เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 207 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.207 - อันตรายท่ามกลางท้องทะเล


ตอนที่ 207 อันตรายท่ามกลางท้องทะเล

ในตอนที่สิ้นเสียง หลังจากนั้นในตอนนี้ต่างก็ได้สบตากันแล้ว เด็กหนุ่มผมสีทองก็ได้โบกมือคราหนึ่ง แล้วก็ได้พบกับกลุ่มประกายแสงสีขาวสาดออกมา จนกลายเป็นคล้ายดั่งพายุ ที่ภายในมีเรือกระดูกสีขาวลำหนึ่งที่มีขนาดเท่าภูเขาลูกเล็กๆ เรือกระดูกได้แผ่กระจายพลังออกมาอย่างลึกล้ำ เห็นได้ชัดว่า สิ่งนี้ถือเป็นสมบัติปราณที่ไม่เลวเลยชิ้นหนึ่ง

“ วัตถุสิ่งนี้ถือได้ว่าเป็นสมบัติปราณที่พวกเราใช้ไว้ข้ามพ้นทะเลมายาโลหิตนี้ อีกทั้งยังต้องใช้ผู้มีพลังฝีมือในขั้นก่อเกิดระดับที่แปดขึ้นไปทั้งหมดเก้าคนเพื่อควบคุม จึงจะสามารถขยับควบคุมเรือกระดูกลำนี้ได้ จากที่ดูในตอนนี้แล้ว จำนวนคนก็ถือว่าครบแล้ว หวังว่าทุกท่านจะสามารถร่วมมือกันได้ “ เด็กหนุ่มผมทองหลังหันศีรษะกลับมาแล้วกล่าวเสียงทุ่มต่ำ แล้วก็ได้โบกมือคราหนึ่ง นำร่างลอยไปบนเรือกระดูก หลังจากนั้นผู้คนหลายคนก็ได้ติดตามขึ้นไป ต่างก็ได้แบ่งกันประจำตำแหน่งในแต่ละส่วน

เรือลำนี้มีขนาดใหญ่โตคล้ายเรือรบ บนลำตัวเรือประกอบไปด้วยเกราะเหล็กกล้า อีกทั้งยังมีค่ายกลลักษณะเก่าแก่ขนาดใหญ่อยู่จุดหนึ่ง บริเวณของค่ายกลได้แบ่งออกมาเป็นจุดควบคุมจุดสำคัญทั้งหมดเก้าจุด อีกทั้งยังต้องการคนค่อยควบคุมอีกด้วย

เยี่ยจงและพวกหลังจากที่ขึ้นเรือกันแล้ว ก็ได้เลือกที่นั่งบริเวณหัวมุมหนึ่ง ลั่วเฉิงและพวกรวมสี่คนก็ได้มานั่งลงบริเวณใกล้เคียง ส่วนเยี่ยจงนั้นก็ได้ยืนอยู่บนจุดควบคุม รวมไปทั้งคนอื่นๆเพื่อคอยควบคุมค่ายกลนี้

นอกเสียจากเยี่ยจงแล้ว เด็กหนุ่มเผ่าปีกที่ได้นำทางมาตั้งแต่แรก เด็กหนุ่มผมทอง เด็กหนุ่มผมเงิน เด็กสาวใบหน้าเย็นชา รวมไปทั้งเสวี่ยซินต่างก็นั่งประจำที่ภายในค่ายกล

เพียงแต่ว่าหลังจากที่เยี่ยจงได้สาดประกายดวงตาเล็กน้อย ก็มองออกว่าพลังฝีมือของเสวี่ยซินผู้นี้สมควรอยู่แค่ระดับที่เจ็ด และภายในกายของเขาสมควรที่จะมีสมบัติปราณบางอย่างอยู่ จึงได้ทำให้พลังฝีมือปะทุขึ้น

นอกเสียจากผู้คนหลายคนนี้แล้ว ที่เหลืออีกสามคนก็ได้เลือกนั่งประจำที่ มีอยู่สองคนที่เป็นเด็กสาว คนหนึ่งสวมไว้ด้วยชุดรัดรูปคลุมไปทั้งร่างกาย จนทำให้ผู้คนมองไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริง ทางด้านของอีกคนหนึ่งที่ร่างกายเป็นประกาย ก็พบว่าเยี่ยจงได้กวาดสายตามองเข้ามา นางก็ได้ส่งสายตาหยาดเยิ้มออกไป และในส่วนของพื้นที่ของคนสุดท้าย เป็นชายหนุ่มที่มีใบหน้ากล้าหาญ บนศีรษะของเขาได้สวมไว้ด้วยมงกุฎสีเขียวเข้ม เป็นที่ชัดเจนว่าเขาต้องเป็นผู้มีปราณแต่กำเนิดแห่งไท่กู่หลิงซานนั้นเอง

หลังจากที่คนเหล่านี้ได้แบ่งหน้าที่คอยดูแลควบคุมค่ายกลกันแล้ว ต่างก็มิได้มีการแนะนำตัวเองออกมาเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่คอยควบคุมพลังภายในร่างกายของตนเอง เพื่อเพิ่มพลังในการควบคุมสู่ใต้เท้าเพื่อควบคุมค่ายกลนี้

“ กึง “

ผู้คนทั้งเก้าคนก็ได้ลงมือออกมาในเวลาเดียวกัน วินาทีนั้นก็ได้สัมผัสได้ว่าบนตัวของเรือกระดูกได้มีการสั่นไหวไปมา จากนั้นก็ได้เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นมา มุ่งหน้าออกไปสู่ส่วนลึกทะเลมายาโลหิต

เรือลำนี้สมควรเป็นสมบัติปราณที่ชายหนุ่มผมทองได้ครอบครอบเมื่อได้มาถึงยังหุบเขามายาโลหิต ราวกับเป็นสิ่งที่ใช้โดยเฉพาะสำหรับทะเลสายนี้ ดังนั้นตลอดการเดินทางจึงนับได้ว่ารวดเร็วอย่างยิ่ง เพียงแต่ว่าแค่ช่วงเวลาพริบตาเดียวก็ได้เข้ามาสู่ส่วนลึกของทะเลมายาโลหิตนับร้อยกว่าลี้แล้ว โลหิตทั่วทั้งสี่ด้านได้พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่ก็มีผลต่อเรือเลยแม้แต่น้อย

หลังจากที่ได้ผ่านไปเช่นนี้ไปด้วยเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนอย่างเงียบสงบเช่นนี้ เรือกระดูกก็ได้พุ่งผ่านเส้นทางสายนี้ไปนับพันลี้แล้ว อีกทั้งบริเวณที่เป็นจุดหมายปลายทาง ก็ได้มีแต่เพียงทะเลสีเลือดเพียงสายเดียว เมื่อมองดูแล้วก็ได้ทำให้รู้สึกหนาวเย็นไปจนถึงกระดูกสันหลัง

“ ตูม บรึม “

ในเวลานั้นเอง ในตอนแรกที่มีแต่เพียงความเงียบสงบบนเรือเก่าแก่ก็ได้เกิดการสั่นไหวอย่างกะทันหันเล็กน้อย การสั่นไหวได้ครอบคลุมไปทั่วทั้งเรือกระดูก จนเรือทียบจะพลิกคว่ำ

“ เกิดอะไรขึ้นกัน ? “

เด็กหนุ่มเผ่าปีกเป็นคนแรกที่กระโดดขึ้นมา มองออกไปทางด้านบริเวณด้านนอกเรือโบราณ

“ นี่เป็นเรือปราณโดยสารของสำนักมายาโลหิต จะเกิดเรื่องขึ้นได้อย่างไรกัน ? “

เด็กหนุ่มผมทองส่งเสียงดังทุ่มต่ำออกมา ก่อนที่จะเข้าสู่สถานที่แห่งนี้นับพันลี้ก็มีคำบอกกล่าวว่าเรือลำนี้เป็นเรือเฉพาะกิจที่มีความพิเศษ ในตอนนี้ถึงกับยังสามารถเกิดเรื่องขึ้นได้

“ ซวบ ซวบ ซวบ “

ทันใดนั้นในขณะนั้นเอง ร่างของผู้คนจำนวนมากก็ได้รวมตัวกันอยู่บริเวณอีดฝั่งของเรือ จากนั่นก็ได้มองลอดออกมาไป

เมื่อพบเห็นสิ่งที่อยู่ท่ามกลางทะเลโลหิต ก็ได้มีบางอย่างที่ดูคล้ายกับมือขนาดใหญ่ยื่นออกมา เป็นที่ชัดเจนว่ามีเพียงมันเท่านั้นที่กระแทกเข้าใส่เรือโบราณเช่นนี้

“ ตูม บรึม “

ทันใดนั้นต่อมา ประกายแสงสีแดงขนาดใหญ่ก็ได้แปรเป็นมือกระจายตัวกันออกมา แล้วก็ได้เข้ากระแทกเรือกระดูกจนมิอาจที่จะคงความมั่นคงได้ จนถึงกับเกือบที่จะเกิดรอยแตกขึ้น

“ โครม “

ผู้คนภายในเรือกระดูกราวกับถูกสายฟ้าช็อตเข้าใส่ กระอักโลหิตออกมาได้เพียงครึ่งคำ ร่างกายก็ได้แตกกระจายออกเป็นปุ๋ยผง

“ ลงมือพร้อมกัน “ สีหน้าของเด็กหนุ่มผมทองก็ได้เปลี่ยนไปอย่างมาก และก็ได้ว่าเขาได้กำมือทั้งสองข้าง จากนั้นก็ได้ถ้วยสีทองปรากฏอยู่บริเวณทางด้านหน้า ทันทีนั้นถ้วยสีทองก็ได้ทอแสงสีทองขึ้นมา แล้วก็ได้ประทับอยู่ด้านบนตัวเรือกระดูก ทันใดนั้นก็ได้ทำให้เรือลำนี้ราวกับว่ามีความมั่นคงภูเขาไท่ซาน อีกทั้งประกายแสงสีทองที่ประทับอยู่ก็ได้รองรับการโจมตีทุกรูปแบบ

“ นี้เป็นเรือกระดูกโดยสารของสำนักมายาโลหิต เจ้าเป็นผู้ใดกัน เหตุใดจึงต้องมาโจมตีข้ากัน " ร่างกายของเด็กหนุ่มเผ่าปีกก็ได้ปรากฏขึ้นท่ามกลางอากาศ เขาจ้องเขม็งสะบัดมืออกไป แล้งก็ได้มีเสียงกระดิ่งดังขึ้นมา

“ เหอะเหอะเหอะ สำนักมายาโลหิต สำนักมายาโลหิตไม่รู้ว่าสูญสลายไปไม่รู้กี่แล้ว เรือปราณโดยสารของพวกมัน แล้วก็มิได้เกี่ยวข้องกับข้ามมาตั้งแต่อยู่แล้ว ทว่าในเมื่อพวกเจ้าต้องกลายเป็นอาหารของทะเลโลหิต งั้นก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจแล้ว

ท่ามกลางทะเลโลหิตก็ได้มีเสียงหัวเราะออกมาจากทางด้านข้าง จากนั้นก็ได้พบกับมือเล็กๆคล้ายแมลงแผ่กระจายออกมาทั้งเจ็ดสาย ในเวลาเดียวกันก็ได้เข้าปะทะกับประกายแสงสีทองบนตัวเรือโบราณเข้าไป

“ ฮูม “

ทันใดนั้นเด็กสาวใบหน้าเย็นชาก็ได้ลงมือออกมา แล้วก็พบว่าในมือของนางมีกระจกอยู่หน้าหนึ่ง ทันใดนั้นก็ได้ปรากฏแสงสว่างสีเขียวออกมา จนกลายเป็นแสงที่สั่นไหวไปมาได้ เพียงแต่ว่าทันใดนั้น ถึงแม้จะทำให้เหล่ามือสังหารชั้นสวะลดทอนไปเกือบครึ่ง วินาทีนั้นเอง สายน้ำดั่งโลหิตก็ได้ไหลขึ้นสู่ฟ้า

“ อา “

เสียงร้องอันเจ็บปวดได้ดังขึ้นมาจากส่วนลึกของทะเลโลหิต ทันใดนั้นทะเลโลหิตก็ได้ม้วนขึ้น แมลงเท่าฝ่ามือที่เหลือก็ได้เคลื่อนไหวเป็นสาย แล้วก็กลับลงสู่ท่ามกลางทะเล

“ โง่เขลา เจ้าพวกปราณกำเนิดอันโง่เขลาเหล่านี้ ถึงกับเข้าสู่ดินแดนทะเลมายาโลหิต พวกเจ้าจะต้องกลายเป็นอาหารของพวกข้า “ พลังปราณกำเนิดอันมหาศาลที่ได้ถูกใช้ออกมาก็ได้หายไป แต่ว่าก็ได้ส่งเสียงออกมาจากที่ห่างไกล

“ ดูเหมือนว่า คิดที่จะล่องทะเลมายาโลหิตอย่างปลอดภัย คงไม่ง่ายดายเช่นนั้นแน่ “ เด็กสาวใบหน้าเย็นชาได้หันหน้ากลับ แล้วก็กล่าว

“ แน่นอนว่า ต่อจากนี้เกรงว่าทุกท่านยังคงจะต้องร่วมมือกันต่อไป ถึงแม้ในตอยนี้พวกเราจะมิได้มีปัญหาแล้ว อีกทั้งมิอาจที่จะสูญเสียพลังโดยใช่เหตุได้ “ เด็กหนุ่มผมทองก็ได้ฝืนยิ้มออกมาเสียงหนึ่ง

“ ทุกๆคนก็มาลงมือควบคุมค่ายกลพร้อมกันเถอะ เพื่อเพิ่มความเร็วให้มากขึ้น “ เด็กหนุ่มเผ่าปีกเอ่ยขึ้นมา

ต่อมา ยอดฝีมือทั้งหมดบนเรือต่างก็กระจายตัวกันเป็นส่วนๆตามจุดต่างๆ วินาทีนั้นเรือกระดูกก็ได้เคลื่อนที่เรือขึ้นไปอีก เข้าสู่ส่วนลึกของทพเลมายาโลหิต

ตลอดการเดินทางมานี้ เรือกระดูกก็ได้พบเจอกับการโจมตีอยู่หลายครั้ง เพียงแต่ว่าคงเป็นเพราะมีระดับความเร็วที่สูง จึงสามารถหลบรอดการโจมตีได้อยู่หลายครา ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ ผู้คนบนเรือกระดูกต่างก็ต้องใช้พลังสมาธิเป็นอย่างมาก ต่อให้เป็นคนอย่างเช่นเยี่ยจงเองก็ยังต้องรู้สึกหลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมา ถึงแม้ว่าในเวลานี้จะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ แต่ก็ยังเรียกได้ว่ามีอยู่หลายส่วนที่ทำให้ผู้คนหวาดระแวงได้

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เรือโบราณกลับมิอาจที่จะลดความเร็วลงได้ ทว่ายังดีที่ผู้คนมากมายยังถือว่ายังมีดวงอยู่ ต่อจากนั้นสามวัน ก็มิได้พบเจอกับการโจมตีใดๆอีก ได้แต่เพียงให้เรือกระดูกลอยล่องอยู่ท่ามกลางท้องทะเลมายาโลหิตอย่างช้าๆ

ในช่วงเวลาเมื่อเข้าสู่วันที่สี่ ทันใดนั้น ทั่วทั้งผิวทะเลก็ได้ก่อเกิดความเคลื่อนไหวที่คล้ายกับคลื่นขึ้นสูงมาอย่างมิอาจหยุดหยั้ง จากนั้นก็ได้พบเจอกับมนุษย์เผ่าอสรพิษออกมาจากภายในทะเล พวกเขามีร่างท่อนบนคล้ายกับมนุษย์ ในมือถือได้ด้วยอาวุธ ใบหน้าแต่ละใบหน้าดูเรียบเนียน แต่ว่าในตอนนี้กลับปกคลุมไปด้วยรังสีฆ่าฟันอันเจ็บปวดอยู่

“ นี้มันเผ่าเผ่ามนุษย์อสรพิษ ให้ตายสิ ท่ามกลางทะเลมายาโลหิตนี้ ถึงกับมีคนของเผ่ามนุษย์อสรพิษด้วยงั้นหรือ ? “ เด็กหนุ่มผมเงินมองออกไปทางด้านหน้า ใบหน้าเย็นเยียบขึ้นมา

“ เผ่ามนุษย์อสรพิษเหล่านี้มีจำนวนมาก แต่กล่าวกันว่ามีร่างกายที่ไม่แก่ไม่ตาย ต่อให้พวกเราสามารถที่จะสังหารเหล่ามนุษย์อสรพิษเหล่านี้จำนวนมากได้ ภายหลังยังไม่รู้เลยว่าจะปรากฏตัวออกมาอีกมากแค่ไหน ดังนั้น คงได้แต่ฝ่าวงล้อมออกไปแล้ว “ เด็กสาวใบหน้าเย็นชาในตอนนี้ได้ทอประกายความเย็นเยียบออกมา นางขมวดคิ้วแล้วเอ่ยออกมา

“ แต่ว่า ต่อให้พวกเราทุกคนจะช่วยกันควบคุมเรือกระดูกลำนี้ร่วมกัน ก็ใช่ว่าจะสามารถที่จะฝ่าวงล้อมออกไปได้นะ “

“ ให้ครึ่งหนึ่งไปควบคุมเรือ พวกเราสี่คนจะลงมือด้วยกัน ตีผ่าวงล้อมออกไป “ เด็กหนุ่มผมทองชี้ไปทางด้านเด็กหนุ่มผมเงินและเด็กสาวใบหน้าเย็นชา หลังจากนั้นก็ได้ทอดสายตามองไปยังร่างของเยี่ยจง

เห็นได้ชัด ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้แล้ว เขาจำเป็นที่จะต้องเลือกผู้คนที่มีกำลังรบออกมาพวกที่จะได้ลงมือร่วมกัน ไม่เช่นนั้นแล้วละก็ มีความเป็นไปได้ที่ผู้คนมากมายจะต้องทอดร่างไว้ในที่แห่งนี้

เยี่ยจงค่อยๆตอบรับอย่างช้าๆ อีกทั้งยังเข้าใจถึงสถานการณ์ในตอนนี้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกัน ต่อมาเขาก็ได้ขยับแขนทั้งสองข้าง กระบี่คงหมิงและหอกอัสนีก็ได้ปรากฏขึ้นมาในเวลาเดียวกัน ลังจากนั้นก็ได้ค่อยๆเดินไปอีกด้านของเรือกระดูก มองออกไปทางด้านนอก

ทว่า ในตอนนี้ก็ได้มองออกไปเห็นว่าบนท้องทะเลมายาโลหิตอันวุ่นวายก็ได้ปรากฏมนุษย์อสรพิษขึ้นนับพันนับหมื่น ต่อให้เยี่ยจงมีความมั่นใจในตัวเอง ก็ยังต้องรู้สึกขนลุกขึ้นมาอยู่หลายส่วน จำนวนมนุษย์อสรพิษที่มากมายถึงเพียงนี้ คงมิอาจที่จะพึ่งพาคนเพียงไม่กี่คนถึงจะสามารถฆ่าสังหารเปิดทางออกไปได้

“ ราชาเผ่ามนุษย์อสรพิษมีคำสั่ง ให้มายับยั้งทุกท่านเอาไว้ ให้ถอยกลับไปภายในสามชั่วยาม มิเช่นนั้นก็สังหารให้สิ้น “ มีมนุษย์อสรพิษคำรามออกมาเสียงกึงก้องจากทางด้านหนึ่ง จนผิวทะเลเกิดความเคลื่อนไหวขึ้น

“ ขับเคลื่อนเรือกระดูก ลงมือพร้อมกัน “

เด็กหนุ่มผมสีทองส่งเสียงเชอะออกมา ขยับมือขึ้นคราหนึ่ง วินาทีนั้นเอง ก็ได้พบว่าเรือกระดูกได้เพิ่มความเร็วขึ้นพุ่งออกไปทางด้านหน้า บริเวณทางด้านหน้า ชายหนุ่มผมทองก็ได้นำถ้วยทองคำออกมา เด็กสาวใบหน้าเย็นชาก็ได้นำกระจกออกมา และเด็กหนุ่มผมเงินนั้นไม่ทราบว่าโผล่ขึ้นมาจากอีกทางด้านหนึ่งของกาบเรือกระดูก ความเคลื่อนไหวนี้ ก็ได้ก่อเกิดสายลมไร้ลักษณ์พุ่งออกไปคล้ายกับอาวุธ

ในเวลาเดียวกัน เยี่ยจงก็ได้ขับเคลื่อนพลังกระบี่หกสุสาน วินาทีนั้น หอกอัสนีกระบี่คงหมิงก็ได้เข้าปะทะออกไปพร้อมกัน

“ ตูม ตูม ตูม “

เผ่ามนุษย์อสรพิษเหล่านี้ถือได้ว่ามีความแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ได้เข้ามายังเรือกระดูกอย่างรวดเร็ว เยี่ยจงและพวกในตอนนี้ต่างก็มิอาจที่จะหยุดลงมือได้แม้แต่น้อย เข้าปะทะสังหารกับเผ่ามนุษย์อสรพิษเหล่านี้อย่างรวดเร็ว วินาทีนั้น โลหิตก็ได้สาดไปทั่วทั้งท้องฟ้า

ยังดีที่ยอดฝีมือเผ่ามนุษย์อสรพิษเหล่านี้ราวกับว่ายังมีขีดจำกัดอยู่บ้าง พวกเขาราวกับว่ามีพลังฝีมือเพียงแค่พลังขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ดเท่านั้น ถึงแม้จะมีจำนวนคนมากมาย แต่ว่าเมื่ออยู่ภายใต้การลงมือของเยี่ยจงและคนทั้งสาม ก็มิอาจที่จะทำอันใดเรือกระดูกได้

หลังจากที่ฆ่าสังหารพลางถอยพลางมาครึ่งวัน ในที่สุดเรือกระดูกก็ได้หลุดพ้นออกมาจนทิ้งกองทัพมนุษย์อสรพิษไว้ทางด้านหลัง ในขณะที่ได้จากท้องทะเลฟากนั้นมาแล้ว มนุษย์เผ่าอสรพิษเหล่านั้นก็ราวกับว่าได้พบเจอดาวอาฆาตก็มิปาน หลังจากนั้นก็ได้จากไป ได้แต่พกพาความอาฆาตเอาไว้

หลังจากนั้นไม่นาน เรือกระดูกก็ได้อยู่ในความเงียบสงบขึ้นอีกครั้ง ในครั้งนี้ ผู้คนทั้งหมดต่างก็รู้สึกหดหู่ แต่ละคนก็ได้เริ่มที่จะนำโอสถปราณยาปราณออกมารักษาอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะกล่าวเช่นไร วงล้อมเมื่อครู่นี้ก็เรียกได้ว่าใหญ่โตเป็นอย่างมาก หากว่าไม่รีบพื้นฟูรักษาอย่างเร็วแล้วละก็ เป็นไปได้ว่าหลังจากนั้น แม้แต่ตนเองก็คงจะไม่ทราบว่าจะตายเช่นไรอย่างแน่นอน

“ ท้องทะเลมายาโลหิตนี้ ราวกับว่าไม่คล้ายกับในสมุดบันทึกที่พวกเราได้รับมา แม้จะเป็นเช่นนั้น เผ่าพันธุ์เหล่านี้ต่างก็เรียกได้ว่าเป็นผู้คุ้มกันท้องทะเลมายาโลหิตสายนี้ของสำนักมายาโลหิต แต่ว่า พวกเขาเป็นไปไม่ได้ที่จะมาโจมตีเรือปราณของสำนักมายาโลหิตได้ถึงจะถูก “ เด็กหนุ่มผมทองกลืนโอสถปรานลงไปเม็ดหนึ่ง สีหน้าก็ได้เปลี่ยนเป็นปั้นยาก

“ นี้เกรงว่าจะเป็น “

ในขณะที่เด็กหนุ่มผมเงินยังไม่ทันที่จะกล่าวจบ ทันใดนั้นสีหน้าก็ได้เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงจ้องมองไปบริเวณทางด้านหน้า

.

.

.

.



NEKOPOST.NET