก้าวไปด้านหน้าหนึ่งก้าว ราวกับว่าจมูกจะชนเข้ากับจมูกของนางเซียนชิงหญิงเข้าด้วยกัน เขาเอ่ยขึ้นมาเสียงเบา คล้ายกับกำลังข่มขู่ ในเวลาเดียวกันก็บอกออกมาถึงสภาพความเป็นจริงเช่นนี้

 

“ หวังว่าเจ้าข้าคงไม่ต้องเดินไปจนถึงขั้นนั้น เจ้าก็ดูแลตัวเองละ ไปเถอะ “ นางเซียนชิงหญิงถอยหลังไปครึ่งก้าวยังคงมีน้ำเสียงที่ไม่เปลี่ยนไป เอ่ยขึ้นมาอย่างราบเรียบ

 

“ เหอะเหอะ “

 

เยี่ยจงยิ้มขึ้นเบาๆ เขามองเข้าไปที่ดวงตาลึกๆของนางเซียนชิงหญิง จากนั้นก็หันกายไป

 

“ เช่นนั้นก็ขอกล่าวคำเดียวกัน ข้าน้อมส่งนางเซียน ขอให้ดูแลตัวเองดีๆ “

.

.

.

.

กลุ่มลับ ติดต่อได้หลังไมค์ครับ กลุ่มละ 80ตอน/กลุ่ม/100บาทครับ
โปรโมชั่น เข้ากลุ่ม 4/5/6/7/8 ราคา 450
กลุ่ม4 https://goo.gl/ESwaou ตอนที่ 291-370
กลุ่ม5 https://goo.gl/ekcF7V ตอนที่ 371-450
กลุ่ม6 https://goo.gl/4rqw89 ตอนที่ 451-530
กลุ่ม7 https://goo.gl/qrQ7GA ตอนที่ 531-610

กลุ่ม8 https://goo.gl/Uzqf2x ตอนที่ 611-690   ล่าสุด676 Update 22/06/18

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ INBOX ในเพจเลยครับ

https://www.facebook.com/ZuiQiangWuShen/

 




NEKOPOST.NET