เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 21 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.21 - ชุมนุมการประมูล


ตอนที่ 021 ชุมนุมการประมูล

 

หลังจากที่ถูกซูหยี่ลากมา ทั้งสองก็เดินบนท้องถนนของเขตชิงซานอยู่หลายรอบ จนท้ายที่สุด ทั้งสองต่างก็ตัดสินใจสวมชุดคลุมดำทั้งตัว ซูหยี่รู้ดีอยู่แล้วว่าสถานที่อย่างเขตชิงซานเป็นสถานที่มีทั้งคนดีและคนเลวรวมตัวกันอยู่ ดังนั้นการปรากฏตัวของนางก็อาจนำเรื่องยุ่งยากตามมา ไม่อาจก่อให้เกิดผลดี


                “ ต่อจากนี้ท่านจะทำอะไรต่อ “ เยี่ยจงเอ่ยปากถาม หากซูหยี่ไม่มีแผนการแล้วละก็ เขาตัดสินใจว่าอาจจะไปทำธุระของตัวเขาเอง
 

“พวกเราไปชุมนุมการประมูลในเขตชิงซานดูกันก่อนดีกว่า สถานที่แห่งนั่นเปรียบเสมือนถ้ำเสือแดนมังกร อีกทั้งยังสามารถสืบหาข้อมูลข่าวสาร อย่างน้อยพวกเราก็สามารถเพิ่มความเข้าใจต่อสถานการณ์ได้ เหตุใดสถานการณ์ของอารามก่อฟ้าจึงเป็นเช่นนี้ “ ซูหยี่มองไปรอบด้านสำรวจโดยคร่าวๆรอบหนึ่ง พบเหล่าจอมยุทย์น้อยใหญ่มากมายเดินทางไปยังเขตชิงซาน หากดูจากนิสัยของซูหยี่ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะต้องตั้งใจอยู่หลายส่วน


                “ งั้นก็ไปดูกันเถอะ “ เยี่ยจงทราบดีว่า ชุมนุมการประมูลเหล่านี้ บางครั้งยังสามารถหาของที่ไม่เลวได้อีกด้วย ในเมื่อซูหยี่ตัดสินใจไปเรียบร้อยแล้ว เขาเองก็ไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธ

 

                ระหว่างทางก็ได้สอบถามข้อมูลมาซักครู่ จนกระทั่งทั้งสองได้มาถึงรอบนอกของศูนย์กลางของเขตชิงซาน มีลักษณะเป็นศาลาขนาดใหญ่ตกแต่งสวยงามอยู่ด้านหน้า ศาลาขนาดใหญ่ไม่ทราบว่าก่อสร้างมานานแค่ไหนแล้ว อีกทั้งยังมีส่วนที่เสียหายอยู่ไม่น้อย แต่ก็ยังถือว่าใหญ่โตอยู่พอตัว ดังนั้นการประมูลจึงได้จัดในสถานที่แห่งนี้

 

ถึงแม้การประมูลครั้งนี้ก็ไม่จัดอยู่ในระดับที่สูง แต่ราคาขั้นต่ำน่าจะอยู่ที่ประมาณห้าร้อยหินวิญญาณ จากนั้นทั้งสองก็เข้าไปด้านในตัวศาลา

 

                ศาลาเก่าที่ถูกจัดจนสวยงามแห่งนี้ รอบด้านสามารถถ่ายเทอากาศได้อย่างสะดวก ดังนั้นตัวอาคารด้านในจึงอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ อีกทั้งด้านในยังมีคนนั่งอยู่แล้วไม่น้อย เป็นที่ชัดเจนว่า มีคนไม่น้อยที่กำลังรอการประมูลเริ่มขึ้น

 

จากการนำของซูหยี่ ทั้งสองได้มายังด้านหน้าที่มีที่นั่งเรียงราย สายตาได้บรรจบมายังที่นั่งแถวหน้าสุด โดยส่วนมาก ที่นั่งเหล่านี้จะมีไว้ให้เหล่าพวกที่มีสถานะและมีกำลังในการประมูลนั่งเท่านั้น


                แน่นอนว่า หากนับฐานะของเยี่ยจงและซูหยี่ที่เป็นถึงศิษย์สายในของลัทธิแห่งดวงดาว หากต้องการที่จะนั่งในที่นั่งเช่นนี้ก็ไม่นับว่าเป็นปัญหาอันใด เพียงแต่ว่าทั้งสองต้องการที่จะปกปิดฐานะของตน จึงไม่อยากให้เวลานี้เกิดเรื่องที่ไม่พึงประสงค์ขึ้น


                หลังจากที่กวาดสายตามองไปยังเหล่าผู้ที่นั่งอยู่แถวหน้ารอบหนึ่ง เยี่ยจงก็หยักไหล่ไปมา กล่าวว่า “ ศิษย์พี่หญิงซูหยี่รู้จักผู้คนมากมาย พอจะนึกออกไหมว่าเหล่าคนที่นั่งอยู่แถวหน้าคือผู้ใดกัน “


                ซูหยี่คิดไม่ถึงว่าเยี่ยจงที่มีฝีมือยอดเยี่ยมขนาดนี้ แต่กลับไม่ทราบเรื่องราววงในภายในราชวงศ์โจวมากนัก จากนั้นนางก็หันไปสำรวจรอบหนึ่ง นางก็หันมองยังบุคคลที่อยู่ใกล้ที่สุดระหว่างทั้งสองที่นั่งอยู่แถวแรก ที่ตรงนั้น นั่งไว้ด้วยชายหนุ่มที่สวมชุดฝึกยุทย์สีขาวนั่งพิงอยู่บนเก้าอี้ สายตาของเขานั้นจับจ้องไปยังการประมูลที่ยู่ด้านหน้า ราวกับกำลังรอบางสิ่งบ้างอย่างอยู่


                “ คนผู้นั้นน่าจะเป็นคนของหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ ซ่งเซ่าเฉินแห่งตระกูลซ่ง กล่าวได้ว่าเป็นผู้เยาว์อันดับหนึ่งของตระกูลซ่งนั้นเอง อีกทั้งเขาเองก็เป็นศิษย์ของลัทธิแห่งดวงดาวเช่นเดียวกัน แต่ทว่าคนผู้นี้กับข้าไม่ค่อยจะลงรอยกันซักเท่าไหร่ “ หลังจากที่ซูหยี่มองไปทางชายหนุ่มสวมชุดฝึกยุทธ์สีขาว ก็ส่ายหัวแล้วกล่าว


“ ซ่งเซ้าเฉิน? ไม่เคยได้ยินมาก่อน “ เยี่ยจงส่ายหัวไปมา นามของคนผู้นี่ยังไงก็เป็นครั้งแรกที่ได้ยิน


                “ ก็คือ ในตอนที่เขาอยู่ที่รัฐเยียน ก็เหมือนกับยอดฝีมือผู้เยาว์อันดับหนึ่งแห่งตระกูลเยี่ย เยี่ยยี่ฟง เช่นเดียวกัน …… “ พอกล่าวถึงตรงนี้ ซูหยี่ก็รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง นางพึ่งนึกขึ้นได้ ถึงแม้จะเป็นยอดฝีมือผู้เยาว์อันดับหนึ่งแห่งตระกูลเยี่ยอย่างเยี่ยยี่ฟง ก็ยังถูกเยี่ยจงสยบจนพ่ายแพ้ภายในสามกระบวนท่า “


                “ งั้นหรือ “ หลังจากที่เยี่ยจงมองตามไปยังบุคคลนั้น ก็ได้กล่าวต่อ “ ลมปราณขั้นก่อเกิดขั้นที่สี่ แน่นอนอยู่แล้วที่จะไม่ธรรมดา “


                หลังจากฟังเยี่ยจงกล่าวจบ ก็ยิ่งทำให้ซูหยี่ประหลาดใจมากขึ้น ถึงแม้นางจะทราบระดับฝีมือของซ่งเซ้าเฉินก็ตาม แต่ก็เพราะว่าต่างก็เป็นศิษย์สายในของลัทธิแห่งดวงดาว ต่างฝ่ายต่างก็รับรู้พลังฝีมืออยู่หลายส่วน ทว่าเยี่ยจงมิเพียงแค่พบกับซ่งเซ้าเฉินเป็นครั้งแรกเท่านั้น แต่ยังสามารถทราบถึงพลังฝีมือว่าอยู่ในระดับใด ทำให้ซูหยี่รู้สึกว่า ตามความเข้าใจที่ตนมีต่อเยี่ยจงในไม่กี่ส่วนนี้ ยังมีบางอย่างที่นางเองก็ยังมองไม่ออกอยู่


                เยี่ยจงนั้นไม่อาจทราบความคิดอันแปลกประหลาดของซูหยี่ซักเท่าไหร่ แต่ถึงแม้จะทราบ เขาก็ไม่คิดที่จะสนใจ หลังจากที่มองไปยังซ่งเซ้าเฉิน เขาก็ขมวดคิ้ว ถึงแม้เยี่ยจงจะมีพลังลมปราณอยู่แค่ขั้นก่อเกิดขั้นที่สาม แต่ถ้านำไปเทียบกับพลังลมปราณในระดับเดียวกันแล้วละก็ ก็เหมือนก็นำไก่มาปล่อยไว้ในกรงสุนัข เป็นอะไรที่ค่อนข้างไม่น่าดูนักหรอก ทว่าหากเป็นพลังระดับขั้นก่อเกิดขั้นที่สี่นั้นก็มิใช่แล้ว


                อีกทั้งบุคคลที่ฝึกฝนลมปราณจนถึงขั้นก่อเกิดขั้นที่สี่นั้น ร่างกายเลือดลมนั้นก็จัดว่าไม่ธรรมดา แต่ก็ใช่ว่าเยี่ยจงจะเกรงกลัว แต่เขาก็ไม่ถึงกับไม่ยอมรับ หากต้องการสยบเจ้าเด็กน้อยที่พลังลมปราณอยู่ในขั้นก่อเกิดขั้นที่สี่แล้วละก็ คงจะต้องสูญเสียพลังกายและกำลังภายในอยู่ไม่น้อย


                “ คิดไม่ถึงว่าหรงเทียนก็มาด้วย “ ซูหยี่มองไปยังบุคคลถัดจากซ่งเซ้าเฉิน หยุดไปยังคนอีกผู้หนึ่ง ก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาด้วยความตกใจ


                “ พลังลมปราณขั้นก่อเกิดขั้นที่ห้า *กรุยเส้นลมปราณ “ หลังจากที่สายตาของซูหยี่มองไปทางด้านนั้น เยี่ยจงก็ค่อยๆมองตามอย่างช้าๆ เป็นครั้งแรกที่สีหน้าเปลี่ยนเป็นตั้งอกตั้งใจ หากนับว่าผู้ฝึกพลังลมปราณขั้นก่อเกิดขั้นที่สี่จัดว่ายุ่งยากแล้วละก็ ถ้าต้องนับยอดฝีมือที่มีพลังลมปราณขั้นก่อเกิดขั้นที่ห้าเข้าไปด้วยอีก แน่นอนว่าเยี่ยจงนั้นยิ่งมิใช่คู่ต่อสู้ได้อย่างแน่นอน ถ้าหากต้องปะทะด้วยแล้วละก็ ขอเพียงแค่สามารถหลบหนีได้โดยไม่สูญเสียเลือดเนื้อก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว


                “ คนผู้นี้ก็เป็นคนของลัทธิแห่งดวงดาวเช่นกันหรือ ? “ เยี่ยจงมองไปยังชายที่สวมชุดสีเขียว สีหน้าดูหนักแน่น ที่นั่งซุบซิบกันอยู่ด้านข้างหรงเทียน จากนั้นขมวดคิ้วถาม


                “ ใช่แล้ว อีกทั้งยังเป็นศิษย์สายในของลัทธิแห่งดวงดาวอีกด้วย คิดไม่ถึงว่า บุคคลทั้งสองของลัทธิแห่งดวงดาวของพวกเราก็มาด้วย ดูเหมือนว่า แรงดึงดูดผู้คนของอารามก่อฟ้านั้นก็ชั่งไม่ธรรมดาจริงๆ “ จากนั้นซูหยี่ก็ได้ขมวดคิ้วตอบ ถึงแม้นางจะอยากหาคนในสำนักเดียวมาร่วมมือด้วย แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไร ทั้งสองคนก็ดูไม่เหมาะที่จะร่วมมือด้วยอยู่ดี


                “ นอกจากสองคนนี้แล้ว ยังมีใครที่ดูเหมือนสร้างความน่ารำคาญได้อยู่อีกหรือไหม “ เยี่ยจงสูดลมหายใจเข้า กล่าวถามต่อ ดูเหมือนว่าตนนั้นจะดูแคลนเหล่าผู้มีพรสวรรคแห่งราชวงศ์โจวเกินไป ถึงแม้ภายในราชวงศ์โจวจะมีคนที่มีฝีมือน้อย แต่ว่าผู้มีพรสวรรคอย่างแท้จริงก็มีเกินความคาดหมายของเขาเหมือนกัน ในตอนนี้ ตนคงต้องเร่งหาไม้วิญญาณม่วงให้ได้ เพื่อที่จะพัฒนาพลังฝีมือต่อไป ไม่อย่างนั้นไม่ช้าก็เร็วคงได้พบกับเรื่องที่น่าปวดหัวอยู่ไม่น้อย


                “ นอกเหนือจากทั้งสองคน ก็ยังมีบุคคลที่สามารถสร้างความน่ารำคาญได้ไม่น้อยอีก อย่างเช่น หนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ โอวหยางจ้าวแห่งตระกูลโอวหยาง ถึงแม้จะมิใช่ยอดฝีมือในสำนักของพวกเรา แต่ก็เป็นบุคคลที่สร้างความน่ารำคาญได้ไม่น้อย …… “


“ นอกเหนือจากนี้ยังมีอีกคน ก็คือนายน้อยแห่งโรงฝึกยุทย์ชิหวิน ( 赤云 เมฆาโลหิต ) หนิงหยู “


“ ยังมี …… “


                จากที่ฟังซูหยี่แนะนำมา เยี่ยจงก็ทราบได้ว่า เรื่องราวก็มิได้แตกต่างจากที่คาดเดาไว้มากนัก อีกทั้งเหล่ายอดฝีมือน้อยใหญ่แห่งราชวงศ์โจวนี้ ส่วนมากก็เพียงแค่ส่งคนออกมา อีกทั้ง หากเยี่ยจงคาดไม่ผิดละก็ แผนที่ในมือของคนเหล่านี้ต่างก็คงเหมือนกับของซูหยี่ แต่ก็มิอาจทราบได้ว่า ตัวแผนที่ได้มีการคัดลอกออกมาได้อย่างไร เหมือนกับมีคนจงใจคัดลอกออกมาเพื่อเผยแพร่ยังไงอย่างงั้น


                หลังจากเห็นฉากตรงหน้า ก็ทำให้ซูหยี่ตกอยู่ในอาการไม่รู้จะกล่าวกระไรต่อ คิดไม่ถึงว่าจะมีคนรับภารกิจขั้นสูงอย่างภารกิจอารามก่อฟ้ามากถึงขนาดนี้ หลังจากที่เห็นเหล่าผู้คนที่อาจสร้างความรำคาญให้ก็เข้าใจเป็นอย่างดี หากต้องการที่จะทำภารกิจสำเร็จแล้วละก็ ก็อาจจะเกิดความยากเย็นในแบบที่คาดไม่ถึง


                เยี่ยจงได้สำรวจรอบข้างอยู่รอบหนึ่ง หลังจากนั้น สายตาของเขาได้ก็ได้หลบเลี่ยงอย่างช้าๆ เหล่ายอดฝีมือที่มาจากราชวงศ์โจวเหล่านี้ ถึงแม้การประมูลจะไม่ถือว่าเป็นงานระดับสูง แต่เกรงว่าคงต้องมีของสิ่งใดที่ดึงดูดผู้คนมาเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้อย่างแน่นอน อีกทั้ง ของสิ่งนี้คงจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับอารามก่อฟ้าอย่างแน่นอน


                “ น่าสนใจดีนิ …… “


                หลังจากเยี่ยจงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก็ได้ยิ้มออกมา การชุมนุมอย่างมิได้นัดหมายแบบนี้ให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยแก่เขา เมื่อชาติที่แล้ว เขาเคยเข้าร่วมการชุมนุมลักษณะนี้มานับครั้งไม่ถ้วน เขาก็ยังถือว่าเป็นยอดฝีมือในแขนงนี้ได้ด้วยเช่นกัน อีกทั้งจากที่เขาคาดเดา ตำราอารามก่อฟ้านี้ ไม่แน่ว่าตนในชาตินี้อาจได้ทดลองฝึกดูก็เป็นได้


                ซูหยี่ถึงแม้จะคาดเดาได้จากลักษณะนิสัยเหล่านี้ ทว่า ในสายตาที่มองมาของนางก็ได้ให้ความยกย่องอยู่หลายส่วนแล้ว หากมองแบบคนทั่วไป ที่มีต่อการประมูลในครั้งนี้ หากมีสิ่งของที่มีคุณค่าออกมาแล้วละก็ เกรงว่าเรื่องราวคงจะไม่ธรรมดาแล้ว


                “ ตึง—— ”

 

                ในระหว่างที่อยู่ในความเงียบอยู่นั้นเอง จากนั้น ก็ได้ยินเสียงดังกังวานราวกับระฆังดังออกมาจากใจกลางการประมูล ทำให้มีคนไม่น้อยให้ความสนใจโดยพร้อมกัน ทำให้พวกเขาทราบได้โดยทันทีว่า การประมูลได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

 

                ผู้คนในที่แห่งนี้ เกือบทั้งหมดก็เพื่อค้นหาอารามก่อฟ้าโดยทั้งสิ้น ในสายตาของคนเหล่านี้ โดยปกติคงไม่มองงานประมูลเยี่ยงนี้อยู่ในสายตา ทว่า มีข่าวลือได้แพร่ออกมาว่างานประมูลครั้งนี้จะมีสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับอารามก่อฟ้าออกมาประมูล ทำให้ดึงความสนใจของคนได้มากมายขนาดนี้
 

                หลังเสียงทุบอันดังก้องหยุดลง ก็พบว่ามีคนไม่น้อยมองไปยังจุดเดียวกัน ที่ตรงนั้นก็คือแท่นการประมูลที่ดูเก่าแก่ พบกับชายแก่รูปร่างผอมผู้หนึ่งยืนอยู่ ยิ้มออกมาเล็กน้อยตรงบริเวณบนแท่นการประมูล สายตาของเขากวาดสำรวจโดยรอบ จากนั้นก็กล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา “ โอ้ สหายผู้มีเกียรติทุกท่าน ข้าน้อยคือคนแห่งตระกูลม่อแห่งเขตชิงซาน หรืออีกอย่างก็คือเจ้าภาพงานประมูลในครั้งนี้ ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาด้วยงานด้วย “

                ตระกูลม่อแห่งเขตชิงซาน ก็คือกลุ่มผู้นำในเขตชิงซานนี้ หรือกล่าวได้อีกว่าที่เขตชิงซานมีความเจริญได้ขนาดนี้ก็เพราะกลุ่มคนเหล่านี้เป็นผู้ผลักดัน ในที่สุดเยี่ยจงและพวกก็เริ่มที่จะเข้าใจขึ้นมาเล็กน้อย กลุ่มคนที่ถูกเยี่ยจงจัดการอยู่บริเวณประตูทางเข้าเมือง อย่างน้อยแปดส่วนก็คงเป็นคนของตระกูลม่อ

                “ วันนี้ที่ทุกท่านมาจนถึงการชุมนุมนี้ จุดมุ่งหมายคือสิ่งใด พวกเราก็เข้าใจดี พวกเราเหล่ายอดฝีมือตระกูลม่อ ต่างก็ไม่กระทำเรื่องไรยางอายต่อทุกท่านแน่นอน ดังนั้น พวกเรามาเริ่มกันเถอะ “

 

                ในระหว่างที่กล่าวชายแก่ก็ได้โบกมือคราหนึ่ง จากนั้นก็มีคนลากหีบไม้ใบหนึ่งที่อยู่บนรถเข็นออกมายังแท่นการประมูล อีกทั้งรถเข็นคันเล็กนั้นยังได้คลุมไว้ด้วยผ้าอยู่ชั้นหนึ่ง มีคนไม่น้อยที่มองไปยังแท่นการประมูล ด้วยสายตาร้อนผ่าว




NEKOPOST.NET