เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 253 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.253 - การรวมตัวของยอดฝีมือ


ตอนที่ 253         การรวมตัวของยอดฝีมือ

 

สถานที่แห่งหนึ่งในฮวงกู่สายนี้ ทั่วทั้งสี่ด้านไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิตเช่นต้นใหม่ใบหญ้า ราวกับว่าได้ถูกสายลมของการเปลี่ยนแปลงโชยพัดผ่าน เป็นดั่งพื้นที่สีแดงเพลิงสายหนึ่ง ราวกับถูกปกคลุมไปด้วยคราบโลหิตก็มิปาน

 

อีกทั้ง พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้ปลอดภัยดั่งเช่นที่คาดคิดเอาไว้ การมาถึงพื้นที่แห่งนี้ของทั้งสองคนก็ได้ดึงดูดสายตาของผู้คนอยู่ไม่น้อย จนทำให้พวกเขาตรวจสอบได้อย่างชัดเจน ทั่วทั้งสี่ทิศก็มีคนไม่น้อยที่มายังพื้นที่แห่งนี้ได้อย่างไม่ทราบที่มา และในตอนนี้ที่มีการปรากฏของผู้คนในบริเวณนี้ ไม่มีคนใดที่ไม่เป็นถึงอัจฉริยะของตระกูลหรือสำนักใหญ่เลย การรวมตัวกันของผู้คนเหล่านี้ในที่แห่งนี้ สนามแห่งนี้เมื่อเทียบกับการรวมตัวของกลุ่มคนภายนอกที่ทะเลมายาโลหิตแล้วยังถือได้ว่าองอาจมากกว่าหลายส่วน แน่นอนว่า ผู้มีพรสวรรค์ก็ราวกับแข็งแกร่งกว่า

 

กระนั้นการเปิดของสมรภูมิฮวงกู่ก็ได้ผ่านมาครึ่งปีได้แล้ว ครึ่งปีที่ผ่านมานี้ ก็เพียงพอที่จะจัดการกับผู้มีฝีมืออ่อนแอเหล่านั้น ในตอนนี้ที่ปรากฏในบริเวณแห่งนี้ ต่างก็ถือได้ว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง มีฝีมือของตัวเองที่ยากจะต่อกรได้

 

“ ทางนั้น “

 

องค์หญิงสี่มองไปโดยรอบสี่ด้านอย่างช้าๆ จากนั้นนางก็ได้ชี้ออกไปทางด้านหนึ่ง เอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเบา

 

หลังจากที่เงียบงัน เยี่ยจงก็ได้พยักหน้า ทั้งสองคนหันกลับไปยังหุบเขาลูกหนึ่งที่ผ่านมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ได้พบกับสุสานกระบี่นั้น

 

บริเวณพื้นที่ทางด้านหน้าของทั้งสองคน ก็มีการจัดวางของดั่งภูเขาศิลาอยู่สองลูก ทางด้านหน้าของภูเขาศิลาบริเวณด้านล่างเขาก็ได้มีรูปปั้นศิลาขนาดใหญ่อยู่ รูปปั้นศิลามือหนึ่งถือไว้ด้วยกระบี่ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยประกายแสงสีเขียว ตั้งอยู่ระหว่างกลางภูเขาทั้งสองลูกทางด้านหน้า

 

เห็นได้ชัดว่า หุบเขานี้เป็นดั่งเช่นทางเข้า จากที่มองเข้าไปทางด้านใน พอที่จะสามารถทำให้ได้ยินเสียงอันประหลาดแตกกระจายออกมา สัมผัสได้ถึงความรู้สึกประหลาดอย่างเต็มเปี่ยม

 

ในพื้นที่ด้านหน้าของหุบเขาที่เป็นพื้นที่ราบเรียบ ในตอนนี้ก็ได้มียอดฝีมือผู้มีพรสวรรค์ของแต่ละที่รวมกลุ่มกันขึ้นมา ราวกับว่าผู้คนทั้งหมดต่างก็ได้จ้องมองไปยังส่วนภายในของหุบเขาที่มีความแปลกประหลาดนี้ แต่ก็มิได้เข้าไปภายใน

 

สถานที่แห่งนี้ได้รวมตัวไว้ด้วยยอดฝีมือของแต่ละฝ่ายและสิ่งมีชีวิตที่ยากจะคาดคิดเอาไว้ได้มากมาย เผ่าพันธุ์มนุษย์นั้น ในสถานที่แห่งนี้ยังมีไม่ถึงหนึ่งในสิบ ที่หลงเหลือต่างก็เป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดต่างๆนับไม่ถ้วน

 

โดยส่วนมากแล้วต่างก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มาจากเขาไท่กู่หลิงซาน มีพลังฝีมืออันน่าหวาดกลัว ไม่เช่นนั้นคงจะไม่อาจที่จะเดินทางมาถึงยังจุดนี้ได้

 

แน่นอนว่า ยอดฝีมือเผ่ามนุษย์นั้นที่จะสามารถมายังสถานที่แห่งนี้ได้ โดยส่วนมากแล้วต่างก็มาจากรัฐกู่กวอ บุคคลอันมีชื่อเสียง ไท่กู่หลิงซานเป็นต้น ย่อมไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน อีกทั้งทุกคนยังมีเบื้องหลังอันแข็งกล้าอีกด้วย

 

กล่าวอย่างง่ายๆ การที่จะสามารถปรากฏในบริเวณพื้นที่แห่งนี้ ย่อมไม่อาจที่จะต่อกรได้อย่างง่ายดายแน่นอน

 

“ ภายในที่แห่งนี้ถ้าคิดที่จะค้นหาศิษย์พี่ใหญ่สำนักเสวียนหวิน ยังคงต้องพึ่งพาโชคด้วย “ หลังจากที่ได้มองไปยังสถานที่แห่งนี้อย่างระมัดระวังเที่ยวหนึ่ง เยี่ยจงก็ได้ถอนหายใจและเอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหัน

 

“ การที่จะพบเจอกันได้ เขาถึงแม้ว่าจะไม่ใช่บุคคลธรรมดา ย่อมต้องเข้าไปยังท่ามกลางสุสานกระบี่แล้ว “ องค์หญิงสี่จ้องมองไปที่สุสานกระบี่ด้วยสีหน้าสงสัย สีหน้าเต็มไปด้วยความเตรียมพร้อม

 

“ หวังว่าดวงของเขาคงจะไม่แย่ขนาดนั้น ก่อนที่จะพบกับพวกเราคงไม่ตายภายใต้น้ำมือผู้ใดก่อนนะ “ เยี่ยจงกล่าวออกมาเสียงดัง จากนั้น เขาก็ได้มองไปยังบริเวณทางเข้า จากนั้นก็ได้จดจ่อไปที่รูปปั้นใหญ่ที่ตั้งอยู่ระหว่างกลางภูเขาศิลาทั้งสองลูกนั้น แล้วจึงค่อยได้กล่าวต่อ “ พวกเราเข้าไปใกล้เพื่อตรวจสอบดูหน่อยกันเถอะ “

 

“ ไม่ต้องรีบ “ องค์หญิงสี่ส่ายหน้าไปมา “ ต้องมีคนที่ช่วยพวกเราเปิดทางอยู่แล้ว “

 

หลังจากที่เงียบงัน จากนั้นเยี่ยจงก็ได้ครุ่นคิด แล้วก็พยักหน้าไปมา จากนั้นองค์หญิงสี่และเขาก็ได้ไปยังเส้นทางทางด้านข้าง ตั้งอกตั้งใจมองไปทางด้านหน้า

 

“ ตูมตูมตูม “

 

ประตูทางเข้าของภูเขาขนาดใหญ่ด้านหน้า ทันใดนั้นพื้นดินของภูเขาก็ได้ขยับไปมา จากนั้นก็ได้พบเห็นเงาร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กลุ่มหนึ่งเดินออกไป

 

เงาร่างขนาดใหญ่นี้มีลักษณะคล้ายกับมนุษย์ก็มิปาน มือถือไว้ด้วยค้อนเหล็ก ลากอยู่ไปตามบนพื้น ลากจนก่อเกิดควันฝุ่นคลุ้งกระจาย และที่ดึงดูดผู้คนที่สุดก็คือที่คอของมันนั้นมีอยู่สองหัว ในตอนนี้ ดวงตาทั้งสองของมันก็ได้สังเกตไปยังด้านในของบริเวนสุสานกระบี่เช่นเดียวกัน สีหน้าปรากฏความเคร่งเครียดขึ้น

 

นี้มันเป็นมนุษย์ยักษ์สองหัวนี่ ถึงแม้ว่าเส้นปราณโลหิตจะไม่ได้มีความน่าหวาดกลัวเท่ากับที่เยี่ยจงพบเจอก่อนหน้านี้ แต่ว่ากล้ามเนื้อบนร่างกลับแข็งแกร่งไร้ที่เปรียบ อีกทั้งยังมีพลังยุทธ์ในขั้นก่อเกิดอันน่าหวาดกลัวอยู่อีกด้วย

 

ในตอนนี้ ก็ได้มีมนุษย์ยักษ์สองหัวปรากฏขึ้นมา จนทำให้สิ่งมีชีวิตทั่วทั้งสี่ด้านล่าถอยออกไป มันได้ทอสีหน้าความหวาดหวั่นขึ้น ความกลัวก็ได้ปะทุขึ้นมาอย่างกะทันหัน

 

“ ถี่ “

 

อีกทางด้านหนึ่งนั้น ก็ได้มีเสียงสิ่งของแตกดังขึ้นมาเป็นสายอย่างกะทันหัน จากนั้นก็ได้พบกับร่างของหมาป่าทมิฬปรากฏขึ้นมาทางด้านประตูภูเขา นี้คือร่างหมาป่าสีดำทมิฬอย่างหนึ่ง มันเป็นเหมือนเผ่ามนุษย์ที่ใช้เพียงสองเท้าในการเดิน กงเล็บหมาป่าก็ได้เสียบเข้าไปยังบริเวณทางด้านหน้า สร้างความตึงเครียดให้กับผู้ที่จ้องมองไปที่หุบเขาลูกนั้น

 

“ เผ่าหมาป่าทมิฬ “ องค์หญิงสี่กล่าวออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา แล้วก็บอกถึงที่มาของหมาป่านี้

 

เยี่ยจงขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าแม้แต่สิ่งมีชีวิตที่ยากจะพบเจอได้กลับปรากฏขึ้นในสถานที่แห่งนี้ ดูเหมือนว่าสุสานกระบี่แห่งนี้คงมีแรงดึงดูดผู้คนได้ไม่น้อย

 

ฝ่ามือขนาดใหญ่ข้างหนึ่งของนกฮวางเชวียนกได้สยายปีกออกมา แล้วก็ได้มาถึงยังด้านหน้าทางเข้าหุบเขา ระบำออกมา

 

ในตอนนี้ผู้คนมากมายกำลังสั่นกลัว ต่อให้มนุษย์ยักษ์สองหัวและเผ่าหมาป่าทมิฬจะเรียกได้ว่าเกินไปแล้ว ในตอนนี้ก็ได้ถอยออกไปหลายก้าวโดยที่ไม่รู้ตัว สีหน้าปรากฏความหวาดหวั่นขึ้น

 

“ นกฮวางเชวียน “ เยี่ยจงจ้องมองไปบริเวณทางด้านหน้า สีหน้าเคร่งเครียด นกฮวางเชวียนตนนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นตัวที่พบเจอกันที่เมืองฮวงกู่ตนนั้น มีพลังฝีมือลี้ลับไร้ที่เปรียบ เรียกได้ว่าน่าหวาดกลัวอย่างที่สุด ต่อให้เป็นเยี่ยจงเองก็มีความสนใจต่อสิ่งมีชีวิตดั่งเทพก็จริงอยู่

 

เพียงแต่ว่าเยี่ยจงก็ไม่ตัดสินใจเลือกที่จะลงมือออกไปในเวลานี้ นั้นก็เพราะว่านกฮวางเชวียนนั้นถือได้ว่าน่าหวาดกลัวอย่างมาก ต่อให้เป็นเยี่ยจงในตอนนี้ที่เข้าสู่พลังขั้นก่อเกิดระดับที่แปดขอบเขตชั้นฟ้า ก็ยังไม่อาจที่จะเอาได้ลงเช่นเดียวกัน

 

บริเวณไม่ห่างไกลมากนัก ยังคงมียอดฝีมือผู้มีพรสวรรค์เผ่ามนุษย์และสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์ต่างๆอยู่ไม่น้อยมองไปที่นกฮวางเชวียน เผ่าพันธุ์เทพอย่างนกฮวางเชวียนที่ไม่หวั่นไหวแม้แต่พลังหยินหยาง ลี้ลับไร้ที่เปรียบ เมื่อได้ผ่านการกล่าวจากเผ่าพันธุ์แต่ละชนิดมามาย ต่างก็เกิดความหวาดหวั่นอย่างที่สุด หากมิใช่เพราะพลังฝีมืออันแข็งแกร่งของนกฮวางเชวียน ไม่แน่ว่าในตอนนี้ก็คงต้องมีคนอดใจเอาไว้ไม่อยู่ตั้งแต่แรก แข็งขืนลงมือไปแล้ว

 

“ กร๊อบ กร๊อบ “

 

ในขณะที่ผู้คนมากมายต่างก็หวาดกลัว ทันใดนั้นเอง ก็ได้พบว่าพื้นที่เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง ทุกครั้งที่มีความเคลื่อนไหว บนพื้นก็ได้มีการปรากฏรอยแยกเป็นสายอย่างรวดเร็ว จากนั้นบริเวณทางด้านหลังก็พบว่า มีสิ่งมีชีวิตที่คล้ายกับแรดที่มีขนาดเท่ากระต่ายตัวหนึ่งเดินออกมา

 

แต่ถึงแม้ว่าจะมีร่างกายที่เล็ก แต่ว่าในทุกย่างก้าว กลับก่อเกิดพลังมหาศาลสะเทือนฟ้าชนิดหนึ่ง จนทำให้หุบเขาสั่นไหวไปมา

 

ผิวหนังที่เผยออกมาให้เห็นมีความกระจ่างใสมาก เมื่อมองไปแล้วคล้ายดั่งกับตุ๊กตาตัวหนึ่งก็มิปาน โดยเฉพาะแรดตัวนั้นที่มีผิวหนังคล้ายดั่งหยกชิ้นหนึ่ง เปร่งประกายสดใสอย่างถึงที่สุด

 

เพียงแต่ว่า ถึงแม้จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดูไปแล้วน่ารักอย่างถึงที่สุด ก็มียอดฝีมือไม่น้อยที่ต้องสูดลมหายใจเข้าออกด้วยความตกใจ

 

“ แรดสวรรค์ ถึงกับเป็นเผ่าพันธุ์นี้ เล่าขานกันว่าว่าเผ่าพันธุ์นี้ได้สาบสูญไปจากดินแดนแห่งนี้แล้วไม่ใช่หรือ ? คิดไม่ถึงว่ากลับปรากฏในที่แห่งนี้ “

 

“ เล่าขานกันว่าเผ่าพันธุ์นี้ถือได้ว่ามีร่างกายดั่งเทพปีศาจ เป็นดั่งเทพที่มีความแข็งแกร่งไร้ที่เปรียบ หากว่าสามารถกินเข้าไปได้แล้วละก็ “ มีคนที่น้ำลายไหลออกมา สีหน้าเต็มไปด้วยความโลภ

 

“ ตูม “

 

ทันใดนั้นเอง ก็ได้พบว่าแรดสวรรค์ได้กวาดสายตาอันแรงกล้าไปยังผู้ที่เอ่ยปากขึ้นมา จากนั้นตัวแรดก็ได้สาดประกายแสงสีรุ้งออกมา ประทับไปยังร่างของคนผู้นั้น

 

ร่างของผู้ที่เอ่ยปากสั่นไหวขึ้นมา แล้วก็ได้แตกกระจายในทันที กลายเป็นดั่งฝนโลหิต

 

แรกสวรรค์ทำราวกับไม่ทราบอันใดก็มิปาน มันค่อยๆเดินออกไป ย่างกรายเข้าไปยังด้านหน้าของประตูหุบเขา และนกฮวางเชวียน หมาป่าทมิฬ มนุษย์ยักษ์สองคนแต่ละฝ่ายไปยังคนละด้าน จ้องมองไปที่ยังภายในของทางเข้าหุบเขา

 

“ เหอเหอเหอ “

 

ความแหบพร่าอย่างไร้ที่เปรียบ ราวกับเสียงหัวเราะที่หลุดมาจากการเคาะจากทองแดงเก่าก็มิปาน จากนั้นก็พบว่าที่ด้านบนพื้นดิน ก็ได้มีมือสีดำข้างหนึ่งยื่นออกมาอย่างกะทันหัน มือข้างนั้นแห่งกร้าน ถึงแม้จะมีผิวหนังคลุมเนื้ออยู่ แต่ว่าก็ไร้วี่แววของเส้นเลือด ราวกับเนื้อตากแห้งก็มิปาน อีกทั้งทางด้านบนยังมีประกายสีดำอย่างแรงกล้าแผ่กระจายออกมา น่าหวาดกลัวเต็มสิบส่วน

 

“ กร๊อบ “

 

ทันใดนั้นที่พื้นที่มีการแตกออก เงาคนสายหนึ่งก็ได้ค่อยๆลุกขึ้นมาเป็นสาย นี้เป็นเผ่ามนุษย์ธรรมดาเท่านั้น ทว่าบนร่างของมันกลับมีผิวที่แห้งกร้านอีกทั้งยังดำมืด กล้ามเนื้อราวกับเหล็กดำก็มิปาน เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเปล่งปลั่งออกมา

 

“ เป็นมนุษย์ไร้ความตายที่มาจากเผ่าแห่งความตาย “ มีคนกล่าวออกมาด้วยความตกใจ ถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าหวาดเกรงสิ่งมีชีวิตชนิดนี้อย่างถึงที่สุด

 

“ กล่าวกันว่าทางด้านสุดขอบของพื้นที่ตะวันตกมีต้นไม้แห่งความตายอยู่ ใต้ต้นไม้มีบึงโลหิตอยู่ เรียกขานกันว่าชีเชวียน ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตใดได้กลืนน้ำชีเชวียนลงไป ก็จะกลายเป็นมนุษย์ไร้ความตาย มีพลังที่ไม่อาจตายได้ “ มีคนกล่าวออกมาเสียงทุ่มต่ำ บอกถึงที่มาของสิ่งมีชีวิตนี้

 

หลังจากที่เงียบงัน ก็มีผู้คนไม่น้อยสูดลมหายใจถี่ขึ้น มนุษย์ไร้ความตายถือเป็นสิ่งต้องห้ามในรัฐต่างๆ สามารถที่จะล้มล้างรัฐรัฐหนึ่งได้เลย

 

อีกทั้งยังเคยมีมนุษย์ไร้ความตายลบล้างรัฐนั้นไปได้ จนท้ายที่สุดยอดฝีมือมากมายลงมือ จึงจะสามารถจัดการกับปัญหาครั้งนี้ได้

 

คิดไม่ถึงว่าจะมีสิ่งที่มีความแปลกประหลาดถึงขั้นนี้ ในเมื่อสามารถปรากฏขึ้นมาในบริเวณแห่งนี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนตกใจได้แล้ว

 

“ ตูมตูมตูม “

 

บริเวณสุดขอบฟ้า ก็ได้ก่อเกิดประกายเพลิงแผดเผาขึ้นกะทันหัน จากนั้นก็ได้พบกับพยัคฆ์เพลิงเก้าหัวตัวหนึ่งเข้ามา ในขณะนี้อุณหภูมิทั้งพื้นดินก็ได้เพิ่มขึ้น ราวกับสามารถสูงขึ้นไปได้อีกก็มิปาน

 

“ นี้คือ ....... สัตว์ประหลาดคายหมิง ( รู้แจ้ง ) ที่มาจากเขาไท่กู่หลิงซาน “ มีความกล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา คิดไม่ถึงว่าการจะมีการปรากฏเช่นนี้ออกมา

 

ไม่นานนัก สัตว์ประหลาดคายหมิงก็ได้ร่อนไปยังทางเข้าของหุบเขา ทั้งมนุษย์ยักษ์สองหัว หมาป่าทมิฬ แรดสวรรค์ นกฮวางเชวียน มนุษย์ไร้ความตายที่ต่างก็มาจากเส้นทางคนละฝั่ง พวกเขาที่ถือเป็นตัวแทนความแข็งแกร่งที่สุดของเหล่าผู้มีพรสวรรค์ทั้งปวง

 

ในตอนนี้ การมีอยู่อันน่ากลัวกลุ่มนี้ก็ได้ปรากฏขึ้นทางด้านในของสุสานกระบี่ทางด้านหน้านี้แล้ว ท่ามกลางผู้คนจำนวนมากกลับไม่มีเสียงให้ได้ยิน เห็นได้ชัดว่า การที่สิ่งเหล่านี้ยังไม่ลงมือ พวกเขาย่อมไม่ตัดสินใจลงมือก่อนอย่างแน่นอน

 

“ ในที่สุดเขาก็มาแล้ว “

 

เยี่ยจงเลื่อนสายตาไปอย่างกะทันหัน จนไปบรรจบอีกทางด้านหนึ่ง แล้วก็ได้พบกับพื้นที่อยู่แห่งหนึ่ง ร่างกายหนึ่งที่สวมไว้ด้วยเกราะศึกสีทองของเผ่าพันธุ์มนุษย์กำลังกำมือจ้องมองไปบริเวณทางด้านหน้า ที่มีเหล่าความน่าหวาดกลัวนั้นอย่างทางด้านหน้า เขายังคงอยู่ในสีหน้าสงบไม่เปลี่ยนแปลง

 

“ องค์ชายสิบสามแห่งหุบเขาตระกูลถัง “

 

องค์หญิงสี่ทอดตากวาดมองเข้าไป แล้วก็พบคนผู้นี้ ก็อดที่จะเอ่ยปากขึ้นมาไม่ได้

 

ตระกูลถังถือเป็นชนชั้นที่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก องค์ชายสิบสามผู้นี้ ยิ่งถือได้ว่าเป็นยอดอัจฉริยะแห่งดินแดนฮวงกู่ แทบจะไม่ใช่บุคคลทั่วไปจะสามารถต่อกรได้

 

ราวกับสัมผัสได้ถึงสายตาที่มองมาจากทางด้านของเยี่ยจงก็มิปาน องค์ชายสิบสามผู้นั้นก็ได้ค่อยๆกวาดสายตามองเข้ามา จนช่วงเวลาที่ได้มองไปยังร่างของเยี่ยจง สีหน้าของเขาก็ได้ปรากความตกใจขึ้นอย่างกะทันหัน

 

ท่ามกลางบรรยากาศที่ทั้งสองคนพบกัน หลังจากนั้น ก็ได้หัวเราะอย่างเย็นชาออกมา ไม่ได้ลงมือแต่อย่างไร เห็นได้ชัดว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็เข้าใจ อีกฝ่ายย่อมไม่ง่ายที่จะต่อกร

 

ทว่าองค์ชายสิบสามก็ได้ค่อยๆยื่นมือชี้ออกไป แล้วก็เลื่อนไปที่บริเวณลำคอกวาดเป็นสาย ให้รสชาติของการหาเรื่องอย่างยิ่ง เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดกล่าวออกมาก็เข้าใจได้

 

“ เหมือนกับว่า ถูกคนดูแคลนแล้วละ “

 

เยี่ยจงบ่นพึมพำกับตัวเอง สูดลมหายใจเข้าคำหนึ่ง จากนั้นเขาก็ได้หัวเราะเสียงเย็นชาขึ้น แล้วก็ได้ค่อยๆก้าวเข้าไปยังบริเวณที่องค์ชายสิบสามอยู่

 

องค์หญิงสี่มองไปที่ฉากเบื้องหน้า สีหน้าเปลี่ยนเป็นสงสัยขึ้นอย่างกะทันหัน ทว่าท้ายที่สุดนางก็ได้ติดตามไป เดินออกไปอย่างช้าๆ

.

.

.

.

กลุ่มลับ ติดต่อได้หลังไมค์ครับ กลุ่มละ 80ตอน/กลุ่ม/100บาทครับ
โปรโมชั่น เข้ากลุ่ม 3/4/5/6/7 ราคา 450
กลุ่ม3 https://goo.gl/dV1p9e ตอนที่ 210-290
กลุ่ม4 https://goo.gl/ESwaou ตอนที่ 291-370
กลุ่ม5 https://goo.gl/ekcF7V ตอนที่ 371-450
กลุ่ม6 https://goo.gl/4rqw89 ตอนที่ 451-530
กลุ่ม7 https://goo.gl/qrQ7GA ตอนที่ 531-610 ล่าสุดตอนที่ 575

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ INBOX ในเพจเลยครับ

https://www.facebook.com/ZuiQiangWuShen/

 




NEKOPOST.NET