เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 238 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.238 - การแลกเปลี่ยน


ตอนที่ 238              การแลกเปลี่ยน

 

“ ซวบ “

 

ทันใดนั้นหยกโลหิตชิ้นสุดท้ายท่ามกลางสนามก็ได้เข้าไปยังอีกด้านหนึ่ง วินาทีนั้นเอง ก็ได้พุ่งเข้าไปยังกลุ่มยอดฝีมือมากมายที่ความจริงกำลังอยู่ในอาการเบื่อหน่าย เพียงแต่ว่าทันใดนั้นเอง ก็ได้เกิดเสียงร้องจากการฆ่าฟันดังออกมาเป็นสาย ราวกับทราบว่า น่าจะมีความเกี่ยวพันธ์กับหยกโลหิตที่หลงเหลืออยู่ชิ้นสุดท้ายนี้เอง ผู้คนทั้งหมดในตอนนี้ก็ได้ใช้ออกมาด้วยพลังทั้งหมดในการลงมือ

 

และเหล่าคนที่เหมือนดั่งเยี่ยจง องค์ชายสิบสามและคนอื่นๆทางด้านข้างต่างก็ถอยไปยังบริเวณหัวมุมหนึ่งของวิหารแห่งสวรรค์ด้วยสีหน้าแจ้งเตือน นั้นก็เพราะว่าการต่อสู้ก่อนหน้านี้อเนจอนาถจนเกินไป ต่อให้เป็นบุคคลเช่นองค์ชายสิบสามก็ยังได้รับบาดเจ็บ ถึงแม้ว่าในตอนนี้เขายังคิดที่จะลงมือแย่งชิงคัมภีร์เซียนโลหิตก็ตาม แต่ก็เข้าใจดี หากว่าเขาลงมืออีกแล้วละก็ มีความเป็นไปได้ที่จะสร้างความโกรธแค้นขึ้น จนทำให้กลุ่มยอดฝีมือมากมายโจมตีเข้ามา ภายใต้สถานการณ์เช่นนั้น มีความเป็นไปได้ว่าแม้แต่เขาเองก็ยังไม่อาจที่จะเผชิญหน้าได้

 

การต่อสู้แย่งชิงหยกโลหิตท้ายที่สุดก็ได้ดำเนินติดต่อกันอย่างน้อยอีกหนึ่งวัน การต่อสู้ดำเนินตลอดทั้งวัน เพียงเพื่อหยกโลหิตชิ้นสุดท้ายนี้ ท่ามกลางสนามได้มีซากศพกองอยู๋ไม่ทราบว่ามากน้อยเท่าไร จนทั่วทั้งวิหารแห่งสวรรค์ได้เต็มไปด้วยคราบโลหิต

 

ท้ายที่สุด หยกโลหิตชิ้นนี้ก็ได้ตกไปอยู่ในมือท่ามกลางของกลุ่มยอดฝีมือแห่งทะเลมายาโลหิต

 

ในตอนนี้ คัมภีร์เซียนโลหิตที่ได้แตกออกไปจนกลายเป็นทั้งหมดหกชิ้นต่างก็มีเจ้าของแล้ว นอกเสียจากเยี่ยจง องค์ชายสิบสามแห่งหุบเขาตระกูลถัง หมิงหยี่แห่งหุบเขาหยินหยางและขุมกำลังแต่ละฝ่ายของทะเลมายาโลหิตก็ได้ไปคนละชิ้น ที่หลงเหลืออีกสองชิ้นก็ได้ตกไปอยู่ในมือคนที่เยี่ยจงรู้จัก หนึ่งในนั้นก็คือโหยวเหลียน อีกทางด้านหนึ่งก็คือเด็กหนุ่มผมทองหลิงเหยียน

 

เพียงแต่ว่า ในตอนนี้คัมภีร์เซียนโลหิตกลับมิอาจที่จะสร้างความสนใจต่อเยี่ยจงได้มากนัก สายตาของคนผู้อื่นก็ได้สาดประกาย ถึงกระนั้น คัมภีร์เซียนโลหิตก็ถือได้ว่าเป็นตำนานของสำนักมายาโลหิต แต่ว่าคัมภีร์เซียนโลหิตในตอนนี้ก็ได้แบ่งออกเป็นหกชิ้น ไม่ว่าผู้ใดก็มิอาจที่จะรวมมันจนสมบูรณ์ได้ ไร้หนทางที่จะฝึกปรือ

 

“ ซวบซวบซวบ “

 

บริเวณทางด้านล่าง ก็ได้มีเสียงดังกึกก้องขึ้นมาสายหนึ่งอย่างกะทันหัน สิ่งมีชีวิตแห่งทะเลมายาโลหิต องค์รักษ์หุบเขาตระกูลถัง ยอดฝีมือหุบเขาหยินหยาง แล้วยังมีกลุ่มการร่วมมือขนาดใหญ่ที่เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มยอดฝีมืออย่างรวดเร็ว แบ่งออกเป็นฝั่งเป็นฝ่ายอย่างชัดเจน

 

นอกเสียจากเยี่ยจงและโหยวเหลียนที่มีความเป็นมาอันลี้ลับจนมิอาจทราบได้แล้ว ที่หลงเหลืออีกทั้งสี่ก็ได้ก่อตัวรวมกลุ่มกัน จนก่อเกิดขุมกำลังนอกเหนือของผู้ที่ไม่ได้รับหยกโลหิตอย่างรวดเร็ว

 

ในตอนนี้ การต่อสู้ครั้งใหญ่ก็ได้ดำเนินผ่านไปอีกหลายวัน จนกระทั่งมาจนถึงวินาทีที่เรียกได้ว่าพอจะหยุดหายใจลงได้ แต่ว่าถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ยอดฝีมือที่เข้ามายังบ่วงมายาโลหิตในตอนนี้ก็ได้ตายไปมากกว่าถึงสองในสามส่วนแล้ว ทั่วทั้งบริเวณต่างก็เต็มไปด้วยซากศพมากมายนับไม่ถ้วน

 

และอีกฝ่ายที่เป็นขุมกำลังที่มาจากรัฐกู่กวอ ยอดฝีมือจากเขาไท่กู่หลิงซาน ในตอนนี้บริเวณที่ห่างไกลก็ได้พบเห็นคนม้าเผชิญหน้ากัน พวกเข้าต่างก็ไม่เสียดาย และไม่ยินยอมรับผลลัพธ์เช่นนี้เอาไว้ได้

 

“ เหอะเหอะเหอะ ทุกท่าน ข้ามีข้อคิดเห็นอย่างหนึ่งพึ่งนึกขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน ไม่ว่าจะกล่าวเช่นไร ท่ามกลางพวกเราไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด คิดที่จะนำคัมภีร์เซียนโลหิตที่ครบสมบูรณ์จากไป เรียกได้ว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย อีกทั้งในตอนนี้ หากว่าในกลุ่มของพวกเราลงมือเคลื่อนไหวแล้วละก็ ไม่แน่ว่า แม้แต่การรักษาหยกโลหิตเอาไว้ก็ยังทำไม่ได้ ดังนั้นความคิดเห็นของข้า ในตอนนี้จึงของให้ทั้งหกฝ่ายร่วมมือกัน วินาทีที่ออกจากบ่วงมายาโลหิต เป็นเรื่องราวที่ค่อยจัดการกันในภายหลัง พวกเรามาร่วมกันประชุมอีกครั้งเป็นอย่างไร ? “ ทันใดนั้นหลิงเหยียนก็ได้หัวเราะออกมาเสียงแผ่วเบา เขานำพาร่างที่บาดเจ็บอยู่ ทว่าในตอนนี้เขากลับเผยรอยยิ้มอันอบอุ่นออกมา กล่าวออกมาเสียงดังกังวาน

 

หลังจากที่เงียบงัน เยี่ยจงก็ยังคงเงียบกริบไม่กล่าวอันใด ทางด้านยอดฝีมืออีกทั้งสี่ฝ่ายหลังจากที่ลังเลชั่วขณะ ก็ได้พยักหน้าไปมา เห็นพ้องด้วยกันกับความพูดที่หลิงเหยียนกล่าวออกมา ถึงกระนั้นในตอนนี้ทั้งหกฝ่ายก็ได้รับหยกโลหิตไป แต่ว่าถ้าหากจะไม่ร่วมมือกันละก็ ก็คงจะมิอาจที่จะหาวิธีที่จะออกไปได้ ถึงกระนั้น ในตอนนี้ยอดฝีมือที่หลงเหลืออยู่เหล่านั้น ต่างก็ไม่ทราบว่าควรเชื่อบุคคลใดดี

 

“ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทุกท่าน ก็ไปกันเถอะ “ หลิงเหยียนพบว่าผู้คนมากมายต่างก็พยักหน้า ต่อมาก็ได้โบกมือคราหนึ่ง แล้วก็ได้เข้าไปยังวิหารแห่งสวรรค์ ผู้คนมากมายทางด้านหลังต่างก็ได้ทิ้งระยะห่างเอาไว้ จากนั้นต่างก็ได้จากไปอย่างรวดเร็ว

 

ขุมกำลังมากมายต่างก็ใช่ว่าจะธรรมดา พวกเขาจ้องมองไปยังเงาร่างที่กำลังจากไปเหล่านี้ หลังจากที่ผ่านไปสักพัก จึงค่อยได้อดใจที่จะลงมือออกมา จากนั้นพวกเขาต่างก็ได้ตัดสินใจรวมตัวกันที่ด้านบนของวิหารแห่งสวรรค์ จ้องเขม็งไปที่หอกดำทมิฬที่เสียบอยู่บนร่างของชายชราอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่ว่าจะมองดูเช่นไรก็ตาม หอกยาวด้ามนี้ก็ถือได้ว่าเป็นสมบัติเซียนที่มีความน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง ในด้านความคุ้มค่าใช่ว่าจะด้อยไปกว่าคัมภีร์เซียนโลหิตแม้แต่น้อย

 

“ ตูม “

 

 มีคนที่อดเอาไว้ไม่อยู่ ร่างกายก็ได้ทะยานออกไป คิดหมายจะลงมือก่อน จากนั้นก็เก็บหอกยาวนี้ แต่ว่าด้านบนของหอกยาว กลับปรากฏแรงกดดันอันน่ากลัวออกมา จนทำให้กลุ่มยอดฝีมือที่จะเข้าใกล้ถูกกดดันจนกลายเป็นแค่ก้อนเนื้อไร้จิตวิญญาณ

 

“ เกรงว่าจะเป็นการลงมือของยอดฝีมือขั้นก่อฟ้าระดับขอบเขตปราณ ก็ใช่จะสามารถใช้ด้วยหอกเช่นนี้ได้ “

 

“ นอกเสียจากว่าจะฝึกฝนไปจนถึงขั้นก่อเกิดระดับที่เก้า ยอดฝีมือขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลาย จึงจะสามารถใช้วัตถุเช่นนี้ได้ พวกเรายังคงจากไปดีกว่า “

 

“ ขุมกำลังที่หกนั้น อย่างน้อยคงจะไม่จากไปเช่นนี้แน่ พวกเขาเกรงว่าจะทำการแลกเปลี่ยนบางอย่าง พวกเราใช่ว่าจะไม่มีโอกาส “ ท่ามกลางการตัดสินใจของผู้คนมากมายก็ได้ตีตราไปว่าเยี่ยจงเป็นขุมกำลังที่หกไปเสียแล้ว สีหน้าของแต่ละคนทอแววประหลาดขึ้นมา

 

……

 

ทางด้านบนชายหาดที่บ่วงมายาโลหิตมีอยู่ ที่เป็นดั่งพื้นที่ราบเรียบ ในตอนนี้ ขุมกำลังทั้งหกก็ได้รวมตัวกัน ต่างฝ่ายต่างยืนอยู่ในจุดที่สูง และในสถานที่ไม่ห่างไกลมากนัก ก็ได้มีการเฝ้าจับตามองของยอดฝีมือมากมายนับไม่ถ้วนในบริเวณนี้ ไม่มีคนที่ยินยอมคิดจะจากไปเช่นนี้เลย

 

“ เจ้าหมายความว่าอะไรกัน ? “ โหยวเหลียนจ้องมองไปยังผู้คนมากมายที่หลิงเหยียนพามายังสถานที่แห่งนี้ แล้วก็กล่าวตอบกลับไปด้วยเสียงดังกังวาน

 

หลิงเหยียนยิ้มออกกมาทั้งใบหน้า เขาก้าวออกมาอย่างช้าๆมายังพื้นเนินเขาสูงชันที่เขาใช้พลังในการสร้างขึ้นมา จากนั้นก็ได้โบกมือขวาออกไปเบาๆคราหนึ่ง แล้วก็ได้พบกับยันต์ปราณหลายแผ่นลอยออกมา ตกกระทบลงบนพื้น ทันใดนั้น ก็ได้พบกับค่ายกลยันต์ปราณเก่าแก่ปรากฏขึ้นมา

 

“ ทุกท่านสมควรที่จะทราบกันแล้ว ทะเลมายาโลหิตนี้ ก็เป็นได้เพียงแค่มุมหนึ่งของสมรภูมิฮวงกู่เท่านั้น สมรภูมิฮวงกู่กว้างใหญ่ไร้ที่เปรียบ หากว่าผู้ใดที่ได้เหยียบลงบนค่ายกลนำส่งในตอนนี้ ก็จะถูกส่งออกไปยังพื้นที่อีกทางด้านหนึ่งของสมรภูมิฮวงกู่ เช่นนั่นไม่ว่าผู้ใดคิดที่จะตามหาท่าน ต่างก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ง่ายดายใช่หรือไม่ ? หรือก็คือ ค่ายกลนำส่งชนิดนี้ เป็นข้าถ้าหากต้องการที่จะออกจากสถานที่แห่งนี้ หลีกหนีออกจากดวงตาริษยาของเด็กน้อยเหล่านี้จึงเรียกได้ว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด มิใช่หรือ ? “ หลิงเหยียนอมยิ้มแล้วกล่าวออกมา

 

หลังจากที่เงียบงัน ร่วมไปทั้งเยี่ยจงก็ด้วย ราวกับว่าผู้คนทั้งหมดต่างก็ได้จ้องมองไปยังค่ายกลนำส่งนั้น หากว่าคำพูดทั้งหมดของหลิงเหยียนเป็นความจริงแล้วละก็ เช่นนั้นแน่นอนว่าการออกจากบ่วงมายาโลหิตนี้จึงถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด

 

หลังจากที่ได้ครุ่นคิดชั่วครู่ ผู้คนไม่น้อยต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ทว่าเมื่อได้มองไปยังสีหน้าคนผู้คนทั้งหกแล้ว กลับรู้สึกถึงความแปลกประหลาดขึ้นมา

 

“ ถ้าอย่างงั้น ต่อจากนี้เป็นต้นไปยังมีอีกสองเรื่อง ทุกท่านต่างคงจะทราบกันดี ตำนานของบ่วงมายาโลหิต สมควรที่จะเป็นหนึ่งในคัมภีร์เซียนโลหิตนี้ พวกเรายังนับได้ว่าโชคดีอยู่บ้าง สามารถที่ต่างฝ่ายต่างได้ไปกันคนละเศษเสี้ยว แต่ว่า คัมภีร์เซียนโลหิตหากว่าเป็นสิ่งที่สมควรเก็บรักษาเอาไว้ในรัฐแห่งหนึ่ง เช่นนั้นพวกเราผู้ใดกันที่จะได้รับตำนานของบ่วงมายาโลหิต “ สีหน้าหลิงเหยียนทอแววสงสัย “ ดังนั้น ข้ามีความคิดเห็นอย่างหนึ่ง สิ่งนั้นก็คือ พวกเราทั้งหกฝ่ายทำข้อตกลงกัน กล่าวไปง่ายดายยิ่ง ผู้ใดหากคิดที่จะครอบครองคัมภีร์เซียนโลหิต เช่นนั้นก็ต้องส่งมอบสิ่งของที่มีราคาเทียบเคียงได้ออกมา เพื่อที่จะได้แลกเปลี่ยนกับหยกโลหิตที่อยู่ในมือของพวกเรา การแลกเปลี่ยนก็เป็นไปตามข้อตกลงนี้ ต่อมาท้ายที่สุดเมื่อคนผู้นั้นได้ครอบครองคัมภีร์เซียนโลหิตสมบูรณ์ไปแล้ว เขาก็จะสามารถที่ออกจากสถานที่แห่งนี้ได้ในตอนนี้ ดีหรือไม่ ? “

 

หลังจากที่เงียบงัน เยี่ยจงก็หัวเราะออกมา กลับมิได้กล่าวอันใดมากมาย กลับกันเขากลับมิได้มีความสนใจต่อคัมภีร์เซียนโลหิตอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงมิได้กล่าวอันใดออกม หลิงเหยียนถึงกับจะใช้ให้โอกาสเล่นสนุกเช่นนี้แล้วละก็ เช่นนั้นเขาก็จะลองเล่นกับเขาดูสักหน่อย หากว่าสามารถที่จะได้รับประโยชน์แล้วละก็ เช่นนั้นก็มอบหยกโลหิตออกไปไม่ดีกว่าหรอกหรือ ?

 

ยอดฝีมือที่เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งทะเลมายาโลหิตได้ก้าวออกมา เขาได้แปลงรูปร่างคล้ายกับมนุษย์ตั้งแต่แรกแล้ว จึงมองไม่ออกถึงรูปร่างแท้จริง ตอนนี้เขาก็ได้หัวเราอย่างเย็นชาออกมา กล่าวเสียงดังกังวาน “ พวกเจ้าเหล่าผู้ที่มาจากด้านนอกมีจิตใจลึกซึ้งนัก คัมภีร์เซียนโลหิตนี้พวกเจ้าเอาแล้วจากไปจากสถานที่แห่งนี้เถอะ พวกเจ้าก็มิอาจที่จะฝึกปรือได้ เมื่อตอนที่ได้นำสิ่งของออกมาจนครบแล้ว ก็จากไปอย่างปลอดภัยก็แล้วกัน “

 

“ สามารถที่จะฝึกปรือหรือไม่ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องให้พี่ท่านคอยเป็นห่วงอยู่แล้ว พวกเรามีวิธีของพวกเรา เพียงแต่ว่าในตอนนี้เป็นการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรม กระนั้น เมื่อได้รับคัมภีร์เซียนโลหิตส่วนหนึ่ง ทุกท่านต่างก็ได้จ่ายออกมาด้วยราคาที่เท่าเทียบเหมาะสม มิใช่หรือ ? “ หลิงเหยียนหัวเราะเสียงเบา มีความสง่างามชนิดหนึ่ง เขามีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง เส้นผมสีทองพลิ้วไหวออกไปตามสายลม

 

“ นี้คือเม็ดโอสถมายาโลหิต กล่าวกันว่าเป็นสิ่งที่ทำให้พวกท่านเหล่าสิ่งมีชีวิตของทะเลมายาโลหิต สามารถที่จะมีโอกาสก้าวข้ามกายมายาโลหิตเดิม หากว่าท่านยินยอม วัตถุชิ้นนี้ก็เอาไว้แลกเปลี่ยนกับหยกโลหิตในมือของท่าน “ ทันใดนั้น โหยวเหลียนก็ได้เอ่ยขึ้นมาเสียงแผ่วเบา นางก็ได้นำโอสถสีเลือดออกมา โอสถมีขนาดเท่าหนึ่งฝ่ามือทอเป็นประกายโลหิตออกมา

 

ยอดฝีมือทะเลมายาโลหิตก็ได้เกิดความงุนงงขึ้นมาเล็กน้อย หลังจากที่เขาจ้องมองไปยังโอสถมายาโลหิตที่อยู่บนมือของหยินเหลียน ทันใดนั้นก็ได้หัวเราะออกมา ตอบ “ ถ้าหากวัตถุชิ้นนี้มีถึงสามเม็ดแล้วละก็ เช่นนั้นข้าก็จะแลกเปลี่ยนด้วย “

 

“ อย่างมากก็สองเม็ด ไม่อาจเยอะไปกว่านี้ได้แล้ว “ โหยวเหลียนขมวดคิ้วขึ้น กล่าวออกมาเสียงดัง

 

หลังจากที่สิ่งมีชีวิตของทะเลมายาโลหิตครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ได้โบกมือคราหนึ่ง โยนหยกโลหิตที่อยู่ในมือออกมา และในเวลาเดียวกัน โหยวเหลียนก็ได้โยนโอสถมายาโลหิตออกไปสองเม็ด แล้วก็ได้ตกไปอยู่ในมือของพวกเขาเหล่ายอดฝีมือทะเลมายาโลหิต

 

เมื่อได้รับโอสถมายาโลหิตมาแล้ว ยอดฝีมือแห่งมายาโลหิตก็ได้หัวเราะอย่างเย็นชาคำหนึ่ง ทว่าเขาก็มิได้จากไปเช่นนี้ ในทางกลับกันกลับที่จะมองดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นในตอนนี้

 

 “ แม่นางช่างร่ำรวยยิ่งนัก กล่าวตามตรง วัตถุชิ้นนี้เมื่อกล่าวโดยคนของหุบเขาหยินหยาง ประโยชน์ไม่นับว่ามากมาย ขอเพียงแค่แม่นางสามารถรับรองได้ว่า คัมภีร์มายาโลหิตจะไม่ตกไปอยู่ในมือของหุบเขาตระกูลถัง แล้วใช้สิ่งที่มีค่าอย่างเหมาะสมออกมาแลกเปลี่ยนแล้วละก็ วัตถุชิ้นนี้ในมือผู้น้อยก็จะเป็นของท่าน “ หมิงหยี่แห่งหุบเขาหยินหยางหัวเราะพร้อมทั้งกล่าวออกมา ด้วยเสียงที่ดังกังวาน  

 

โหยวเหลียนจ้องมองเขา สักพักก็ได้ตอบกลับไป “ ตามตำนาน อีกทางด้านหนึ่งของสมรภูมิฮวงกู่มีชื่อเรียกกันว่าแดนเทพหยินหยาง ข้าถึงแม้จะไม่ทราบว่าที่แห่งนั้นมีอันใด ทว่าในมือข้ากลับมีแผนที่ของสถานที่นั้นอยู่ชุดหนึ่ง เพื่อที่จะได้ชี้นำไปยังสถานที