เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 256 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.256 - รวมตัวอีกครั้ง


ตอนที่ 256         รวมตัวอีกครั้ง

 

 

“ ครืน “

 

เสียงที่ดังขึ้นมา คมกระบี่สายหนึ่งราวกับดวงดาวที่ร่วงลงมาจากฟ้าก็มิปาน มุ่งหน้าไปทางด้านของเยี่ยจงและองค์หญิงสี่ทั้งสองคนที่ทะยานออกเข้าฟาดฟันจากอีกด้าน คิดที่จะหยุดยั้งการฟาดฟันของทั้งสองคน

 

“ ปุ “

 

“ เยี่ยจงใช้ออกด้วยพลังดัชนี จนก่อเกิดสายลมขุมหนึ่งออกมา แล้วก็ได้ปะทะเข้ากับคมกระบี่จนแตกออก จากนั้นร่างกายของทั้งสองคนก็ขยับคราหนึ่ง แล้วก็ได้หายวาบไปในทันทีเพื่อเข้าปะทะกับคนผู้นั้น

 

“ ตูมตูมตูม “

 

ทันทีที่ลงสู่พื้น เยี่ยจงก็ได้ใช้ออกด้วยมือขวา จนกระทบเข้าร่างกายขนาดใหญ่ของปีศาจร้ายจนลอยออกไป จากนั้นก็ได้กวาดฝ่ามือออก ต้านรับการโจมตีหมายสังหารที่เข้ามา ทันใดนั้นร่างกายก็ได้ขยับอีกครั้งอย่างช้าๆ ลงสู่พื้นอีกครั้งหนึ่ง

 

และในเวลาเดียวกัน องค์หญิงสี่ก็ได้ลงมือเช่นกัน ความเคลื่อนไหวของนางพุ่งผ่านไปราวอาวุธลับ ทั้งยังมีอยู่หลายส่วนที่ให้ความรู้สึกแปลกประหลาด สองสามกระบวนท่าต่อมา ก็ได้เข้าใกล้ยังยอดฝีมือแล้วก็ซัดจนลอยออกไป

 

ราวกับว่าในช่วงเวลาที่เยี่ยจงและองค์หญิงสี่ลงมือ การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายก็ได้หยุดลงในทันที

 

ผู้มีพรสวรรค์มากมายจากต้าโจวก็ได้แต่เหม่อมองการลงมืออย่างกะทันหันของทั้งสองคน ต่างก็มีสีหน้ายินดีปรากฏขึ้นมา

 

“ พี่สี่ “

 

“ องค์หญิงสี่ “

 

“ เยี่ยจง “

 

ในตอนที่เยี่ยจงถือได้ว่ามีชื่อเสียงอย่างแรงกล้าภายใต้สมรภูมิฮวงกู่ตั้งแต่แรกแล้ว การปรากฏตัวของเขาและองค์หญิงสี่ทั้งสองคน สามารถกล่าวได้ว่า เป็นความรู้สึกที่สามารถข้ามผ่านสถานการณ์เช่นนี้ไปได้แล้ว

 

บริเวณของอีกฝ่าย ในตอนนี้ก็ได้มีปีศาจร้ายกลุ่มหนึ่งถอยรวมกลุ่มขึ้นมาในทันที ทั้งผู้มีพรสวรรค์เผ่ามนุษย์อสรพิษที่เป็นผู้นำในตอนนี้ก็ได้ทอประกายแววตาเย็นชา มันได้มองไปยังสมบัติปราณที่ปรากฏขึ้นมากวาดไปมาอยู่บนอากาศ จากนั้นก็ได้มองไปทางด้านเยี่ยจง เกิดความสงสัยขึ้นมาหลายส่วน

 

“ เจ้าก็คือเยี่ยจง “

 

ผู้มีพรสวรรค์เผ่ามนุษย์อสรพิษจ้องมองเยี่ยจง กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ่มต่ำ “ เคยได้ยินได้ฟังนามอันเลื่องชื่อของเยี่ยจงแห่งต้าโจว ทว่าสมบัติปราณนี้เป็นข้าพบเจอก่อน ต่อให้เยี่ยจงเจ้าแข็งแกร่งกว่านี้ ก็คงต้องว่ากันด้วยเหตุผลกันบ้าง มาก่อนมาหลังในข้อนี้ ทุกคนต่างก็ทราบกันดีมิใช่หรือ ? “

 

“ เยี่ยจง อย่าได้ถูกมันหลอกเอาได้ ของสิ่งนี้เห็นๆกันอยู่ว่าเป็นพวกเราที่พบเจอก่อน พวกเขาไม่เพียงแต่บังเกิดความคิดเมื่อเห็นสมบัติ หมายที่จะไปกันไม่ได้กับพวกเรา อีกทั้ง พวกมันยังเป็นฝ่ายที่ลงมือก่อน “ บริเวณทางด้านหลัง ลั่วเฉิงก็ได้เอ่ยขึ้นมา

 

เยี่ยจงสะบัดมือไปมา สายตาทองไปยังประกายแสงที่ปรากฏขึ้นมาในตอนนี้ ที่ด้านในนั้นเป็นเพียงขลุ่ยชิ้นหนึ่ง ดูไม่ออกว่าถูกสร้างมาจากสิ่งใด แต่ก็เห็นได้ชัดว่าไม่ธรรมดา มีความเป็นไปได้ที่จะต้องเป็นสมบัติเซียน

 

หลังจากที่ได้จ้องมองไปยังวัตถุชิ้นนี้แล้ว เยี่ยจงก็ได้ละสายตากลับมา ทอดมองไปยังกลุ่มของปีศาจร้าย ตอบด้วยเสียงดังกังวาน “ เรื่องนี้ใครผิดใครถูก นั้นไม่ได้เกี่ยวอันใดกับข้า เพียงแต่ว่า ข้าในเมื่อมาจากต้าโจว คงมิอาจที่จะนิ่งดูดายมองคนของต้าโจวถูกพวกเจ้ากลุ่มปีศาจร้ายรังแก ไม่งั้นคงกล่าวอันใดไม่ได้แล้วกระมั่ง ? “

 

“ ข้านั้นมาจากเขาหวูฉางหลิงซาน( เขาปรานไร้ความปกติ ) ที่หุบเขาข้าก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอัจฉริยะปรากฏขึ้นมา เยี่ยจง อย่าได้มั่นใจตัวเองผิดไป “ ผู้มีพรสวรรค์เผ่ามนุษย์อสรพิษเอ่ยขึ้นมา ด้วยน้ำเสียงกดดันอย่างยิ่ง

 

“ ถ้ายังไม่ไสหัวไป ก็อย่าได้โทษว่าข้าก็แล้วกัน “ เยี่ยจงกล่าวออกมาเสียงดัง ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้ยื่นมือออกมา กระบี่คงหมิงก็ได้ปรากฏขึ้นมาท่ามกลางใจกลางฝ่ามือ คมกระบี่สายหนึ่งก็ได้พุ่งออกไปในทันที

 

“ ถอย “

 

ผู้มีพรสวรรค์เผ่ามนุษย์อสรพิษคิดไม่ถึงว่าเยี่ยจงยังไม่ทันจะเจรจากันเสร็จก็ได้ลงมือ วินาทีนั้นก็ได้ล่าถอยไปในทันที นำพากลุ่มปีศาจร้ายถอยจากไปอย่างรวดเร็ว หายลับไปในทันที

 

เมื่อได้เหม่อมองทางด้านที่พวกมันได้ถอยจากไป เยี่ยจงก็ได้เกิดความคิดขึ้น ทว่าเขาก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา

 

“ เยี่ยจง เจ้ากับพี่สี่เหตุใดถึงได้มาอยู่ด้วยกันได้ “ องค์หญิงหกที่มีพลังปราณฟ้าแต่กำเนิดเดินออกมาจากภายในกลุ่ม แสดงความสงสัยออกมามองไปที่เยี่ยจง

 

แต่ส่วนผู้มีพรสวรรค์อื่นๆจากต้าโจว นอกจากลั่วเฉิงแล้วก็ยังมีอยู่อีกหลายคน สีหน้าของแต่ละคนต่างก็ได้เหม่อมองไปที่เยี่ยจงอย่างสงสัย ทั้งยังมีความลำบากใจอยู่หลายส่วน

 

เยี่ยจงส่ายหน้าช้าๆ แล้วใช้มือคว้าออกไป จับไปที่ด้ามของขลุ่ย จากนั้นก็ได้ส่งไปให้องค์หญิงหก ค่อยกล่าวต่อออกมา “ เหลือพวกเจ้าอยู่แค่นี้เองหรือ ? แล้วคนอื่นๆเล่า ? “

 

สีหน้าองค์หญิงหกมัวหมองขึ้น ไม่ได้กล่าวอะไร ตามความเป็นจริง ผู้มีพรสวรรค์ต้าโจวในตอนนี้เมื่อได้เข้ามายังสมรภูมิฮวงกู่ก็ถือได้ว่าลดทอนไปกว่าครึ่งแล้ว นั้นก็ถือได้ว่าเป็นเหตุผลหนึ่ง แล้วยังมีเหล่าที่มีจิตใจคับแคบ ในตอนนี้ก็ถือได้ว่ายังมีพวกที่มีบุญคุณความแค้นกับผู้มีพรสวรรค์ต้าโจว จึงทำให้เกิดการรวมตัวกันขึ้น

 

ทว่า ในตอนนี้เยี่ยจงและองค์หญิงสี่ทั้งสองคน ต่างก็ถือได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในจุดสูงสุดของสมรภูมิฮวงกู่แห่งนี้ จนทำให้พวกเขาเหมือนกับค้นหาแก่นกระดูกเจอก็มิปาน

 

“ ต่อจากนี้จะทำอย่างไรกัน ? “

 

เยี่ยจงมองไปที่องค์หญิงสี่คราหนึ่ง เอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเบา หากว่านำพาผู้มีพรสวรรค์ของต้าโจวเดินทางไปด้วย คิดที่จะไปหาเรื่องกับศิษย์พี่ใหญ่สำนักเสวียนหวิน คาดว่าคงจะไม่ง่ายดายเช่นนั้น

 

“ ช่างเถอะ ข้าพอจะทราบว่าเด็กน้อยผู้นั้นท้ายที่สุดจะไปที่ไหน และสถานที่แห่งนั้น พวกเขาคงขึ้นไปไม่ได้หรอก ก็คุ้มครองพวกเขาตลอดเส้นทางนี้ก็แล้วกัน ในเมื่อพวกเราต่างก็มาจากต้าโจวเช่นเดียวกัน “ องค์หญิงสี่ออกความคิดเห็นขึ้น แล้วกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา

 

หลังจากที่เงียบงัน เยี่ยจงก็ได้ครุ่นคิดแล้วจึงค่อยพยักหน้าเห็นด้วย

 

“ อือ ? “

 

ทันใดนั้นเอง เยี่ยจงก็ได้ขมวดคิ้วขึ้น มองไปบริเวณทางด้านห่างไกลออกไป แล้วก็ได้พบกับยอดฝีมือมนุษย์อสรพิษที่ความจริงถอยไปแล้วในตอนนี้ก็ได้พุ่งสังหารเข้ามา เพียงแต่ว่าทางด้านหน้าของพวกเขา ก็ได้มีสิ่งมีชีวิตอันแข็งแกร่งอยู่อีกหลายตน

 

“ ดูเหมือน เมื่อครู่ข้าลงมือยังไม่โหดเหี้ยมพองั้นสินะ “ เยี่ยจงเหม่อมองไปยังฉากเบื้องหน้าที่เข้ามาใกล้ทีละนิด ขมวดคิ้วขึ้นอย่างช้าๆ

 

“ ไม่เห็นจะเคยได้ยินว่ามียอดอัจฉริยะอะไรนั้นจากเขาหวูฉางหลิงซานมาก่อน อย่างมากก็คงเป็นราชันภายในตระกูล “ องค์หญิงสี่เอ่ยขึ้นมาเบาๆ

 

“ ลงมือพร้อมกัน “ เยี่ยจงพยักหน้า ในเมื่ออีกฝ่ายถึงกับหาญกล้าที่จะกลับมา ก็ไม่มีเหตุผลที่พวกเขาจะเข้ามาอีกแล้ว

 

ทันใดนั้นเอง เยี่ยจงก็ได้กวาดมือออกไป พลังเซียนสีรุ้งก็ได้พุ่งออกเข้าสังหารไปบริเวณทางด้านหน้า องค์หญิงสี่ก็ได้ใช้ออกด้วยพลังดัชนี ประกายสีดำขนาดใหญ่เท่าก้อนศิลาสายหนึ่งก็ได้ร่วงลงมาจากฟ้า กดทับไปยังเหล่าสิ่งมีชีวิตกลุ่มนั้น

 

เมื่อพบเห็นเยี่ยจงและองค์หญิงสี่ลงมือ คนอื่นๆที่เป็นผู้มีพรสวรรค์ต้าโจวในตอนนี้ก็ได้มุ่งหน้าขึ้นไปทางด้านหน้าออกไป วินาทีนั้นเอง ประกายแสงสะท้อนแวววับ ทักษะยุทธ์พุ่งขึ้นฟ้า เรื่องตกใจแตกตื่นขึ้นอย่างถึงที่สุด

 

กลุ่มสิ่งมีชีวิตจากเขาหลิงซานต่างก็ตกใจขึ้น จากนั้นราวกับตัดสินใจที่จะหันกายหนีไป นั้นก็เพราะว่าตามแผนการของพวกเขา เมื่อมีราชันคอยลงมือ เยี่ยจงและพวกสมควรที่จะถูกควบคุมเอาไว้จึงจะถูกต้อง คิดไม่ถึงว่าพวกเขาถึงกับเป็นฝ่ายลงมือเองก่อน

 

“ ให้ตายเถอะ ไม่สมควรที่จะเป็นเช่นนี้ “ ภายในดวงตาของราชันหลายคนต่างก็ได้ปรากฏความหวาดกลัวขึ้นมา การโจมตีของคนอื่นๆพวกเขานั้นไม่เห็นอยู่ในสายตาโดยทั้งสิ้น แต่ว่าการโจมตีของเยี่ยจงและองค์หยิงสี่ทั้งสองคน ต่อให้เป็นพวกเขาก็ยังสัมผัสได้ถึงความน่าหวาดกลัว ไม่อาจที่จะไม่ถอยไปได้ ไม่เช่นนั้นแล้วก็ไม่แน่ว่าอาจจะต้องทอดร่างอยู่ในสถานที่แห่งนี้

 

เพียงแต่ว่า สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ในตอนนี้ก็ได้ถอยไปอย่างช้าๆแล้วหลายส่วน อีกทั้งยังถูกสังหารไปจนโลหิตนองบนร่างไหลนองเต็มพื้น หลงเหลือไว้แต่เพียงซากศพเท่านั้น จึงได้ถอยออกไป

 

“ คงไม่กล้าที่จะกลับมาชั่วเวลาหนึ่งแล้วละ “ เยี่ยจงสะบัดมือ เป็นสัญญาณให้คนอื่นๆหยุดมือ เขาขมวดคิ้วมองไปกลุ่มผู้มีพรสวรรค์ต้าโจวที่อยู่ทางด้านหลัง ท่ามกลางพวกเขาก็อยู่หลายคนที่ถือได้พบประสบพบพานโอกาสมาอยู่หลายส่วน ทว่าที่แข็งแกร่งที่สุดก็มีเพียงแค่พลังขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ด ส่วนมากจะเป็นขั้นก่อเกิดระดับที่หก พลังฝีมือเช่นนี้เมื่อต้องอยู่ในสุสานกระบี่ถือได้ว่าไม่น่าดูอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ ก็สมควรมีราศีที่คู่ควรอยู่กับตัวจริงจะถูกต้อง

 

ตามความเป็นจริง เมื่อครู่หากว่าไม่ใช่เพราะเด็กน้อยกลุ่มนี้ลงมือ ด้วยพลังฝีมือของเยี่ยจงและองค์หญิงสี่ร่วมมือกัน ไม่แน่ว่าจะทำให้สิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้ถูกไล่ฆ่าสังหารไปตลอดเส้นทาง ตายไปจนหมด

 

ทั้งสองคนสบตากัน ต่างก็ถอนหายใจ ไม่ว่าจะกล่าวออกมาเช่นไร เด็กน้อยกลุ่มนี้ก็ไม่อาจที่จะอยู่กับพวกเขาได้ ไม่เช่นนั้นแล้วกล่าวกันตามตรงด้วยพลังฝีมือของพวกเขา ไม่แน่ว่าอาจจะหลงเหลือเพียงแค่กระดูกเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นยังมีคนอย่างองค์หญิงหกที่เป็นถึงบุคคลสำคัญ ยิ่งไม่อาจที่จะสาบสูญไปได้

 

“ หาสมบัติปราณอีกหลายชิ้น เพื่อให้เด็กน้อยเหล่านี้พอจะมีพลังในการสู้รบอยู่บ้าง “  เยี่ยจงถอนหายใจ แล้วก็ได้เสนอวิธีที่ดีที่สุดออกมา

 

องค์หยิงสี่พยักหน้าออกมา ต่อมาก็ได้ผ่านไปอีกหลายวัน ทั้งสองคนก็ได้นำพาผู้มีพรสวรรค์ต้าโจวกลุ่มนี้ เข้าสู่ส่วนลึกของสุสานกระบี่ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาพวกเขายังถือได้ว่าโชคดีอย่างยิ่ง ในตอนนี้ทั้งสิบกว่าคนต่างก็มีสมบัติปราณกันแล้ว หากว่าพอที่จะสามารถฝึกฝนฟื้นฟู สมควรที่จะเป็นสมบัติระดับเซียน ทั้งสองคนต่างก็ไม่ลดละ แบ่งหน้าที่ให้แต่ละคน จนกระทั่งผู้มีพรสวรรค์ต้าโจวกลุ่มนี้มีพลังฝีมือเพิ่มขึ้นพอที่จะต้านทานได้ ต่อให้พบเจอกับเรื่องที่อันตรายก็ยังถือว่ายังมีพลังพอที่จะคุ้มครองตนเอง

 

แล้วก็เป็นเช่นนี้ แล้วก็ได้ผ่านไปอีกหลายวัน ทั่วทั้งสี่ด้านก็ได้พบกับซากปักหักพังที่เปลี่ยนไปเป็นคนละแบบโดยสิ้นเชิง และเหล่าสมบัติปราณที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นก็ได้เปลี่ยนจนกลายเป็นพื้นดินอันว่างเปล่า เห็นได้ชัดว่า บริเวณสถานที่แห่งนี้สมควรที่จะเป็นใจกลางของสุสานกระบี่แล้ว ทั้งยังคงรักษาสภาพคงเดิมเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

 

“ น่าจะเข้าใกล้ยังสถานที่แห่งนี้แล้ว “ องค์หญิงสี่กล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา แล้วก็ชี้ไปทางด้านนั้น

 

เยี่ยจงไม่ได้กล่าวอะไรมากมาย เพียงแต่พยักหน้าเห็นด้วย อีกทั้งเขายังไม่คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ ถามไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร

 

“ สมควรใกล้ถึงแล้วละ “ องค์หญิงสีพูดขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยสีหน้าจริงจัง

 

“ ตูม บรึม บรึม “

 

ทันใดนั้นเอง ก็ได้มีเสียงดังขึ้นมาสนั่นหวั่นไหว แล้วก็ได้พบว่าบริเวณทางด้านหน้า มีเงาร่างมากมายนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานออกมาอย่างกะทันหัน ด้านในนี้มีเผ่ามนุษย์ สิ่งมีชีวิตไท่กู่หลิงซาน แล้วก็ยังมีมนุษย์ยักษ์สองหัวที่แข็งแกร่งเป็นต้น เพียงแต่ว่าคนเหล่านี้สีหน้าในตอนนี้ต่างก็ปั้นยากอย่างถูกที่สุด ถอยไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว

 

“ ในที่สุดก็เข้าใกล้แล้ว “ สีหน้าองค์หญิงสี่เปลี่ยนไปอย่างมาก นางโบกมือขึ้นอย่างแรง กล่าวด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด “ พวกเราก็ต้องถอยแล้ว “

 

“ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? “

 

เยี่ยจงโบกมือคราหนึ่ง แล้วก็ได้นำชิ้นส่วนมายาออกมา ถอยออกไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว ผู้มีพรสวรรค์ต้าโจวคนอื่นๆก็ได้ถอยไปอย่างรวดเร็ว ทว่าก็มีคนที่ไม่รู้จักที่มาจากที่ใดอยู่มากมาย เรียกได้ว่าไม่อาจที่จะทำความเข้าใจกับสถานการณ์ในตอนนี้ได้

 

“ สถานที่แห่งนี้คือสุสานกระบี่ เมื่อก่อนได้มียอดฝีมือนับไม่ถ้วนได้ทิ้งร่างเอาไว้ในที่แห่งนี้ จนกลายเป็นวิญญาณปราณวีรชน และความน่ากลัวของวิญญาณปราณวีรชนเหล่านี้ ยังไม่ถูกกฎเกณฑ์ของสมรภูมิฮวงกู่จำกัดเอาไว้ พวกเราไม่อาจที่จะต่อกรได้อย่างแน่นอน ทว่า นี้เป็นสิ่งที่บอกได้ว่าพวกเราได้เข้ามาใกล้แล้ว

 

องค์หญิงสี่ครุ่นคิดแล้วกล่าวออกมา เพื่อเร่งให้ทุกผู้คนเพิ่มระดับความเร็ว

 

เยี่ยจงหันหน้ากลับ หรี่ตาจ้องมองไปยังเส้นทางที่เป็นพื้นที่เหนือขึ้นไป ที่แท้ก็จะสามารถที่จะพบเห็นเงาร่างสีดำนับไม่ถ้วนลอยออกไปท่ามกลางอากาศ มุ่งฆ่าสังหารไม่หยุด จากนั้นสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นก็ได้ถูกพวกเขาช่วงชิงชีวิตไป จนกลายเป็นซากศพที่อยู่ไปพื้น

 

ฉากเบื้องหน้านี้ก็ช่างน่าหวาดกลัวจนเกินไป นับได้ว่ามิใช่พลังฝีมือของผู้คนมากมายจะสามารถต่อกรได้ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้มีเพียงทางเดียวก็คือหนี

 

บริเวณทางด้านหลัง โลหิตก็ได้กระจายลอยไปทั่ว ผู้มีพรสวรรค์และสิ่งมีชีวิตอันกล้าแข็งเหล่านั้นตายตกกันไม่หยุด ช่วงเวลาสั้นๆที่มีเสียงร้องออกมา ก็ได้กลายเป็นเศษซากศพไปแล้ว บริเวณทั่วทั้งสี่ทิศแปดด้าน ก็ได้เริ่มที่จะมีวิญญาณปราณวีรชนปรากฏตัวขึ้น จนคนไม่อาจที่จะละสายตาได้

 

“ เข้ามา “ เยี่ยมองไปรอบหนึ่ง สถานที่ในตอนนี้เป็นดั่งสุสานเก่าแก่แห่งหนึ่ง เขาส่งสัญญาณให้ผู้คนมากมายหลบเข้ามาด้านใน ทั้งหมดก็ได้หลบซ่อนเอาไว้ ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียออกมา เกรงว่าจะเป็นดึงดูดเหล่าวิญญาณปราณวีรชนเหล่านั้นเข้ามา

 

เยี่ยจงและองค์หญิงสี่ยังดีหน่อย ทั้งยังสามารถคงความสงบเอาไว้ได้ แต่ว่าผู้มีพรสวรรค์ต้าโจวคนอื่นๆเมื่อได้เหม่อมองฉากเบื้องหน้า ร่างกายของแต่ละคนต่างก็มีเหงื่อเย็นเยียบไหลออกมา ความน่ากลัวของสุสานกระบี่ ถือได้ว่าเกินความที่คาดเดาเอาไว้ได้

.

.

.

.

กลุ่มลับ ติดต่อได้หลังไมค์ครับ กลุ่มละ 80ตอน/กลุ่ม/100บาทครับ
โปรโมชั่น เข้ากลุ่ม 3/4/5/6/7 ราคา 400
กลุ่ม3 https://goo.gl/dV1p9e ตอนที่ 210-290
กลุ่ม4 https://goo.gl/ESwaou ตอนที่ 291-370
กลุ่ม5 https://goo.gl/ekcF7V ตอนที่ 371-450
กลุ่ม6 https://goo.gl/4rqw89 ตอนที่ 451-530
กลุ่ม7 https://goo.gl/qrQ7GA ตอนที่ 531-610 ล่าสุดตอนที่ 588

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ INBOX ในเพจเลยครับ

https://www.facebook.com/ZuiQiangWuShen/




NEKOPOST.NET