เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 246 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.246 - เสี่ยวหลุน


ตอนที่ 246 เสี่ยวหลุน

 

“ ซวบซวบซวบ “

 

ราชันทั้งสี่ติดตามอยู่ทางด้านหลังเยี่ยจงอย่างเร่งรีบ ในตอนนี้ต่างก็ได้แสดงใบหน้าสงสัยจ้องมองไปที่เยี่ยจง พวกเขาจ้องมองไปที่เยี่ยจงขณะที่กังหยุดอยู่กับที่ ทั้งสี่คนต่างก็เคลื่อนไหวแยกออกจากกันอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปทั้งสี่ด้านล้อมเยี่ยจงเอาไว้

 

แต่ว่าในตอนนี้กลับมิได้รีบร้อนที่จะลงมือ นั้นก็เพราะว่าพลังฝีมือของเยี่ยจงมีความแข็งแกร่งจนเกินไป การที่จะหยุดยั้งเขาในตอนนี้เอาไว้ จึงทำให้ราชันทั้งสี่เกิดความลังเลไม่แน่นอนขึ้น

 

“ เจ้าหนู เจ้าได้เตรียมที่จะลงมือใช้มือเช่นไรอีกกัน ? แต่ว่าเช่นนี้ก็ดี อย่างน้อยข้าก็อาจจะยั้งมือไว้ไมตรีไว้ชีวิตเจ้าเอาไว้ “ หนึ่งในราชันเผยให้เห็นรอยยิ้มอันเย็นชาสายหนึ่ง เอ่ยออกมาด้วยความเย้ยหยัน

 

“ กับอีกแค่พวกเจ้าคิดจะสังหารข้างั้นหรอ ? “ บนใบหน้าเยี่ยจงเผยให้เห็นอารมณ์กึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม จากนั้นเขาก็ตอบกลับอย่างเย็นชา “ ข้าว่าพวกเจ้าเข้าใจผิดแล้ว ขึ้นชื่อว่ายอดฝีมือในรุ่น ท้ายที่สุดยังไม่รู้เลยว่ากลับต้องทอดร่างอยู่ท่ามกลางสมรภูมิฮวงกู่แห่งนี้ แม้ตายก็ตายตาไม่หลับ “

 

“ กับแค่เจ้า ยังไม่คู่ควรกับข้านัก “ คนอีกทางด้านหนึ่งเผยมุมปากยิ้มออกมาอย่างเย็นชา ตอบกลับไปอย่างไร้อารมณ์

 

“ งั้นเรอะ ? “ เยี่ยจงพลิกเปลี่ยนสัญลักษณ์ของมือทั้งสองข้าง ก่อรวมพลังตราผนึกนภา เพียงแต่ว่าในตอนนี้เขากลับไม่ได้ใช้ออกด้วยพลังที่แข็งแกร่งเช่นนั้น แต่ว่าถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ ร่างกายของเขาก็ได้แผ่กระจายความแข็งแกร่งออกมาชนิดหนึ่ง

 

“ เป็นเจ้าหนูที่ประหลาดดี นี้มันทักษะยุทธ์อะไรกัน ? เกรงว่าอย่างน้อยก็ต้องอยู่ในระดับเซียนขั้นสูงแล้วละมั่ง ? “ มีหนึ่งในราชันเฒ่าลูบไปที่คาง มองการเคลื่อนไหวของเยี่ยจง เมื่อครู่พวกเขายังรู้สึกว่ากระบวนท่าของเยี่ยจงนั้นไม่ธรรมดา ในตอนนี้เยี่ยจงกลับจะใช้มันอีกครั้ง จนทำให้จิตใจของพวกเขาสั่นคลอนขึ้นมา

 

“ ไม่ว่าจะไม่ธรรมดาเช่นไร กับพลังฝีมือของเขาในตอนนี้ นอกเสียจากจะสามารถใช้ออกด้วยทักษะเซียนออกด้วยด้วยพลังที่แม้จริงให้ได้ ? จัดการเขาก่อนค่อยว่ากัน ไม่ว่าทักษะเซียนนี้จะอยู่ในระดับใด ยังไงเสียก็ต้องตกอยู่ในมือของพวกเรา “ ราชันอีกคนที่อยู่อีกด้านก็ได้ตอบกลับเสียงดัง

 

“ รีบจัดการให้เร็วเถอะ เด็กน้อยนี้มีลวดลายอยู่เยอะ ยังคงรีบสังหารจะดีกว่า “

 

“ แน่นอน ถ้าหากให้เขาหลบรอดไปได้อีกครั้ง วันหลังคงจะยากที่จะจัดการได้แล้วละ “

 

ในตอนนี้สี่ราชันต่างก็ปรากฏสีหน้าเย็นชาขึ้นมา พวกเขาขยับร่างกายในเวลาเดียวกัน ท่ามกลางอากาศก็ได้ค่อยๆที่จะเข้าใกล้บริเวณที่เยี่ยจงอยู่

 

ไม่ว่าจะกล่าวเช่นไร ก่อนหน้านี้เยี่ยจงก็ได้ก็ได้สังหารเจ้าสำนักและผู้อาวุโสของสำนักเสวียนหวินไปแล้ว แค่นี้ก็เพียงพอที่จะบอกถึงความแข็งแกร่งของเขาได้แล้ว หากว่ายังปล่อยให้เขาเติบใหญ่ขึ้นต่อไป วันหน้าของสำนักเสวียนหวินอาจจะต้องวอดวายก็ได้เป็น ดังนั้น สี่ราชันผู้ยิ่งใหญ่แห่งสำนักเสวียนหวินในตอนนี้ จึงไม่ได้คิดที่เตรียมยั้งมือแม้แต่น้อย

 

“ ตูมตูม “

 

สี่ราชันผู้ยิ่งใหญ่ลงมือออกไปในเวลาเดียวกัน ทักษะยุทธ์ทั้งสี่ได้ประสานเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นการโจมตีอันน่าหวาดกลัว หมุนวนเข้าไปทางด้านบริเวณที่เยี่ยจงอยู่

 

ทักษะยุทธ์ทั้งสี่นี้ได้ก่อรวมพลังแรงดึงดูดชนิดหนึ่งออกมาไม่หยุด เห็นได้ชัดว่าถือเป็นการโจมตีที่มีความแข็งแกร่งอย่างมากชนิดหนึ่ง หมายมั่นที่จะสังหารเยี่ยจงในทันที

 

เยี่ยจงเพียงรู้สึกขนหัวลุกตัวช้าด้านขึ้นมา การโจมตีระดับนี้ถือได้ว่าน่าหวาดกลัวจนเกินไป ต่อให้เขาจะใช้ออกด้วยร่างมหัศจรรย์หมื่นโบราณได้ ก็ใช่ว่าจะสามารถต้านทานเอาไว้ได้

 

ทว่า ยังดีที่ขอบเขตพลังของทั้งสี่คนได้ถูกจำกัดเอาไว้ พลังอย่างมากก็อยู่แค่ขั้นก่อเกิดระดับที่แปด ไม่เช่นนั้นแล้วละก็ เยี่ยจงในตอนนี้แม้แต่โอกาสในกันสวนกลับก็ยังไม่อาจที่จะกระทำได้เลย อีกทั้งยังจะถูกสังหารโดยทันที

 

“ ตราผนึกนภา “

 

ทันใดนั้นต่อมา ภายในดวงตาของเยี่ยจงก็ได้สาดจนเป็นประกาย ท่ามกลางมือได้เปลี่ยนสัญลักษณ์คราหนึ่ง มือหนึ่งชี้ขึ้นสู่นภา มือหนึ่งชี้ลงพสุธา จนก่อเกิดพลังปราณภายในกายของเยี่ยจงไหลเวียนผันผวนกระจายออกมา มีขนาดใหญ่เท่าประมาณหนึ่งฝ่ามือของคน พุ่งขึ้นสู่ท้องนภา พุ้งหน้าเข้าสังหารออกไปทางด้านหน้า

 

ฝ่ามือสายนี้แม้จะดูเหมือนมีขนาดเล็ก มิได้มีขุมพลังเหมือนดั่งตราผนึกนภาก่อนหน้า สามารถกล่าวได้ว่าเป็นพลังที่เยี่ยจงในตอนนี้พอจะสามารถควบคุมได้ แต่ว่าถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ก็ถือได้ว่าน่าหวาดเกรงชนิดหนึ่ง จนทำให้ผู้คนต้องขนลุกขนพองขึ้นมา

 

“ ตูม “

 

ทันใดนั้นต่อมา ตราผนึกนภาก็ได้พุ่งเข้าปะทะกับทักษะยุทธ์อันน่าหวาดกลัว วินาทีนั้น ทักษะยุทธ์ทั้งสี่สายที่ผสานพลังเข้าด้วยกันก็ได้ถูกทำลายไปในทันที จนกลายเป็นประกายแสงน้อยๆ ตราผนึกนภาก็ได้พุ่งเข้าไปทางด้านข้างต่อไป วินาทีนั้นก็ได้พบว่ามีหนึ่งในราชันได้ร้องโหยหวนออกมา ร่างกายแตกกระจายจนกลายเป็นก้อนเนื้อแหลกเหลว

 

ทางด้านอีกสองคนที่อยู่ใกล้กับราชันผู้นั้น ก็ได้ถูกกระแทกครึ่งร่างจนกระเด็นลอยออกไป สร้างบาดแผลจนเลือดเนื้อกระเด็นออกมาในทันที น่าอเนจอนาถเป็นอย่างยิ่ง

 

มีแต่เพียงราชันอีกคนหนึ่งอยู่ทางด้านหลังของเยี่ยจงที่ไม่ได้เป็นอะไรเลย แต่ว่าเขาก็อ้าปากตาค้างเหม่อมองไปที่ฉากเบื้องหน้า บนใบหน้าได้แสดงออกถึงความตื่นตระหนก ราวกับไม่เชื่อถึงสิ่งที่ตนเองเห็นที่ฉากเบื้องหน้า

 

“ นี้มันทักษะเซียนอะไรกัน ? ไม่ถูกต้อง หรือว่าจะเป็นมนต์ตราเทพ ? “ ท้ายที่สุดคนผู้นี้ก็ได้หวาดเกรงขึ้นมา ในช่วงที่ได้ปะมือกัน เมื่อครู่สี่ราชันยังกำลังไล่ฆ่าสังหารอยู่เลย ถึงกับตายหนึ่งบาดเจ็บหนักสอง กับพลังฝีมือของพวกเขา ยังถึงกับไม่อาจที่จะรับมือเพียงแค่กระบวนท่าเดียวของเด็กหนุ่มที่มีพลังในขั้นก่อเกิดได้ นี้ก็ชั่งเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจนเกินไปแล้ว

 

“ ซวบ “

 

จนเมื่อกระทั่งคนสุดท้ายนั้นมีปฏิกิริยากลับมาในทันที เยี่ยจงก็ได้เคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน เขามุ่งหน้าเข้าไปทางด้านข้างฝั่งซ้าย จากนั้นก็ประทับมือของเขาเข้าไปที่ใบหน้าที่ยังคงเต็มไปด้วยความตระหนก ทางด้านราชันที่มีอาการบาดเจ็บหนักบนร่างกาย ก็ได้ใช้ช่วงเวลาเดียวกันพุ่งออกไป หนีออกไปด้วยความรวดเร็ว

 

กระบวนท่าตราผนึกนภาเมื่อครู่นี้ ถือได้ใช้ออกด้วยพลังลมปราณที่เหลืออยู่ทั้งหมดออกไปแล้ว หากว่าในตอนนี้บนตัวยังมีของจำพวกโอสถฟื้นฟูอยู่อีก แน่นอนว่าเยี่ยจงจะต้องฆ่าสังหารสี่ราชันในที่แห่งนี้ให้จงได้ แต่ว่าภายใต้สถานการณ์ในตอนนี้กลับไม่เหมือนกัน เขาได้แต่เพียงจัดการกับคนสุดท้ายก่อน จึงค่อยล่าถอยออกไป

 

“ เป็น ....... เป็นเช่นนี้ได้ยังไง “

 

ในช่วงที่เยี่ยจงกำลังหลบหนีจะมองไม่เห็นร่างกายแล้วนั้น ราชันที่หลงเหลืออยู่ท่ามกลางสถานที่แห่งนี้ก็ได้มีสติกลับคืนมา แต่ว่เมื่อเหม่อมองไปยังฉากเบื้องหน้า ดวงตาของเขากลับต้องกรอกไปมาอย่างบ้าคลั่ง

 

สี่ราชันผู้ยิ่งใหญ่ หนึ่งคนได้ถูกเยี่ยจงจัดการจนกลายเป็นก้อนเนื้อภายในกระบวนท่าเดียว อีกหนึ่งได้ถูกเยี่ยจงจัดการก่อนที่จะหลบหนีไป ส่วนที่เหลืออีกสองคน คนหนึ่งถึงแม้ว่าจะยังอยู่ดีไม่ได้เป็นอะไร แต่ว่าอีกคนหนึ่งกลับได้รับบาดเจ็บหนัก คาดว่าคงไม่มีความสามารถในการต่อสู้อีกต่อไปแล้ว

 

หลังจากที่ได้นำยารักษาเข้าภายในปากของราชันเรียบร้อย หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้ฟื้นคืนสติกลับมา ใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความไม่อยากที่จะเชื่อ

 

“ เจ้าหนู หากว่าเจ้าได้ตกอยู่ในน้ำมือข้า ข้าจะทำให้เจ้าแม้คิดที่จะตายก็ยังยาก “

 

คำพูดร้ายกาจได้ถูกกล่าวออกมา แต่ว่าในตอนนี้ราชันผู้นั้นก็ยังไม่กล้าที่จะเข้าปะทะต่อ เขาไม่มีความกล้าพอที่จะไล่ตามต่อสู้กับเยี่ยจงเพียงคนเดียว ไม่ทราบว่าอีกฝ่ายจะมีความไพ่ตายที่ยังไม่ได้ใช้ออกมาอีกหรือไม่ แต่ว่าภายในจิตใจของเขาก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัว

 

หลังจากนั้นสักพัก ราชันผู้นี้ก็ได้อุ้มร่างของราชันที่ได้รับบาดเจ็บหนักเอาไว้ ล่าถอยออกไปในทันที ขบวนของพวกเขาในตอนนี้กลับได้ถูกเยี่ยจงทำลายจนไม่หลงเหลือ คิดที่จะต่อกรกับเยี่ยจง จำเป็นที่จะต้องหาสิ่งที่ร้ายกาจกว่านี้

 

 

    ……

 

ในที่ห่างไกล เยี่ยจงก็ได้มาจนถึงบริเวณถ้ำของหุบเขา ร่างกายของของเขาได้หลบเข้าไปยังท่ามกลางบริเวณรอยแยกของ จ้องเขม็งไปบริเวณทางด้านหลัง

 

หลังจากนั้นสักพัก สีหน้าของเยี่ยจงก็ได้กลับคืนสู่ปกติ เห็นได้ชัดว่า คงจะเป็นอย่างที่เขาคาดการณ์เอาไว้ก็มิปาน ว่าราชันที่หลงเหลือทั้งสองคนคงจะไม่หาญกล้าที่จะไล่ตามตนเองมาอีก

 

แน่นอนว่าหลังที่มองในข้อนี้ เยี่ยจงก็ได้สูดลมหายใจเข้าคำหนึ่ง นั่งลงทำสมาธิอยู่บนพื้นอย่างรวดเร็ว ค่อยๆที่จะฟื้นพลังกลับคืนมา

 

“ ข้าบอกตั้งแต่แรกแล้ว มนต์ตราเทพเป็นสิ่งที่ใช้ใจควบคุม เมื่อครู่ที่เจ้าทำก็ถือได้ว่าไม่เลว แค่ก็ยังถือว่ายังควบคุมได้ไม่ดีพอ หากว่ามีความคุ้นเคยกว่านี้แล้วละก็ เมื่อครู่เพียงแค่ฝ่ามือเดียว ก็เพียงพอที่จะทำให้แมลงวันทั้งสี่กลายเป็นก้อนเนื้อแหลกเหลวได้แล้ว “ ชิ้นส่วนสมบัติเซียนก็ได้หลุดออกมาอย่างกะทันหัน ราวกับกำลังพิจารณาเยี่ยจงอยู่ เอ่ยปากกล่าวออกมา

 

เยี่ยจงเหม่อมองไปที่ชิ้นส่วนสมบัติเซียนเบื้องหน้าสายตา กรอกดวงตาไปมาเบาๆ เมื่อครู่เหตุใดตนเองถึงได้ฟังคำแนะนำของเจ้าเด็กน้อยนี้กัน

 

จากนั้นก็ได้ผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ หลังจากที่ฟื้นคืนความสามารถขึ้นมาหลายส่วน เยี่ยจงจึงได้คอยมองไปทางด้านชิ้นส่วนสมบัติเซียน กล่าวตอบกลับมาเสียงแผ่วเบา “ นายที่แท้เป็นอะไรกันแน่ ? “

 

“ ข้าที่แท้เป็นอันใด ? “ ชิ้นส่วนสมบัติเซียนราวกับมีเสียงถอนหายใจดังออกมา แต่ว่าหลังจากนั้น มันก็ได้ตอบกลับมา “ คำถามข้อนี้ กับพลังในขอบเขตที่เจ้ามีในตอนนี้ ยังคงไม่รู้คงจะดีเสียกว่า หากว่าเจ้าเชื่อคำพูดของข้าแล้วละก็ วันหน้าหากว่าเจ้ายังคงฝึกปรือตราผนึกนภาที่เป็นหนึ่งในสิบวิชามนต์ตราโบราณระดับสูงแล้ว วันข้างหน้าใช่ว่าจะเกิดเรื่องดีๆขึ้น “

 

หลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ชิ้นส่วนสมบัติเซียนก็ได้กล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา “ แต่ว่า เจ้าเรียกข้าเสี่ยวหลุนก็ได้ “

 

“ เสี่ยวหลุน ? “

 

เยี่ยจงขมวดคิ้ว นี้ถือได้ว่าเป็นชื่อที่ทำให้ผู้คนยิ้มไม่ออกร้ำไห้ไม่ได้ แต่ว่าก็ทำให้เขานึกถึงเรื่องก่อนหน้าที่พบเจอที่หลุมลึก ถึงแม้จะเป็นแค่ครั้งเดียวกันตาม น่าเสียดาย เบื้องหน้าสายตาก็เป็นเพียงแค่หนึ่งในชิ้นส่วนเท่านั้น

 

“ ใช่แล้ว เมื่อครู่ที่ข้าเอ่ยปากช่วยเหลือเจ้า ไม่ใช่ช่วยเปล่าๆหรอกนะ เจ้ายังต้องช่วยข้ากระทำเรื่องๆหนึ่ง “ เสี่ยวหลุนราวกับไม่เห็นสีหน้าที่ปรากฏออกมาของเยี่ยจงก็มิปาน กล่าวออกมาด้วยเสียงดังกังวาน “ ท่ามกลางหุบเขาสายโลหิตมังกรนี้ ข้ารู้สึกได้ถึงสิ่งของชิ้นหนึ่ง อีกทั้งยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้า หากว่าเจ้าสามารถที่จะช่วยข้าเสาะหามาให้ ไม่ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ข้าก็จะลงมือให้เจ้า ชดเชยไม่คลาย “

 

“ เจ้าจะลงมือช่วยข้า ? “ เยี่ยจงจ้องเขม็งไปที่เสี่ยวหลุน ภายในดวงตาได้ปรากฏความสงสัย “ เจ้าหมายความว่า ให้ข้าหล่อหลอมเจ้างั้นหรือ ? “

 

“ เจ้ากล้างั้นหรือ ? “ เสี่ยวหลุนเอ่ยปากขึ้นมาด้วยความตกใจ จากนั้นมันก็ได้เคลื่อนไหวคราหนึ่ง จนกระทั่งทันใดนั้นก็ขยับเล็กน้อย จนก่อเกิดเสียงดังอึงอวลนี้ข้างหู เข้าไปยังภายในหูของเยี่ยจง

 

ความรู้สึกขนหัวลุกได้ปรากฏขึ้นมาอยู่ภายในจิตใจ จนทำให้เยี่ยจงต้องกรอกตาไปมา

 

“ เจ้าวางใจเถอะ ความจริงแล้วข้าไม่มีวิธีที่จะออกไปจากท่ามกลางบ่วงมายาโลหิตแห่งนั้นได้อยู่แล้ว ในเมื่อเจ้าช่วยข้าออกมาแล้ว ก็ถือได้ว่าข้าติดค้างเจ้า ข้าไม่ใช่เป็นพวกมีบุญคุณไม่ตอบแทน จนสังหารเจ้าไป “ เสี่ยวหลุนตอบออกมาเสียงดัง หลังจากนั้นก็นิ่งเงียบลง ทว่ามันก็ได้ให้ความรู้สึกว่ากำลังครุ่นคิดอยู่ชนิดหนึ่ง บอกกล่าวต่อเยี่ยจง รวมไปถึงสิ่งของที่อยู่ในความนึกคิด ก็คือสิ่งที่มันต้องการเสาะหานั้นเอง  

 

เยี่ยจงนิ่งเงียบ สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย กล่าวกันตามตรง หลังจากที่ได้ออกจากบ่วงมายาโลหิต ในช่วงเวลาหนึ่งเขายังไม่คิดที่จะกระทำเรื่องอันใด อีกทั้งยังไร้เป้าหมายอยู่แล้ว

 

เสี่ยวหลุนนี้ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ถือได้ว่ามีความเป็นมาอันน่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด หากว่าตนเองไร้คุณธรรมไร้สัจจะต่อมัน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่อาจที่จะไม่สามารถกระทำได้ อีกทั้งด้วยความสามารถที่มีอยู่ในตอนนี้ หากว่าสามารถฟื้นฟูพลังกลับคืนมาได้ ยังจะต้องเกรงกลัวว่ามันจะลงมือต่อตนเองได้ อีกทั้งหากว่าเป็นเช่นนั้นจริงแล้วตนเองก็ยังถือได้ว่ามีไพ่ตายที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง

 

ยิ่งไปกว่านั้น เสี่ยวหลุนล่วงรู้ความลับที่ตนเองได้ฝึกปรือพลังตราผนึกนภา เกี่ยวกับน้ำใจและเหตุผล ตนเองไม่ว่าจะอย่างไรก็มิอาจที่จะให้มันหลบรอดไปจนสายตาของตนเอง หากว่าสบโอกาสแล้วละก็ จะได้ทดลองหล่อหลอมดู จึงถือได้ว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด

 

“ เจ้าก็วางใจไว้บ้างเถอะ คิดที่จะหล่อหลอมข้าผู้เฒ่า หนทางในวันข้างหน้ายังอีกยาวไกลนัก ทว่าเจ้าหากสามารถเสาะหาสิ่งของที่ข้าชื่นชอบได้แล้วละก็ ข้าอาจจะลงมือเพื่อเจ้าสักครา เป็นไพ่ตายให้กับเจ้าก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ “

 

ห้วงความคิดนี้พึ่งจะปรากฏขึ้นมาในสมองของเยี่ยจง ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงสั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง จนทำให้เยี่ยจงต้องสูดลมหายใจออกมาอย่างกระชัดชิด

 

ชิ้นส่วนสมบัติเซียนที่เรียกตัวเองว่าเสี่ยวหลุนนี้ ก็ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว ถึงกลับสามารถที่จะอ่านความนึกคิดของตนเองได้

 

“ ชิชิ ยังไม่ทราบถึงความร้ายกาจของข้าผู้เฒ่าสินะ เช่นนี้ยังไม่รีบที่จะออกไปอีก กลับไปยังหุบเขาสายโลหิตมังกร ถ้าหากว่าด้านในยังมีสิ่งอื่นอยู่อีก นั้นก็เป็นของเจ้าแล้ว พวกเราต่างฝ่ายก็ได้ประโยชน์ “ เสี่ยวหลุนร้องชิชิออกมา ยังคงสั่งการต่อเยี่ยจงไม่หยุด

.

.

.

.

กลุ่มลับ ติดต่อได้หลังไมค์ครับ กลุ่มละ 80ตอน/กลุ่ม/100บาทครับ
โปรโมชั่น เข้ากลุ่ม 3/4/5/6/7 ราคา 450
กลุ่ม3 https://goo.gl/dV1p9e ตอนที่ 210-290
กลุ่ม4 https://goo.gl/ESwaou ตอนที่ 291-370
กลุ่ม5 https://goo.gl/ekcF7V ตอนที่ 371-450
กลุ่ม6 https://goo.gl/4rqw89 ตอนที่ 451-530
กลุ่ม7 https://goo.gl/qrQ7GA ตอนที่ 531-610 ล่าสุดตอนที่ 570

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ INBOX ในเพจเลยครับ

https://www.facebook.com/ZuiQiangWuShen/

 




NEKOPOST.NET