เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 233 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.233 - การต่อสู้อันวุ่นวาย


ตอนที่ 233      การต่อสู้อันวุ่นวาย

 

บริเวณด้านบนของวิหารแห่งสวรรค์ บริเวณตรงกลางได้วางเอาไว้ด้วยเก้าอี้ที่มีคนนั่งอยู่คล้ายกับที่นั่งของราชันก็มิปานขนาดใหญ่ เมื่อมองเข้าไปแล้วก็รู้สึกละลานตา มีศีรษะเต็มไปด้วยเส้นผมสีขาว บนร่างกายของชายชราได้สวมใส่ไว้ด้วยชุดฝึกยุทธ์สีโลหิตชุดหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้

 

แต่ว่า ร่างกายนี้กลับมีประกายแสงไหลเวียนไปตามหอกยาวจากหน้าอกไหลเวียนจนถึงบาดแผล จนทำให้ทั่วทั้งร่างของผู้ที่ถูกเสียบแทงยึดไว้กับเก้าอี้ และในตอนนี้ชายชราผู้นั้นก็เห็นได้ชัดว่าได้ตายตกลงไปด้วยความโกรธแค้นก่อนหน้าแล้ว เขาคล้ายกับเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็มิอาจที่จะไม่มีปฏิกิริยากลับมา

 

แต่ว่า ต่อให้ตายไปแล้วก็ตาม ร่างกายของชายชราผู้นี้ก็ยังปกคลุมไปด้วยพลังกดดันอันน่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุดกระจายออกมา จนทำให้ผู้คนต่างตื่นตกใจ ผู้คนมีน้อยที่ได้แต่เพียงมองไปยังดวงตาของเขา แล้วก็รู้สึกได้ว่าดวงตาทั้งคู่ของตนเองเกิดความเจ็บปวด ราวกับว่าเป็นเหมือนดั่งเทพเซียน ไม่อาจที่จะมองดูต่อไปได้ก็มิปาน

 

นอกเสียจากตอนนี้แล้ว วิหารแห่งสวรรค์ในตอนนี้ทั้งสองฝั่งข้างซ้ายขวาก็ได้มีแผ่นรองนั่งอยู่ทั้งหมดสิบแปดชิ้น แผ่นรองนั่งทุกชิ้นต่างก็ได้นั่งไว้ด้วยเงาร่างที่ดูคล้ายกับมีพลังอันแข็งแกร่ง ท่ามกลางเงาร่างเหล่านี้ มีอยู่เกือบครึ่งที่อยู่ในลักษณะนักสมาธิอยู่ แต่ว่าใจกลางหน้าอกก็ได้เพิ่มด้วยรูเล็กๆรูหนึ่ง จนทำให้พวกเขาทอดร่างลงในลักษณะเช่นนี้

 

อีกส่วนอีกสี่คนที่อยู่ใกล้กับชายชราผู้นี้ที่สุด แต่ละคนก็ได้แสดงใบหน้าด้วยความโกรธแค้นออกมา คล้ายกับกำลังคิดที่จะลุกขึ้นมา แต่ว่าในช่วงเวลาที่พวกเขายังมิทันจะได้ลุกขึ้น สีหน้าและพลังที่รวมรั้งก็ได้ถูกก่อตัวรวมกัน จนไม่ทราบว่าได้ผ่านไปมากน้อยกี่ปีแล้ว

 

แต่ว่า ต่อให้ผ่านไปแล้วหลายปีก็ตาม บรรยากาศของร่างกายทั้งสามสิบหก ก็ยังคงทวีความน่ากลัวเอาไว้อยู่

 

เมื่อได้เหม่อมองไปยังฉากเบื้องหน้าก็ได้เกิดความสงสัย ผู้คนมากมายต่างก็สบต่างมองกัน ภายในดวงตาก็ได้ปรากฏสิ่งยากที่คาดเดาเอาไว้ได้

 

ที่แท้ยอดฝีมือที่ลงมืออยู่ในระดับใดกันแน่ ถึงกับสามารถที่จะทำให้บ่วงมายาโลหิตในตอนนี้ถึงกับสูญสลายมาจนถึงตอนนี้ อีกทั้งสภาพที่อยู่เบื้องหน้าสายตา บรรพบุรุษของสำนักมายาโลหิตนี้และผู้สืบทอดมายาโลหิตกลับมิอาจที่จะตอบโต้ได้แม้แต่น้อยเลยงั้นหรือ

 

หลังจากที่ลังเลอยู่นาน ผู้คนมากมายต่างก็คาดเดาวุ่นวาย ท่ามกลางสมรภูมิฮวงกู่ก่อนหน้า ที่แท้เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ ถึงกับสามารถที่จะทำให้ยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่แห่งสำนักหนึ่ง ยอดฝีมือนับไม่ถ้วนต้องทอดกายลงเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นความจริงที่น่าหวาดกลัวจนเกินไปแล้ว

 

ทว่า หลังจากที่ได้เกิดความสงสัยเหล่านี้ ผู้คนทั้งหมดราวกับได้สติกลับมาในเวลาเดียวกัน ดวงตาของทุกผู้คนต่างก็จ้องมองไปยังลูกหลานของสำนักมายาโลหิตที่ถูกปลายหอกสีดำทมิฬเสียบคาตายเอาไว้ มองไปด้วยดวงตาที่แปลกประหลาด

 

หอกนี้สามารถที่จะสังหารยอดฝีมือในระดับนี้ถึงผู้หนึ่ง อย่างน้อยก็จะต้องเป็นสิ่งบุคคลลึกลับของผู้ที่ทำให้สำนักมายาโลหิตล่มสลายได้ เพียงแค่มองในข้อนี้ ก็ยิ่งทราบได้ว่าวัตถุชิ้นนี้มีค่ามากเท่าไร

 

ในตอนนี้ไม่เพียงแต่แค่เยี่ยจงเท่านั้น แม้แต่องค์ชายสิบสาม หมิงหยี่และคนอื่นๆต่างก็ทอแววตาเร้าร้อน จ้องมองไปที่หอกด้ามนี้ นั้นก็เพราะว่าผู้คนโดยส่วนมากทุกผู้คนต่างก็น่าจะคาดเดาได้ถึงความแข็งแกร่งของหอกด้ามนี้

 

“ ต้องเอามาให้จงได้ “

 

ภายในใจของทุกผู้คนต่างก็ปรากฏความคิดเช่นนี้ ทันใดนั้นเอง ก็ได้มีเงาร่างพุ่งทะลวงออกไป

 

“ ตูม “

 

เพียงแต่ว่า เงาร่างของยอดฝีมือที่พุ่งออกไปนั้นออกไปได้เพียงไม่กี่เมตร ทันใดนั้นร่างกายก็ได้สั่นเทาขึ้นมา แล้วก็ล้มลงบนพื้นอย่างรุนแรง เกือบที่จะเงยหน้าขึ้นมาไม่ได้ เห็นได้ชัดว่า ผู้สืบทอดมายาโลหิตต่างก็ตายตกเช่นนี้ แต่ว่าศพต่างๆนี้กลับมิใช่คนโดยทั่วไปจะสามารถเข้าใกล้ได้ก็มิปาน

 

“ ผิดแล้ว พวกเจ้ามองไปที่มือของเขา

 

ทันใดนั้น ที่มีคนตะโกนออกมา ภายในดวงตาก็ได้ปรากฏความสงสัยขึ้น

 

ผู้คนทั้งหมดต่างก็ได้จ้องมองเข้าไปยังจุดเดียวกันในเวลาเดียวกัน หลังจากนั้นทุกผู้คนก็ต้องสูดลมหายใจเข้าออกด้วยความตกใจ

 

“ คัมภีร์เซียนโลหิต ? “

 

ในตอนนี้ ทุกคนต่างก็มองเห็นได้อย่างชัดเจน ว่าบนมือขวาของศพชายชราผู้นี้ ได้คว้าจับไปยังคัมภีร์หยกสีโลหิตอยู่แผ่นหนึ่ง แล้วก็สามารถเห็นตัวหนังสือเขียนไว้ว่าคัมภีร์เซียนโลหิตเอาไว้ เห็นได้ชัดว่า นี้คงจะเป็นตำนานที่สลักอยู่ในสำนักมายาโลหิตนี้แล้ว ที่ว่ากันว่าเป็นถึงหนึ่งในสิบสุดยอดวิชามายา

 

ต้องทดรับความลำบากนับพันนับหมื่น ทั้งไม่ง่ายดายเลยที่จะมายังสถานที่แห่งนี้ เมื่อพบเจอสมบัติเซียนเช่นนี้แล้ว ที่เรียกได้ว่าเป็นระดับตำนาน การที่สิ่งของเหล่านี้ได้ปรากฏอยู่ตรงหน้า จะมีผู้ใดบ้างที่จิตใจไม่สั่นคลอนบ้างกัน ?

 

หากนับตามความหมายที่กล่าวมานั้น คัมภีร์เซียนโลหิตนั้นเมื่อเทียบกับหอกยาวดำทมิฬที่แทงจนชายชราผู้นั้นกลับยิ่งมีความดึงดูดมากกว่า นั้นก็เพราะว่าถ้าหากสามารถได้รับคัมภีร์เซียนโลหิตแล้วละก็ แน่นอนว่าย่อมต้องถือได้ว่าเป็นวิชาปราณในตำนานของตระกูลแห่งรัฐหนึ่งเลยทีเดียว ความแข็งแกร่งต่างๆนาๆที่กล่าวมาเช่นนี้ ต่างก็เรียกได้ว่ามีความสำคัญอย่างถึงที่สุด

 

และในขณะนั้นเอง ภายในหัวของผู้คนโดยส่วนมากก็ได้เริ่มที่จะมีความคิดมากมายเกิดขึ้น หากว่าสามารถที่ครอบครองคัมภีร์เซียนโลหิต แล้วยังได้รับหอกยาวดำทมิฬเล่มนี้มาครอบครองแล้วละก็ ไม่แน่ว่านับจากนี้ไปก็สามารถที่จะใช้เพียงฝ่ามือเดียวในการรวมดินแดนซีฮวงนี้ได้

 

มิใช่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

 

นั้นก็เพราะว่า ในขณะนั้นเอง ราวกับว่ายอดฝีมือที่อยู่ภายในสนามทั้งหมดก็ได้ลงมือต่อกันในทันที แล้วก็ได้มีเสียงร้องตะโกนดังออกมา มุ่งหน้าออกสังหารเข้าไปทางเบื้องหน้า

 

“ ต่างก็ไสหัวไปซะ “

    “都滚开!”

ขุมกำลังของตระกูลหนึ่งของรัฐหนึ่งที่ความจริงประกอบไปด้วยผู้มีพรสวรรค์ ในตอนนี้ต่างก็ได้เริ่มที่จะลงมือ นั้นก็เพราะว่าไม่ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะมีความอดกลั่นเพียงใด ในตอนนี้ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว การต่อสู้ในครั้งนี้ถือได้ว่าวุ่นวายที่สุดครั้งหนึ่ง ผู้ใดเป็นผู้ชนะ คนผู้นั้นก็คือผู้ที่จะได้ครอบครองคัมภีร์เซียนโลหิตและหอกยาวดำทมิฬเล่มนั้น

 

“ ฆ่ามัน “

 

ในตอนนี้เยี่ยจงมิอาจที่จะไม่ลงมือได้ ถึงแม้ว่าเขาเองจะมิได้สนใจคัมภีร์เซียนโลหิตมากนัก แต่ว่าภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หากว่าไม่ลงมือแล้วละก็ ก็คงจะต้องกลายเป็นรองเท้ามีชีวิตให้ผู้อื่นเหยียบแล้ว ภายใต้การแก่งแย่งนี้ นอกเสียจากตนเองแล้ว คนอื่นๆทั้งหมดต่างก็ถือเป็นศัตรูทั้งสิ้น จำเป็นที่จะต้องสังหาร ไม่เช่นนั้นก็คงจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว

 

“ ตูมตูมตูม “

 

เยี่ยจงก้าวออกไปด้านหน้า ในช่วงเวลานี้เขาก็มิได้เกรงใจอีกต่อไป แล้วก็พบได้ว่าเขาได้ขยับเคลื่อนไหวใช้ออกด้วยฝ่ามือเซียนเจ็ดสี(มังกรสีรุ้ง)อย่างไม่หยุดยั้ง ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว ต่างก็ได้ทำให้ยอดฝีมือล้มระเนระนาด ในเวลาเดียวกันเยี่ยจงก็ได้ควบคุมพลังวิชากระบี่หกสุสาน ใช้พลังอันน่ากลัวกดดันออกไป จนค่อยๆมุ่งหน้าออกไปบริเวณทางด้านหน้า

 

ฝ่ามือมังกรสีรุ้งถือได้ว่ามีพลังมหาศาล เมื่อนั้นเยี่ยจงก็ได้ใช้ออกด้วยพลังจนสูญเสียพลังไปไม่น้อย วินาทีนั้นเขาเองก็ฆ่าสังหารตลอดเป็นทางเพื่อมีชีวิตรอด จนมาถึงยังบริเวณด้านหน้าของเก้าอี้ขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง

 

ทันใดนั้นต่อมา เยี่ยจงก็ได้โบกมือขวาขึ้น แล้วตอนที่เขากำลังที่จะยื่นมืออกไปยังคัมภีร์เซียนโลหิตเล่มนั้นเอง

 

คัมภีร์เซียนโลหิตก็ได้สั่นไหวไปมา ในขณะนั้นในตอนที่มันได้ร่วงหล่นออกมาจากใจกลางฝ่ามือของชายชรา ลอยคว้างอยู่ท่ามกลางอย่างช้าๆ ทำให้ผู้คนสามารถมองได้อย่างชัดเจนว่ามันได้ถูกรวมกันของก้อนหยกโลหิตทั้งหมดหกชิ้น

 

เยี่ยจงขยับร่างคราหนึ่ง แล้วก็ได้ทะลวงออกไปอีกครั้ง คิดหมายที่จะช่วงชิงวัตถุชิ้นนี้เอาไว้ แต่ว่าเมื่อทันทีที่เขาได้ลงมือออกไป คัมภีร์เซียนโลหิตนั้นเองก็ได้สาดประกายโลหิตออกมา หยุดยั้งความเคลื่อนไหวของเยี่ยจงเอาไว้

 

ฉากเบื้องหน้านี้ได้ทำให้เยี่ยจงต้องขมวดคิ้วไปมา สมบัติปราณอันมีค่าย่อมต้องมีพลังชีวิตของมันเอง เห็นได้ชัดว่าคัมภีร์เซียนโลหิตเล่มนี้ได้ปฏิเสธตนเอง

 

ถึงแม้ว่าการปฏิเสธเช่นนี้จะมีพลังที่อ่อนอยู่หลายส่วน แต่หากว่าใช้ระดับพลังที่เกินกว่าระดับธรรมดาแล้วละก็ การที่จะได้มาครอบครองก็ถือได้ว่าง่ายดายอย่างยิ่ง แต่ว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นอยู่ทางด้านหน้าในตอนนี้ เกรงว่าคงจะทำให้ช้าลงในทันที สิ่งของเหล่านี้อาจจะไม่อาจที่จะเป็นของตนเองอีก

 

ทันใดนั้นเยี่ยจงก็ได้ชักมือกลับมา จนทำให้ยอดฝีมือที่เคลื่อนไหวอยู่ในทางห่างไกลแต่ละคนจิตใจสั่นไหวขึ้นมา เยี่ยจงผู้นี้ถือได้ว่าร้ายกาจยิ่งนัก เพียงไม่ระมัดระวังซักนิด ไม่แน่ว่าคัมภีร์เซียนโลหิตอาจจะต้องตกไปอยู่ในมือของเขาแน่นอน และจากมุมมองของยอดฝีมือเหล่านี้ที่มีต่อเยี่ยจง พวกเขาโดยส่วนมากแล้วก็สามารถที่จะยืนยันได้ว่า หากว่าคัมภีร์เซียนโลหิตนี้ตกอยู่ในมือของเยี่ยจง โอกาสที่จะช่วงชิงกลับมาได้ เทียบจะกลายเป็นศูนย์ในทันที

 

“ ตูมตูมตูม “

 

ทันใดนั้นเองโดยประมาณ ยอดฝีมือมากมายต่างก็เข้าใจกันระดับชั้นในทันที ราวกับว่าผู้คนทั้งหมดวินาทีนั้นต่างก็ได้เริ่มที่จะยอมแพ้การแย่งชิงกับทางด้านข้าง มุ่งหน้าไปพุ่งเข้าสังหารยังบริเวณที่เยี่ยจงอยู่ จุดประสงค์ก็เพื่อที่จะสังหารเยี่ยจงก่อน

 

เยี่ยจงยิ้มอย่างเย็นชา ผสานมือออกไปในเวลาเดียวกัน วินาทีนั้นก็สามารถที่จะพบเห็นการปรากฏตัวพลังเซียนบริเวณทางด้านหลัง จากการเคลื่อนไหวของเขา ก็ได้ควบคุมใช้ออกพุ่งออกไปทางด้านหน้าอย่างรวดเร็ว

 

เมื่อได้ยินเสียงดังระเบิดขึ้นมาเป็นสาย ทักษะยุทธ์ของผู้คนมากมายก็ได้แตกกระจายอยู่ท่ามกลางอากาศ ความเคลื่อนไหวอันน่าหวาดกลัวก็ได้แผ่กระจายออกไป จนทำให้ผู้คนมากมายที่มองอยู่จำต้องหยุดถอยออกไป

 

“ หลบไปซะ ไม่เช่นนั้นก็ตายให้หมด “

 

อีกทางด้านหนึ่ง องค์ชายสิบสามแห่งหุบเขาตระกูลถังก็ได้ใช้ออกด้วยง้าวไท่หยางจนสาดประกายสีทองออกมา จากการเคลื่อนไหวของเขาก็ได้สังหารออกไปไม่หยุด อีกทั้งยังไม่มีผู้ใดหยุดยั้งได้

 

“ ซูมซูมซูม “

 

ผู้มีพรสวรรค์ทั้งสามคนก็ได้กระอักโลหิตออกมา จากนั้นก็ได้ทอดร่างตายท่ามกลางประกายแสงหมุนวนสีทอง เห็นได้ชัดว่า พวกเขาก็ได้มาจากเผ่าพันธุ์เดียวกัน พลังที่ใช้ออกตอนร่วมมือกันนั้นถือได้ว่ามากมาย แต่ว่าก็ยังต้องทอดร่างภายใต้น้ำมือขององค์ชายสิบสาม

 

“ องค์ชายสิบสาม ท่านทำเกินไปแล้ว “ มีเด็กสาวผู้หนึ่งเดินออกมาด้วยใบหน้าโกรธเคือง เห็นได้ชัดว่านางและผู้มีพรสวรรค์ทั้งสามคนอยู่ในกลุ่มเดียวกัน แต่ว่านางนั้นถือได้ว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่า ทว่าเพียงแค่โบกมือ วินาทีนั้นก็พบเห็นถึงศรธนูวายุแหวกอากาศออกไป

 

“ เผ่าชิงหลอน(สัตว์เทพนิยาย:นกน้ำแข็ง) ? “ องค์ชายสิบสามโบกมือต้านรับการโจมตีเอาไว้ บนใบหน้าปรากฏร้อยยิ้มประหลาด “ ดีมาก ก่อนหน้าก็ได้เผ่าแมวนภาเก้าชีวิตมาสัตว์พาหนะแล้ว ความจริงก็เรียกได้ว่าถูกใช้จนเบื่อแล้ว หรือถ้าไม่เช่นนั้นเจ้าก็มาเป็นพาหนะใหม่ขององค์ชายเช่นข้าก็แล้วก็ หนึ่งในเผ่าชิงหลอน ถือว่ามีคุณสมบัติที่ดีเยี่ยม “

 

“ ดูถูกคนอื่นเกินไปแล้ว “ สีหน้าเด็กสาวเผ่าชิงหลอนเปลี่ยนไป ใบหน้าปรากฏความโกรธแค้น ทันใดนั้นเอง ทางด้านหลังของนางก็ได้ปรากฏปีกสีอ่อนคู่หนึ่งออกมา ราวกับเป็นเหมือนเมฆบนท้องฟ้าก็มิปาน มุ่งหน้าเข้าหาบริเวณทางด้านที่องค์ชายสิบสามอยู่

 

องค์ชายสิบสามยิ้มอย่างเย็นชา เขาไม่ใยดีกับการโจมตีเช่นนี้ แต่ว่ายอดฝีมือที่อยู่ใกล้ๆกับเขาในตอนนี้แต่ละคนต่างก็ตกใจจนหาที่หลบไป การปะทะกันเช่นนี้ถือได้ว่าน่าหวาดกลัวจนเกินไป ไม่มีผู้ใดยอมผู้ใดเลย

 

“ ตูม “

 

ทันใดนั้นต่อมา ง้าวไท่หยางภายในมือขององค์ชายสิบสามก็ได้สาดประกายแสงสีทองออกมา พุ่งหมุนวนออกไปทางด้านหน้า ทันใดนั้นก็ได้

 

วินาทีนั้นเอง ทั้งสองคนต่างก็ได้ลงมือร่วมกัน จนก่อเกิดการปะทะนับครั้งไม่ถ้วน ทว่าองค์ชายสิบสามนั้นก็เป็นถึงยอดอัจฉริยะแห่งหุบเขาตระกูลถัง ไม่นานนัก เขาก็ได้โจมตีสังหารเด็กสายเผ่าชิงหลอนจนถอนหลังไปหลายก้าว

 

เด็กสายเผ่าชิงหลอนผู้นี้ เห็นได้ชัดว่าท่ามกลางเผ่าของพวกเขา ก็ถือได้ว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งในเผ่า บนร่างนั้นมีสมบัติปราณมากมายนับไม่ถ้วน แต่ว่าถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น นางก็เริ่มที่จะไม่อาจที่จะหยุดยั้งการโจมตีขององค์ชายสิบสามได้แล้ว การตายตกเบื้องหน้าสายตา ไม่มีผู้ใดที่มีชีวิตรอด แต่ว่าในสถานการณ์ต่อไปคงจะต้องตายเสียมากกว่าแล้ว

 

“ ตูม “

 

อีกทางด้านหนึ่ง หมิงหยี่แห่งหุบเขาหยินหยางก็ได้ปรากฏตัว เขาใช้ออกมาด้วยสมบัติเซียนที่ได้รับมาอีกชิ้นก็คือกระจกชิ้นหนึ่ง ในตอนนี้ก็ได้ส่องอกไป ท่ามกลางกระจกก็ได้ปรากฏการนองเลือดราวกับทะเลผืนหนึ่งก็มิปาน ยอดฝีมือที่คิดที่จะเข้าใกล้เขาต่างก็ถูกจัดการไปนับไม่ถ้วน

 

“ ผัวะ “

 

ผู้มีพรสวรรค์ผู้หนึ่งได้ลงมือ ในมือของเขาได้จับไว้ที่ขวานด้ามหนึ่ง ได้ฟาดฟันอย่างไร้ปราณีเป็นสาย มุ่งหน้าเข้าสังหารออกไปบริเวณทางด้านหน้า อีกทั้งยังใช้ออกด้วยพลังความสามารถอย่างไร้ขีดจำกัด

 

“ ตูม “

 

และในเวลาเดียวกันตอนนี้ เยี่ยจงก็ได้ควบคุมพลังมังกรสายรุ้งออกห้ำหั่นอีกทางด้านหนึ่ง มุ่งหน้าเข้าสังหารในบริเวณที่หมิงหยี่อยู่ เขาพึ่งจะจัดการกับศัตรูที่อยู่ใกล้ๆยกใหญ่ ในตอนนี้ก็ได้ตัดสินใจลงมือด้วยตัวเอง ร่วมมือกับคนอื่นๆลงมือร่วมกัน คิดที่จะหาทางจัดการกับคนอื่นๆที่อาจจะเป็นหนามยอกอกที่สุดออกไปก่อนค่อยว่ากล่าวเรื่องอื่น

 

ในขณะนั้น ทั่วทั้งท่ามกลางสนามก็ได้เกิดความวุ่นวายไร้ที่เปรียบ ผู้ใดที่ได้ปรากฏตัวเข้าใกล้กับคัมภีร์เซียนโลหิต ต่างก็ได้กลายเป็นเป้าของผู้คนมากมาย

.

.

.

.

กลุ่มลับ ติดต่อได้หลังไมค์ครับ กลุ่มละ 80ตอน/กลุ่ม/100บาทครับ
โปรโมชั่น เข้ากลุ่ม 3/4/5/6/7 ราคา 450
กลุ่ม3 https://goo.gl/dV1p9e ตอนที่ 210-290
กลุ่ม4 https://goo.gl/ESwaou ตอนที่ 291-370
กลุ่ม5 https://goo.gl/ekcF7V ตอนที่ 371-450
กลุ่ม6 https://goo.gl/4rqw89 ตอนที่ 451-530
กลุ่ม7 https://goo.gl/qrQ7GA ตอนที่ 531-610 ล่าสุดตอนที่ 550

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ INBOX ในเพจเลยครับ

https://www.facebook.com/ZuiQiangWuShen/




NEKOPOST.NET