เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 251 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.251 - ตามไปถึงที่


ตอนที่ 251         ตามไปถึงที่

 

“ สำเร็จเช่นนี้เลยงั้นหรือ ? “

 

องค์หญิงสี่เหม่อมองไปที่เยี่ยจง สีหน้าปรากฏความสงสัยขึ้นมา นั้นก็เพราะว่าไม่มีการแจ้งเตือนออกมาเลยแม้สักนิด เยี่ยจงยังถึงกลับสามารถทะลวงจะสำเร็จพลังขั้นก่อเกิดระดับที่แปดขอบเขตชั้นฟ้า

 

ขอบเขตชั้นฟ้า ท่ามกลางหมู่มนุษย์ รวมไปทั้งกลุ่มเผ่าพันธุ์แต่ละชนิด ก็ถือได้ว่าหาได้ยากแล้ว ขอเพียงเป็นเด็กหนุ่มที่ฝึกปรือจนถึงขอบเขตขั้นนี้ ต่างก็จะสามารถถูกเรียกขานว่าวีรบุรุษพรสวรรค์ฟ้าประทาน ซึ่งองค์หญิงสี่เองก็ยังไม่ได้มาถึงขอบเขตนี้

 

นั้นก็เพราะว่าระดับชั้นฟ้ามีความน่ากลัวอยู่มาก ถูกเรียกขานว่ากายเนื้อแห่งฟ้าดิน ไม่ห่างจากขั้นก่อเกิดระดับที่เก้านัก ที่เป็นตำนานของกายเนื้อไม่สูญสลาย อีกเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น

 

ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ขอบเขตในตำนานอย่างกายเนื้อไม่สูญสลาย แต่ว่าองค์หญิงสี่ในเวลานี้ตอนนี้ก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ คงต้องมีสักวัน ที่เด็กน้อยน่ากลัวเบื้องหน้าสายตาผู้นี้ เขาจะสามารถก้าวเข้าสู่ขั้นนี้ได้

 

ควรทราบว่า นับจากโบราณกาลมา สามารถที่จะก้าวในส่วนนี้ได้ คนที่ฝึกปรือจนถึงขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลาย คาดว่ามีเพียงไม่กี่คน ต่างก็ถูกบันทึกไว้ในหนังสือโบราณ อีกทั้งยังมีความสามารถอันยิ่งใหญ่อยู่ไม่น้อย กล่าวกันว่าขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลาย แทบจะมามีอยู่จริง

 

แต่ว่า องค์หญิงสี่ในตอนนี้ยังคงสงสัยว่าเยี่ยจงสามารถมาถึงขั้นนี้ได้ยังไง ความรู้สึกชนิดนี้ จนทำให้สีหน้าของนางทอความประหลาดขึ้นมา

 

ท่ามกลางภายในถ้ำ เยี่ยจงก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา สีหน้าของเขายังคงปกติ แล้วเขาก็ได้สูดลมหายใจเข้าลึกๆคำหนึ่ง วินาทีนั้นลมปราณภายในร่างกายก็ราวกับสายธารใหญ่กระแทกจนก่อเกิดเสียงขึ้นมา อีกทั้งเขายังได้คายกลุ่มแสงสายหนึ่ง การเพิ่มระดับของขอบเขตในครั้งนี้ นอกเสียจากกระดูกและกล้ามเนื้อจะเพิ่มความสดใสและแข็งแรงแล้ว ภายในของเยี่ยจงทั้งห้าชิ้นหกสายก็ได้แข็งแกร่งขึ้น ดุจดั่งพระอาทิตย์ดวงเล็กๆก็มิปาน กระจายความแข็งแกร่งออกมา

 

ในตอนนี้ ทั่วทั้งร่างกายบนล่างของเยี่ยจงก็ได้ฝึกปรือมาจนถึงขอบเขตที่ยากจะคาดคิดเอาไว้ได้แล้ว แข็งแกร่งของกายเนื้อ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ภายนอกเท่านั้นแล้ว แม้แต่ในส่วนของภายใน ก็น่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด อีกเพียงก้าวเดียว เขาก็จะสามารถเข้าถึงขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลายแล้ว ที่เป็นดั่งขอบเขตในตำนาน หากว่าฝึกปรือสำเร็จ คงจะเรียกได้ว่าสะเทือนไปทั้งหน้าประวัติศาสตร์แล้ว

 

เยี่ยจงค่อยๆลุกขึ้นยืน จากนั้นก็ได้ยื่นมือออกไป แตะไปบนกำแพงถ้ำเบาๆ

 

“ ก๊ง “

 

เมื่อได้ยินเสียงที่ดังขึ้น กับบริเวณใจกลางที่ฝ่ามือของเยี่ยจงได้กดลงไป บนด้านบนของกำแพงก็ได้เกิดรอยแตกร้าวขึ้นมา มุ่งหน้าแผ่กระจายออกไปทั่วทั้งสี่ทิศแปดด้าน ไม่นานนัก กำแพงทั้งหมดก็ได้พังทลายลง เผยให้เห็นถึงส่วนที่เป็นภายนอก

 

“ นี้ …….. นี้มันบ้าไปแล้ว เป็นร่างกายกล้ามเนื้อที่มีพลังความแข็งแกร่งมหาศาลอะไรอย่างนี้ “ องค์หญิงสี่ได้ถูกทำให้ตกใจจนแสดงสีหน้าออกมาไม่ถูก ลมหายใจของนางกระชั้นชิดขึ้น ความแข็งแกร่งของเยี่ยจง ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของนางแล้ว

 

เยี่ยจงหันศรรษะกลับมา มองไปที่องค์หญิงสี่ด้วยแววตาที่อึดอัด ตอบกลับเสียงแผ่วเบา “ คงเป็นเพราะ …… ควบคุมพลังเอาไว้ได้มาดีพอ จนทำให้ถ้ำของท่านต้องเกิดความเสียหายแล้ว “

 

“ ไม่เป็นไร เสียหายก็เสียหายเถอะ ความจริงก็เป็นที่อาศัยเพียงชั่วคราวก็เท่านั้น “ องค์หญิงสี่ส่ายหน้าแสดงเจตนา สีหน้ากลับคืนสู่ความปกติ

 

“ ต่อจากนี้เจ้าเตรียมที่จะทำอะไร ? “

 

“ ต่อจากนี้งั้นหรอ ? “ เยี่ยจงนิ่งเงียบ ทันใดนั้นก็ได้หัวเราะขึ้นเสียงเบา “ พวกเราทั้งสองได้ร่วมมือกันแย่งชิงสมบัติมังกรโลหิตแท้มา หากว่าเรื่องนี้ได้แพร่กระจายออกไปแล้วละก็ อย่างน้อยเราท่านคงจะต้องเจอกับความยุ่งยากครั้งใหญ่แน่ ข้านั้นก็ชั่งมันเถอะ ตระกูลเคหะสถานของแม่นางนั้นใหญ่โต หากว่ามีเรื่องยุ่งยากอันใดตามมาถึงที่ ก็คงจะไม่ดีแล้ว “

 

“ เจ้าหมายความว่ายังไง “ องค์หญิงสี่แสดงใบหน้าสงสัย

 

“ ไม่ได้มีความหมายอันใด “ เยี่ยจงตอบกลับเสียงดังกังวาน “ กลุ่มเด็กน้อยสำนักเสวียนหวินนั้นที่ไล่ล่าพวกเราอย่างเพลิดเพลินเช่นนั้น ตอนนี้ใช่สมควรที่จะไปตามหาพวกเขาเพื่อคิดบัญชีหรือไม่ เผื่อจะได้ปิดปากพวกเขาไปในตัว “

 

องค์หญิงสี่นิ่งเงียบ หลังจากนั้นก็ได้พยักหน้าน้อยๆอย่างเห็นด้วย เป็นดั่งที่เยี่ยจงกล่าวออกมา เรื่องที่สมบัติมังกรโลหิตแท้ตกอยู่ในมือของพวกเขา สามารถที่จะไม่เปิดเผยก็ไม่เปิดเผยคงจะดีเสียกว่า ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็สมควรไปจัดการกับสำนักเสวียนหวิน เพื่อที่จะปิดปากพวกเขา

 

ต่อมา องค์หญิงสี่ก็ได้นำสมบัติเรือปราณสมบัติออกมาอย่างรวดเร็ว แล้วก็ได้ให้เยี่ยจงขึ้นไปนั่ง และจากนั้นนางก็ได้ควบคุมต่อไป สมบัติเรือปราณก็ได้พุ่งขึ้นสู่ฟ้า แต่ก็มิได้เข้าสู่ชั้นเมฆา

 

สมบัติเรือปราณนี้ถือได้ว่าเป็นสมบัติที่มีคุณสมบัติเป็นพาหนะลอยฟ้าอย่างแท้จริง และไม่ได้เป็นเหมือนดั่งเช่นเยี่ยจงก็มิปาน ที่ใช้เป็นแต่สมบัติปราณที่หนุนเสริมตนเองมีความก่วหน้าเพียงอย่างเดียว

 

เมื่อมองด้วยเหตุผลข้อนี้ ก็มองว่าองค์หญิงสี่ไม่เพียงแต่จะเป็นศิษย์ของลัทธิเหวินซื่อเซินเจวียน ฐานะทางครอบครัวที่มั่งคั่ง คาดว่ายังเปรียบพร้อมไปด้วยสมบัติปราณที่จำเป็นทั้งหมด สามารถที่จะใช้ได้ในทุกสถานการณ์

 

ในข้อนี้ก็ได้ทำให้เยี่ยจงเกิดอาการตาร้อนขึ้นมาหลายส่วน เหล่าศิษย์ของลัทธิใหญ่ก็ถือว่าดี อะไรๆก็ได้ถูกเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ มีที่ไหนที่เหมือนกับตัวเองบ้าง คิดที่จะทำอะไรก็ไดแต่พึ่งพาแต่ตัวเอง

 

ในระหว่างที่องค์หญิงสี่กำลังควบคุมอยู่ ในรอบบริเวณรัศมีร้อยลี้ของเรือปราณ ทว่ากลับไม่มีวี่แววการปรากฏเงาร่างของศิษย์สำนักเสวียนหวินเท่านั้น เห็นได้ชัดว่า พวกเขาสมควรที่จะยังไม่ได้เสาะหามาถึงยังด้านนี้

 

“ ต่อจากนี้จะทำยังไง ? เหล่าศิษย์สำนักเสวียนหวินเหล่านี้ คาดว่าในเวลานี้คงจะหาไม่พบ สถานที่แห่งนี้ก็ใหญ่โตเกินไป “ ด้านบนเรือปราณ องค์หญิงสี่ก็ได้ค่อยๆแสดงความคิดเห็น กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เพื่อที่จะเพิ่มระดับความเร็วให้มากยิ่งขึ้น แต่ก็เห็นได้ชัดว่าต้องสูญเสียพลังไปไม่น้อย

 

“ ต่อจากนี้พวกเราไปหุบเขามังกรดูหน่อยละกัน คนเหล่านั้นกว่าครึ่งคงจะยังหลงเหลือคนส่วนหนึ่งอยู่ที่หุบเขามังกรโลหิต รอจนได้รับข่าวสาร ก็รอคอยช่วงเวลาอันเหมาะสมให้เจ้าออมเรี่ยวแรงเอาไว้ หากเห็นว่าไม่ถูกต้องแล้ว พวกเราก็ถอยออกมาแต่เนิ่นๆ “ เยี่ยจงกล่าวเสียงแผ่วเบา ในเวลาเดียวกันเขาก็ได้จริงจังขึ้นมา ต่อให้เป็นในตอนนี้ เขาเองก็ไม่ได้แยแสสำนักเสวียนหวินแม้แต่ปลายเส้นขน

 

กระนั้นอีกฝ่ายก็เป็นเหมือนดั่งมีไม่รู้จักจบจักสิ้น ฝีมือก็ถือได้ว่ามีไม่น่ากลัวในด้านจำนวน หากว่าไม่ระวังแล้วละก็ มีความเป็นไปได้ที่จะติดอยู่บนตัวพวกเขาแล้ว

 

“ ได้ “ หลังจากที่นิ่งเงียบ องค์หญิงสี่ก็ได้ตอบรับขึ้นมาเบาๆ จากนั้นนางก็ได้ใช้ฝ่ามือตบลงบนเรือปราณ แล้วก็พบว่าเรือปราณได้หันหน้าไปอีกทางด้านหนึ่งอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปทางด้านของหุบเขามังกรโลหิต

 

เรือปราณได้เร่งความเร็วในระดับสูงสุด แต่ว่าในช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อตอนที่ได้เข้ามายังส่วนลึกของหุบเขามังกรโลหิต ก็ได้มุ่งหน้าไปยังเข้าใกล้ยังบริเวณที่ตั้งของสมบัติมังกรโลหิตแท้

 

ในช่วงกะทันหัน สีหน้าองค์หญิงสี่ก็ได้ขยับคราหนึ่ง ทันใดนั้นเรือปราณก็ได้หยุดอยู่ท่ามกลางอากาศ สายตาของทั้งสองคนมองไปทางด้านล่าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นแปลกใจขึ้นมาหลายส่วน

 

ในตอนนี้ บริเวณทางด้านของอีกฝ่าย ก็ได้มีผู้คนรอบเอาไว้อยู่เป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นก็มีอยู่คนหนึ่งที่เคยพลาดท่าภายใต้ฝีมือของเยี่ยจงราชันแห่งสำนักเสวียนหวินนั้นเอง

 

ในตอนนี้ แขนของราชันผู้นี้ก็ได้ขาดออกแล้ว เขาพิงอยู่ที่บนเก้าอี้เลื่อนตัวหนึ่ง สีหน้าดุร้าย เขามีนามว่าหวินซง อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสสำหนักเสวียนหวิน ในครั้งนี้ได้เข้ามาได้เข้าสู่ดินแดนนี้ ทั้งยังมีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่สมบัติมังกรโลหิตแท้ แต่ก็คิดไม่ถึงว่าในครั้งนี้พวกเขากับต้องมาต่อกรกับเยี่ยจง สี่ราชันผู้ยิ่งใหญ่ ก็ได้ตายไปหนึ่งบาดเจ็บสอง

 

หากไม่ได้เป็นเช่นนี้แล้วละก็ เมื่อมีพวกเขาทั้งสี่คอยระวังป้องกัน เยี่ยจงต่อให้แข็งแกร่งกว่านี้ ก็ไร้หนทางที่จะเผชิญหน้าต่อหน้าพวกเขาเพื่อแย่งชิงสมบัติมังกรโลหิตแท้ไปได้

 

แต่ว่าเรื่องราวก็ได้เกิดขึ้นแล้ว ไม่เพียงแต่เขาที่บาดเจ็บหนัก อีกทั้งยังกลายเป็นคนพิการ ถึงกระนั้น สมบัติมังกรโลหิตก็ได้ถูกแย่งชิงจากไป จนทำให้ผู้คนเกียจชัง

 

“ เจ้าลูกหมา อย่าได้ให้ข้าได้พบเจอกับเจ้าอีกนะ ข้าจะหั่นร่างของเจ้าเป็นหมื่นชิ้น “ หวินซงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เอ่ยปากตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด

 

ทางด้านข้างที่มีชายหญิงอยู่หลายคน ต่างก็เป็นผู้มีพรสวรรค์สำนักเสวียนหวิน ในตอนนี้พวกเขาต่างก็คุกเข่าลงบนพื้น ค่อยระมัดระวังเพื่อที่จะเอาบางอย่างออกมาจากพื้นดิน จากนั้นก็ได้ชักสมบัติปราณออกมา เพื่อที่จะเขี่ยสมบัติมังกรโลหิตแท้ที่ยังหลงเหลือออกมาจากพื้นทราย

 

การเคลื่อนไหวเช่นเป็นเหมือนดั่งก้มหน้าเพื่อจะจับปลา พวกเขาพยายามอยู่หลายวัน ต้องทนเหนื่อยล้ามาก็มาก ก็ยังเก็บสมบัติมังกรโลหิตแท้ได้เพียงครึ่งถ้วยชามข้าวเท่านั้นเอง

 

เมื่อได้ยินผู้อาวุโสเอ่ยขึ้นมา ผู้มีพรสวรรค์เหล่านี้ก็ได้ขบเคี้ยวเขี้ยวฟันพยักหน้าขึ้นมา ความจริงแล้วพวกเขาสามารถที่จะได้รับสมบัติมังกรโลหิตแท้ถึงหนึ่งเตา ในตอนนี้กลับเป็นเพราะว่าเจ้าเยี่ยจงที่น่าตายผู้นั้น ไม่อาจที่จะไม่เก็บสมบัติมังกรโลหิตแท้อย่างระมัดระวังได้ เรื่องราวเช่นนี้ได้ทำให้ผู้คนโกรธแค้นจนเข้ากระดูกดำเลยทีเดียว

 

“ ผู้อาวุโสหวินซง ศิษย์น้องจื่อลู่ได้ไปหาศิษย์พี่ใหญ่แล้ว เมื่อมีศิษย์พี่ใหญ่อยู่ สวางม่อทั้งสองของสำนักเสวียนหวินของพวกเราได้รวมตัวกัน ต่อให้เป็นเยี่ยจงผู้นั้น ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ เมื่อเวลานั้นมาถึง พวกเราย่อมต้องสับร่างของเขาเป็นหมื่นชิ้น เลาะกระดูกออกมาบด “ ชายหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมา

 

“ ใช่แล้ว ศิษย์พี่ใหญ่ในครั้งนี้ก็ได้พบเจอกับวาสนาใหญ่ เมื่อมีเขาอยู่ กับแค่เยี่ยจงเพียงแค่คนเดียว ยังมิอาจที่จะเทียบได้ “ แววตาของกลุ่มชายหญิงเหล่านี้ต่างก็เป็นประกาย เห็นได้ชัดว่าศิษย์พี่ใหญ่ที่พวกเขาเรียกขานกัน พวกเขาถือได้ว่าให้ความยกย่องอย่างไร้ที่เปรียบ

 

“ เยี่ยจงที่น่าตาย ตายไปซะ “ หลิวซงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ไม่ได้เป็นเพราะว่ามีความสุขที่ได้เอ่ยคำพูดเหล่านี้ ต่อให้จัดการเยีย่จงได้แล้วจะเป็นเช่นไร เขาก็ยังคงได้ทำลายไปถึงครึ่งแล้วไม่ใช่หรือ ?

 

“ เป็นไร ? พวกเจ้าคิดถึงข้าขนาดนั้นเชียวหรือ ? “

 

เสียงดังขึ้นมาสายหนึ่ง ท่ามกลางความงุนงงของเหล่าคนของสำนักเสวียนหวินก็ได้หันกายมา ใบหน้าปรากฏยากที่จะเชื่อเอาไว้ได้ เมื่อพบว่าเยี่ยจงและองค์หญิงสี่ได้ลงมาจากท้องฟ้า ปรากฏออกมาจากเบื้องหน้าของพวกเขา

 

“ เป็นเจ้า เยี่ยจง “

 

ร่างกายของหวินซงสั่นเทา ไม่ทราบว่าเป็นเพราะตื่นเต้นหรือว่าเกรงว่า ภารกิจของเขาในครั้งนี้ก็คือการเก็บสมบัติมังกรโลหิตแท้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ไล่ล่าเยี่ยจง แต่ก็คิดไม่ถึงว่าเขากลับมาปรากฏในสถานที่แห่งนี้

 

“ เจ้าเกียจชังข้าขนาดนี้เลยงั้นหรือ ? “ เยี่ยจงอมยิ้ม “ เช่นนั้นข้าในตอนนี้อยู่เบื้องหน้าเจ้าแล้ว เจ้าเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง “? “

 

“ เจ้าลูกหมา ตายซะ “

 

หวินซงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ทอสีหน้าดุร้าย ในตอนนี้ก็ได้ปลดปล่อยความโกรธแค้นที่เต็มไปด้วยความพยาบาท ทันใดนั้นร่างกายก็ได้ลอยขึ้นมา มุ่งหน้าไปเข้าสังหารไปทางด้านที่เยี่ยจงอยู่ ทันใดนั้นทักษะยุทธ์อันน่าหวาดกลัวก็ได้ถูกใช้ออก จนกลายเป็นดั่งประกายสายฝน หมายที่จะเอาเยี่ยจงลงให้ได้

 

เยี่ยจงหัวเราะอย่างเย็นชาขึ้นมา ในตอนนี้แม้แต่ถอยหนีเขาก็ยังคร้านที่จะทำ แต่เพียงแค่ยกมือขวาขึ้นมา สะบัดมือข้างหนึ่งออกไป

 

“ เปรี้ยง “

 

เมื่อได้ยินเสียงที่ดังสนั่นขึ้นมา ท่ามกลางสนามก็กลับไม่มีอันใดที่น่าตกใจ ทว่ากลับเป็นทักษะยุทธ์ของหวินซงได้ถูกทำลายลงในท่ามกลางอากาศ จากนั้นฝ่ามือของเยี่ยจงนี้ ก็ได้กระทบไปยังทางด้านบนหน้าอก

 

“ โครม “

 

แรงปะทะของการสังหารที่ได้ปะทะเข้ากับหวินซงจนกระอักโลหิตออกมา คนทั้งคนกลับลอยกระเด็นออกไป จนกระแทกไปด้านบนของพื้น เขาเพียงรู้สึกทั่วทั้งร่างกายชาด้าน ไม่อาจที่จะใช้ออกด้วยเรี่ยวแรงแม้เพียงน้อยนิดได้

 

เขาแทบไม่อยากที่จะเชื่อ เขาถึงแม้จะถูกจำกัดพลังขอบเขต แต่ว่าต่อให้อยู่ในระดับขั้นก่อเกิด เขาก็ยังถือได้ว่าอยู่เกินกว่ายอดฝีมือขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ด นั้นก็เพราะว่าทักษะยุทธ์ที่ถูกจำกัดเอาไว้ของเขา ใช่ว่าคนทั่วไปใช่ว่าจะสามารถต้านทานได้

 

แต่ว่า ก็คิดไม่ถึงว่าจะต้องปะทกันเช่นนี้ อีกฝ่ายถึงแม้จะเพียงใช้ออกด้วยพลังหมัดเข้าโจมตีเขาอย่างสบาย

 

“ พลังในระดับนี้ เป็นพลังขั้นก่อเกิดระดับที่แปด ขั้นพสุธา ไม่สิ ขั้นชั้นฟ้าแล้วงั้นหรือ ? “ ทันใดนั้นหวินซงก็ได้เข้าใจทันที ในขณะนี้ ภายในดวงตาของเขาก็ได้ปรากฏความหวาดกลัวขึ้นมาชนิดหนึ่ง เด็กหนุ่มผู้นี้ช่างน่าหวาดกลัวจนเกินไปแล้ว อายุยังเยาว์ก็สามารถฝึกปรือได้จนถึงขอบเขตขั้นนี้ หากว่าปล่อยให้เขาเติบใหญ่ขึ้นไป ยังจะทานได้อยู่งั้นหรือ ?

 

“ ไม่ได้ จำเป็นที่จะต้องสังหารเจ้าลูกหมาผู้นี้ในตอนนี้ ไม่เช่นนั้นวันหน้าเขาย่อมต้องกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตของสำนักเราแน่ คู่ต่อสู้เช่นหากไม่สังหารแล้ว คงยากที่จะกินได้สงบหลับได้ลง “ ทั่วทั้งศีรษะหวินซงเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ จ้องมองไปที่เยี่ยจง ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันไปมา

.

.

.

.

กลุ่มลับ ติดต่อได้หลังไมค์ครับ กลุ่มละ 80ตอน/กลุ่ม/100บาทครับ
โปรโมชั่น เข้ากลุ่ม 3/4/5/6/7 ราคา 450
กลุ่ม3 https://goo.gl/dV1p9e ตอนที่ 210-290
กลุ่ม4 https://goo.gl/ESwaou ตอนที่ 291-370
กลุ่ม5 https://goo.gl/ekcF7V ตอนที่ 371-450
กลุ่ม6 https://goo.gl/4rqw89 ตอนที่ 451-530
กลุ่ม7 https://goo.gl/qrQ7GA ตอนที่ 531-610 ล่าสุดตอนที่ 575

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ INBOX ในเพจเลยครับ

https://www.facebook.com/ZuiQiangWuShen/

 




NEKOPOST.NET