เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 211 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.211 - บ่วงมายาโลหิต


ตอนที่ 211 บ่วงมายาโลหิต

 

 

จะว่าไปก็น่าแปลก พลังกระบี่ตราประทับเหล่านี้หลังจากที่ได้ดูดซับรังสีแห่งความตายแล้ว กระนั้นก็เพียงแค่แผ่แค่พลังความร้อนแรงออกมาเท่านั้น ตลอดรายทางมานี้ เยี่ยจงได้พบกับสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดอยู่ไม่น้อย สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เห็นได้ชัดว่ามีความหวาดกลัวต่อเขาหลายส่วน อีกทั้งยังไม่กล้าที่จะเข้าใกล้

 

และเหล่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ต่างก็ได้มุ่งหน้าไปทางด้านเดียวกัน ร่วมไปทั้งเหล่าจำพวกเผ่าพันธุ์มนุษย์อสรพิษที่พบเจอกันก่อนหน้าอีกด้วย เป็นที่ชัดเจนว่า การที่พวกเขาคอยขัดขวางอยู่ทางด้านหน้าอยู่ก่อนหน้านี้ คงจะเป็นเพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่เหล่ายอดฝีมือที่อยู่มาจากภายนอก หรือต่อให้เป็นเหล่าผู้คุ้มกันของสำนักมายาโลหิตเมื่อก่อนที่อยู่ภายใต้ทะเลมายาโลหิตนี้ ต่างก็คาดหวังว่าตนเองจะสามารถที่จะครอบครองสมบัติที่เล่าลือกันได้

 

แต่ว่าน่าเสียดาย สำนักมายาโลหิตต่อให้อยู่ในจุดสูงสุด ตำนานแห่งสมบัติก็เรียกได้ว่ามีอยู่อย่างจำกัด หากว่าปรากฏสู่ภายนอก แน่นอนว่าต้องก่อเกิดการสังหารเพื่อแย่งชิงครั้งใหญ่อย่างแน่นอน

 

“ วาสนาเพียงครั้งเดียว วาสนาเพียงครั้งเดียว “ ตลอดรายทางมานี้ เยี่ยจงก็ได้ครุ่นคิดใคร่ครวญอยู่ไม่น้อย จากตำนานเล่าขานของวาสนาเพียงครั้งเดียวสมควรที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสำนักมายาโลหิต

 

เพียงแต่ว่า ไม่ว่าเยี่ยจงจะคาดเดาอย่างไร ข่าวสารที่เขาได้รับมาก็เรียกได้ว่าน้อยจนเกินไป เวลาเพียงแค่ช่วงหนึ่งนี้เรียกได้ว่าแทบจะคาดเดาอันใดออกมามิได้เลย จนถึงท้ายที่สุด เยี่ยจงก็ได้แต่เพียงยืนยันว่า การเปิดบ่วงมายาโลหิตในครั้งนี้ถือได้ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก ทว่าในส่วนที่ว่าสมรภูมิฮวงกู่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวาสนาเพียงครั้งเดียวนี้หรือไม่นั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดต่างก็คงจะมิอาจที่จะทราบได้อย่างแน่นอน

 

แล้วก็ได้ผ่านไปอีกสองวัน เขาเริ่มที่จะเข้าใกล้บริเวณที่ตั้งของบ่วงมายาโลหิต บริเวณส่วนลึกของบ่วงมายาโลหิตนี้ ทางด้านโขดหินมากมายนับไม่ถ้วนก็สามารถที่จะมองเห็นสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดได้ ร่วมไปทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วย ต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียดอยู่อีกทางด้านหนึ่ง น้ำทะเลที่ตอนนี้เป็นดั่งสีแดงโลหิตสายหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าได้เกิดการต่อสู้ปะทะกันครั้งใหญ่ขึ้นแล้ว อีกทั้งยังมีร่างของเหล่ายอดฝีมือนับไม่ถ้วนรวมอยู่ด้วย

 

“ การเปิดประตูของบ่วงมายาโลหิตนี้ ที่แท้ได้ดึงดูดยอดฝีมือมามากมายเท่าไรกันแน่ ? “

 

เยี่ยจงตกตะลึง สีหน้าเคร่งเครียด การเปิดประตูของบ่วงมายาโลหิตนี้ คิดไม่ถึงว่าจะเป็นดินแดนที่น่าตกใจเช่นนี้ได้ เมื่อเปรียบเทียบกับการแก่งแย่งของผู้คนนับร้อยตามที่คาดคิดเอาไว้แทบจะเรียกได้ว่าต่างกันโดยสิ้นเชิง เกรงว่านอกเสียจากสิ่งมีชีวิตภายในทะเลมายาโลหิตแล้ว ยอดฝีมือที่มาจากดินแดนซีฮวง อย่างน้อยก็ได้มีหนึ่งในสิบส่วนได้ปรากฏตัวในบริเวณแห่งนี้แล้ว ในตอนนี้ถือได้ว่าเป็นจำนวนที่น่าตื่นตกใจเป็นอย่างมากแล้ว

 

ในที่สุด เยี่ยจงก็ได้เข้ามาจนถึงบริเวณทางด้านหน้าของบ่วงมายาโลหิต นั้นก็เพราะว่าความเกี่ยวข้องจากร่างกายของเขาที่ได้ปกคลุมไปด้วยรังสีแห่งความตายเอาไว้ ในตอนนี้จึงไม่มีผู้ใดที่คอยหยุดยั้งเขาเอาไว้ จนทำให้เขาสามารถที่จะกอดอกจ้องเขม็งไปทางด้านหน้าของบ่วงมายาโลหิตได้

 

บ่วงมายาโลหิต ถือได้ว่าอยู่ในจุดศูนย์กลางส่วนลึกของท้องทะเล เป็นดั่งเกาะที่มีรูปร่างดั่งพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว หมู่เกาะเกือบครึ่งนั้นได้ถูกน้ำโลหิตกลืนกินเอาไว้อยู่ อีกครึ่งหนึ่งก็ได้ปรากฏโขดหินสีดำชนิดหนึ่งออกมา ในที่แห่งนี้ดูไปแล้วก็เหมือนดั่งเกาะขนาดเล็กเกาะหนึ่ง อีกทั้งยังมิได้เป็นเหมือนดั่งเกาะหลิงเต่าที่มีรังสีอยู่นับหมื่นพันเหล่านั้น แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น แต่ก็ถือได้ว่ามีพลังบางอย่างที่แผ่กระจายออกมา จนทำให้ผู้คนทราบได้อย่างชัดเจนว่า สถานที่แห่งนี้ก็คือบ่วงมายาโลหิต

 

ในตอนนี้ ไม่ทราบว่ามีผู้คนมากน้อยเท่าไรที่ส่งประกายตาสังหารสีแดงมองไปยังบ่วงมายาโลหิตเบื้องหน้า อีกทั้งยังคิดที่จะเข้าสู่บ่วงมายาโลหิตนี้ สถานที่แห่งนี้ถือได้ว่าเป็นที่อยู่ของสำนักมายาโลหิตอย่างแท้จริง การเปิดในครั้งนี้ ย่อมต้องเผยให้เห็นถึงความลับที่ซ้อนที่เล่าขานกันมาของสำนักสู่ภายนอกแล้ว ทำให้ผู้คนเกิดความโลภ จนนัยน์ตาแดงก่ำ

 

ในช่วงเวลาทันใดนั้นเอง ทั่วทั้งบ่วงมายาโลหิตก็ได้ค่อยๆสั่นไหวขึ้นมา รังสีโลหิตอันน่าหวาดกลัวอย่างขีดสุดชนิดหนึ่งได้แผ่กระจายออกมาจากภายใน จนทำให้ทั่วทั้งท้องทะเลก่อเกิดการเคลื่อนไหวขึ้นมาเล็กน้อย

 

ยอดฝีมือทั้งหมดที่กำลังลงมืออยู่ต่างก็หยุดมือลงในทันที แต่ละคนเงยหน้าขึ้นมองไปยังบริเวณที่บ่วงมายาโลหิตอยู่ แสดงสีหน้าประหลาดใจ

 

กำลังพลไม่น้อยของแต่ละเผ่าพันธุ์แต่ละขุมกำลังในตอนนี้ก็อดใจเอาไว้ไม่อยู่จนต้องก้าวออกมา กำมือจ้องเขม็งไปยังบริเวณทางด้านหน้า ทอประกายสีหน้าประหลาดใจ

 

เยี่ยจงใช้สายตากวาดมองไปยังร่างกายของบุคคลเหล่านี้คราหนคีบ แสดงสีหน้าเคร่งเครียด พลังฝีมือของคนเหล่านี้เรียกได้ว่าน่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด ทำให้ผู้คนมิอาจทราบตื้นลึกหนาบาง ไม่แน่ว่าระดับพลังคงอยู่ในระดับเดียวกันกับเยี่ยจงก็สิปาน ที่เรียกได้ว่าอยู่ในพลังขั้นก่อเกิดระดับที่แปดซานกวานเทียนทงกันแล้ว

 

ในความข้อนี้ได้ทำให้เยี่ยจงต้องสูดลมหายใจเข้าคำหนึ่ง พลังปราณที่เขาฝึกฝนถือได้ว่าเป็นวิชาลมปราณโบราณ อีกทั้งยังมีจุดเด่นที่ฝึกได้อย่างรวดเร็ว จึงจะสามารถที่จะมาจนถึงขั้นนี้ได้ และคิดไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วในดินแดนซีฮวงแห่งนี้กลับมีเหล่ายอดยุทธ์ที่แท้จริงอยู่มากถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังสามารถที่จะมาจนถึงขั้นนี้ได้

 

ทันใดนั้นเอง บริเวณทุกส่วนของบ่วงมายาโลหิตก็ได้แผ่กระจายรังสีโลหิตออกมาอีกครั้ง รังสีโลหิตในครั้งนี้มีความละเอียดอ่อนอย่างถึงที่สุด มุ่งหน้าแผ่กระจายไปทั่วทั้งสี่ทิศ จนทำให้เกิดคลื่นน้ำภายในทะเล

 

“ ตูม “

 

วินาทีนั้นเอง ร่างกายของยอดฝีมือนับไม่ถ้วนก็ได้พุ่งออกไปในเวลาเดียวกัน มุ่งหน้าไปทางด้านบริเวณที่อยู่ของบ่วงมายาโลหิตเข้าไป เยี่ยจงกลับมิได้เร่งรีบที่จะออกตัวแต่อย่างไร เพียงแต่กอดอกจ้องเขม็งไปยังฉากเบื้องหน้า

 

“ ต๊งต๊งต๊ง “

 

ยอดฝีมือนับไม่ถ้วนราวกับเกี๊ยวก็มิปาน ราวกับว่าพบเจอกับสิ่งของที่ไร้รูปไร้ลักษณ์บางอย่าง ได้เข้าสู่ภายใต้ท่ามกลางท้องทะเลลงไป เมื่อได้มองไปยังบ่วงมายาโลหิตที่อยู่ไม่ไกลมากนัก ในตอนนี้ไม่ว่าจะมองดูอย่างไร ก็ไร้หนทางที่จะเข้าใกล้ได้

 

วินาทีนั้น มียอดฝีมือนับไม่ถ้วนที่ต้องทิ้งร่างเอาไว้ โลหิตไหลนองดั่งน้ำทะเล จนทำให้ผู้คนไม่น้อยตกเกิดความตกใจ และเหล่าผู้คนอีกทางด้านหนึ่งไม่ทราบว่าถูกอันใดกระตุ้นขึ้นมา ก็ได้ลงมือต่อผู้คนรอบข้างในทันทีทันใด

 

เป็นที่ชัดเจน ภายนอกของบ่วงมายาโลหิตนี้แม้จะดูเงียบสงบ แต่ว่าก็ประกอบไปด้วยความอันตรายอันน่าหวาดกลัวอย่างมากมาย บ่วงมายาโลหิตถึงแม้จะยังมิได้เปิดขึ้นมาอย่างแท้จริง มีผู้คนไม่น้อยที่อดทนไว้ไม่อยู่จนต้องลงมือออกไป

 

บริเวณทางด้านข้างก็ได้ก่อเกิดเสียงดังขึ้นจากการฆ่าฟันกันออกมาไม่หยุด ยอดฝีมือมากมายนับไม่ถ้วนต่างล้มตาย ทว่า การสู้รบในครั้งนี้ด้วยส่วนมากแล้วต่างก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในทะเลมายาโลหิตเป็นผู้ลงมือ ถึงแม้ว่ายอดฝีมือเหล่านี้จะเป็นขุมกำลังที่ตั้งรกรากอยู่ในที่แห่งนี้ ย่อมต้องมีการคาดการที่มากกว่า และท่ามกลางเผ่าพันธุ์ภายในท้องทะเลเหล่านี้ก็ได้มีแค้นชิงชังอยู่แล้ว การพบกันในครั้งนี้ ย่อมต้องก่อให้เกิดฉากฆ่าฟันกันได้

 

นอกเสียจากบริเวณในที่แห่งนี้ สิ่งมีชีวิตไม่น้อยที่อยู่ท่ามกลางทะเลก็ได้รวมตัวเข้ากับกลุ่มยอดฝีมือที่มาจากด้านนอก

   

ยอดฝีมือที่มาจากด้านนอกไม่ว่าก่อนหน้านี้จะมีความสัมพันธ์กันเช่นไรก็ตามที ในตอนนี้ต่างก็จำเป็นต้องร่วมมือกัน หากว่าอยู่อย่างโดดเดี่ยว สถานการณ์ต่อไปคงย่ำแย่สุดยั้งคาด

 

รังสีแห่งความตายของพลังเทพมารในร่างของเยี่ยจงไปแผ่ออกมา สิ่งมีชีวิตท่ามกลางทะเลเหล่านี้ต่างก็ราวกับหวาดเกรงพลังรังสีเหล่านี้อยู่หลายส่วน จึงไม่มีผู้ใดมารบกวนเขา กลับทำให้เขาราวกับกำลังชมการแสดงอยู่ก็มิปาน จ้องมองอยู่ทางด้านข้างอย่างเงียบสงบ

 

เมื่อเป็นเช่นนี้ เวลาก็ได้ล่วงเลยไปแล้วทั้งหมดเจ็ดวัน ทั่วทั้งชายหาดทะเลในตอนนี้ต่างก็ได้ลอยล่องไปด้วยซากศพ สิ่งมีชีวิตที่ได้มาถึงยังสถานที่แห่งนี้เรียกได้ว่าได้ทิ้งร่างไปแล้วเกือบครึ่งในที่แห่งนี้ สามารถกล่าวได้ว่าเกลื่อนกรานไปด้วยซากศพ แต่ว่าถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ ก็ยังไร้หนทางที่จะเข้าใกล้บ่วงมายาโลหิตได้

 

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้แล้ว ความจริงผู้นำของกลุ่มของเหล่ายอดฝีมือต่างก็ได้หยุดมือลง ผู้คนทั้งหมดต่างก็เผยให้ถึงสีหน้าอันความตระหนก หากว่าทุกผู้คนต่างก็ห้ำหันกันเอง ท้ายที่สุดถ้าโชคชะตามายาโลหิตไม่เปิดขึ้นมาแล้วละก็ เช่นนั้นก็คงจะเป็นเรื่องที่น่าหัวเราะเยอะที่สุดแล้ว

 

“ ฮึม “

 

ในวันที่แปด ทันใดนั้นเอง บ่วงมายาโลหิตก็ได้แผ่กระจายรังสีอันน่าหวาดกลัวชนิดหนึ่งออกมาอีกครั้ง อีกทั้งในครั้งนี้ บ่วงมายาโลหิตที่ความจริงแล้วดูเล็กอย่างถึงที่สุด ทันใดนั้นเองไม่ทราบว่าได้ขยายใหญ่ขึ้นมาไม่รู้กี่เท่าแล้ว นี้เป็นสิ่งที่มองดูแล้วขัดความรู้สึกความเป็นจริงเป็นอย่างมาก จนทำให้เหล่ายอดฝีมือที่คอยจดจ้องบ่วงมายาโลหิตไม่น้อยต้องสั่นเทาขึ้นมาเบาๆ แล้วก็ได้กระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงที่เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงของฉากเบื้องหน้าสายตานี้ ได้ทำให้ผู้คนต่างก็ตื่นตกใจ

 

“ ซวบ “

 

หลังจากที่ผ่านไปเนิ่นนาน ในที่สุดก็มีคนที่อดใจเอาไว้ไม่อยู่ ขยับกายคราหนึ่ง แล้วก็ได้หายวับออกไปในทันที

 

ในครั้งนี้ ร่างกายของเขาก็ได้โพยพุ่งออกไปชนเข้ากับผนังไร้สภาพ แล้วก็ได้ร่วงลงสู่บริเวณหลุมลึกใกล้เคียงของบ่วงมายาโลหิต และในตอนนี้ ก็ได้พบเห็นกับหินโบราณชิ้นหนึ่งปรากฏอยู่บริเวณใต้เท้าของเขา ราวกับว่าการมีอยู่ของหินก้อนนี้ เพียงแค่ในช่วงเวลาที่มีคนย่างกรายเข้าไป มันถึงได้ตื่นขึ้นมาก็มิปาน

 

“ ซวบซวบซวบ “

 

“ ไป “

 

ในขณะนั้นเอง ราวกับว่ายอดฝีมือทั้งหมดต่างก็บ้าคลั่ง หลังจากที่เกิดความเงียบและความลังเลในขณะหนึ่ง ร่างกายของผู้คนทั้งหมดต่างก็ได้พุ่งตัวออกไปในทันที จวบจนมาถึงบนหินก้อนหนึ่ง จากนั้นก็ได้เข้าไปทางด้านหน้าอย่างรวดเร็ว

 

หินก้อนนี้มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร ราวกับเป็นสิ่งที่ให้ผู้ที่เข้ามายังเกาะไว้ใช้ วินาทีนั้นกลุ่มยอดฝีมือมากมายนับไม่ถ้วน จึงมิได้รู้สึกถึงความแออัดแต่อย่างไร

 

ทว่าถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ ทันทีที่ได้ขึ้นด้านบนของหินก้อนนี้ ทั่วทั้งสี่ทิศก็ได้ปกคลุมไปด้วยรังสีฆ่าฟันนับไม่ถ้วน มียอดมือไม่น้อยที่ต่างก็เริ่มเข้าปะทะกัน เหลือทิ้งไว้แต่เพียงศพอยู่บนพื้น

 

“ การเปลี่ยนแปลงของบ่วงมายาโลหิตนี้ เกรงว่าน่าจะมีความเกี่ยวข้องก็ช่องว่างมิติ เป็นไปได้ว่า ความร้ายกาจของบรรพบุรุษสำนักมายาโลหิตช่างน่าหวาดกลัวเสียจริง ถึงกับสามารถทำได้ถึงขั้นนี้ สามารถควบคุมช่องว่างของกาลเวลาได้ หากว่าเป็นเช่นนี้ สำนักมายาโลหิตคงจะเป็นอะไรที่ยิ่งกว่าที่เล่าขานกันแล้ว ทว่า ........ “

 

เยี่ยจงครุ่นคิด แต่ก็ได้อดกลั่นเอาไว้ มิได้รีบร้อนลงมือออกไป เพียงแต่หยุดยืนอยู่บริเวณบนผิวน้ำทะเล จ้องมองไปบริเวณทางด้านหน้า

 

ตลอดการเดินทางมายังบ่วงมายาโลหิตถือได้ว่าเป็นวิกฤติที่หนักหนาสาหัสเลยทีเดียว แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีช่วงเวลาที่รู้สึกได้ถึงความปลอดภัย ในตอนนี้ถ้าหากเขาคิดที่จะผลีผลามลงไป ก็ถือได้ว่าอันตรายจนเกินไป

 

เพียงแต่ว่าหลังจากที่ผ่านไปแล้วหลายวัน ยอดฝีมือที่ถูกขุมกำลังส่วนหนึ่งของเผ่าพันธุ์สำนักและกลุ่มที่ส่งออกไป ก็ได้ส่งข่าวกลับมา เป็นที่แน่ชัดได้ว่าบริเวณทางด้านหน้ามิได้มีอันตรายอันใด

 

ในครั้งนี้ สิ่งมีชีวิตท่ามกลางท้องทะเลต่างก็อดทนไว้ไม่อยู่ ราวกับว่าทุกผู้คนที่ได้เข้าสู่บ่วงมายาโลหิตแล้ว หลังจากนั้น เหล่ายอดฝีมือที่มากจากภายนอกเหล่านั้นที่ความจริงนิ่งสงบอยู่เช่นเดียวกันกับเยี่ยจงในตอนแรก ก็ได้มีผู้คนไม่น้อยแสดงสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นไปสู่แท่นหิน

 

เยี่ยจงจ้องมองไปยังร่างกายที่กำลังเดินเข้ามาเหล่านี้ ด้วยสีหน้าที่แปลกใจ ผู้ที่สามารถที่จะปรากฏตัวในบริเวณสถานที่แห่งนี้ได้ โดยส่วนมากต่างก็เป็นคนที่มาจากเมืองกู่กวอ หรือไม่ก็เป็นยอดฝีมือที่มาจากหุบเขาไท่กู่หลิงซาน หรือไม่ก็เป็นเหล่าผู้ที่มาจากดินแดนที่มีชื่อเสียง

 

เมื่อมีขุมกำลังเช่นนี้อยู่ พลังฝีมือของพวกเขาจึงสามารถที่จะเรียกได้ว่าจัดอยู่ในขอบเขตที่น่าเกรงขามอย่างถึงที่สุดก็ว่าได้ ในเวลาเดียวกันประสบการณ์ในการต่อสู้ก็มากมายมหาศาล พลังจิตใจที่สามารถอดทนอดกลั้นได้ เช่นเดียวกันกับเหล่าขุนนางองค์ชายธรรมดาของรัฐต้าโจวหวังเฉา ที่เรียกได้ว่าไร้หนทางที่จะเข้ามายังที่แห่งนี้ได้ อย่างอื่นมิต้องกล่าวถึง เพียงแค่พลังฝีมือของพวกเขา แค่ได้มาถึงยังที่แห่งนี้ นอกเสียจากลั่วเฉิงและพวกที่ยังพอมีโชคอยู่บ้าง ที่ยังมีเยี่ยจงคอยชักนำเข้ามาตั้งแต่ด้านนอก หากเป็นองค์ชายอื่นๆถ้าต้องเข้ามายังทะเลมายาโลหิต เกรงว่าคงจะต้องติดอยู่ภายในก้นทะเลนับตั้งแต่แรกแล้ว

 

เมื่อได้พบพานกับเหล่ายอดอัจฉริยะผู้ที่ได้มาจากทางด้านนอกมากมายนับไม่ถ้วนมาถึงยังแท่นหินแห่งนี้ หลังจากนั้นเยี่ยจงก็ได้ครุ่นคิดใคร่ครวญอยู่นาน จนในที่สุดก็ได้โบกมือคราหนึ่ง แล้วก็ได้คลายพลังกระบี่ตราประทับลงมาจากร่าง จากนั้นเขาก็ได้ควบคุมชิ้นส่วนมายา แล้วร่างกายก็ได้หยุดลงอยู่บนแท่นหินในทันที

 

หลังจากที่ได้ย่างกรายอยู่ด้านบนบ่วงมายาโลหิต เยี่ยจงก็สัมผัสตรวจสอบได้อย่างชัดเจนว่า เหมือนกับมีพลังอันประหลาดชนิดหนึ่งกดทับอยู่บนร่างกายของเขา พลังชนิดนี้เป็นชนิดเดียวกันกับพลังที่อยู่ท่ามกลางสนามประลองเป็นตาย แต่เรียกได้ว่ามีพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า เกรงว่าไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีพลังฝีมือในระดับใดก็ตาม ยังไงก็คงจะต้องถูกจำกัดพลังให้อยู่ภายใต้พลังขั้นก่อเกิดทั้งเก้าขั้นเอาไว้

 

เห็นได้ชัดว่า ผู้บัญชาการในครั้งนี้ จะต้องมีความแข็งแกร่ง เป็นผู้ที่ฝึกปรือพลังอยู่ในจุดสูงสุดของพลังขั้นก่อเกิดทั้งเก้าขั้นจึงจะมีสิทธิ์เช่นนี้ และบุคคลเช่นนี้ หากว่าไม่ได้มีความเหมาะสมจริงแล้วละก็ สถานการณ์ต่อไปคงยากที่จะดูต่อไปได้แล้ว

 

และบริเวณด้านหน้าสายตา บ่วงมายาโลหิตในตอนนี้เรียกได้ว่าแทบจะมองไม่เห็นอีกขอบด้าน จนทำให้ผู้คนนั้นมองไม่ว่าทางด้านไหนแท้จริงคือทาด้านซ้ายขวากันแน่ เพียงแค่ข้อนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนตกใจได้แล้ว

 

เยี่ยจงเก็บชิ้นส่วนมายา ร่างกายยืนอยู่บนแท่นหิน รับรู้ได้ถึงกฎเกณฑ์อันประหลาดในตอนนี้

 

“ อะไรกัน ? เจ้ายังไม่ตายงั้นหรือ ? “

 

ทันใดนั้นเอง ก็ได้ก่อเกิดเสียงดังตกใจขึ้นมา รวมไปทั้งเหยียนหยูและพวกที่เคยร่วมมือกันมาก่อนหน้านี้อีกด้วย

.

.

.

.




NEKOPOST.NET