เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 228 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.228 - การเปิดขึ้นมาของบ่วงมายาโลหิต


ตอนที่ 228 การเปิดขึ้นมาของบ่วงมายาโลหิต

 

ท่ามกลางอากาศ ความเคลื่อนไหวไร้สภาพชนิดหนึ่งก็ได้มุ่งหน้ากระจายกันออกไปบริเวณทางด้านหน้า อีกทั้งยังเป็นการรวมตัวของพลังอันน่ากลัวชนิดหนึ่งอีกด้วย มียอดฝีมือไม่น้อยทางด้านหน้าที่ได้ถอยออกไปตั้งแต่แรกแล้ว นั้นก็เพราะว่ามิอาจที่จะทานรับพลังอันมหาศาลระดับนี้ได้ ร่างกายต่างก็สั่นเทาขึ้นมา กระอักโลหิตคำหนึ่งออกมา

 

“ แข็งแกร่งมาก “

 

ยอดฝีมือนับไม่ถ้วนต่างก็สูดหายใจเข้าออก ความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อของทั้งสองคนที่แท้มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับใดกัน จึงจะสามารถใช้ออกด้วยคมหมัดที่ใช้ปะทะกันของพวกเขาได้ อีกทั้งยังมีพลังที่เรียกได้ว่ามหาศาลเช่นนี้ได้

 

โดยเฉพาะหลิงเหยียนและพวก ในตอนนี้ก็ได้จ้องเขม็งไปที่เยี่ยจง ภายในดวงตาได้ทอแววเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างไร้ที่เปรียบ องค์ชายสิบสามแห่งหุบเขาตระกูลถังนั้นถือได้ว่าเป็นยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งดินแดนซีฮวงนี้ แต่ว่าเยี่ยจงกับสามารถที่จะรับมือและเข้าปะทะกับเขาได้จนถึงขั้นนี้ อีกทั้งยังมิอาจปรากฏผลแพ้ชนะ นี้มิใช่เป็นการบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของเยี่ยจงหรอกหรือ

 

และแม้แต่หมิงหยี่แห่งหุบเขาหยินหยางในตอนนี้ก็ได้จ้องมองเยี่ยจง ภายในดวงตาก็ได้ปรากฏความแปลกใจ ความจริงแล้วเขาคิดว่าต่อให้เยี่ยจงยังแข็งแกร่งกว่านี้ ก็ยังต้องมีขีดจำกัดอยู่บ้าง แต่ว่าในตอนนี้เขากลับไม่คิดเช่นนั้นแล้ว ความแข็งแกร่งของเยี่ยจง ในตอนนี้ถือได้ว่าอยู่ในระดับที่เกินเลยจะคาดคิดเอาไว้ได้แล้ว ที่แม้แต่เขาเองก็ยังมิอาจที่จะเอาเยี่ยจงลงได้

 

ในตอนนี้ แม้แต่ผู้ที่มีนิสัยเฉกเช่นหมิงหยี่ ต่างก็มองว่าเยี่ยจงเป็นบุคคลที่มีความสามารถพอที่จะเทียบเคียงกับยอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์เช่นตนเองได้แล้ว จึงให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง

 

ในสถานที่ไม่ไกลนัก ก็ได้มีเด็กหนุ่มที่มาจากรัฐต้าโจวหวังเฉาหลายคน รวมไปทั้งองค์หญิงหกและพรรคพวก ภายในหลายวันมานี้ พวกเขาก็ถือได้ว่าลำบากอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ว่าจะมีความก้าวหน้าในด้านพลังฝีมือ แต่ว่าเมื่อได้มองเห็นการต่อสู้เบื้องหน้าก็กลับกลายเป็นธรรมดาเลยก็มิปาน

 

ในตอนนี้ก็ได้จ้องมองไปยังเยี่ยจงที่มีความสง่าผ่าเผย ผู้คนกลุ่มนี้ต่างก็เป็นหนุ่มสาวที่มาจากรัฐต้าโจวหวังเฉา ภายในดวงตาของแต่ละคนก็ได้ปรากฏความตกใจขึ้นมา เยี่ยจงเมื่อตอนที่อยู่ที่ต้าโจวก็เรียกได้ว่าเปรียบเสมือนเทพแล้ว แต่ยังสามารถแสดงออกมาถึงขั้นนี้อีกงั้นหรือ ?

 

และยังมีผู้คนที่มีชื่อเสียงที่ได้เดินทางไปยังรัฐต้าโจวเมื่อครั้งก่อน ในตอนนี้แต่ละคนก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ความแข็งแกร่งของเยี่ยจงนี้ ถือได้ว่าเกินกว่าที่กลุ่มคนของพวกเขาเหล่านี้จะคาดคิดได้จนอยู่ไกลเกินไปแล้ว จนทำให้ภายในจิตใจของพวกเขาเกิดความรู้สึกที่ยากจะอธิบายออกมาได้ ไร้หนทางที่จะแสดงออกมาได้

 

 “ มาอีก “ ด้านบนเรือทอง องค์ชายสิบสามก็ได้สูดลมหายใจเข้าคำหนึ่ง เขาได้ก้าวขึ้นไปด้านหน้า จ้องเขม็งไปทางด้านเยี่ยจง แล้วก็ตะโกนเสียงดังออกมา

 

“ มีหรือที่จะกลัวเจ้ากัน ? “ เยี่ยจงยิ้มอย่างเย็นชา พลิกมือทั้งสอง แล้วก็ได้ก้าวขึ้นไปด้านหน้าเช่นเดียวกัน

 

พลังอันมหาศาลบนร่างกายของทั้งสองคนได้แผ่กระจายออกมา จนทำให้เกิดการปะทะท่ามกลางสายลมนี้ จนล้อมทั้งสองคนเป็นวงอยู่ภายในวงล้อมของความแข็งแกร่ง

 

“ เพล้งเพล้งเพล้ง “

 

 และแล้ว ทันทีที่ทั้งสองคนเตรียมที่จะลงมือกันอีกครั้ง ทันใดนั้นเอง ทั่วทั้งทะเลโลหิตก็ได้เกิดความเคลื่อนไหวขึ้นมา จากนั้นก็ได้พบกับลำแสงสีโลหิตพุ่งออกมาเป็นสายจากหมู่เกาะหลิงเต่าอย่างกะทันหัน แล้วก็ได้ทำให้หมู่เกาะหลิงเต่าที่อยู่รอบนอกนั้นเริ่มที่จะทำลายตัวเองลงไป ยอดฝีมือที่อยู่บนเกาะหลิงเต่าเหล่านั้นที่ยังหลีกหนีได้ไม่ทัน ก็ต้องทอดร่างลงในที่แห่งนั้นในทันที

 

ลำแสงสีโลหิตสายนี้ ได้ทำให้ผู้คนทั้งหมดต่างก็อ้าปากตาค้างขึ้นมาในทันทีที่ได้พุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้า ในช่วงที่ได้ขึ้นไปสู่บนอากาศ ก็ได้กลายเป็นค่ายกลขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง

 

“ อะไรกัน ? ถึงเวลาเปิดแล้วงั้นหรือ ? “ ร่างขององค์ชายสิบสามขยับคราหนึ่ง แล้วก็มิได้สนใจเยี่ยจงอีกต่อไป เพียงแต่ขมวดคิ้วจ้องเขม็งไปบนท้องฟ้า

 

เยี่ยจงในตอนนี้ไม่กระจิตกระใจที่จะประมือกับองค์ชายสิบสามต่อแล้ว เขาก็ได้เงยหน้าจ้องเขม็งไปที่ท้องฟ้า สีหน้าปรากฏความเครียดขึ้นมา

 

สามารถกล่าวได้ว่า ยอดฝีมือนับไม่ถ้วนในตอนนี้ต่างก็จดจ่อต่อความเคลื่อนไหวที่อยู่บนท้องฟ้าในทันที ทุกผู้คนต่างก็ทราบดีว่า ที่แท้เกิดเรื่องอันใดขึ้น

 

ท่ามกลางบนท้องฟ้า ลำแสงสีโลหิตแต่ละสายก็ได้พุ่งเข้าหากัน มีลำแสงสีโลหิตนับไม่ถ้วนได้รวมตัวกัน ไม่นานนักก็ได้เปลี่ยนจนกลายเป็นค่ายกลยันต์ขนาดใหญ่ ตัวอักษรโบราณสีเลือดก็ได้ปรากฏขึ้นมาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างกะทันหัน จากนั้นก็ได้ค่อยๆหายไป

 

ไม่นานนัก ค่ายกลยันต์สีเลือดขนาดใหญ่ก็ได้ค่อยๆที่จะเปิดทางเข้าขึ้นมา จนท้ายที่สุดก็ได้มีเงาร่างสายหนึ่งพุ่งขึ้นมาสู่ท้องฟ้ากระทบลงมาก็มิปาน ตกลงสู่ด้านบนของตึกใหญ่สีโลหิตนี้

 

“ เปรี้ยง “

 

ค่ายกลยันต์นี้ทันทีที่ได้แขวนลงไปนั้น ตึกใหญ่ที่อยู่ทางด้านนอกสุดของกำแพงเมืองก็ได้ระเบิดขึ้นมา จนกลายเป็นเศษผงหินกระจายสู่ท้องฟ้า ไม่นานนักก็ได้กลายเป็นแสงสดใสตกลงสู่ท่ามกลางหมู่ตึก

 

ท้ายที่สุด หมู่ตึกเหล่านี้ก็ได้แตกกระจายออก ผู้คนนับไม่ถ้วนที่ต่างก็ยังไม่ทันจะได้เก็บเกี่ยวยาปราณในตอนนี้ก็ได้กลายเป็นฝุ่นผงจำนานมาก

 

ทางด้านบนพื้นดิน ก็ได้มีการระเบิดขึ้นมาขนาดใหญ่เป็นสายอย่างไม่หยุดยั้ง ทางด้านหมู่ตึกโบราณเหล่านั้นก็มิอาจที่จะต้านรับได้ไหวจนต้องแตกหัก แล้วกระจายออกไป ร่วงหล่นลงสู่พื้นจนเกิดรอยร้าวขึ้น

 

ในช่วงเวลาคับขัน บนพื้นดินที่เกิดรอยแยกจนเกิดช่องว่างขึ้นมา ก็สามารถที่จะมองเห็นสายรุ้งประหลาดทอแสงกระจายออกมาเป็นสาย แล้วก็ได้ปกคลุมไปยังบันไดหินโบราณปรากฏขึ้นมาอยู่ท่ามกลางหุบเหว ทำให้ผู้คนต้องอ้าปากตาค้าง

 

“ บ่วงมายาโลหิต เปิดขึ้นมาแล้ว “

 

ไม่ทราบว่ามีผู้ใดร้องตะโกนออกมา วินาทีนั้น ทั่วทั้งสนามต่างก็ได้มีเสียงของผู้คนดังขึ้นมา แล้วก็ไม่มีผู้ใดที่สามารถที่จะยืนอยู่กับที่ ทุกผู้คนในตอนนี้ต่างก็เข้าใจกันดี การเปิดประตูทางเข้าสู่บ่วงมายาโลหิตที่แท้จริง สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้ ก็คือการเข้าไปเพื่อที่จะแย่งชิงตำนานที่ไม่ทราบที่มานั้น เพียงแต่ว่าเมื่อตำนานนี้ได้ตกอยู่ในมือของผู้ใด ก็นับได้ว่าเป็นเรื่องความสามารถของคนผู้นั้น

 

เยี่ยจงขยับร่างกายคราหนึ่ง ทันทีที่ร่างกายก็ได้ร่วงลงสู่ด้านบนเรือสีทอง ด้วยความรวดเร็วที่ไม่มีกลุ่มผู้คนใดสามารถแทรกเข้าไปได้ ถึงแม้ว่านี้จะมิใช่การต่อสู้แต่ก็ทำให้ถอยออกไปได้ แต่ว่าถึงแม้จะได้รับข่าวสารมาก่อนหน้า เยี่ยจงก็ทราบดีว่าภายในบ่วงมายาโลหิตนั้นมีสมบัติอยู่นับไม่ถ้วน เขาคงไม่มีเวลาพอที่จะสนใจองค์ชายสิบสามในที่แห่งนี้อีกต่อไป

 

องค์ชายสิบสามก็เข้าใจได้เป็นอย่างดี ในตอนนี้มิใช่เวลาที่จะต้องมาลงไม้ลงมือกับเยี่ยจงอีกต่อไป หากว่าในตอนนี้ทั้งสองคนยังลงมือกันไม่หยุด ท้ายที่สุดผลลัพธ์ที่ได้ก็คือถูกผู้อื่นเอาเปรียบ ดังนั้นในตอนนี้จึงมิได้ไล่ตามฆ่าฟันเยี่ยจง เพียงแต่จ้องมองไปยังรอยแตกบนพื้นที่มีการรวมตัวกันอยู่ ด้วยสีหน้าที่หนักแน่น

 

ในที่สุด การระเบิดก็ได้ค่อยๆหายไป ตึกใหญ่ที่เคยมีอยู่บริเวณทางด้านหน้า ในตอนนี้ก็ได้กลายเป็นทางเข้าสู่หุบเหวแห่งนี้ไปแล้ว แล้วทางด้านรอยแยกก็สามารถที่จะพบเห็นบันไดหินนี้ได้ เห็นได้ชัดว่า บริเวณนี้จึงจะเรียกได้ว่าเป็นบ่วงมายาโลหิตที่แท้จริงได้

 

“ ฆ่ามัน “

 

ไม่ทราบว่ามีผู้ใดร่ำร้องออกมา วินาทีนั้น ยอดฝีมือมากมายก็อดใจเอาไว้ไม่อยู่ ร่างกายก็ได้สาดพุ่งจนเป็นประกายขึ้นมาเป็นสาย ทุกผู้คนต่างก็เข้าใจกันดี หากว่าเคลื่อนที่ช้าลงหลายส่วนแล้วละก็ ไม่แน่ว่าท้ายที่สุดจะได้ทานเนื้อเลย แม้แต่น้ำแกงก็ยังไม่มีให้ซดเสียด้วยซ้ำ

 

ยอดฝีมือชุดแรกที่ได้เข้าไป ก็มิได้ปรากฏสิ่งป้องกันใดๆออกมา ในทางกลับกันก็มีผู้คนไม่น้อยต่างร้องออกมาด้วยความดีใจ ไม่นานนัก ผู้คนกลุ่มที่สองได้อดใจเอาไว้ไม่อยู่ ทะยานออกไปอย่างรวดเร็วทีละคน

 

ในขณะนี้เอง แน่นอนว่าบริเวณที่แห่งนี้หลังจากที่เป็นทางเข้าสู่บ่วงมายาโลหิตที่แท้จริง ผู้คนทั้งหมดต่างก็ราวกับมีมารเข้าสิง ต่างก็มิได้สนใจสิ่งใดๆอีกต่อไป

 

เยี่ยจงขยับกายคราหนึ่ง ทันใดนั้นก็ได้พุ่งทะลวงติดตามกลุ่มผู้คนเพื่อเข้าสู่ท่ามกลางบ่วงมายาโลหิต สู่บันไดหิน เพื่อที่จะได้เข้าไปสู่ท่ามกลางหุบเหวนี้ด้วยตัวเอง

 

บันไดหินมิได้ยาวมากนัก มีเพียงไม่กี่ลี้ แต่ว่าทั้งสองด้านข้างกลับเต็มไปด้วยยาปราณเต็มไปหมด เพียงแต่ว่าในตอนนี้กลับถูกผู้คนเก็บไปมากกว่าครึ่งแล้ว เห็นได้ชัดว่า ยอดฝีมือกลุ่มแรกที่เข้ามายังสถานที่แห่งนี้ต่างก็ได้เก็บเกี่ยวไปจนเพียงพอแล้ว

 

บ่วงมายาโลหิตที่แท้จริงนั้นเป็นดั่งประตูทางเข้าหุบเขาของสำนักมายาโลหิตอย่างแท้จริง แน่นอนว่าย่อมต้องมีสมบัติมีค่านับไม่ถ้วน ต่อให้เป็นเพียงยาปราณ ก็ถือได้ว่ามีค่ามากอย่างถึงที่สุด

 

เยี่ยจงขยับร่างกายคราหนึ่ง แล้วก็ได้พุ่งออกไปในทันที หลังจากที่ได้สะบัดฝ่ามือปัดผู้คนจะลอยไปหลายคน จึงค่อยแย่งชิงไข่มุกที่ไม่ทราบว่าเป็นยาปราณที่มีอายุมากเพียงใดแล้ว เพียงแต่ว่าเมื่อได้ยาปราณเช่นนี้มาครอบครอง ท่ามกลางสนามราวกับว่าได้ถูกคนเก็บกวาดจนสะอาดหมดจดไปแล้ว

 

เมื่อตอนที่พึ่งเข้ามายังบ่วงมายาโลหิต ในช่วงนั้นถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ใหญ่ยิ่ง จนทำให้ยอดฝีมือไม่น้อยต่างก็พยายามที่จะคุมสติเอาไว้ แต่ว่าคนสะบัดมือออก แล้วข้างกายยอดฝีมือมากมายก็ได้มีเสียงดังออกมา มุ่งหน้าพุ่งสังหารไปทางด้านหน้าออกไป

 

ไม่นานนัก ทางด้านหลังของบันไดหินก็ได้ถูกทิ้งเอาไว้ ทางด้านหน้าก็ได้มีการปรากฏของผู้คนที่มาตามสายธารสีทองสายนี้ ท่ามกลางสายธารที่ไหลมาเช่นนี้ ก็ได้ทำให้ผู้คนมองไม่ออกมาที่แท้คืออันใดกัน

 

วินาทีนั้นผู้คนมากมายที่มองมาก็ได้เกิดความงุนงงหลายส่วน ในเวลานี้ก็ยังตอบสนองกลับมาไม่ทัน เพียงแต่มีคนจดจำออกว่า สายธารสีทองเหล่านี้สมควรเป็นการรวมตัวกันจากพลังปราณฟ้าดินจนกลายเป็นเช่นนี้ ภายในนี้แน่นอนว่าย่อมต้องมีหยดน้ำปราณฟ้าอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

เยี่ยจงเมื่อพบเห็นก็ต้องกรอกตาไปมา ทันใดนั้นเขาก็ได้ตัดสินใจที่จะถอนแหวนจักรวาลมาเพื่อใส่น้ำเข้าไปภายในแหวน เพื่อที่จะได้ขนย้ายสายน้ำสีทองผืนนี้ไป เพียงแต่ว่าในตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเร่งรีบ ยังไม่อาจที่นำมาใช้เพื่อฝึกปรือในตอนนี้ได้ ได้แต่กอบโกยผลประโยชน์ด้วยวิธีนี้เท่านั้น

 

เมื่อพบเจอเยี่ยจงทำเช่นนี้ ผู้คนไม่น้อยก็ได้ลอกเลียนแบบ ต่างก็ลงมือกันพัลวัน ทว่าขณะนั้น สายธารสีทองก็ได้ลดลงไปกว่าครึ่ง

 

ทันใดนั้นเอง กลุ่มสิ่งมีชีวิตแห่งทะเลมายาโลหิตก็ได้พุ่งออกมาเข้าสังหาร โดยมีเผ่าพันธุ์มนุษย์อสรพิษเป็นผู้นำ เขานั้นมิได้คิดที่จะแย่งชิงธารน้ำสีทองสายนี้ เพียงแต่เร่งรีบที่จะลงสู่ภายในน้ำอย่างรวดเร็ว

 

และในเวลาเดียวกัน สิ่งมีชีวิตแห่งทะเลมายาโลหิตไม่น้อยก็ได้เข้าไปด้วย

 

“ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ “ เยี่ยจงเหม่อมองไปยังฉากเบื้องหน้า ทันใดนั้นก็ตั้งสติขึ้นมาได้ ว่าเมื่อวันก่อนที่แท้เขามองเห็นอันใดกันแน่

 

เยี่ยจงได้ลงมือในทันที โดยที่ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย รอยแยกของน้ำทะเล ทันใดนั้นร่างกายก็ได้ทะลวงออกไป และในเวลาเดียวกัน องค์ชายสิบสามก็ได้นำพากลุ่มผู้ติดตามมา อีกทั้งแทบจะไม่มองผู้ใดเลยแม้แต่ผู้เดียว เพียงแต่ลงสู่ท่ามกลางสายธารสีทองนี้ดำดิ่งไป

 

ยอดฝีมือที่หลงเหลือต่างการสบตามองกัน หลังจากนั้นเพียงครึ่งเสี้ยว ก็ค่อยมีคนมีปฏิกิริยากลับมา ก้าวออกไปด้วยความเร็ว เพื่อที่จะได้เข้าไปยังท่ามกลางสายธารสีทองนี้

 

ภายใต้สายธารนี้ ถึงแม้ว่าจะมีความยาวนับพันเมตร แต่ทั่วทั้งสี่ด้านก็มีแต่ความว่างเปล่า ถึงแม้ว่าจะไม่มีสายน้ำ ก็ได้มีหยกโลหิตขนาดใหญ่ปูเป็นทางปรากฏขึ้นมา เยี่ยจงเข้าไปสู่รอยแยกของสายธาร ทันใดนั้นก็ได้มองไปยังบริเวณส่วนลึกที่มีขนาดใหญ่ ที่แห่งนั้น ก็ได้มีถ้ำโบราณเก่าแก่อยู่หลังหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าเป็นสถานที่ตั้งของบ่วงมายาโลหิตแล้ว

 

“ ซวบซวบซวบ “

 

หลังจากที่เยี่ยจงได้มาถึงยังสถานที่แห่งนี้ไม่นาน ทันใดนั้น ยอดฝีมือไม่น้อยก็ได้แบ่งเป็นฝ่ายออกมาอย่างชัดเจน ยอดฝีมือเหล่านี้แต่ละตนต่างก็มีดวงตาแดงซ่าน แต่ว่าทันทีที่ได้พบเจอกับเยี่ยจง ก็มีผู้คนไม่น้อยต่างก็หวาดกลัวอยู่เล็กน้อย

 

“ บ่วงมายาโลหิตด้านหน้านี้ ก่อนอื่นรีบร่วมมือกันจัดการกับเด็กน้อยเหล่านี้ แล้วค่อยไปจัดการกับองค์ชายสิบสามและพวก ไม่เช่นนั้นแล้ว ข้าและพวกคงไม่อาจที่จะมีโอกาสในการแก่งแย่งตำนานนี้แล้ว “ มีคนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงทุ่มต่ำ คิดที่จะให้ผู้คนทั้งหมดร่วมมือการเพื่อที่จะจัดการเยี่ยจงลงในสถานที่แห่งนี้

 

“ ฆ่า “

 

ทันใดนั้นต่อมา ราวกับมียอดฝีมือหลายสิบคนลงมือในเวลาเดียวกัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาต่างก็เห็นพ้องในข้อนี้ หากว่าเยี่ยจงผู้นี้ยังไม่ตายแล้วละก็ พวกเขาเหล่านี้คงจะไม่มีโอกาสที่จะได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน

 

“ ไสหัวไปซะ “

 

สีหน้าของเยี่ยจงเคร่งเครียดขึ้น ความเร็วของเขาถือได้ว่าช้ากว่าองค์ชายสิบสามอยู่หลายส่วน อีกทั้งเขายังทราบเรื่องเกี่ยวกับอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย ดังนั้นสีหน้าจึงได้ปั้นยากขึ้นมา ในตอนนี้ก็ได้มีคนมาลงมือขัดขวางเอาไว้ จนทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป จนอดไม่ได้ที่ต้องลงมือ

 

“ เพล้งเพล้งเพล้ง “

 

มียอดฝีมือหลายคนที่ได้เข้าใกล้เยี่ยจงก็ได้ถูกฝ่ามือฟาดลงไปจนกลายเป็นก้อนเนื้อแหลกเหลว คนเหล่านี้ยังไม่ทันที่จะได้รวมรั้งพลังในการใช้ทักษะยุทธ์ออกมา สีหน้าก็ได้เปลี่ยนแปลงเป็นปั้นยากอย่างถึงที่สุด เห็นได้ชัดว่า ความแข็งแกร่งของเยี่ยจง ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่พวกเขามิอาจที่จะแข็งขืนได้เลย

 

“ ข้าในตอนนี้ไม่มีอารมณ์ที่จะสนใจพวกเจ้า หากว่ายังมารบกวนข้าอีก ก็ตายซะ “ เยี่ยจงเอ่ยปากขึ้นมาอย่างเย็นชา จากนั้นเขาก็ขยับกายคราหนึ่ง พุ่งทะลวงออกไปอย่างรวดเร็ว ยอดฝีมือทั่วทั้งสี่ทิศแปดด้านต่างก็ได้ถอยออกไปในทันที ทุกคนต่างก็เกิดความหวาดกลัวขึ้นมาอย่างไร้ที่เปรียบ ไม่กล้าที่จะรั้งดึงเยี่ยจงแม้แต่น้อย

.

.

.

.

 




NEKOPOST.NET