เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 255 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.255 - เข้าสู่หุบเขากระบี่


ตอนที่ 255         เข้าสู่หุบเขากระบี่

 

 

“ ตูม “

 

บรรยากาศท่ามกลางสนามนี้ตอนนี้ร้อนลุ่มขึ้นมาอย่างถึงที่สุดทันที ทันใดนั้นเอง ภายในประตูทางเข้าหุบเขา ก็ได้มีประกายแสงสีทองพุ่งออกมา สะท้อนนัยน์ตาเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังมีเสียงดังขึ้นมาชนิดหนึ่ง จนแสบเข้าไปภายในแก้วหูของผู้คน

 

เพียงแต่ว่าทันทีที่เกิดขึ้น ต่อมาสายตาของผู้คนทั้งหมดก็ได้ตัดสินใจที่จะหันกายกลับไป จากนั้นก็พบว่า ประกายสีทองนั้นเป็นกระบี่ใหญ่อันงดงามด้ามหนึ่ง พุ่งออกมาเป็นประกายสู่ท้องฟ้า

 

ทันใดนั้นต่อมา ประกายแสงสีทองก็ได้หายไป กระบี่ใหญ่ก็ได้ร่วงลงสู่พื้นที่ท่ามกลางอากาศ แล้วก็ได้กลับเข้าไปยังท่ามกลางหุบเขาอีกครั้ง หายไปไม่เหลือแม้แต่เงา

 

“ สมบัติเซียน “

 

มีคนร่ำร้องออกมา เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

 

ภายในดินแดนซีฮวง สมบัติเซียนถือได้ว่ายากที่จะพบได้ ไม่ว่าจะเป็นชิ้นใดก็ถือได้ว่าสามารถที่จะนำพาโชคลาภให้แก่รัฐแห่งหนึ่งตระกูลสายหนึ่งได้ มีสมบัติเซียนอยู่มากมาย ต่างก็ไม่ทราบว่าได้สืบทอดมาแล้วไม่รู้กี่รุ่น นั้นก็เพราะว่าเมื่อก่อนหน้านี้ไม่อาจที่จะมีความสามารถที่จะมีพลังฝีมือพอที่จะควบคุมฝึกฝนสมบัติเซียนได้ ไม่ว่าสมบัติเซียนชิ้นใดที่เผยออกมาต่อโลกหล้า แต่ว่าในตอนนี้กลับสามารถที่จะพบสมบัติเซียนพุ่งขึ้นสู่ฟ้าด้ามหนึ่ง

 

“ จากที่เล่าขาน สุสานกระบี่ถือได้ว่าเป็นหลุมฝังศพของสมบัติปราณโบราณ ที่ด้านในถือได้ว่ามีสมบัติปราณที่ได้ถูกฝังอยู่มากมาย ถึงแม้ว่ามีอยู่จำนวนมากที่ต่างก็เป็นเพียงเศษซาก ไม่สามารถที่จะนำมาใช้ได้ แต่ว่าอาจจะได้พบกับส่วนหนึ่งที่ได้อาบแสงจันทร์แห่งดวงเดือนไหลเวียนผ่านมา ฟื้นคืนสู่สมบัติเซียนเช่นดั่งเดิม ที่มีคุณค่าเป็นอย่างมาก “

 

มีคนกล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา ยกหัวข้อออกมาเพื่อเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนฉากเบื้องหน้า

 

“ อย่างน้อยก็ถือได้ว่ามีกระบี่เซียนด้ามหนึ่งฟื้นคืนมาแล้ว หากว่าเข้าไปด้านในในตอนนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถที่จะครอบครองกระบี่ด้ามนี้ได้ “

 

เมื่อได้ยินความพูดเช่นนี้ จากนั้นสายตาของเยี่ยจงและหมิงหยี่ก็ได้ประสานเข้าด้วยกัน และแล้วหมิงหยี่ก็ได้หัวเราะออกมา ถอยออกไปอย่างไร้สุ่มเสียง เห็นได้ชัดว่า หมิงหยี่ยังไม่ต้องการที่จะลงมือในเวลาเช่นนี้ อีกทั้งในตอนนี้องค์ชายสิบสามยังมีผู้คนช่วยเหลือ ไม่ง่ายที่จะต่อกร

 

เมื่อมองไปยังฉากเบื้องหน้า เยี่ยจงก็ได้ขมวดคิ้วขึ้น จากนั้นก็ได้โบกมือไปมา หันกายจ้องมองไปทางด้านทางเข้าหุบเขา ทอสีหน้าสงสัย

 

องค์ชายสิบสามและอินทรีทองสุริยะในตอนนี้ก็ไม่ได้ท้าดวลกับเยี่ยจงและพวกอีกต่อไป พวกเขาก็ได้จ้องมองไปยังบริเวณทางเข้าหุบเขา ด้วยสีหน้าที่จริงจัง

 

เห็นได้ชัดว่า สมบัติเซียนเมื่อปรากฏขึ้นมาในตอนนี้ ผู้คนทั้งหมดตั้งก็เกิดความสนใจขึ้น แทบจะไม่มีใจที่จะต่อสู้กันในตอนนี้

 

“ สมบัติเซียนปรากฏขึ้นมาแล้ว คนเหล่านี้เหตุใดถึงยังไม่เข้าไป ? “ เยี่ยจงหลังจากที่มองไปทางด้านหน้าด้วยความเคร่งเครียด แล้วจึงได้เอ่ยขึ้นมาเสียงแผ่วเบา

 

“ เล่าขานกันว่าหลังจากที่ได้เข้าไปยังทางสุสานกระบี่เส้นทางสายนี้ได้มีเครื่องมือสังหารอยู่ตลอดรายทาง หากว่าไม่เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าไป ถึงแม้จะเป็นยอดฝีมือที่อยู่ในจุดสูงสุด ก็ยังต้องทอดกายอยู่ในที่แห่งนี้ ทว่า ทุกครั้งที่มีสมบัติปราณทอดประกายขึ้นมา เครื่องมือสังหารก็จะมีการปิดตัวลงชั่วขณะ เปิดเส้นทางสายหนึ่งขึ้น ไม่นานพวกเราก็จะสามารถที่จะเข้าไปยังด้านในได้แล้ว “ องค์หญิงสี่ที่อยู่ทางด้านข้าง ก็ได้อธิบายด้วยเสียงแผ่วเบา เห็นได้ชัดว่านางทราบเรื่องเกี่ยวกับสุสานกระบี่อยู่ไม่น้อย

 

หลังจากที่สิ้นเสียง ทันใดนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงดังจนก่อเกิดเสียงตูมตามขึ้นมาจากท่ามกลางทางเข้าหุบเขา ในขณะนี้เอง หมอกดำอันหนาทึบก็ได้แหวกเปิดออกไปทั้งสองข้างทาง เผยให้เห็นเส้นทางสายหนึ่ง ราวกับต้อนรับผู้คนเข้าไป

 

“ หุบเขาสุสานกระบี่เปิดตัวขึ้นแล้ว “

 

“ โอกาสที่ฟ้าประทานให้ ข้ารออยู่ในที่แห่งนี้นานถึงสามเดือนเต็ม กระทั่งค่อยเปิดขึ้นมาครั้งหนึ่ง ในครั้งนี้ไม่ทราบว่าจะมีสมบัติอันใดปรากฏขึ้นมา “

 

มีคนเกิดความตื่นเต้น ทั้งยังเกิดความยินดีขึ้นหลายส่วน จากนั้นที่มีคนพยายามเข้าใกล้อย่างระมัดระวัง

 

บริเวณตำแหน่งของแรดสวรรค์ที่อยู่ทางด้านหน้าที่ใกล้ที่สุดกลับมิได้ขัดขวางผู้คนเหล่านี้ เพียงแต่จ้องเขม็งเข้าไป


“ ซวบ “

 

ในที่สุดก็มีคนที่เก็บความโลภเอาไว้ไม่อยู่ ขยับร่างกายคราหนึ่ง ทะลวงออกเข้าไปด้านในหุบเขาเป็นคนแรก ไม่นานนัก ร่างกายของเขาก็ได้เข้าไปยังท่ามกลางหมอกดำทมิฬ

 

ผู้คนมากมายทางด้านหลังทอดสายตามองไปทางด้านหนึ่งที่ในเวลานี้เดือดขึ้นเปลี่ยนไปราวกับเปลวเพลิง ราวกับว่าผู้คนทั้งหมดต่างก็ได้ก้าวออกมา ทะยานเข้าสู่ท่ามกลางภายในหุบเขา

 

“ ไสหัวออกไปซะ “

 

มนุษย์ยักษ์สองหัวก็ได้สะบัดมือออกคราหนึ่ง จนทำให้ยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งกระจายออกไป จากนั้นเขาก็ได้ก้าวใหญ่ๆมุ่งหน้าไปบริเวณที่เป็นเหมือนทางเข้า บริเวณทางด้านหลังของมัน ยอดฝีมือคนอื่นๆต่างก็ได้เปล่งประกายคมกล้า หมายที่จะแย่งชิงโอกาส

 

“ พวกเราก็ไปกันเถอะ “ เยี่ยจงจ้องมองไปยังฉากเบื้องหน้า จากนั้นก็ได้กล่าวออกมา ถึงแม้ว่าเป้าหมายของการมายังสุสานกระบี่จะเพื่อสังหารสวางม่อแห่งสำนักเสวียนหวิน แต่ว่า ในเมื่อในตอนนี้มีโอกาสปรากฏขึ้นต่อหน้า เขาย่อมไม่อาจที่จะพลาดไปได้

 

องค์หญิงสี่พยักหน้าเห็นด้วยช้าๆ สุสานกระบี่ถึงแม้จะเป็นพื้นที่ที่อยู่ในสมรภูมิฮวงกู่ อีกทั้งยังเป็นสถานที่เต็มไปด้วยสมบัติ มีทั้งโอกาสและอันตราย หลายปีมานี้ มีผู้คนไม่น้อยต่างก็สามารถเข้าไปยังสุสานกระบี่เพื่อนำสิ่งของออกมา จากนั้นก็ได้จัดตั้งตระกูลหรือสำนักขึ้นมา โอกาสเช่นนี้ นางย่อมไม่อาจที่จะผิดพลาดไปได้

 

ต่อมาทั้งสองก็ได้ขยับกายคราหนึ่ง ในเวลาเดียวกันก็ได้กลายเป็นประกายแสงสาดออกไป มุ่งหน้าไปบริเวณทางด้านทางเข้าของหุบเขา

 

“ พวกเราก็ไปกันเถอะ “ องค์ชายสิบสามมองไปที่แผ่นหลังของเยี่ยจงอย่างลึกซึ้งคราหนึ่ง จากนั้นก็ได้โบกมือไปมาอย่างแรง นำพากลุ่มคนทะยานเข้าไปในทันที บริเวณทางด้านหลัง ราวกับว่ายอดฝีมือทั้งหมดต่างก็ได้มุ่งหน้าเข้าไปทางด้านทางเข้า ไม่มีผู้ใดยินยอมที่จะพลาดโอกาสในครั้งนี้อย่างแน่นอน

 

หลังจากที่ก่อเกิดเงาขนาดใหญ่อยู่สองสาย ก็ได้เกิดเส้นทางสายยาวพาดตรงเข้าไปยังหุบเขา ในตอนนี้ก็ได้ก่อเกิดผู้คนหลั่งไหลกันเข้ามา

 

ยังดีที่เส้นทางของหุบเขานี้ไม่ยาวมากนัก ไม่นานนักก็ได้ผ่านเข้ามา จากนั้น ก็ได้เกิดซากปรักหักพังขึ้นมา ปรากฏอยู่เบื้องหน้าสายตาของผู้คนจำนวนมาก

 

ซากปรักหักพังนี้ได้มีสมบัติปราณเกลื่อนกลาดอยู่ไปทั่ว ทั้งหมดถูกถมไว้ด้วยซากปรักหักพัง จนทำให้ผู้คนยากที่จะเชื่อได้ ว่าเมื่อก่อนหน้านี้สถานที่แห่งนี้ยังถึงกับมีสิ่งเหล่านี้อยู่ด้วย ในเวลาเดียวกัน ด้านบนพื้น ก็ได้กระจายกระจายไว้ด้วยสมบัติปราณแต่ละชนิด มีทั้งดาบกระบี่หอกง้าวไปจนขวดแก้วโถจานชามก็มี

 

เพียงแต่ว่า สมบัติปราณเหล่านี้โดยส่วนมากต่างก็ได้ถูกทำลายลงไปแล้ว เพียงแค่การแตะเพียงเบาๆ ก็ทำให้เกิดการแตกสลายจนกลายเป็นฝุ่นผงได้

 

ทว่าต่อให้เช่นนี้ก็ตาม ก็ยังมีอยู่หลายคนที่ได้พลิกเสาะหาทั่วทั้งสี่ด้านด้วยความรื่นเริง นี้เป็นเหมือนดั่งการงมเข็มในมหาสมุทร ทว่าก็ยังมีผู้ที่ได้รับสิ่งของอยู่

 

เยี่ยจงเข้าไปยังบริเวณทางด้านใน และองค์หญิงสี่ก็ได้ยืนอยู่ทางด้านข้างไม่หายไปไหน เหม่อมองไปยังฉากเบื้องหน้าที่วุ่นวาย ต่างก็ไร้คำพูดจะกล่าวออกมา

 

“ ถี่ “

 

ทันใดนั้นเอง บริเวณท่ามกลางซากปรักหักพัง ก็ได้มีการปรากฏของแสงเจ็ดสีสายหนึ่งอย่างกะทันหัน มุ่งหน้าลอยเข้าไปยังส่วนลึกของสุสานกระบี่

 

“ สมบัติเซียน ไล่ตามเร็ว “

 

กลุ่มอัจฉริยะยอดฝีมือแต่ละคนก็ได้มีปฏิกิริยากลับมา ในตอนนี้ในเมื่อพบเห็นการปรากฏของสมบัติเซียน ต่อมาผู้คนกลุ่มใหญ่ก็ได้ทะยานไปอย่างรวดเร็ว หมายที่จะแย่งชิงวัตถุชิ้นนี้มาอยู่ในครอบครอง

 

“ สิ่งของเหล่านี้ ต่างก็เคยเปล่งประกายมาก่อนอย่างนั้นหรือ ? “ เยี่ยจงไม่ได้ไล่ตามเข้าไป เขาเพียงกวาดตามองไปยังเศษซากสมบัติปราณที่กระจัดกระจาดอย่างวุ่นวายของกาลก่อนในตอนนี้ ทั้งยังเกิดความสงสัยขึ้นมาแล้วถามออกไป

 

“ กล่าวได้ยากยิ่ง ยังไงเสียก็คงจะต้องมีสมบัติดีๆที่แท้จริงอยู่บ้างละ นอกเสียจากว่าหลังจากที่สามาระผ่านช่วงเวลาอันเนิ่นนานเพื่อฟื้นคืนกลับมา กลับคืนสู่พลังที่มี “ องค์หญิงสี่ส่ายหน้า “ พวกเราก็ไปกันเถอะ ที่นี้ก็เป็นแค่เพียงทางเข้าเท่านั้น ต่อให้มีสิ่งของที่ดีก็มีอยู่อย่างจำกัด “

 

เยี่ยจงพยักหน้า ต่อมาทั้งสองคนก็ได้ทะยานออกไป มุ่งหน้าเข้าไปยังบริเวณส่วนลึก

 

ซากปรักหักพังที่ใหญ่โตไร้ที่เปรียบสายนี้ ทั่วทั้งซากปรักหักพังราวกับถูกกองรวมกันเอาไว้จนเกิดเป็นคล้ายดั่งภูเขาสูงใหญ่ ดังนั้นนอกเสียจากซากปรักหักพังแต่ละอย่างที่อยู่รอบนอก ตลอดรายทางก็ยังสามารถที่จะพบเห็นกับสายธารที่แห้งผาด พื้นดินแตกจายออกเป็นสาย บริเวณห่างไกลในเวลาเดียวกัน ก็สามารถที่จะพบเห็นประกายสมบัติพุ่งขึ้นมา ดึงดูดคนจำนวนมากเข้าแย่งชิง

 

ทว่าระยะห่างเหล่านั้นถือได้ว่าอยู่ห่างไกลจนเกินไป เยี่ยจงและองค์หญิงสี่ก็เข้าใจอย่างชัดเจน ต่อให้เร่งรีบไป คาดว่าคงยากที่จะครอบครองมาได้ ดังนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็ได้แต่เพียงทำเป็นมองไม่เห็น ออกเดินทางต่อไป

 

เมื่อเข้าไปลึกขึ้น ก็มีบ้างที่จะสามารถได้พบเจอกับพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยซากกระบี่ ด้านบนยอดก็ได้มีรอยประทับมือที่ไม่สมบูรณ์เอาไว้อยู่

 

ในทุกครั้งที่ได้พบเจอกับสิ่งเหล่านี้ สีหน้าของเยี่ยจงก็ได้ขยับเล็กน้อย หยุดลงเพื่อทำการตรวจสอบดู

 

ถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่ทราบว่าเป็นซากศพที่เกิดจากการต่อสู้เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้เท่านั้น ทั้งยังได้สูญเสียพลังปราณไปตั้งแต่แรกแล้ว แต่ว่าจากท่ามกลางเครื่องหมายเหล่านี้ เยี่ยจงก็ยังสามารถที่จะได้อย่างอันเล็กน้อยมา

 

เห็นได้ชัดว่า สิ่งของเหล่านี้ไม่ได้มีประโยชน์ต่อการฝึกปรือมากนัก อย่างมากก็เป็นเครื่องหมายแทนคำพูดความรู้สึกชนิดหนึ่ง

 

“ ตูม “

 

ทั้งสองคนได้ทะยานออกมาจากด้านบนเขาสายนี้ ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางพื้นที่ด้านล่าง ก็ได้มีเตาขนาดใหญ่ลอยออกมา ก่อเกิดเสียงดังขึ้น เห็นได้ชัดว่าถือเป็นสมบัติปราณที่ไม่เลวเลย

 

“ สมบัติที่ดี ข้าต้องการ ข้าต้องการ “

 

ครุ่นคิดอยู่สักพักเสี่ยวหลุนก็ได้ส่งเสียงออกมาจากท่ามกลางความนึกคิดของเยี่ยจง กระตุ้นเยี่ยจง

 

เยี่ยจงไร้คำที่จะพูดออกมา เสี่ยวหลุนนี้เมื่อพบเจอสิ่งของที่อยากได้ ก็จะมีความเคยชินที่จะเอาให้ได้อยู่

 

“ ตูม “

 

ทว่าทันใดนั้นเอง เยี่ยจงก็ไม่ได้กล่าวมากความ เพียงแต่ยื่นมือออกไปโดยตรง หมายที่จะคว้าจับไปที่เตาโบราณ แต่องค์หญิงสี่ก็ได้ลงมืออย่างรวดเร็ว ก่อเกิดทักษะยุทธ์อันน่ากลัวเข้าโจมตีออกมา คิดที่จะหยุดความเคลื่อนไหวของเตาโบราณเอาไว้

 

“ ตูม “

 

ด้านบนเตาโบราณก็ได้มีประกายแสงสีม่วงแผ่กระจายออกมาเป็นวง จนทำให้หยุดยั้งการโจมตีของเยี่ยจงและองค์หญิงสี่ทั้งสองคนเอาไว้ได้ จากนั้นมันก็ได้พุ่งขึ้นสู่ฟ้า ทันใดนั้นก็ได้หายไปยังบริเวณพื้นที่ลับขอบฟ้า

 

เยี่ยจงและองค์หญิงสี่มองจนอ้าปากตาค้าง สมบัติปราณนี้ถึงกับปล่อยพลังไหลเวียนออกมาได้ขนาดนี้เชียว อีกทั้งยังสามารถหลบหนีได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ ?

 

“ วัตถุสิ่งนี้เกรงว่าคงจะฟื้นฟูขึ้นมาได้หลายปีแล้ว เมื่อมีปราณอยู่เต็มเปี่ยม พวกเราก็ยังไม่อาจที่จะหยุดมันเอาไว้ได้ “ องค์หญิงสี่ถอนหายใจออกมา นางย่อมมองออกว่าวัตถุสิ่งนี้ไม่ธรรมดา เพียงแต่ว่าด้วยฝีมือของนางและเยี่ยจง เห็นได้ชัดว่ายังไม่อาจที่จะรั้งวัตถุสิ่งนี้ได้

 

“ น่าเสียดาย “ เยี่ยจงถอนหายใจ หากว่าสามารถครอบครองเตาใหญ่ชิ้นนี้ได้ ไม่แน่ว่าอาจจะได้รับประโยชน์อยู่ส่วนหนึ่ง

 

“ ตูม “

 

ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังคุยกัน ทันใดนั้นเอง ในบริเวณที่ไม่ห่างไปจากพวกเขานัก ก็ได้มีพลังปราณกลุ่มหนึ่งพุ่งออกมาจาฟากฟ้าอย่างกะทันหัน ปลดปล่อยบรรยากาศอันแปลกประหลาดออกมาเป็นสาย

 

ทั้งสองคนสบตามองกัน ราวกับว่ามีสายลมประกายสายฟ้าก็มิปานมุ่งหน้าผ่านเข้าๆออกๆไปมา ปราณแสงนี้ยังถือว่าอ่อนแออยู่บ้าง เห็นได้ชัดว่าคงจะเป็นสมบัติปราณที่พึ่งจะฟื้นคืนออกมา เรียกได้ว่าเป็นชนิดที่ต่อกรได้ง่ายก็ว่าได้ ทั้งสองคนย่อมไม่คิดที่จะผิดพลาดไปได้

 

“ เพล้งเพล้งเพล้ง “

 

เพียงแค่ระยะห่างเพียงสั่นๆ ราวกับว่าแค่หันหลังกลับมาเท่านั้น ทว่าในระยะห่างที่ไม่ไกลจากเยี่ยจงและองค์หญิงสี่ทั้งสอง กลับปรากฏผู้คนกำลังถูกแสงนั้นล้อมเอาไว้อยู่

 

ผู้คนทั้งสองฝ่ายนี้ ฝ่ายหนึ่งเป็นเผ่ามนุษย์ แต่อีกทางด้านหนึ่งกลับเป็นปีศาจร้าย ในตอนนี้ปีศาจร้ายก็ได้มีแต่ความคิดการสังหาร เพื่อที่จะให้เผ่ามนุษย์พ่ายแพ้ล่าถอยจากไป

 

“ เจ้าหนู อย่าได้ยุ่งมากความ “

 

บริเวณทางด้านหลัง ก็ได้มีปีศาจมนุษย์ร่างอสรพิษตนหนึ่งยืนอยู่ มันราวกับสัมผัสได้ว่ามีคนเข้ามาใกล้ ก็กล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

 

สีหน้าเยี่ยจงยังคงไม่เปลี่ยนแปลง สายตาทอดมองไปยังบริเวณพื้นที่ตรงกลาง ทันใดนั้นเอง สายตาของเขาก็ได้เป็นประกายขึ้นมาขึ้นมา บนใบหน้าปรากฏสีหน้าประหลาดใจขึ้นมา

 

ในตอนนี้ กลับถูกยอดฝีมือเผ่ามนุษย์ล้อมสังหาร อีกทั้งต่างก็เป็นคนคุ้นเคย ฝ่ายนั้นเป็นอัจฉริยะผู้ที่มาจากรัฐต้าโจว รวมไปทั้งลั่วเฉิง องค์หญิงหก เหร่ยทิงเหอและพวกต่างก็ได้เข้ามาโดยพร้อมกัน เห็นได้ชัดว่า เหล่าอัจฉริยะต้าโจวต่างก็ทราบกันดี หากว่ายังเป็นเช่นนี้ต่อไป แน่นอนว่าสถานการณ์ต่อไปคงมีแต่ต้องตายสถานเดียว จึงได้รวมตัวกันขึ้นมา

 

เพียงแต่ว่าแม้แต่เยี่ยจงเองก็ยังคิดไม่ถึง พวกเขาถึงกับสามารถเข้ามายังสถานที่เช่นนี้ได้

 

“ ลงมือพร้อมกัน “

 

เยี่ยจงและองค์หญิงสี่สบตามองกัน ร่างกายของทั้งสองคนก็ได้ทะยานออกไปในเวลาเดียวกัน ในขณะที่กลุ่มวงล้อมปีศาจร้ายยังมีปฏิกิริยากลับมาได้ไม่ทัน ก็ได้ถูกจัดการภายในฝ่ามือเดียวจนตายลง จากนั้นทั้งสองคนก็ได้มุ่งฆ่าสังหารออกไป

 

ไม่ว่าจะกล่าวเช่นไร พวกเขาทั้งสองต่างก็มาจากรัฐต้าโจว ในเวลาเช่นนี้ยังไงเสียก็ต้องลงมือ

.

.

.

.

กลุ่มลับ ติดต่อได้หลังไมค์ครับ กลุ่มละ 80ตอน/กลุ่ม/100บาทครับ
โปรโมชั่น เข้ากลุ่ม 3/4/5/6/7 ราคา 450
กลุ่ม3 https://goo.gl/dV1p9e ตอนที่ 210-290
กลุ่ม4 https://goo.gl/ESwaou ตอนที่ 291-370
กลุ่ม5 https://goo.gl/ekcF7V ตอนที่ 371-450
กลุ่ม6 https://goo.gl/4rqw89 ตอนที่ 451-530
กลุ่ม7 https://goo.gl/qrQ7GA ตอนที่ 531-610 ล่าสุดตอนที่ 580

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ INBOX ในเพจเลยครับ

https://www.facebook.com/ZuiQiangWuShen/

 




NEKOPOST.NET