เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 217 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.217 - สุดยอดความวุ่นวาย


ตอนที่ 217 สุดยอดความวุ่นวาย

 

“ ฟู่ “

 

ในทันทีที่ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็เริ่มที่จะถอนใจ ในช่วงเวลาทันใดนั้นเอง ก็ได้มีป้ายโลหิตชิ้นหนึ่งไม่ทราบว่าลอยมาจากที่ใดออกมา เข้าประทับอยู่ตรงด้านหน้าของประตูของตึกใหญ่สีโลหิตนี้

 

แล้วก็ได้มีกลิ่นอายประกายโลหิตแผ่กระจายกันออกมา ประทับอยู่ด้านบนประตูตึกเอาไว้ อายโลหิตสีแดงได้ทำให้ผู้คนเกิดความหวาดหวั่นภายในจิตใจ มีผู้คนไม่น้อยที่สูดลมหายใจอย่างเร่งร้อน จ้องมองไปอย่างประหลาด

 

 “ เป็นไปได้อย่างไรกัน ? “

 

ฉากที่เกิดขึ้นนี้ได้ทำให้ผู้คนไม่น้อยเกิดอาการตื่นตระหนกขึ้น แล้วก็เกิดความงุนงง ไม่นานนักพวกเขาก็มองไปยังประตูตึกในตอนที่เกิดประกายแสงสีโลหิตสายหนึ่งออกมา เริ่มที่จะค่อยๆแยกออกไปทางด้านหน้าของทั้งสองด้าน เผยให้เห็นรอยแตกออกมาเป็นสาย

 

“ อะไรกัน ? ประตูเปิดแล้ว พระเจ้า มีคนที่สามารถที่จะเปิดประตูใหญ่บานนี้ได้จริงๆ “

 

ในตอนนี้ ก็ไม่มีผู้ใดทราบได้ว่าที่แท้ป้ายโลหิตชิ้นนี้เป็นผู้ใดที่ใช้ออกมากัน แต่ว่าในขณะนั้นเอง ราวกับว่าผู้คนทั้งหมดต่างก็เกิดความบ้าคลั่งขึ้น ตึกใหญ่สีเลือด ก็ได้ถูกเปิดออกในลักษณะเช่นนี้

 

“ ลุย “

 

เพียงแค่ช่วงเวลาที่เกิดความลังเล วินาทีนั้นเอง ก็ได้มีเสียงโหยหวนร้องออกมานับไม่ถ้วน ท่ามกลางสนามไม่ว่าจะเป็นยอดฝีมือที่มาจากด้านนอกหรือจะเป็นสิ่งมีชีวิตพื้นเพ วินาทีนั้นแต่ละคนต่างก็ทอประกายตาสีแดงซ่าน ฆ่าฟันไม่หยุดเพื่อที่จะได้เข้าไปทางด้านหน้า ควรทราบว่า หากว่าพลาดโอกาสในครั้งนี้ไปแล้วละก็ ก็คงจะไม่มีโอกาสอื่นอีกครั้งอย่างแน่นอน และตำนานวาสนาสายเพียงหนเดียวก็ไม่แน่ว่าอาจจะอยู่ภายในตึกใหญ่สีเลือดแห่งนี้ จะให้พลาดไปได้อย่างไรกัน ? ยิ่งไปกว่านั้น นอกเสียจากวาสนาสายเพียงหนเดียวแล้ว ยังมีขุมทรัพย์สำนักมายาโลหิต สมบัติ แต่ละอย่างที่เพียงพอที่จะให้ดึงดูดผู้คนได้ ไม่ว่าจะเป็นยอดฝีมือคนใด เกรงว่าก็คงมิอาจที่จะยอมแพ้ในลักษณะนี้ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงเข้าไปแย่งชิงอย่างไม่คิดชีวิตเลยทีเดียว

 

“ เป็นนาง “

 

“ เยี่ยจงมิได้พุ่งออกไปฆ่าสังหารเหมือนดั่งเช่นคนอื่นๆ สายตาของเขาได้ทอดมองไปยังทางด้านของเด็กสาวชุดดำผู้นั้น และมองออกมาในมือขวาของนางในตอนนี้ได้เปลี่ยนแปลงสัญลักษณ์ไปมาอย่างระมัดระวัง เห็นได้ชัดว่า ป้ายโลหิตนั้นเป็นนางเองที่ใช้ออกไป

 

“ เด็กสาวนางนี้ที่แท้มีที่มาจากที่ใดกัน ? “ เยี่ยจงขมวดคิ้ว หญิงสาวนางนี้มีความสามารถที่จะเปิดประตูของตึกใหญ่โลหิตนี้ได้ ก็เพียงพอที่จะบอกได้ว่าไม่ธรรมดาเช่นไร ภายใต้ท่ามกลางการแย่งชิงในตอนนี้ แน่นอนว่านางต้องเป็นคู่ต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาผู้หนึ่งอย่างแน่นอน ไม่อาจที่จะไม่ระวังป้องกันคนผู้นี้

 

“ ซวบ “

 

หลังจากนั้นเอง ตราประทับในมือทั้งสองของหญิงสาวก็ได้เปลี่ยนอีกครา ป้ายโลหิตได้ลอยคว้างอยู่ท่ามกลางอากาศกลับไปยังแขนเสื้อของนาง ประตูตึกที่ความจริงได้ค่อยๆเปิดอยู่นั้นเองก็ได้เกิดการสั่นไหวขึ้น แล้วก็ได้เริ่มที่จะเร่งความเร็วค่อยๆปิดตัวลง

 

“ ฆ่า “

 

เมื่อพบเห็นฉากเบื้องหน้า ยอดฝีมือทั่วทั้งสนามต่างก็เกิดความบ้าคลั่งขึ้น หากว่าประตูตึกปิดลง เช่นนั้นก็ถือได้ว่าได้สูญเสียโอกาสที่สำคัญเช่นนี้ไป หากว่าช้ากว่าผู้อื่นแม้เพียงครึ่งก้าว คงมีความเป็นไปได้ที่จะต้องสูญเสียโอกาสในการได้รับสมบัติแล้ว เมื่อต่างก็มีความคิดเช่นนี้ ยอดฝีมือมากมายต่างก็พุ่งออกไปอย่างบ้าคลั่ง

 

เพียงแต่ว่าในช่วงวินาทีนั้นเอง บริเวณท่ามกลางสนามก็ได้มีพลังของสมบัติปราณลอยไปมานับไม่ถ้วน แล้วก็ยังมีทักษะยุทธ์อีกมากมาย จนก่อเกิดความวุ่นวายขึ้นมา เลือดเนื้อแตกกระจาย จนกลายเป็นศพทอดอยู่ตามทาง

 

ในเวลานี้เอง คงไม่มีผู้ใดที่สนใจว่าเจ้าจะมาจากขุมกำลังใดกัน ฉากหลังเจ้าเป็นอะไร จากที่มอง เพียงแค่ตนเองถูกขัดขวางในการเดินไปสู่เบื้องหน้า ก็จำเป็นที่จะต้องสังหารให้สิ้น ขอเพียงแค่ได้สามารถเข้าสู่ภายในของตึกใหญ่สีเลือดนี้

 

เยี่ยจงยังคงจ้องมองไปยังหญิงสาวชุดดำ เมื่อพบว่านางเริ่มที่จะขยับร่างกาย ทันใดนั้นก็ได้หายเข้าไปภายในกลุ่มคน หลังจากที่มุ่งหน้าไปยังบริเวณทางเข้าของตึกใหญ่สีโลหิตเข้าไป เขาก็ได้ขยับกายคราหนึ่ง ทันใดนั้นก็ได้กลืนเข้าไปภายในท่ามกลางทะเลมนุษย์

 

การกระทำเช่นนี้ถือได้ว่าน่าหวาดกลัวอย่างเต็มสิบส่วน การโจมตีตอบโตกันไปมาได้เกิดขึ้นมาจากทั่วทั้งสี่ทิศแปดด้าน นั้นก็เพราะว่าในเวลานี้ ราวกับว่าผู้คนทั้งหมดราวกับถูกความบ้าคลั่งชนิดหนึ่งครอบงำเอาไว้แล้ว

 

ตลอดรายทามานี้ เยี่ยจงก็ได้พบกับการลอบฆ่าอยู่ไม่น้อย ทว่าเขาในตอนนี้ที่ถือได้ว่าเป็นถึงยอดฝีมือที่มีความสำเร็จอยู่ที่ขั้นก่อเกิดระดับที่แปดขอบเขตวิญญาณแล้ว ถือได้ว่าเป็นที่ชั้นแนวหน้าของหมู่อัจฉริยะรุ่นเยาว์ หลังจากที่ได้จัดการกับเหล่าเด็กน้อยที่ไม่อยู่ในสายตาหลายคน เขาก็ได้ฆ่าฟันมุ่งเข้าสู่บริเวณทางด้านหน้าของประตูตึก

 

ประตูทางเข้าตึกใหญ่ในตอนนี้ได้ปิดตัวลงไปเกือบครึ่ง มีผู้คนราวสิบแถวเข้าไปเข้าไป เยี่ยจงก็ได้ขยับเท้าก้าวออกไปหนึ่งก้าว ร่างกายก็ได้หายวาบเข้าไป มีหรือที่จะพลาดโอกาสเช่นนี้ไปได้

 

“ โครม “

 

เมื่อได้ย่างกรายเข้ามายังภายในของตึกใหญ่ ก็ได้มียอดฝีมือจำนวนมากที่กระอักโลหิตไปพลางถอยไปพลาง ทั้งยังล้มลุกคลุกคลาน เหล่าผู้ที่มีพลังฝีมือต่ำต่างก็ร่างแตกกระจายออก จนกลายเป็นก้อนเนื้อแหลกเหลว

 

ยอดฝีมือเผ่ามนุษย์ยักษาที่สวมไว้ด้วยชุดสีทองผู้หนึ่ง ก็ได้ปรากฏเงาร่างขึ้นด้านหน้าของเขา แล้วก็ได้เข้ามารวมกลุ่มกับยอดฝีมือคนอื่นๆ และหลังจากที่ได้เข้ามายังสถานที่แห่งนี้แล้ว มันก็ได้เผยร่างของตนเองออกมา ในมือถือไว้ด้วยพลองทองแดงขนาดใหญ่อยู่ชิ้นหนึ่ง ในการกวาดแต่ละครั้งก็ได้ทำให้ยอดฝีมือต้องกระอักโลหิตและถอยไป ฉากเบื้องหน้านี้ช่างน่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด

 

“ ตูม “

 

หลังจากที่ใช้การโจมตีเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้ยอดฝีมือนับไม่ถ้วนถอยไปได้ พลองทองแดงสีอ่อนก็ได้ถูกกวาดเข้าไปยังบริเวณที่เยี่ยจงอยู่เข้าไป จนก่อเกิดคล้ายดั่งมีพายุมรสุมพัดเข้ามา

 

คนผู้นี้ทำให้ผู้คนตกใจกลัว พลังอันน่ากลัวเช่นนี้ ต่อให้อยู่ในพื้นที่จำกัดพลังขอบเขต ที่ทุกผู้คนเพียงมีพลังอยู่แค่ภายในขั้นก่อเกิดทั้งเก้า ก็ยังถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่งอย่างที่สุด

 

สีหน้าของเยี่ยจงเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ใต้ฝ่าเท้าของเขาสาดประกายของสายฟ้า ทันทีที่ได้ถอยกายไป แต่ว่าเหล่าสิ่งมีชีวิตพื้นเพที่ตามมาทางด้านหน้าของเขากลับมีปฏิกิริยากลับมาไม่ทัน ก็ได้ถูกกระแทกบดบี้จนกลายเป็นแค่เศษเนื้อ จนหลงเหลือแต่โลหิต

 

“ ชิร์ “

 

เมื่อพบว่าการโจมตีของตนเองนั้นยังถึงกลับมีผู้ที่สามารถรอดพ้นไปได้ ภายในดวงตาของมนุษย์ยักษาชุดทองก็ได้ปรากฏความดุร้ายขึ้น พลองทองแดงในมือของเขาก็ได้ขยับขึ้นอีกครั้ง มุ่งหน้าไล่บดขยี้ในทุกทิศทางที่เยี่ยจงไป

 

เยี่ยจงยิ้มอย่างเย็นชา บนนิ้วมือได้ปกคลุมไปด้วยพลังกระบี่ตราประทับถึงชั้นที่สิบห้า แล้วเขาก็ได้ใช้ออกด้วยพลังดัชนี แล้วก็ได้เข้ากระแทกกับลริเวณปลาบของพลองทองแดงนี้โดยตรง

 

“ โครม “

 

เสียงดังขึ้นลอดออกมา สมบัติปราณชิ้นนี้ได้ถูกทำลายไปในทันที จนกลายเป็นปุ๋ยผง

 

เพียงกระบวนท่าเดียวก็ทำให้มนุษย์ยักษาถอยไปได้ เยี่ยจงกลับมิได้ไล่ติดตามฆ่ามันต่อ เพียงแต่ขยับกายคราหนึ่ง ก็ได้มุ่งหน้าเข้าไปยังทางด้านในต่อ

 

ทันทีที่มนุษย์ยักษาทองคำมีปฏิกิริยากลับมา ก็ได้หันศีรษะกลับมาจ้องเขม็งมองไปทางด้านหลังของเยี่ยจง นัยน์ตาประกอบปรากฏแววตาเคร่งเครียดขึ้น

 

“ เผ่ามนุษย์ “

 

“ เปรี้ยง “

 

เสียงคำรามของความโกรธดังขึ้น ส่วยเหล่ายอดฝีมือที่คิดจะฉวยโอกาสเหล่านี้เพื่อที่จะผ่านมนุษย์ยักษาทองคำก็ได้ถูกเหยียบจนกลายเป็นเศษเนื้อ ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็ได้มุ่งหน้าหมายฆ่าฟันไปทางด้านบริเวณที่เยี่ยจงไป ไล่ตามตลอดทางมา อีกทั้งบนครั้งที่ก้าวไปตามพื้น ก็คล้ายดั่งภูผาก้าวย่างจะเกิดรอยแตกก็มิปาน

 

“ เผ่ามนุษย์ยักษาทองคำ ในสมัยก่อนถูกเรียกขานว่าเป็นเผ่าพันธุ์เทพเผ่าพันธุ์สูงศักดิ์ มีความน่าหวาดกลัวอย่างมาก ที่แท้เป็นอัจฉริยะใดกันที่สร้างความโกรธเกรี้ยวให้แก่เผ่าพันธุ์นี้ได้กัน ? “

 

ตลอดรายทางมา ยอดฝีมือไม่น้อยที่พบเห็นฉากเบื้องหน้าต่างก็ตื่นตกใจ ถอยหนีกันพัลวัน เผ่าพันธุ์ชนิดนี้ก็ช่างน่ากลัวจนเกินไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นร่างกายยังเต็มเปี่ยมไปด้วยเรี่ยวแรงอันมหาศาล คนธรรมดาที่ต่อให้ฝึกจนถึงขั้นก่อเกิดระดับที่แปดก็ยังยากที่จะเทียบได้ จึงทำให้ผู้คนมิอาจไม่ตื่นตกใจได้

 

“ ซวบ “

 

ร่างกายของเยี่ยจงได้เลยผ่านเลยไปจากเส้นทางสายยาวท่ามกลางใจกลางตึก มุ่งหน้าไปยังส่วนใน ตลอดรายทางก็พบเห็นศพเกลื่อนกราด การป้องกันของตึกใหญ่หลังนี้ก็ได้ทำงานขึ้น แต่ว่าก็ได้ถูกทำลายไปอยู่ไม่น้อย เห็นได้ชัดว่า เหล่ายอดฝีมือที่เข้ามายังสถานที่แห่งนี้ก่อนหน้า ต่างก็ใช้ร่างกายเพื่อคุ้มครองผู้คนทางด้านหลังตลอดเส้นทางสายนี้ ตลอดเส้นทางสายนี้ก็สามารถที่จะพบเจอกับศพของสิ่งมีชีวิตมากมายภายในทะเลมายาโลหิตนี้ ให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง ราวกับว่ามันกำลังทับซ้อนกันก็ว่าได้ เห็นได้ชัด เผ่าพันธุ์เหล่านี้ต่างก็เป็นขุมกำลังภายใต้ท้องทะเลแห่งนี้จำนวนมาก อีกทั้งยังแยกไม่ออกว่าใช้อาวุธใดกัน สิ่งนี้ก็เป็นอีกสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นขุมพลังของพวกเขาเหล่านี้

 

“ ตูม “

 

ร่างของเยี่ยจงลงสู่พื้น ก็ได้พบว่าภายในใจกลางตึกกลับเป็นสนามที่ว่างเปล่าแห่งหนึ่ง ท่ามกลางภายในสนามกลับถูกตั้งไว้ด้วยเตาหลอมโอสถวางไว้ทั้งหมดเก้าเตา ในตอนนี้กลับถูกผู้คนพลิกรื้อ โอสถภายในก็ได้ถูกผู้คนแย่งชิงจนว่างเปล่าตั้งแต่แรกแล้ว อีกทั้งในตอนนี้ยังมียอดฝีมือกำลังต่อสู้กันอยู่อีกด้วย

 

มียอดฝีมือที่พบเห็นเขาเข้ามา ก็ได้เข้ามาหมายสังหาร หลังจากที่เยี่ยจงได้สะบัดมือฟาดออกไปอย่างรวดเร็วแล้ว ทันทีที่ร่างกายได้เข้าไปยังหัวมุมหนึ่งของบริเวณสนาม ภายใต้ท่ามกลางความเป็นจริงที่ก่อเกิดความวุ่นวายภายในสนาม ต่อให้เป็นเขาที่เข้าไปยังสถานที่แห่งนี้ ก็ใช่ว่าจะสามารถปกป้องตนเองได้ ภายในสถานการณ์เช่นนี้ สามารถที่จะไม่ลงมือได้ ยังคงเก็บออมเรี่ยวแรงเอาไว้ยังถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดีเสียกว่า

 

เมื่อได้เหม่อมองและวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในใจกลางเข้าไปแล้ว สีหน้าของเยี่ยจงก็ได้เคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย ภายใต้ท่ามกลางการต่อสู้ครั้งใหญ่นี้ ในตอนนี้ก็ได้มองเห็นหินแกะสลักอยู่ชิ้นหนึ่ง เจ้าของหินแกะสลักชิ้นนี้มีร่างกายที่มองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก มองไม่ออกเลยว่าจัดอยู่ในลักษณะใดกันแน่ แต่ว่ามันกลับคล้ายกับกลืนกินพลังแห่งฟ้าได้ ทำให้คล้ายมีพลังที่ไร้ที่เปรียบ

 

ถึงแม้ว่าสิ่งนี้จะมิใช่ทักษะยุทธ์ แต่ว่าหากมิใช่เป็นผู้ที่มีความสามารถดั่งเทพเซียน จากการคาดเดาพลังขอบเขตของหินสลักชิ้นนี้แล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถแสดงพลังทักษะยุทธ์ออกมาส่วนหนึ่งได้ เป็นเหมือนดั่งการแสดงออกถึงพลังชนิดหนึ่งจากการทะลวงชนิดหนึ่งออกมาได้ ดูไปแล้วก็น่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด

 

ในตอนนี้ ไม่เพียงแต่แค่เยี่ยจงเท่านั้นที่มองออกในความข้อนี้ ไม่ทราบว่ามียอดฝีมือมากน้อยเท่าใดกันที่สามารถมองความข้อนี้ออก ดังนั้น รอบด้านในขณะนี้ต่างก็คิดที่จะแย่งชิงหินสลักชิ้นนี้เป็นที่สุด

 

มีผู้คนไม่น้อยจากทั้งสี่ทิศแปดด้านต่างก็เริ่มที่จะห้ำหั่นกัน โลหิตไหลหลั่งเป็นทาง แต่ว่าในเวลานี้กลับไม่มีผู้ใดที่สามารถเข้าใกล้หินสลักชิ้นนั้นได้เลย

 

“ ฉึบ “

 

ในช่วงเวลาขณะนั้นเอง ก็ได้มีหางอสรพิษกวาดออกไป อีกทั้งการโจมตีนี้ยังมีความน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง จนทำให้กลุ่มผู้คนต่างก็กระอักโลหิตถอยออกไป อีกทั้งยังมีสมบัติปราณของผู้คนไม่น้อยที่ได้แตกละเอียดไปในทันที

 

แม้แต่เยี่ยจงเองก็ยังถูกรวมอยู่ในกลุ่มบริเวณขอบเขตของการโจมตีนี้อีกด้วย ทว่าเขาเพียงขยับเท้าเพียงเล็กน้อย ร่างกายก็ได้ถอยไปดั่งเมฆาวารีหลั่งไหลออกไป หลบรอดจากการโจมตีนี้ไปได้ ส่วนผู้คนที่มีปฏิกิริยากลับมาไม่ทันส่วนหนึ่งก็ได้ถูกฟาดจนกระดูกภายในร่างแตกกระจายออกไป วินาทีนั้นเอง ยอดฝีมือท่ามกลางสนามก็ได้หลงเหลือเพียงแค่หนึ่งในสามส่วนเท่านั้น

 

“ พลังขั้นก่อเกิดระดับที่แปด ซานกวานเทียนทง “ สีหน้าของเยี่ยจงเคร่งเครียดขึ้น เหยาหลง(ปีศาจมังกร)ตนนี้ก็ได้เผยร่างออกมาในตอนนี้ ในด้านพลังก็เรียกได้ว่าน่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่เยี่ยจงเองที่ในเวลานี้ก็ยังไม่พลังของมันได้ออกมาได้ไม่ชัดเจนนัก เพียงแต่ว่าการคาดดาเช่นนี้ เหยาหลงสมควรที่จะเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตภายในทะเลมายาโลหิตแห่งนี้ หากว่ามีการปะทะ คงยากที่จะทราบผลแพ้ชนะได้

 

“ คนผู้นี้มีใบหน้าเป็นอสรพิษ ? “ ยังมีคนที่ดวงดีอยู่ที่สามารถหลบรอดได้และเหม่อมองไปยังร่างของเหยาหลงในเผยให้เห็นในตอนนี้ ใบหน้าปรากฏสายตาที่ยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นได้ กล่าวกันว่ามนุษย์ใบหน้าอสรพิษเป็นเผ่าพันธุ์ที่ก่อเกิดมาจากทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์อสรพิษรวมกัน จึงมีความแข็งแกร่งดั่งเช่นเผ่าอสรพิษ แล้วก็มีความสามารถในการฝึกปรือของเผ่าพันธุ์มนุษย์ การคงอยู่อันน่ากวาดกลัวเช่นนี้ คิดไม่ถึงว่าจะมีสิ่งมีชีวิตเช่นนี้อยู่ในสถานที่แห่งนี้ได้

 

“ สมบัติและตำนานของสำนักมายาโลหิต ความจริงแล้วก็คือสิ่งที่เป็นของเผ่าพันธุ์ของข้า พวกเจ้าต่างก็ทราบดีอยู่แก่ใจอยู่แล้ว “ มนุษย์ใบหน้าอสรพิษขยับกายคราหนึ่ง ร่างกายท่อนบนก็ได้กลายเป็นคล้ายกับมนุษย์ มันส่งเสีบงเย็นชาคำกนึ่ง พออ้าปาก ก็ได้กลืนกินหินแกะสลักชิ้นนี้เข้าไปในทันที

 

ฉากเบื้องหน้านี้ได้ทำให้ผู้คนแตกตื่นขึ้น มีผู้คนไม่น้อยสาดประกายสายตาขึ้น แต่ว่าในที่สุดก็มิได้ลงมือต่อ ทว่าเป็นเพราะรูปสลักชิ้นนี้ ถึงแม้ว่าจะมีความไม่ธรรมดา แต่ก็กลับกลายเป็นว่าได้สร้างความบาดหมางกับมนุษย์ใบหน้าอสรพิษไปเสียแล้ว ถึงแม้ว่าจะดูแล้วเป็นถึงผู้ที่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ยอดฝีมือท่ามกลางสนามแห่งนี้ที่ดูแล้วน่าเกรงกลัวก็คงจะมีเพียงองค์ชายสิบสามแห่งหุบเขาตระกูลถังและหมิงหยี้แห่งหุบเขาหยินหยางเท่านั้นที่อาจจะสามารถต่อกรกับสัตว์ประหลาดเยี่ยงนี้ได้ ส่วนคนอื่นๆนั้นมิจำเป็นต้องกล่าวถึงเลย

 

เยี่ยจงจ้องเขม็งไปยังฉากเบื้องหน้า หลังจากที่ได้ชั่งใจว่าจะลงมือดีหรือไม่ ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าหินสลักชิ้นนี้ไม่ธรรมดา แต่ว่าในตอนนี้หากว่าต้องลงไม้ลงมือต่อหน้าผู้คนคงจะมีคุ้มค่าอย่างแน่นอน

 

สายตาของยอดฝีมือมากมายต่างก็สบตากัน ไม่นานนัก ก็ได้มีคนนำทางที่จะเข้าไปยังเส้นทางสายนี้ เยี่ยจงสาดประกายตาคมกล้าคราหนึ่ง แล้วก็ได้พบเห็นเงาร่างของหญิงสาวหายวับเข้าไปภายในกลุ่มคน จนทำให้เขายิ่งเกิดความสงสัยมากยิ่งขึ้น จากนั้นก็ได้ขยับกายติดตามไปอย่างรวดเร็ว

.

.

.

.

 

 




NEKOPOST.NET