เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 247 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.247 - หุบเขาโลหิตมังกร


ตอนที่ 247              หุบเขาโลหิตมังกร 

  

เยี่ยจงสูดลมหายใจเข้า สีหน้าแปลกใจเต็มสิบส่วน หลังจากนั้นก็ได้ออกเดินทางไปตามทาง หรือจะเป็นว่าเขาเกรงกลัวเสี่ยวหลุนกัน และจากที่เขาคาดเดา สิ่งที่เสี่ยวหลุนกำลังตามหาอยู่อย่างน้อยก็ต้องมีความเกี่ยวข้องกับสำนักเสวียนหวินอยู่หลายส่วน นั้นก็เพราะว่าหากนับตามข่าวสารที่เขาได้รับมา เด็กน้อยของสำนักเสวียนหวินเหล่านั้นทั้งหมด 

  

และก็ไม่แน่ว่า สิ่งของที่พวกเขาตามหาอยู่นั้น ก็คือสิ่งที่เสี่ยวหลุนกำลังหมายปองอยู่ ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงแล้วละก็ ก็คงจะกลายเป็นปรปักกันยังไม่ต้องสงสัย 

  

ตลอดเส้นทางมานี้ เยี่ยจงก็ได้ใช้เส้นทางที่ตนเองหลบหนีจากมานั้นกลับเข้าไป ไม่นานนักก็ได้มาถึงยังบริเวณที่เขาสังหารราชันทั้งสองคน ในตอนนี้ ซากศพของราชันทั้งสองคนก็ได้หายไปแล้ว หลงเหลือไว้เพียงแต่โลหิตที่แห้งสนิท ราวกับเป็นการบ่งบอกถึงเกิดการต่อสู้อันน่ากลัวขึ้นในที่แห่งนี้ 

  

หลังจากที่สำรวจไปยังสถานที่แห่งนี้แล้ว เยี่ยจงก็ได้ส่ายศีรษะไปมา ร่างกายขยับคราหนึ่ง มุ่งหน้าไปยังธารน้ำสายน้อยแห่งนั้นที่เมื่อวันก่อนเข้ามา เพียงแต่หลังจากที่มาถึงยังสถานที่แห่งนี้แล้ว เยี่ยจงก็ได้เกิดความเสียใจขึ้นอีกครั้ง นั้นก็เพราะว่าเหล่ายอดฝีมือของสำนักเสวียนหวินในตอนนี้ต่างก็ได้จากกันไปจนหมดแล้ว อีกทั้งอย่างน้อยแม้แต่รอยเท้าก็ได้ถูกจัดการอย่างเรียบร้อย ไม่หลงเหลือเบาะแสเลยแม้แต่น้อย 

  

แล้วก็ได้จ้องมองไปที่ธารน้ำใส เยี่ยจงขมวดคิ้วขึ้น สีหน้าปั้นยากขึ้นมา 

  

“ สมควรที่จะเป็นทางเหนือ ข้ารู้สึกได้เลยว่า ทางด้านเหนือนั้นได้เพิ่มกลิ่นอายของยอดฝีมืออยู่กลุ่มหนึ่ง “ เสี่ยวหลุนกล่าวออกมาด้วยเสียงที่ไม่ค่อยจะน่าเชื่อ จนทำให้เยี่ยจงต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย 

  

“ ทางเหนือ “ 

  

เยี่ยจงสำรวจโดยรอบ ทว่าไม่นานนัก เขาก็ได้เพิ่มความเร็วขึ้น มุ่งหน้าไปทางเหนือ 

  

หลังจากที่ได้ผ่านเส้นทางในหุบเขาสูงใหญ่ประมาณครึ่งวัน สุดท้ายดวงตาก็ได้มองไปด้านหน้าอย่างเป็นประกาย เส้นทางของหุบเขาเบื้องหน้าก็ได้เปิดออกมาเบื้องหน้าสายตาของเยี่ยจงแล้ว 

  

ท่ามกลางพื้นที่ของกลุ่มหุบเขากลุ่มสายนี้ เป็นดั่งที่ราบเรียบอย่างถึงที่สุด อีกทั้งยังมีพื้นที่กว้างขวางเป็นอย่างมาก และสิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดกลับเป็น พื้นที่ของสถานที่แห่งนี้กลับเป็นเหมือนดินแดนทองคำชนิดหนึ่ง แต่ว่าก็ได้ทำให้สัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดชนิดหนึ่ง มีกลิ่นเหม็นอยู่หลายส่วน แล้วก็กลิ่นหอมหวนอยู่หลายส่วน 

  

“ นี้คือ ........ “ 

  

เยี่ยจงคว้าจับไปที่พื้นทองเขาผืนหนึ่ง แล้วก็มองดูอย่างละเอียด แต่ว่าก็ไม่อาจที่จะทำความเข้าใจได้ว่าที่แท้คือสิ่งใด 

  

เสียงของเสี่ยวหลุนเปลี่ยนเป็นยินดีขึ้นมาหลายส่วน “ ก็คือบรรยากาศเช่นนี้ เป็นกลิ่นอายนี้แหลาะ ทางด้านในสมควรที่จะมีสิ่งของที่ข้าต้องการอยู่ ถึงแม้ว่าในตอนนี้ข้าจะไม่ได้มีความมั่นใจนัก แต่ว่าหากได้ครอบครองมา อย่างน้อยข้าก็จะสามารถฟื้นคืนพลังกลับมาส่วนหนึ่ง เจ้าหนู เจ้าต้องรีบหน่อยแล้ว ต้องเอามาให้ได้นะ “ 

  

  

“ เข้าใจแล้ว “ เยี่ยจงพยักหน้า ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ทราบเรื่องราวดั่งเช่นเสี่ยวหลุน แต่เขาก็สามารถสัมผัสได้ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ธรรมดา ต่อมาเขาก็ไม่ได้ลังเลอีกต่อไป เพียงแต่เข้าไปยังส่วนลึกของหุบเขาอย่างรวดเร็ว 

  

ไม่นานนัก เวลาก็ได้ผ่านไปถึงครึ่งวัน เยี่ยจงก็ได้มาถึงยังสถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกที่ไม่ธรรมดาแห่งนี้ เป็นความเคลื่อนไหวที่ลี้ลับชนิดหนึ่ง อีกทั้งยังก่อรวมไว้ด้วยพลังอันมหาศาลไว้ชนิดหนึ่ง 

  

“ เป็นของดีนิ ต้องเป็นของดีอย่างแน่นอน “ เสี่ยวหลุนไม่มีแม้แต่จะสงวนท่าทีเอาไว้เลยแม้แต่น้อย น้ำลายไหลออกมาไม่หยุด “ หากว่าสามารถครอบครองมาได้ ข้าคงจะสามารถที่จะฟื้นคืนพลังกลับมาได้หลายส่วน “  

  

เยี่ยจงไร้คำพูด เขายังคงไม่อาจที่จะพบเห็นสมบัติเซียนที่มีความรู้สึกประหลาดเช่นนี้มาก่อน สิ่งนี้มันเป็นสมบัติเซียนจริงอย่างงั้นหรือ ? 

  

หลังจากที่ได้เข้าไปยังส่วนลึกอยู่สักพัก เสี่ยวหลุนก็ได้ร้องเรียกอยู่ภายในหูของเยี่ยจง จากนั้นมันก็ได้เสนอความคิดเห็นออกมา “ เจ้าหนู อย่าว่าข้าสั่งให้จะทำงานเลยนะ ไม่มีผลประโยชน์แก่เจ้า ข้ารู้สึกได้ว่าสิ่งของในบริเวณไม่ไกลจากนี้มียาปราณอยู่ชิ้นหนึ่ง น่าจะมีประโยชน์ต่อเจ้าหลายส่วน สามารถที่จะไปเด็ดได้ “ 

  

“ ยาปราณ “ 

  

หลังจากที่เงียบงัน เยี่ยจงก็เกิดความยินดีขึ้น กล่าวตามความจริง ในตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดก็คือโอสถปราณหรือไม่ยาปราณ นั้นก็เพราะว่าเมื่อมีสิ่งเหล่านี้จะสามารถที่จะทำให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็ว สามารถที่จะต่อสู้ได้เป็นเวลานานได้ ดังนั้นในขณะนี้ ความเร็วของเยี่ยจงก็จะเพิ่มมากขึ้น หายวาบไปอย่างรวดเร็ว 

  

ไม่นานนัก ในที่ห่างไกล ก็ได้มีประกายสีทองสาดออกมาเบื้องหน้าสายตาของตนเอง สิ่งนั้นก็คือดอกบัวสีทองก้านหนึ่ง ราวกับว่าทั้งตัวได้ถูกสร้างมาจากทองแท้ก็มิปาน แต่ก็เป็นดั่งสิ่งมีชีวิตที่เติบโตขึ้นมาได้ ลำต้นก็ได้สาดประกายแสงขึ้นมาราวกับฝน  

  

“ นี้น่าจะเป็นดอกบัวโลหิตมังกรตามที่ล้ำลือกันแล้ว แต่ว่านี้โดยส่วนมากแล้วจะปรากฏอยู่ท่ามกลางรังมังกร เป็นไปได้อย่างไรที่จะมาปรากฏในสถานที่แห่งนี้ ? “ เสี่ยวหลุนส่งเสียงร้องออกมาด้วยความสงสัยอยู่หลายส่วน เห็นได้ชัดว่าแม้แต่มันเองก็ยังไม่แน่ใจอยู่หลายส่วน 

  

“ รอคอยอีกสักครู่ “ 

  

ในตอนนี้ที่เยี่ยจงกำลังครุ่นคิดอยู่ ทันใดนั้นเอง ร่างกายของเขาก็ได้ขยับคราหนึ่ง มองเข้าไปบริเวณทางด้านหน้า นั้นก็เพราะว่าที่แห่งนี้กลับเพิ่มมาด้วยหญิงสาวชุดดำผู้หนึ่ง นางในตอนนี้ก็ได้เก็บดอกบัวโลหิตมังกรเอาไว้บนตัว และห่างมองระยะนี้แล้ว เยี่ยจงก็ไร้หนทางที่จะเข้าไปแย่งชิงได้ 

  

“ หนูน้อยที่น่าตาย “ เสี่ยวหลุนส่งเสียงที่คล้ายดั่งกำลังขบเคี้ยวเขี้ยวฟันออกมา “ ถึงกลับช่วงชิงยาปราณของพวกเราไปได้ ตามเข้าไป กับพลังฝีมือเช่นเจ้านางย่อมมิอาจที่จะเป็นคู่ต่อสู้ได้อย่างแน่นอน หลังจากที่สังหารไปแล้ว พวกเราก็ช่วงชิงยาปราณมา “ 

  

“ ข้าดูเหมือนคนประเภทนั้นงั้นหรือ ? “ เยี่ยจงไร้คำจะกล่าว จิตใจอันแท้จริงของเสี่ยวหลุนถือได้ว่าโหดเหี้ยมอย่างมาก วันหน้าตนเองคงจะต้องระวังเอาไว้หน่อยแล้ว ไม่เช่นนั้นถ้าหากถูกมันหลอกก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไรเหมือนกัน 

  

“ เป็นนาง ? “ 

  

หลังจากที่เยี่ยจงจ้องมองไปที่หญิงสาวชุดดำแล้ว ภายในดวงตาก็ได้ปรากฏความแปลกใจขึ้นมาสายหนึ่ง นั้นก็เพราะว่าหญิงสาวชุดดำเบื้องหน้าสายตานั้นไม่ใช่ใครอื่น ที่แท้ก็คือองค์หญิงสี่แห่งรัฐต้าโจวนั้นเอง ที่เป็นบุคคลที่ฝากตัวเข้ากับลัทธิเหวินสือเซินเจ้า (ลัทธิถามหาแดนเทพ) 

  

เมื่อวันก่อนที่เยี่ยจงได้ร่วมมือกับโหยวเหลียนท่ามกลางบ่วงมายาโลหิต ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นถึงบุคคลใหญ่โตแห่งลัทธิ 

  

“ เจ้ารู้จักนาง ? “ เสี่ยวหลุดโพรงความคิดถามออกมา 

  

“ นางมาจากลัทธิเหวินสือเซินเจ้า “ เยี่ยจงตอบกลับ 

  

ทันใดนั้นเอง เสี่ยวหลุนก็ราวกับสูญเสียเป้าหมายบางอย่างไปก็มิปาน เงียบงันลงต่อไป เยี่ยจงแบะปากไปมา ไม่ได้กล่าวอันใดอีก เสี่ยวหลุนผู้นี้อย่างน้อยก็น่าจะทราบถึงที่มาของลัทธิเหวินสือเซินเจ้า มันเมื่อตกอยู่ในมือของตนเองแต่ก็ยังสามารถที่จะเอ่ยปากสั่งนู้นสั่งนี้ หากว่าตกไปอยู่ในมือของลัทธิเหวินสือเซินเจ้า ผู้อื่นถึงไม่คิดที่จะแยแสมันว่ามีที่มาใหญ่โตอันใดแน่นอน จากนั้นก็ได้หล่อหลอมมันในทันที 

  

ในขณะที่กำลังลังเล ยจ.ก็ได้ขยับร่างกายคราหนึ่ง แล้วก็ได้มุ่งหน้าไปทางด้านนั้นด้วยความยินดี นั้นก็เป็นเพราะว่าองค์หญิงสี่ได้ปรากฏต่อหน้าเบื้องหน้าเยี่ยจงแล้ว ต่อมานางก็ได้กวาดสาวตาเข้ามา สีหน้าเปลี่ยนเป็นแปลกใจขึ้นมาหลายส่วน 

  

“ องค์หญิงสี่ ไม่เจอกันแล้ว “ เมื่อได้เดินเข้ามาใกล้กับองค์หญิงสี่ในระยะห่างประมาณสิบก้าว เยี่ยจงก็ได้ยกมือคารวะแล้วกล่าวพร้อมรอยยิ้มแต่ไกลๆ 

  

“ ที่แท้ก็คือท่านเยี่ยจงนี้เอง ข้าคิดว่าจะเป็นเหล่าเด็กน้อยที่ไม่กลัวตายมีตาหามีแววไม่เหล่านั้น ที่ตามหลังข้ามาอยู่ “ องค์หญิงสี่ยิ้มขึ้นมา สีหน้าของนางในตอนนี้ก็ได้เผยรอยยิ้มอย่างมีเสน่ห์สายหนึ่ง เป็นที่ชัดเจนถึงความน่าหลงใหลอย่างถึงที่สุด 

  

ทั้งสองคนสบตามองกันคราหนึ่ง จากนั้นก็ได้หัวเราะออกมา ทุกคนต่างก็ทราบดีว่าอีกฝ่ายนั้นมิใช่บุคคลธรรมดาอันใด การพบกันในลักษณะนี้ เป้าหมายอย่างน้อยก็คงจะเหมือนกัน 

  

“ ได้ยินมาว่าท่านเยี่ยจงได้รับพลังเซียนอันยิ่งใหญ่ที่บ่วงมายาโลหิต เหมือนดั่งบุคคลเฉกเช่นองค์ชายสิบสามแห่งหุบเขาตระกูลถัง หมิงหยี่แห่งหุบเขาหยินหยาง ต่างก็มิอาจต่อกรกับท่านได้ ถึงกับสมญานามว่าเป็นสุดยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งคนใหม่แห่งดินแดนซีฮวงเลย ผู้น้องขอยอมรับทั้งใจ “ องค์หญิงสี่ยิ้มขึ้นมา 

  

“ เป็นเพราะโชคช่วยต่างหาก ถ้าต้องปะทะกันจริง คงยากที่จะทราบผลแพ้ชนะ “ เยี่ยจงร้องโอ๊ยออกมา เขาไม่คิดว่าจะแข็งแกร่งเทียบเท่าคนอย่างองค์ชายสิบสามได้ที่ครึ่งปีมานี้ยากที่จะเข้าใกล้ได้ หากว่าตนเองมองในข้อนี้ไม่ออกแล้วละก็ ครั้งหน้าที่พบกัน ไม่แน่ว่าคงจะต้องพลาดพลั้งไปไม่น้อย  

  

“ ทว่า ข้าคิดว่าท่านเยี่ยจงปรากฏตัวในสถานที่แห่งนี้กะทันหัน สมควรที่จะมิใช่ความบังเอิญกระมั่ง ? “ หลังจากที่ได้จ้องมองไปที่เยี่ยจง องค์หญิงสี่ก็ได้เอ่ยปากขึ้นมา 

  

“ จะเรียกอย่างนั้นก็ได้ ? จากความคาดเดาจากความสามารถของข้าแล้ว หุบเขาแห่งนี้สมควรที่จะมีสมบัติมีค่าอะไรอยู่บ้าง เพียงแต่ว่าแม้แต่ข้าเองก็ไม่ทราบว่าสิ่งนั้นคืออะไรก็เท่านั้น “ เยี่ยจงยั้งเชิงคล้ายกับสอบถามไปในตัว 

  

“ แม้แต่ท่านก็ยังไม่ทราบ ? “ องค์หญิงสี่ทอสีหน้าสงสัย หลังจากนั้นก็ตอบกลับมาเสียงแผ่วเบา “ สถานที่แห่งนี้เรียกหุบเขาโลหิตมังกร ในตำนานที่เล่าขานกันมา ถือได้ว่าเป็นสถานที่โลหิตแท้จากร่างมังกรไหลเวียนสถิตอยู่จนพื้นที่กลายเป็นสีทองเช่นนี้ จึงเป็นที่มาของชื่อ อีกทั้งหากรวมกับแหล่งข่าวของข้าแล้ว บริเวณส่วนลึกของหุบเขาแห่งนี้ ยังคงมีสมบัติมังกรโลหิตแท้จริงอยู่อีกด้วย “ 

  

“ สมบัติมังกรโลหิตแท้จริง ? “ หลังจากที่เงียบงัน ภายในดวงตาของเยี่ยจงก็ได้เผยให้เห็นถึงความสงสัย เขาถึงแม้ว่าจะทราบถึงคุณค่าของวัตถุชิ้นนี้ว่าอยู่ที่ใด หรือก็คือถ้าหากยอดฝีมือขั้นก่อเกิดสามารถที่จะแช่ร่างในสมบัติมังกรโลหิตแท้จริงได้ เช่นนั้นก็จะสามารถทะลวงขึ้นสู่ระดับที่เก้าได้ จึงถือได้ว่าเป็นของชั้นเลิศที่มีประโยชน์ต่อการเข้าสู่ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลาย 

  

 แต่ว่ามังกรแท้ในดินแดนพบเจอได้ยากยิ่ง สมบัติมังกรโลหิตแท้จริงจึงถือได้ว่ามีคุณค่ากว่าเมืองๆหนึ่ง หากว่ามีการปรากฏแม้สักครา ต่างก็เกิดการแย่งชิงของคนขึ้น 

 

 และในสถานที่แห่งนี้ถึงแม้จะมีสมบัติมังกรโลหิตแท้จริง ? 

 

“ ทว่า องค์หญิงสี่ ข้อมูลสำคัญถึงขนาดนี้ ท่านยังบอกกับข้าเช่นนี้หรือ ? " เยี่ยจงเกิดความสงสัยขึ้น จากนั้นก็ได้ตอบกลับเสียงแผ่วเบา 

 

 องค์หญิงสี่เกิดความสงสัย หลังจากนั้นก็ได้ถอนหายใจลึกๆคำหนึ่ง ตอบ " เรื่องก็เป็นเช่นนี้ ข้าก็ไม่ได้ต้องการที่จะปิดบังอะไรท่าน ข้าพึ่งพบว่าเมื่อไม่นานมานี้ กลุ่มเด็กน้อยของสำนักเสวียนหวินก็ได้เข้ามายังสถานที่แห่งนี้แล้วเช่นเดียวกัน อีกทั้งพวกเขายังมีกำลังคนจำนวนมาก พึ่งพาเพียงแค่ข้าคนเดียวเพื่อที่จะแย่งชิงสมบัติมีค่ากับพวกเขา คาดว่าคงจะเป็นไปได้ยาก แต่ว่าหากว่าเพิ่มท่านเยี่ยจงด้วยแล้ว ย่อมมิใช่ปัญหาใหญ่อันใด " 

 

 “ สำนักเสวียนหวินที่แท้ก็มาเพราะเรื่องนี้ ? “ เยี่ยจงหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา “ ในเมื่อเป็นสำนักเสวียนหวิน เช่นนั้นพวกเราก็ถ้าไม่ร่วมมือก็ไม่ได้แล้ว “ 

 

 องค์หญิงสี่ยิ้มและพยักหน้าเล็กน้อย แล้วก็ไม่ได้กล่าวอันใดอีก เพียงแต่นำแผนที่แผ่นหนึ่งออกมาวิเคราะห์ครู่หนึ่ง แล้วค่อยโบกมือออกครั้งหนึ่ง  เป็นการส่งสัญญาณให้แก่เยี่ยจงเพื่อติดตาม จากนั้นก็ได้จากไปอย่างรวดเร็ว 

 

 เห็นได้ชัดว่า องค์หญิงสี่เพื่อสมบัติมังกรโลหิตแท้ก็ได้ลงแรงไปไม่น้อยเลย สองคนเดินทางร่วมกัน ตลอดทางมานี้ก็ได้พบกับยาปราณส่วนหนึ่ง สองฝ่ายร่วมมือกันด้วยความยินดี ยาปราณโดยส่วนมากแล้วต่างก็ได้แบ่งเป็นคนละครึ่ง 

 

 เมื่อได้รับยาปราณ ภายในใจของเยี่ยจงก็ได้สูดลมหายใจเข้ายาวคำหนึ่ง เมื่อมียาปราณเหล่านี้แล้ว ตนเองก็เหมือนดั่งมีไพ่ตายเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งใบ หากว่าก่อนหน้านี้ต่อกรกับสี่ราชันของสำนักเสวียนหวินในมือมียาปราณแล้วละก็ ในตอนนี้สี่ราชันคงจะไม่ทอดร่างเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นแน่นอน

 

และช่วงเวลาในตอนนี้เอง พื้นที่บริเวณส่วนลึกของหุบเขามังกรโลหิต ในตอนนี้ก็ได้มียอดฝีมือกลุ่มหนึ่งค่อยๆที่จะเดินเข้ามา ยอดฝีมือกลุ่มนี้มีเกือบถึงร้อยคน แต่ละคนต่างก็มีบรรยากาศอันซับซ้อน บนร่างได้มีพลังอันน่าตกใจอย่างถึงที่สุด  

 

ในส่วนของผู้นำเอง ที่แท้ก็คือผู้เฒ่าที่คุ้นเคยที่ได้พบเจอกันก่อนหน้านี้เอง ก็คือหนึ่งในราชันที่ไม่ได้รับบาดเจ็บนั้นเอง

 

“ เริ่มที่จะได้เข้าใกล้ยังที่เก็บสมบัติแล้ว ข้าสามารถที่จะสัมผัสได้ถึงรังสีกลุ่มหนึ่งได้ “ ในมือของราชันได้ถือไว้ด้วยกระจกสีทองบานหนึ่ง เหมือนกับกำลังคำนวณอะไรบางอย่างไม่หยุด คำนวณถึงเส้นทาง ในเวลาเดียวกัน ภายในดวงตาของเขาก็ได้ก่อเกิดเพลิงแค้นขึ้น 

 

หากว่าสามารถที่จะครอบครองสมบัติมังกรโลหิตแท้แล้ว ขอเพียงแค่ให้สวางม่อแห่งสำนักเสวียนหวินแช่ลงในโลหิตมังกรแท้แล้ว ฝึกฝนจนสำเร็จขอบเขตร่างกายไม่สูญสลายแล้วละก็ เช่นนั้นสำนักเสวียนหวินคงจะสามารถลืมตาลุกขึ้นภายใต้ดินแดนซีฮวงแห่งนี้ได้แล้ว  

 

ดังนั้น ในครั้งนี้เพื่อการเสาะหาสมบัติมังกรโลหิตแท้ ศิษย์อาจารย์สำนักเสวียนหวินจำนวนมากต่างก็พร้อมใจกัน ก่อนหน้านี้ที่ต่อกรกับเยี่ยจงก็เป็นเพียงแค่ความทางผ่านเท่านั้น การเสาะหาสมบัติมังกรโลหิตแท้ จึงถือได้ว่าเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขา เพื่อเป้าหมายนี้เอง ก่อนที่จะมีการเปิดทางเข้าสู่สมรภูมิฮวงกู่ สำนักเสวียนหวินก็ได้มีการเตรียมความพร้อมมาแล้วนับสิบปี

 

เมื่อได้เข้าใกล้ พวกเขาก็ได้เคลื่อนไหวด้วยคนจำนวนมากเช่นนี้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องครอบครองมาให้จงได้   

.

.

.

.

กลุ่มลับ ติดต่อได้หลังไมค์ครับ กลุ่มละ 80ตอน/กลุ่ม/100บาทครับ
โปรโมชั่น เข้ากลุ่ม 3/4/5/6/7 ราคา 450
กลุ่ม3 https://goo.gl/dV1p9e ตอนที่ 210-290
กลุ่ม4 https://goo.gl/ESwaou ตอนที่ 291-370
กลุ่ม5 https://goo.gl/ekcF7V ตอนที่ 371-450
กลุ่ม6 https://goo.gl/4rqw89 ตอนที่ 451-530
กลุ่ม7 https://goo.gl/qrQ7GA ตอนที่ 531-610 ล่าสุดตอนที่ 575

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ INBOX ในเพจเลยครับ

https://www.facebook.com/ZuiQiangWuShen/

 




NEKOPOST.NET